Welcome
Welcome to <strong>Executional Fan Club</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[Fic]กานดาxมินท์

ฟอรั่มนั้สำหรับลงโดจินหรือฟิคนะครับ จะเรทก็ได้นิดหน่อยนะครับ

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Fri Sep 25, 2009 11:47 pm

ตอนที่10 รอยยิ้มของเทพธิดา

เด็กหนุ่มหัวชมพูวีรบุรุษของกองกำลังต่อต้านGMและเจ้ามอนสเตอร์ขนาดยักษ์ที่ทำหน้าที่

เฝ้าทางออกหมู่บ้านคัลไซด์ต่างก็เริ่มอ่อนแรงหลังจากที่ทำการต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน

ทั้ง2ฝ่ายจึงรวบรวมพลังเพื่อเผด็จศึกกันในการโจมตีครั้งต่อไป

แสงจากการรวบรวมพลังของทั้งคู่ทำให้ทั้งบริเวณนั้นถูกย้อมไปด้วยสีขาว

ก่อนที่ลำแสง2สายจะพุ่งเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง

ตูมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงการปะทะกันของลำแสงทั้ง2สายดังสนั่น

ไปทั่วบริเวณโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่มีน้ำนองอยู่เบื้องล่าง การโต้พลังกันของกานดากับเจ้ามอนสเตอร์ทำให้เกิด

บาเรียแผ่ขยายออกมานับสิบๆชั้นตลอดเวลาราวกับระลอกคลื่น

ลูกพลังทั้ง2ต่างก็ไม่ขยับออกจากจุดเดิมเป็นเวลานาน

หลังจากที่ลำแสงทั้ง2สายไม่กระดิกออกจากตำแหน่งเดิมเป็นเวลาเกือบๆ5นาที

ก็เป็นกานดาที่เป็นฝ่ายเริ่มอ่อนแรงก่อน เจ้ามอนสเตอร์เริ่มดันพลังของตัวเองเข้าไปเรื่อยๆ

จนพลังของกานดาค่อยๆถอยเข้ามาเรื่อยๆ

“บ้าเอ๊ย!!! แมร่งไปเอาพลังมาจากไหนนักหนาวะ!!!?”เด็กหนุ่มว่าพลางขณะที่พลังของเขาโดนผลักเข้ามาเรื่อยๆ

อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนในที่สุดเจ้ามอนสเตอร์ก็สามารถดันพลังของมันมาจนถึงตรงหน้าของ

อาวุธไร้เทียมทานแห่งEvent Horizonซึ่งอยู่ในมือของหัวหน้าหน่วยที่1ของกองกำลังต่อต้านGM

และกำลังจะมีชัยเหนือเด็กหนุ่มหัวชมพูในการโต้พลังครั้งนี้

.....ไม่นะ.......ชั้นจะมาหยุดอยู่ตรงนี้ไม่ได้.........

เมื่อเด็กหนุ่มคิดดังนั้นแล้ว เขาก็เริ่มที่จะดันพลังของมอนสเตอร์ยักษ์กลับไปได้

.....ชั้นต้องกลับไปช่วยเพื่อนๆของชั้น..........

แล้วภาพของทุกคนในกองกำลังต่อต้านGMก็เริ่มปรากฎขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่ม

ทั้งรองหัวหน้าหน่วยจอมกวนอวัยวะเบื้องล่างที่เป็นคนลากเขาเข้ากองกำลัง

นักดาบหนุ่มขี้เก๊กที่เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรมขนหัวลุกที่แม้แต่ตอนกลัวยังเก๊กได้

เด็กชายหัวเขียวผู้มีท่าไม้ตายที่แรงที่สุดในกองกำลังและเป็นผู้ที่ช่วยไม่ให้เขา

ถูกสมาชิกคนอื่นในกองกำลังประชาทัณฑ์

ชายวัยกลางคนในชุดจอมยุทธจากหนังจีนกำลังภายในที่หางานช้างให้เขาทำเป็นครั้งแรกในฐานะหัวหน้าหน่วย

แต่ก็ทำให้ทุกคนยอมรับในตัวเขา และยังสมาชิกคนอื่นๆในกองกำลังต่างก็ทยอยปรากฏขึ้นในหัวเขา

แล้วลูกพลังของเจ้ามอนสเตอร์ก็เริ่มถูกผลักกลับไปมากขึ้น

.......ยังมีคนที่รอชั้นอยู่........

ภาพของการ์เดี้ยนสาวหัวยุ่งซึ่งเขารู้จักมาตั้งแต่ก่อนจะเข้ากองกำลังต่อต้านGMซะด้วยซ้ำ

และเด็กสาวผมทองสีหน้าตายด้านที่เป็นคู่หูคนสำคัญซึ่งผ่านสนามรบมาร่วมกับเขาแทบทุกสมรภูมิ

ได้เริ่มปรากฎขึ้นในใจของเขา ลูกพลังของเด็กหนุ่มเริ่มที่จะเป็นฝ่ายดันพลังของมอนสเตอร์กลับไปบ้าง

.........มีคนที่ชั้นต้องปกป้องเขาให้ได้.........

นางพญามารโลลิต้าสตรีหมายเลข1ของกองกำลังต่อต้านGM เด็กสาวผมทองหน้าตาน่ารัก

ผู้ที่ได้รับความนิยมอันดับ1 ได้ปรากฏในมโนภาพของเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยส่วนตัวของเธอ

ทันใดนั้นก็ก็ปรากฏลูกไฟสีส้มแดงขนาดใหญ่2ลูกลอยขนาบด้านข้างของเด็กหนุ่ม

ความร้อนจากลูกไฟทั้ง2ลูกทำให้กระแสลมโดยรอบไหลไปรวมกันที่ลูกไฟทั้ง2

เกิดเป็นลมกรรโชกแรงที่น่าจะเรียกว่าเป็นพายุซะมากกว่าพัดกระหน่ำไปทั่วทั้งบริเวณ

พื้นน้ำเบื้องล่างเมื่อถูกพายุที่เกิดจากความร้อนของลูกไฟลูกยักษ์ทั้ง2ลูกพัดเอา

ก็เกิดเป็นคลื่นยักษ์ที่กระหน่ำซัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า

ลูกไฟทั้งคู่หลังจากที่ดูดเอาออกซิเจนโดยรอบเข้าไปมากพอก็เกิดการเผาไหม้อย่างสมบูรณ์

และเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ก่อนที่จะเข้าไปตรงจุดที่ลำแสงทั้ง2อันปะทะกันแล้วเสริมพลังให้กับลูกพลังของเด็กหนุ่ม

“Distortion Flame Overload!!!!!!”เจ้ามอนสเตอร์เริ่มที่จะเป็นฝ่ายถูกกดดัน

แต่มันก็ยังไม่ถอดใจและยังใส่พลังเข้าไปในลูกพลังของตัวเอง และมันก็เริ่มโต้กลับมาได้บ้าง

ขณะนี้บริเวณโพรงถ้ำที่เป็นสถานที่ต่อสู้ถูกย้อมไปด้วยความสว่างของลูกพลังของเด็กหนุ่มกับมอนสเตอร์

และลูกไฟสีฟ้าทั้ง2ลูกของเด็กหนุ่มจนมองอะไรไม่เห็น ทั้ง2ฝ่ายต่างรับรู้สภาพโดยรอบได้จากเสียงและสัมผัส

ที่สัมผัสได้เท่านั้น พลังของทั้งคู่จากที่เมื่อครู่นี้หัวหน้าหน่วยที่1ของกองกำลังต่อต้านGMเป็นฝ่ายได้เปรียบ

ก็เริ่มกลับมาสูสีเหมือนตอนแรก

....โธ่เว้ย!!!! มาได้แค่นี้เองเหรอ...........

ในขณะที่เด็กหนุ่มหัวชมพูเริ่มถอดใจและเริ่มเป็นฝ่ายเพลี่ยพล้ำแก่มอนสเตอร์ยักษ์

เขากลับมองเห็นเด็กสาวคนหนึ่งอยู่ท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้าไปทั่วบริเวณนั้น

เธอคนนั้นเป็นคนที่สวยที่สุดตั้งแต่ที่เด็กหนุ่มเคยพบเจอ นางฟ้า นั่นคือคำที่เด็กหนุ่มใช้เรียกสิ่งที่เขาเห็นอยู่ขณะนี้

เธอเป็นเด็กสาวที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาไว้ผมยาวสีม่วงและรวบไว้ด้านหลัง

และที่สำคัญคือเธอกำลังยิ้มให้กับเขา เป็นรอยยิ้มที่สวยที่สุดที่เด็กหนุ่มเคยเห็น

รอยยิ้มของเธอคนนี้เป็นเหมือนกับแสงจันทร์ที่คอยให้ความสว่างในความมืดมิด

“...หึ... นั่นสินะ ชั้นจะมามัวอยู่ในที่แบบนี้ไม่ได้ เพราะยังมีคนที่ชั้นอยากจะพบอีกซักครั้ง”

เด็กหนุ่มเอ่ยออกมาแล้วMPของเขาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆและเริ่มดันพลังของเจ้ามอนสเตอร์กลับไปอีกครั้ง

“ชั้นน่ะ!!!! ยังมีหนี้ที่ต้องใช้คืนตั้ง50,000นะเฟ้ย!!!!!!!!!!! จะมามัวติดอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอก!!!!!!!!”

เด็กหนุ่มตะโกนหนี้สินที่ตัวเองต้องชดใช้ให้กับเด็กสาวที่ส่งยิ้มให้กับเขาออกมาดังลั่น

และทันใดนั้นลำแสงของเด็กหนุ่มหัวชมพูกับลูกไฟสีฟ้าขนาดยักษ์ทั้ง2ลูกก็รวมกัน

เป็นเปลวไฟสีฟ้าขนาดใหญ่ที่ใหญ่ยิ่งกว่าลูกพลังของมอนสเตอร์ยักษ์นับสิบเท่า

แล้วผลักพลังของมันกลับไปและเผาเจ้ามอสเตอร์จนไม่เหลือแม้แต่ซาก ก่อนที่จะทะลุเพดานถ้ำออกไป

มอนสเตอร์ที่ไม่มีใครเคยจัดการได้ ได้ถูกปราบลงได้ด้วยฝีมือของวีรบุรุษของกองกำลังต่อต้านGM

เด็กหนุ่มที่เป็นผู้โค่นมันได้หลังจากที่ผ่านศึกหนักที่ยากลำบากมาได้ ก็ได้ใช้MPไปจนหมดแล้ว

จึงไม่สามารถบินอยู่ได้อีกและร่วงลงสู่พื้นน้ำเบื้องล่าง เบื้องหน้าของเขาเต็มไปด้วยไอเทมมากมายนับไม่ถ้วน

//Player กานดา HP 1 MP 0//

//กานดา Gain Item ไอเทมจิปาถะ x 100

Rare 1 ดาวx 50 Rare 2 ดาวx 20

Rare 3 ดาวx 15 Rare 4 ดาวx 8

Rare 5 ดาวx 5 Rare 6 ดาวx 2

Gain Money 1000m//

แล้วเด็กหนุ่มก็Log Outออกจากเกมเพราะเล่นครบ7ชม.พอดี แต่ถึงแม้ว่าเขาจะLog Outออกไปแล้ว

แต่ตัวเลขEXPของเขาก็ยังคงขึ้นต่อไปเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

วันต่อมากานดาเข้าเกมมาก็จัดการเก็บไอเทมที่ได้จากเจ้ามอนสเตอร์ทั้งหมดแล้วออกไปจากโพรงถ้ำนั้น

แต่เมื่อเขาออกมาแล้วกลับพบว่ามีเพลเยอร์จำนวน100คนไม่ขาดไม่เกินรอเขาอยู่ข้างนอก

“อ๊ะ! คุณกานดาออกมาแล้ว!!!”เด็กสาวนิรนามเมื่อเห็นกานดาออกมาจากทางออกก็ตะโกนออกมา

ทุกคนได้ยินเสียงของเด็กสาวก็หันควับไปตามเสียงนั้น ก่อนจะวิ่งไปรวมกันที่เด็กหนุ่มทันที

“นี่ทุกคนยังไม่ไปกันอีกเหรอ?”เด็กหนุ่มเอ่ยถามทุกคน

“พวกเรารอนายอยู่ไงล่ะกานดา”ชายสวมแว่นดำตอบคำถามของเด็กหนุ่ม

“แล้วรู้ได้ยังไงว่าผมจะออกมา?”กานดาเอ่ยถามอีกครั้ง

“ก็หมอนั่นมันรั้งเอาไว้น่ะ บอกว่านายต้องตามมาแน่ๆ”เร้ดตอบแล้วชี้ไปที่เด็กชายผมสีม่วงในชุดนักเรียน

ที่ยืนพิงยานอวกาศขนาดเล็กลำหนึ่งอยู่

“ก็แกบอกว่าจะไปเรทิคิวลัมใช่มั้ยล่ะ ชั้นก็จะไปที่นั่นเหมือนกันจะได้ไปพร้อมกันเลย

เพราะยังไงแกคนเดียวก็ไม่มีปัญญาไปถึงหรอก”ไอเป็ดตอบกวนส้นคนที่จะเป็นหัวหน้าของตัวเองในไม่ช้า

ซึ่งก็สร้างความหงุดหงิดให้กานดาได้นิดนึง

“ว่าไงนะ พูดงี้อยากลองของใช่ป่ะ?”กานดาเริ่มโมโหไอ้เป็ดผีและเริ่มพูดจาหาเรื่อง

ทั้งๆที่เมื่อครู่นี้กำลังจะขอบคุณอยู่แล้ว

“จะเอามั้ยล่ะ!!!”เจ้าเป็ดก็รับคำท้า ทั้ง2ฝ่ายต่างเตรียมที่จะออกอาวุธใส่กันอย่างเต็มที่

แต่เด็กสาวไร้นามก็เข้าไปห้ามทั้งคู่ไว้ได้ทัน

“ยู๊ดดดดดดดดดด!!!!!!! จะทะเลาะกันไปให้ได้อะไรขึ้นมาคะ”

“นั่นสิ พวกนายนี่กัดกันได้ตั้งแต่อยู่ในหมู่บ้านจนหนีออกมาได้เลยนะ”เร้ดว่าเสริมขึ้นมา

แล้วเด็กหนุ่มหัวชมพูก็เหลือบไปเห็นยานอวกาศขนาดเล็กที่อยู่ข้างหลังไอ้เป็ด(เพิ่งจะเห็นเหรอเอ็ง)

“นั่นอะไรน่ะ?”กานดาถามไอ้เป็ด

“อ๋อนี่เหรอ! นี่ยานอวกาศขนาดเล็กบู้บี้นัมเบอร์วัน พวกชาวบ้านเขาให้แทนคำขอบคุณน่ะ”

“เอ่อ....จะดีเหรอครับ พวกผมก็ไม่ได้ทำอะไรให้มากมาย ตรงกันข้ามกลับจะสร้างแต่ปัญหาให้พวกคุณด้วยซ้ำ

ผมคงรับไว้ไม่ได้หรอกครับ”กานดาปฏิเสธที่จะรับสิ่งที่แทนคำขอบคุณสิ่งนี้ แต่เร้ดก็เอ่ยขึ้นมาว่า

“รับเอาไว้เถอะนะ เพราะพวกนายมาที่นี่พวกเราถึงได้ออกมาจากหมู่บ้านนั่นได้

และนายยังเสียสละตัวเองเพื่อให้พวกเราหนีรอดอีก เพียงแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว

ที่พวกเราจะให้สิ่งนี้เพื่อแทนคำขอบคุณกับพวกนาย”

“ใช่แล้วค่ะ ถ้าคุณไม่รับมันไว้พวกเราคงเสียน้ำใจแย่เลยนะคะ

และถ้าไม่มียานอวกาศพวกคุณก็ไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ”สาวน้อยไร้นามเสริมขึ้นมา

กานดาจึงต้องรับยานลำนี้เอาไว้

“ก็ได้ครับ ผมขอรับยานลำนี้เอาไว้”เมื่อสิ้นเสียงจากกานดา ทุกคนก็โห่ร้องด้วยความยินดี

ก่อนที่จะแยกกัน เร้ดก็ได้ถามกานดาเรื่องหลังจากที่พวกเขาออกมาแล้ว

“ว่าแต่กานดา นายรอดมาได้ยังไง”

“เอ่อ....จะไปรอดได้ไงล่ะครับ ผมโดนยิงเข้าไปเต็มๆก็เลยGAME OVER

แล้วก็ค่อยย่องหนีออกมาคนเดียวน่ะครับ”กานดารีบแถเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ความจริง

“แต่หลังจากที่พวกชั้นออกมาแล้วมีเสียงระเบิดดังเป็นระยะๆ พอจะเข้าไปดูก็มีอะไรบางอย่างคล้ายๆบาเรีย

กันเอาไว้ และตอนสุดท้ายยังมีไฟสีฟ้าพุ่งออกมาจากข้างในด้วย พอไฟนั่นพุ่งออกไปแล้วบาเรียก็หายไป

พวกเราจึงจะเข้าไปดูแต่ก็เผอิญครบ7ชม.พร้อมกันพอดีก็เลยไม่รู้น่ะ”เร้ดอธิบายเป็นฉากๆจนกานดาถึงกับอึ้ง

“เอ่อ.....มะ.....มันคงอาละวาดเล่นมั้งครับ”กานดาโกหกไป แต่เร็ดก็เหมือนจะรู้ว่ากานดาปกปิดอะไรไว้

แต่ก็ไม่ซักไซ้เด็กหนุ่มเพิ่ม

“เหรอ งั้นช่างมันเถอะ ลาก่อนนะ ไว้พบกันใหม่”

“ครับ”เร้ดและกานดาจับมือลากันเป็นครั้งสุดท้ายท่ามกลางความยินดีของทุกคน

ก่อนที่ชาวบ้านส่วนใหญ่จะใช่เครื่องเคลื่อนย้ายที่อยู่ตรงทางออกไปยังลาพิวต้า

“เฮ้ไอ้กานดา! รีบๆขึ้นมาซะทีสิโว้ย!!”เจ้าเป็ดตะโกนเรียกกานดาขึ้นยานคนโดยมีวันเดอร์เป็นคนขับ

“เออ!!!”กานดาเดินไปขึ้นยานตามที่ไอ้เป็ดเรียก พอขึ้นไปแล้วเขาก็คิดอะไรบางอย่าง

ในศึกใหญ่ๆน่ะชั้นไม่มีทางแพ้หรอก เพราะว่าเทพธิดายิ้มให้ชั้นเสมอไงล่ะ
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Mon Oct 05, 2009 4:34 pm

ตอนที่11 R.A.M. of Garlic

ณ บริเวณหุบเขาใกล้ๆกับหมู่บ้านอีกาคลั่ง มีเด็กสาวคนหนึ่งถูกเถาวัลย์จำนวนหนึ่งมัดเอาไว้

และเธอก็ต้องยืนดูชายชุดดำ2คนต่อสู้กันด้วยความลำบากใจที่ไม่สามารถหยุดพวกเขาได้

เพราะทั้งคู่ต่างก็เป็นเพื่อนของเธอ และขณะนี้เด็กหนุ่มหัวชมพูก็เริ่มที่จะตกเป็นรองชายผมม่วงแกมน้ำเงิน

เขาค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มมากขึ้นทีละนิด

ฝ่ายเด็กหนุ่มก็ตั้งท่าดูเชิงเพื่อเตรียมรับการบุกของบุรุษตาเดียวที่อยู่ตรงหน้า

“กานดา!!!! เธอหนีไปเถอะ เธอแค่จะถ่วงเวลาให้เพื่อนๆหนีเท่านั้นนี่ ตอนนี้พวกเพื่อนๆเธอ

น่าจะหนีไปได้ไกลแล้ว เธอไม่จำเป็นต้องสู้แล้วนี่!!!!!!”เด็กสาวตะโกนบอกให้เด็กหนุ่มหนี

“ถ้าทำได้ก็อยากจะหนีอยู่หรอกนะ แต่พี่การ์ลิคไม่เปิดช่องว่างให้หนีเลยนี่สิ”

“หึ รู้อย่างนั้นแล้วจะคิดหนีอีกทำไม”ว่าแล้วการ์ลิคก็พุ่งเข้ามาโดยเหน็บดาบไว้ข้างเอว

ก่อนที่จะสะบัดดาบขึ้นมาจากด้านล่าง แต่กานดาก็กระโดดขึ้นข้างบนพร้อมกับพุ่งไปด้านหน้า

ข้ามศีรษะการ์ลิคไป ก่อนจะตกถึงพื้นเด็กหนุ่มฟันกลับมาทีนึง แต่การ์ลิคก็ยกดาบขึ้นพาดหลังป้องกันไว้ได้ทัน

กานดายังคงออกแรงฟันต่อแม้ว่าการ์ลิคจะไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย

จนแรงปฏิกิริยาดันตัวเขาออกห่างจากชายผมยาว แต่ดูเหมือนจะลงผิดท่าไปหน่อย

โครม!!!! เสียงเด็กหนุ่มเอาหัวลงพื้นดังพอที่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งคู่จะได้ยิน

เด็กหนุ่มจอมเซ่อซ่าเอามือกุมศีรษะแล้วร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“เจี๊ยก!!!!”(พ่อเมิงเป็นลิงรึไง/ “พ่อมันก็พ่อตูเหมือนกันนะโว้ย”วิศนะผ่านมาพอดีผมเลยโดนเผาไปตามระเบียบ)

“กานดา!!! เธอเป็นอะไรรึเปล่า!!!?”เด็กสาวตะโกนถามเด็กหนุ่มด้วยความเป็นห่วง

ผิดกับชายชุดดำอีกคนที่กำลังหัวเราะอย่างสะใจ

“ก๊าก!!!!!! ฮ่ะฮ่ะฮ่ะฮ่ะ แกนี่บ้าดีจริงๆเลยว่ะ มุขนี้คิดนานมั้ยเนี่ย

ถึงจะเก่าไปหน่อยแต่พอเจอเข้าจริงๆแมร่งโคตรฮาเลยว่ะสาดดดดดดดด”การ์ลิคหัวเราะลั่นจนน้ำตาไหล

ตอนนี้แทบไม่เหลือมาดพี่ชายใจดีที่มักจะแสดงสีหน้ายิ้มแย้มนิ่งๆอีกต่อไป

เหลือแต่ชายหนุ่มบ้าๆบอๆที่หัวเราะลั่นไม่หยุดอย่างกับคนติดกัญชา

“อูย......เจ็บอ่ะ แต่ถ้าเมื่อกี๊พี่เอาเวลาหัวเราะมาโจมตีผมซ้ำผมคงตายไปแล้วนะ”

การ์ลิคถึงกับหยุดความฮาในทันทีที่ได้ยินกานดาพูดอย่างนั้นแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมองไปทางเด็กหนุ่ม

แล้วพบว่าเด็กหนุ่มได้ใช้น้ำยาฟื้นพลังฟื้นฟูHPและMPจนค่าพลังทั้ง2อย่างฟื้นกลับมาประมาณ60-70%

และในตอนนั้นดาบของเด็กหนุ่มหัวชมพูก็เริ่มเปล่งแสงออกมา

“ชิบหายแล้วมั้ยล่ะ!!!!”การ์ลิคบ่นออกมาเมื่อเห็นกานดาเตรียมใช้ท่าไม้ตายจึงตั้งท่าเตรียมป้องกัน

“ขึ้น 7 ค่ำ!!!!!”กานดาตะโกนชื่อท่าออกมาแล้วฟันดาบออกไป

แล้วก็มีแสงสีเหลืองเป็นรูปโค้งเหมือนพระจันทร์เสี้ยวพุ่งออกมาจากดาบไปปะทะเข้ากับร่างของการ์ลิคอย่างแรง

เรียกความเสียหายให้GMจอมถึกได้ไม่น้อย แต่เพราะการ์ลิคตั้งท่าป้องกันเอาไว้

ก่อนที่จะโดนท่าไม้ตายของกานดาทำให้การโจมตีนี้ส่งกระเทียมไปเกิดใหม่ไม่ได้ แต่มันก็เหลือHPอยู่ไม่ถึง10%

GM Garlic DMG 56990

หนอย!!!! ไอ้เด็กเวรนี่ บังอาจทำให้ชั้นขายหน้าได้ขนาดนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ ใช้ไอ้นั่นเลยละกัน

ตัวการ์ลิคเริ่มส่งกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว(เริ่มเดือด)หลังจากที่โดนกานดาไล่ต้อนจนเกือบตาย

ตอนนี้ใบหน้าของกระเทียมหัวนี้ที่มักจะแสดงสีหน้านิ่งๆยิ้มแย้มอยู่ตลอดได้หายไปจนหมด

เหลือเพียงใบหน้าของคนที่กำลังโกรธถึงขีดสุดจนดูเหมือนวิศนะไว้ผมยาว

และได้หยิบไอเทมบางอย่างออกมาเพื่อพลิกสถานการณ์

มินท์เห็นการ์ลิคกำลังหยิบอะไรบางอย่างออกมาก็รู้ในทันทีจึงตะโกนห้ามเอาไว้

“ไม่ได้นะการ์ลิค!!!! ห้ามใช้ไอ้นั่นนะ!!!!!”แต่ก็ไม่ทันซะแล้ว

ชายตาเดียวผมยาวได้งัดเอาไอเทมรูปร่างสี่เหลี่ยมขนาดเล็กประมาณข้อหนึ่งของนิ้วหัวแม่มือออกมา

กานดาเมื่อได้เห็นไอเทมที่การ์ลิคหยิบขึ้นมาก็ถึงกับหน้าซีดในบัดดล

เพราะมันคือสิ่งที่ทำให้เขาเกือบตายในสงครามวินเชสเตอร์(แค่เกือบพอเพราะที่มันตายมันทำตัวเอง)

“นะ.....นั่นมัน......... R.A.M.!!!!”ทันใดนั้นก็ปรากฏยักษ์สวมเกราะทั่วทั้งตัว สูงประมาณตึก10ชั้น

ถือดาบขนาดใหญ่โตมโหระทึกที่ยาวพอๆกับความสูงของมันเองไว้ในมือขวา

ดูละม้ายคล้ายกับปลดปล่อยสวัสดิกะของโคมามูระ เซจินหัวหน้าหน่วยที่7แห่ง13หน่วยพิทักษ์ยิ่งนัก

(มันชื่ออะไรวานคุณEsperช่วยบอกที) มิหนำซ้ำยังมีโล่ขนาดประมาณ1/4ของสนามศุภชลาศัย

(เฉพาะส่วนที่เป็นสนามฟุตบอล) รูปทรงสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด4อันลอยอยู่รอบๆเจ้ายักษ์นั่น

แล้วการ์ลิคก็ลอยขึ้นไปอยู่ตรงบริเวณท้องของยักษ์นั่น

แล้วHPของการ์ลิคก็ฟื้นฟูจนกลับมาเต็มพร้อมกับค่าSTATUSที่เปลี่ยนไป

//เทพแห่งการทำลาย เบอร์เซิร์กเกอร์

HP 598000

ร่างจริงของGM การ์ลิค พลังโจมตีและป้องกันโคตรพ่อโคตรแม่ถึก

โดยยักษ์ที่อยู่ข้างหลังจะเคลื่อนไหวตามการเคลื่อนไหวของการ์ลิค

โล่ทั้ง4อันที่ลอยอยู่รอบๆสามารถลอยมาป้องกันให้การ์ลิคได้โดยอัตโนมัติเหมือนโล่ทรายของกาอาระ//

บรรลัยแล้วมั้ยล่ะ!!! กานดาหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมจนไม่รู้ว่าจะซีดยังไงอีกเมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับร่างจริงของGM

โดยที่ไม่สามารถเรียกใช้จัสติสเรย์ได้อีกแล้ว (มัจฉาเอาคืนไปตั้งแต่ตอนแรกแล้วจำได้ป่าว)

เด็กสาวที่ถูกมัดอยู่บริเวณนั้นเมื่อเห็นคนที่เธอรักกำลังจะถูกเพื่อนของเธอเองฆ่าก็รู้สึกเจ็บปวดใจเป็นอย่างยิ่ง

“พอได้แล้วการ์ลิค!!! ปล่อยกานดาไปเถอะ พวกเรายังมีภารกิจต้องทำอีกนะ!!!!”

เด็กสาวตะโกนออกมาพร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจนใบหน้าสวยๆของเธอเลอะคราบน้ำตาเต็มไปหมด

แต่สิ่งที่การ์ลิคสนองต่อคำขอร้องของเธอคือ.....

“ไม่ได้หรอกมินท์ หมอนี่รู้ความเคลื่อนไหวของพวกเราแล้ว

ดังนั้นพวกเราจะปล่อยให้มันรอดกลับไปไม่ได้เด็ดขาด!!!”ว่าจบการ์ลิคก็ฟันดาบลงกับพื้น

แม้ว่ากานดาจะหลบได้แบบฉิวเฉียดแต่ความแรงของการฟันนี้ก็ถึงกับทำให้แผ่นดินแยกออกเป็น2ฝั่ง

กานดาที่ถึงแม้เมื่อครู่นี้จะหลบการโจมตีมาได้แต่ก็กำลังจะตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดิน

แต่ก่อนที่เขาจะตกลงไปเวทย์ที่มัดมินท์เอาไว้ก็หมดฤทธิ์พอดี หลังจากที่เถาวัลย์ที่มัดตัวเธอไว้หายไป

มินท์ก็วิ่งไปที่รอยแยกและคว้าข้อมือกานดาเอาไว้ก่อนที่เขาจะตกลงไปและฉุดเขาขึ้นมาได้สำเร็จ

เด็กหนุ่มที่ถูกฉุดขึ้นมาได้ก็ลอยไปตามแรงของเด็กสาว(ไม่รู้เหมือนกันว่ามินท์ไปเอาแรงมาจากไหน)

ก่อนที่จะล้มลงบนร่างของเด็กสาว แล้วริมฝีปากของทั้งคู่ก็ประกบกันพอดี

ทั้งคู่เมื่อรู้สภาพของตัวเองก็หน้าแดงราวกับเลือดจากทั่วทั้งตัวมาเลี้ยงที่ใบหน้าเพียงแห่งเดียว

หลังจากที่ตั้งสติได้แล้วทั้งคู่ก็รีบผละออกจากกัน

“ขะ...ขอโทษที คือ...ชั้นไม่ได้ตั้งใจ”เด็กหนุ่มขอโทษขอโพยเด็กสาวเป็นการใหญ่

“มะ....ไม่เป็นไรหรอก”กานดาและมินท์ต่างพยายามหลบตาอีกฝ่ายหลังจากที่เมื่อครู่นี้ได้มอบจุมพิตให้แก่กัน

แบบไม่ได้ตั้งใจ แต่บรรยากาศหวานชื่นของทั้งคู่ก็ต้องจบลง เมื่อการ์ลิคเปิดฉากโจมตีอีกครั้ง

“มินท์ ในเมื่อเธอเลือกที่จะช่วยหมอนั่นชั้นก็จะถือว่าเธอเป็นศัตรู แต่เห็นแก่ที่เธอเคยเป็นพวกเรา

ชั้นจะส่งเธอไปเกิดใหม่พร้อมกับแฟนเธอก็แล้วกัน”ว่าแล้วการ์ลิคก็ฟาดดาบลงมาอีกครั้ง

แต่กานดาก็ดึงตัวมินท์เข้ามาในอ้อมกอดแล้วพากันกระโดดหลบการโจมตีของการ์ลิคไปได้หวุดหวิด

ก่อนจะพากันหลบเข้าไปในซอกของหน้าผา ตอนนี้เด็กสาวใจเต้นด้วยความถี่50Hz (ครั้ง/วินาที)(คนรึป่าวฟะเนี่ย)

ที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของคนที่เธอรัก แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ได้คิดเรื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนี้ในหัวของกานดามีแต่เรื่องที่จะจัดการกับศัตรูตรงหน้ายังไงดี

ตอนนี้ทางรอดของเรามี2ทางคือ ใช้ท่าไม้ตายต้องห้ามของดาบนี่จัดการพี่การ์ลิคซะ

//ขึ้น 15 ค่ำ ท่าไม้ตายต้องห้ามประจำอาวุธดาบคางุยะ เมื่อใช้ท่านี้จะเกิดการระเบิดของMPและHPเป็นวงกว้าง

ราวกับพระจันทร์เต็มดวง ผู้ใช้จะHPเหลือ0ทันทีที่ใช้ท่านี้ ส่วนเป้าหมายจะคิดความเสียหาย

เทียบความแรงของท่ากับพลังป้องกันของเป้าหมาย (คิดเหมือนเฟืองยักษ์แต่แรงกว่าเฟืองยักษ์10เท่า)

โดยปกติจะมีความแรงอยู่ที่ประมาณ400000-500000DMG รัศมีการระเบิดจะแผ่ออกมาโดยรอบตลอด10นาที

ทำให้ไม่สามารถเข้าไปทำการชุบชีวิตได้//

//แรม 15 ค่ำ ท่าไม้ตายต้องห้ามประจำอาวุธดาบคางุยะ เมื่อใช้ท่านี้ผู้ใช้และเป้าหมายจะถูกลบID

และข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบของNeo Universeตัวละครของผู้ใช้ท่าและเป้าหมายจะค่อยๆจางหายไป

ราวกับถูกกลืนหายไปในความมืด ถ้าเข้าเกมมาก็ต้องเริ่มเล่นตั้งแต่Lv.1ใหม่

แต่สามารถหยุดผลของท่าไม้ตายนี้ได้โดยการทำให้เพลเยอร์ที่โดนผลของท่านี้ (ผู้ใช้หรือเป้าหมาย) HPเหลือ0

(ก็ตายนั่นล่ะ) แต่ถ้าหลังจากตายแล้วชุบชีวิตขึ้นมาผลของท่านี้ก็จะทำงานอีกครั้ง

หรือก็คือถ้าไม่อยากถูกลบIDก็ต้องยอมGAME OVER//

จะใช้ขึ้น 15 ค่ำก็ไม่รู้ว่าจะจัดการพี่การ์ลิคได้รึเปล่า หรือว่าจะใช้แรม 15 ค่ำดีนะ

หรือว่าจะลองเสี่ยงกับทางเลือกที่2 ลองเดิมพันกับการ์ดใบสุดท้ายที่ได้จากหีบเรนโบว์ใบนี้!!!

กานดาเหลือบสายตามองการ์ดใบสุดท้ายที่ได้จากหีบเรนโบว์ แต่ว่าการ์ดใบนี้ดูไม่เหมือนกับการ์ดใบอื่นๆ

การ์ดใบนี้ไม่มีรูปธาตุของเวทมนตร์ แต่พื้นหลังของการ์ดเป็นสีรุ้งและมีตัวอักษรLXXอยู่ตรงกลางของการ์ด

“อืม........การ์ดใบนี้มันทำอะไรได้กันน้า”เด็กสาวที่อยู่ในอ้อมแขนของเด็กหนุ่ม

เห็นเด็กหนุ่มกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก็สงสัยจึงเอ่ยถามออกมา

“มีอะไรเหรอกานดา?”

“คือชั้นว่าจะลองเสี่ยงใช้เวทย์สุดท้ายที่ได้จากหีบเรนโบว์จัดการพี่การ์ลิค

แต่ไม่รู้ว่าการ์ดใบนี้มันมีความสามารถอะไรน่ะสิ”

“ไหนเอามาให้ชั้นดูหน่อยสิ”แล้วเด็กสาวก็ฉกการ์ดในมือเด็กหนุ่มมาดู

“การ์ดพวกนี้ปกติดูยังไงเหรอ?”เด็กสาวถามเด็กหนุ่มเจ้าของการ์ด

“ปกติมันจะมีรูปธาตุของเวทมนตร์ที่ได้แต่ว่าใบนี้ไม่มี และก็จะมีระดับของเวทมนตร์อยู่ที่มุมซ้ายบน

เป็นเลขโรมันน่ะ แล้วใบอื่นๆก็ไม่มีพื้นหลังแบบนี้ด้วย”เด็กหนุ่มอธิบาย

“เหรอ ชั้นก็ไม่รู้อะไรนักหรอกนะ แต่ตัวอักษรLXXตรงกลางการ์ดเนี่ย ถ้าเป็นเลขโรมันมันคือเลข70นะ”

“ฮ้า!!!!!!!!!!!!! 70!!!!!!!!!!!! แต่เวทย์ที่ได้จากหีบเรนโบว์มีเลเวลไม่เกิน10เองนะ!!!!!!!!!!!!”

กานดาแหกปากลั่นเมื่อได้ยินเลเวลของการ์ดใบนั้น แต่การ์ลิคก็ไม่ปล่อยให้ทั้งคู่ปรึกษากันนานกว่านี้อีกแล้ว

และฟันดาบลงมาตรงจุดที่กานดากับมินท์ซ่อนตัวอยู่

“จะซ่อนกันอีกนานมั้ย!!!!!!!?”

โธ่เว้ย!!!!! จะเป็นการ์ดอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ใช้ๆไปก่อนละกัน

แล้วกานดาก็เปิดการ์ดปริศนาใบนั้นออกมา มันมีความสามารถอะไรกัน
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Mon Oct 05, 2009 4:37 pm

ตอนที่12 Rainbows = สายรุ้ง =????

การ์ลิคฟาดดาบลงมายังจุดที่กานดากับมินท์ซ่อนตัวอยู่ กานดาจึงตัดสินใจเปิดการ์ดใบสุดท้าย

ที่เปิดได้จากหีบเรนโบว์ทั้งๆที่ยังไม่รู้ความสามารถของการ์ดใบนั้น ทันใดนั้นก็มีแสงสีรุ้งส่องออกมาจากการ์ด

และสะท้อนการโจมตีของการ์ลิคออกไปได้ทั้งหมด ทำให้ในการโจมตีครั้งนี้

กานดากับมินท์ไม่ได้รับความเสียหายแม้แต่นิดเดียว หลังจากแสงจางลงก็ปรากฏร่างของเด็กทารก7คน

แต่ละคนดูแล้วไม่น่าจะสูงเกิน40ซม. โดยทุกคนล้วนแต่มีจุกนมห้อยอยู่ที่คอ

เป็นสีต่างๆของสายรุ้งและมีสัตว์เลี้ยงของตัวเอง

เง็งครับทั่น เด็กหนุ่มและเด็กสาวงงเต็กกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา เวทย์ระดับ70ออกมาเป็นเด็ก7คนเนี่ยนะ

“นะ....นี่มันอะไรกันเนี่ย?”

“กร๊ากกกกกกกกกก 5555555555555555555 พวกแกนี่จะเอาฮาไปถึงไหนเนี่ย

คิดจะให้ชั้นติดสถานะท้องแข็งจนHPลดลงเรื่อยๆจนตายสินะ (มันมีสถานะนี้ด้วยเหรอฟะ)”

การ์ลิคหัวเราะลั่นเมื่อเห็นผลของการ์ดใบสุดท้ายของกานดา

หลังจากที่ฟังกระเทียมตาเดียวหัวเราะอยู่นานสองนาน ในที่สุด1ในเด็ก7คนนั้นก็เปิดปากพูดอะไรออกมา

“เฮ้ย! หัวเราะอะไรของแกฟะไอ้บอด เดี๋ยวปั๊ดเอาไรเฟิลยิงแสกหน้าซะหรอกเว้ยเฮ้ย!!!!!!”

เด็กผมทองนัยน์ตาสีฟ้าสวมชุดลายพรางแล้วห้อยจุกนมสีฟ้าตะโกนด่าการ์ลิคแบบไม่กลัวตาย

“ใจเย็นๆน่าโคโรเนโร่ ขืนบุกเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้นเดี๋ยวก็โดนดาบนั่นผ่าเป็น2เสี่ยงหรอก”

เด็กชุดดำหน้าตาแอ๊บแบ๊วห้อยจุกนมสีเหลืองห้ามเด็กผมทองเอาไว้

“อะไรฟะรีบอร์น!! แค่มันตัวใหญ่กว่าก็ป๊อดซะแล้วเหรอเว้ยเฮ้ย!!!!!!”

“ฟังที่คุณรีบอร์นเตือนซะหน่อยก็ดีนะครับคุณโคโรเนโร่ เราไม่รู้ว่าศัตรูมีความสามารถยังไง

ทะเล่อทะล่าบุกเข้าไปก็เท่ากับไปตายนั่นล่ะครับ”เด็กชายหน้าตี๋มัดผมเปียใส่ชุดจีน

และห้อยจุกนมสีแดงว่าเสริมเด็กชายชุดดำ

“ฟง!! แกก็ด้วยเหรอเว้ยเฮ้ย!!!!”ขณะที่เด็กๆกำลังถกเถียงกันอยู่

เด็กสาวผมม่วงก็เข้าไปถามเด็กผู้หญิงผมสั้นใส่ชุดขาวห้อยจุกนมสีส้มที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“เอ่อ....นี่พวกหนูเป็นใครเหรอจ๊ะ?”

“อ๋อ~! ขอโทษที่แนะนำตัวช้าค่ะพวกเราคือ.....”ขณะที่เด็กผู้หญิงคนนั้นกำลังจะตอบคำถามของมินท์

เด็กที่ไม่รู้ว่าชายหรือหญิงเพราะสวมหมวกปิดหน้าปิดตาเอาไว้มีขีดใต้ตาและห้อยจุกนมสีครามก็แทรกขึ้นมา

“นี่ลูเช่ ชั้นว่าเราไม่ควรจะบอกข้อมูลของเราง่ายๆแบบนี้นะ

ชั้นว่าเราน่าจะเรียกเก็บค่าข้อมูลจากยายนี่ซะหน่อยนา”

“ไม่เอาน่าไวเปอร์ ที่พวกเราออกมาได้ก็เพราะHPและMPของพวกเขานะ”

“เอ๋!!!!”เด็กหนุ่มและเด็กสาวร้องด้วยความแปลกใจก่อนที่จะเช็คSTATUSของตัวเอง

//กานดา GM Mint HP 1 MP 0//

“เฮ้ย!!!!!!!!!! นี่มันเกิดอะไรขึ้นฟะเนี่ย!!!!!!!!!”เด็กหนุ่มแหกปากลั่นเมื่อเห็นค่าHPและMPของตัวเอง

ก่อนที่เด็กผู้หญิงผมสั้นจะอธิบายต่อ

“พวกเราคืออัลโกบาเลโน่ เด็กทารกต้องคำสาบทั้ง7ที่แข็งแกร่งที่สุดในวงการมาเฟียค่ะ”

“อัลโกบาเลโน่!!?”

//เวทย์อัญเชิญอัลโกบาเลโน่ เวทย์อัญเชิญLv.70 เวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดจากการเปิดหีบเรนโบว์

การอัญเชิญอัลโกบาเลโน่เพียงคนเดียวเป็นเวทย์อัญเชิญLv.10 แต่โอกาสที่จะได้เวทย์นี้มีน้อยมากจนแทบติดลบ

เวทย์บทนี้สามารถอัญเชิญได้กี่คนดูที่สีพื้นหลังของการ์ดว่ามีกี่สีก็จะอัญเชิญได้ตามจำนวนสีบนการ์ด

และจะอัญเชิญอัลโกบาเลโน่คนไหนได้ก็ดูที่สีของการ์ดอีกเช่นกัน โดยจะอัญเชิญคนที่มีจุกนมสีเดียวกับการ์ดได้

การที่จะเปิดได้เวทย์นี้โดยมีสีรุ้งครบทุกสียากกว่าการเปิดได้สีเดียวนับล้านเท่า

อัลโกบาเลโน่แต่ละคนเทียบได้กับสัตว์อสูรระดับ15หรือก็คือระดับสูงสุดของสัตว์อสูรทั้งหมด

การอัญเชิญอัลโกบาเลโน่แบบปกติจะต้องใช้พลังงานธาตุแสงและไฟอย่างละมากกว่า

การอัญเชิญดิไวท์แครบถึง2เท่า และพลังงานธาตุเดียวกับอัลโกบาเลโน่อีก10ล้านหน่วย

(นภา,อรุณ=แสง วายุ=ลม อัสนี=สายฟ้า พิรุณ,เมฆา,หมอก=น้ำ) แต่ในกรณีที่อัญเชิญโดยใช้หีบเรนโบว์

ผู้ใช้จะต้องมีเลเวล70+ และต้องสังเวยHPจนเหลือ1 และMPทั้งหมด และถ้าหากผู้ใช้มีเพื่อนในปาร์ตี้

ที่เลเวล70+เช่นกันก็จะถูกดูดHPและMPไปเพื่อใช้สังเวยในการอัญเชิญด้วยเช่นกัน

(ตอนนี้มินท์อยู่ปาร์ตี้เดียวกับกานดาก็เลยโดนดูดHPและMPไปด้วย)

โดยยิ่งมีผู้สังเวยมากอัลโกบาเลโน่ก็จะคงสภาพอยู่ได้นานขึ้น ผู้สังเวย1คนต่อการคงสภาพ5นาที

ในกรณีนี้มีผู้สังเวยคือกานดาและมินท์2คน อัลโกบาเลโน่จึงคงสภาพอยู่ได้10นาที//

“ก็อย่างว่าแหล่ะ พวกเรามีเวลาแค่10นาที ก็จะรีบๆทำให้มันจบๆไปละกัน”

เด็กสวมหมวกกันน็อกห้อยจุกนมสีม่วงว่าแล้วเข้าไปรวมกลุ่มกับรุ่นพี่3คนที่กำลังเถียงกันอยู่

“อะไรกัน มีเวลาแค่10นาทีเองเหรอ ชั้นอยากจะชำแหละเจ้ายักษ์นั่นดูซะหน่อย แล้วก็โล่นั่นมันลอยได้ยังไงนะ!?”

เด็กชายหัวกระเซิงสวมเสื้อกราวนด์ใส่แว่นตาและห้อยจุกนมสีเขียวเอ่ยออกมา

ขณะที่เด็กเทพทั้ง7กำลังเถียงกันอยู่ เทพแห่งการทำลายก็หมดอารมณ์ดูเด็กตีกันแล้วเริ่มโจมตีอีกครั้ง

“พวกแกจะเล่นปาหี่กันอีกนานมั้ย!!!!?”การ์ลิคฟาดดาบลงมาตรงจุดที่พวกกานดายืนอยู่ แต่ว่า!!!?

เปรี้ยง!!!!เสียงดาบฟันลงมาดังสนั่นไปทั่ว แต่ดาบนั่นก็ฟันลงมาไม่ถึงพวกกานดา

มีอะไรบางอย่างคล้ายๆกับบาเรียไฟฟ้ากันไม่ให้ดาบของการ์ลิคฟันลงมาได้

โดยมีเด็กชายหัวกระเซิงจุกนมสีเขียวยืนอยู่หน้าสุด

“ชั้นเปลี่ยนใจแล้ว อ่อนๆแบบนี้ไม่มีค่าพอให้ชั้นชำแหละหรอก”

“นั่นสินะ กากขนาดนี้แค่พวกเราคนเดียวก็สบายแล้ว ไม่เห็นต้องเรียกออกมาทั้ง7คนเลย”

เด็กชายชุดดำว่าเสริมขึ้นมา

“งั้นก็ลุยเลยสิเว้ยเฮ้ย!”เด็กชายสวมชุดลายพรางว่าแล้วก็เหนี่ยวไกไรเฟิลคู่ใจทันที

แต่โล่ของการ์ลิคก็ลอยมาป้องกันไว้ได้ทัน

“ฮ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ โล่พวกนี้จะเคยป้องกันให้ชั้นโดยอัตโนมัติเว้ยไอ้เด็กเปรต!!!”

“งั้นเหรอ!!! งั้นก็ต้องจัดการโล่นั่นก่อนสินะ!!?”เด็กสวมหมวกกันน็อกว่า

แล้วก็มีหนวดปลาหมึกยักษ์4เส้นก็จัดการมัดโล่ของการ์ลิคเอาไว้ก่อนที่จะรัดมันจนแตกละเอียด

“กะ.....เกิดอะไรขึ้น!!!?”การ์ลิคงงเต็กที่โล่ของตัวเองถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย

“ที่หนวดปลาหมึกของชั้นมีไฟธาตุพิรุณของรุ่นพี่โคโรเนโร่ และไฟธาตุวายุของรุ่นพี่ฟงเคลือบเอาไว้ไงล่ะ

พอโล่ของแกโดนไฟธาตุพิรุณก็จะถูกการระงับทำให้อ่อนลง

หลังจากนั้นก็โดนการแยกส่วนของวายุแยกสลายจนผุพัง”เด็กสวมหมวกกันน็อกอธิบาย

การ์ลิคงงกับสิ่งที่เด็กจุกนมสีม่วงพูด พิรุณวายุอะไรของมันฟะ!!

“เท่านี้ก็ไม่มีโล่มาเกะกะแล้วสินะ”เด็กจุกนมสีเหลืองเอ่ยขึ้นมา แล้วทั้ง7คนก็หัวเราะเหอะๆพร้อมกับ

ค่อยๆเดินเข้าไปหาการ์ลิค แล้วจัดการรุมโทรมการ์ลิคอย่างเมามัน

การ์ลิคร้องออกมาด้วยเสียงหลอนโสตประสาทผู้ที่ได้ยินจนขนลุก

สภาพของGMสุดซวยดูย่ำแย่จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

GM Garlic GAME OVER
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Wed Oct 14, 2009 3:03 am

ตอนที่13 สมทบ

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!!! อย่าเข้ามาน้า~~~~~!!!!!! อ้ากกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงของGMจอมถึกที่กำลังโดนเด็กเปรต เอ๊ย!เด็กผี เอ๊ย!เด็กเทพทั้ง7ของวงการมาเฟีย

รุมประชาทัณฑ์อย่างมันมือมันเท้าดังแสบแก้วหูและหลอนโสตประสาทเป็นอย่างยิ่ง

หน้าของGMตาเดียวแสดงออกถึงความหวาดกลัวถึงที่สุดจนถึงกับร้องไห้ออกมา

(ถ้าคิดสภาพการ์ลิคตอนนี้ไม่ออกให้นึกถึงหัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยน

ตอนโดนวันเดอร์เอาปืนยิงเคิร์สเล็งใส่ อารมณ์ประมาณนั้น)

เด็กหนุ่มและเด็กสาวที่เป็นคนอัญเชิญเด็กๆเหล่านี้ออกมาเมื่อได้ยินเสียงหลอนประสาทของการ์ลิค

และวิธีการเล่นของเล่นของเหล่าอัลโกบาเลโน่ก็รู้สึกกลัวจนตัวสั่น และยืนกอดกันกลมดิกด้วยความหวาดผวา

(ตอนนี้ให้นึกถึงฟิคของคุณEsperตอนที่มินท์มานอนบ้านกานดาแล้วเจอผี)

แล้วก็ต้องทนดูเด็กๆสับกระเทียมเล่นจนกระเทียมหัวนั้นเละจนไม่เหลือเค้าสภาพเดิมของมัน

GM Garlic GAME OVER

เด็กๆทั้ง7คนหลังจากที่เล่นกระเทียมกันเสร็จแล้วก็กลับลงมาหาเด็กหนุ่มผู้ที่เป็นเหมือนเจ้านายของพวกตน

แล้วเด็กหญิงผมสั้นห้อยจุกนมสีส้มที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของเด็กๆกลุ่มนี้ (เพราะเป็นธาตุนภา)

ก็ออกมาเป็นตัวแทนเพื่อนๆรายงานผลของการปฏิบัติภารกิจสุดสยองที่เพิ่งเสร็จไปหมาดๆ

“พวกเราจัดการไอ้สวะนั่นเสร็จแล้วนะคะ”

“อะ.......อืม.......”เด็กหนุ่มตอบเสียงสั่นเพราะยังคงผวากับภาพกระเทียมโดนสับเล่นเมื่อครู่นี้อยู่

“พวกเราก็จัดการไอ้สวะนั่นเรียบร้อยแล้วก็จ่ายค่าตอบแทนมาซะทีเด้!!!”

จู่ๆเด็กจุกนมสีครามก็โพล่งออกมาเพื่อเก็บค่าตอบแทน

“เอ๋!!!?”เด็กหนุ่มร้องเมื่อถูกเรียกค่าตอบแทน ถ้าตูไม่ให้มันจะเอาตูตายมั้ยเนี่ย เด็กหนุ่มคิด

“นี่ไวเปอร์ เขาอุตส่าห์เอาของเล่นมาให้พวกเราเล่นนะ ถึงมันจะไม่ค่อยทนซักเท่าไหร่ก็เถอะ

แต่เธอก็ไม่ควรไปเรียกค่าตอบแทนจากพวกเขานะ”นักฆ่าหน้าทารกห้ามเพื่อนที่ปิดหน้าปิดตาของตน

“ไม่ได้เฟ้ยรีบอร์น!! งานก็คืองาน ในเมื่อพวกเราทำงานให้แล้วก็ควรได้รับค่าตอบแทน!!!”

เด็กจุกนมสีครามยังคงยืนยันความตั้งใจของตน ทำให้กานดายิ่งหน้าเสียเข้าไปใหญ่

ให้ฆ่าGMในร่างจริงนี่มันจะเรียกเก็บตูเท่าไหร่ฟะ แต่ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังคิดว่าจะโดนอะไรบ้าง

ถ้าไม่จ่ายค่าตอบแทน เด็กสาวผมม่วงก็เดินเข้าไปหาเด็กจุกนมสีคราม

“เอ่อ....ค่าตอบแทนนี่ซัก10ล้านพอมั้ยจ๊ะ?”เด็กหนุ่มหัวชมพูและเด็กต้องสาปทั้ง7ถึงกับตาลุกวาว

เมื่อได้ยินราคาที่เด็กสาวผมม่วงเสนอให้เด็กจุกนมสีคราม นี่เธอรู้จักคุณค่าของเงินมั่งมั้ยเนี่ย==;

“ที่จริงก็ยังน้อยไปหน่อยนะ แต่ช่างเหอะจะรับไว้ก็ได้”แล้วผู้พิทักษ์แห่งหมอกของวาเรีย

ก็รับค่าตอบแทนจากมินท์ ที่จริงกับศัตรูกากๆอย่างนั้นน่ะแค่หมื่นนึงยังถือว่าแพงไปเล้ย

เด็กจุกนมสีครามคิด แล้วอัลโกบาเลโน่ทั้ง7ก็หายวับไป

หลังจากที่อัลโกบาเลโน่หายไป เด็กหนุ่มก็หันกลับมาบอกลาเด็กสาวที่โดน

อัลโกบาเลโน่จุกนมสีครามหลอกเอาเงินไป10ล้าน

“ถ้างั้นชั้นไปก่อนนะ”

“อะ......อืม...”สีหน้าเด็กสาวออกอาการเศร้าใจอย่างเห็นได้ชัด

เด็กหนุ่มสังเกตเห็นสีหน้าของเด็กสาวก็ย่อตัวลงนิดนึงให้เท่าๆกับความสูงของเด็กสาว

แล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆกับใบหน้าของเธอ ก่อนที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“เป็นอะไรรึเปล่ามินท์? สีหน้าเธอดูไม่ดีเลยนะ!!”เด็กสาวเมื่อพบว่าตอนนี้ใบหน้าของเด็กหนุ่ม

อยู่ห่างจากหน้าเธอเพียงไม่กี่เซนต์ ทำเอาเธอหน้าแดงยิ่งกว่าแอปเปิลอาบยาพิษในเรื่องสโนวไวท์

หัวใจของเด็กสาวเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ เมื่อตั้งสติได้แล้วเด็กสาวก็ตอบคำถามของเด็กหนุ่ม

“คือว่า.......เมื่อไหร่นายจะจ่ายค่าแบทเทิลวินโดวส์มาซะทีล่ะ?”

เด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยงเมื่อโดนทวงหนี้ หน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด

“เอ่อ......จะเอาเลยมั้ยล่ะ ชั้นก็พอมีเงินอยู่บ้าง (แหงล่ะ ได้จากเจ้านั่นมาตั้ง1000ล้านนี่หว่า)”

กานดาเตรียมจ่ายเงินค่าแบทเทิลวินโดวส์ให้มินท์ แต่อยู่ๆเด็กสาวก็หัวเราะออกมา

“ฮะ ฮะ ฮะ นี่เธอคิดว่าชั้นจะเก็บเงินเธอจริงๆเหรอ? ชั้นตั้งใจจะให้เธอฟรีๆแต่แรกแล้ว”

เด็กสาวหัวเราะลั่นเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเด็กหนุ่มตอนโดนทวงหนี้ ก่อนที่เสียงหัวเราะจะเงียบไป

แล้วสีหน้าของเธอก็กลับมาหมองเศร้าอีกครั้ง

“คือว่า.......ชั้นว่าชั้นจะลาออกจากการเป็นGM!!”

“เอ๋~~~!! ทำไมล่ะ!!!?”(เรื่องแค่นี้ไม่น่าโง่เลยนะเมิง)

“ก็ชั้นไม่อยากสู้กับเธอนี่!!!”เด็กสาวบอกสาเหตุที่เธอจะเลิกเป็นGM

แต่อยู่ๆเด็กหนุ่มก็เอื้อมมือข้างหนึ่งมาจับที่ไหล่ของเด็กสาว ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างกับเธอ

“ชั้นก็ไม่อยากสู้กับเธอเหมือนกัน และถึงเธอจะเป็นGMชั้นก็ไม่สู้กับเธอหรอก

ชั้นจะพยายามไม่ไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องสู้กับเธอก็แล้วกัน

เพราะชั้นว่าเธอน่าจะมีความสุขถ้าได้อยู่กับพวกเขา

ก็....ถึงแม้ว่าพวกGMจะเป็นศัตรูกับพวกชั้นและชอบการฆ่ามากไปหน่อย (รึไม่หน่อยหว่า)

แต่ถ้าเป็นพวกเดียวกันพวกเขาก็เป็นเพื่อนที่ดี อย่างเช่นที่พี่การ์ลิคคะยั้นคะยอให้เธอซื้อดาบของชั้น

ก็เพราะเขาต้องการให้เธอเตรียมใจให้พร้อมเผื่อว่าเธอต้องเผชิญหน้ากับชั้นในฐานะศัตรูอีกครั้ง

จะได้ไม่กลายเป็นกระสอบทรายให้พวกชั้นถลุงอยู่ฝ่ายเดียว แต่ที่จริงมันก็ไม่มีทางมีเหตุการณ์แบบนั้นอยู่แล้ว”

กานดาเอามืออีกข้างมาเกาหัวแล้วหัวเราะแหะๆหลังจากที่พูดจบ

“ไม่สิ ที่จริงก็มีข้อยกเว้นอยู่กรณีนึง”กานดาเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่เบาราวกับเสียงกระซิบ

แต่มินท์ก็ดันได้ยินเข้าพอดี

“ข้อยกเว้น?”เด็กสาวทวนคำของเด็กหนุ่มด้วยความสงสัย

“อ๊ะ!..ปะ...เปล่า ไม่มีอะไร งั้น....ชั้นไปก่อนนะ”

เด็กหนุ่มกลับหลังหันแล้วกำลังจะไปสบทบกับเพื่อนๆที่หนีไปก่อน

แต่เขาก็ต้องหยุดเดินเมื่อเด็กสาวที่อยู่ข้างหลังเอื้อมมือมาขว้างแขนเสื้อเขาเอาไว้

“มะ...มินท์ มีอะไรรึเปล่า?”กานดาหันกลับไปถามเด็กสาวที่กำลังจับแขนเสื้อของเขาอยู่

เด็กสาวเมื่อได้ยินเสียงเด็กหนุ่มถามก็สะดุ้งเล็กน้อย

ก่อนที่จะปล่อยมือจากแขนเสื้อของเด็กหนุ่มแล้วตอบคำถามของเขา

“มะ....ไม่มีอะไร งะ....งั้นชั้นไปก่อนนะ”เด็กสาวยกมือข้างที่จับแขนเสื้อเด็กหนุ่มขึ้นมาโบกมือลา

“อืม......”แล้วทั้งคู่ก็หันหลังให้กันแล้วเดินไปในทางที่ตัวเองควรจะไป มินท์ก็กลับไปที่ยานNexus

ส่วนกานดาก็กลับไปสมทบกับเพื่อนๆคนอื่นๆ ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังเดินห่างออกจากเด็กสาวมากขึ้นเรื่อยๆ

เขาก็คิดถึงสิ่งที่เขาพูดกับเด็กสาว

ใช่ พวกGMน่ะถ้าเป็นพวกเดียวกันก็เป็นเพื่อนที่ดี

แต่ก็มีอยู่คนหนึ่งที่ไว้ใจไม่ได้และพร้อมที่จะฆ่าพวกเดียวกันแบบไม่มีเหตุผล

ไอ้ตี๋นรกจอมตอแหลนั่นน่ะ แล้วหน้าของGMหน้าตี๋ท่าทางไม่น่าคบ ดีแต่ลอบกัด (แต่ถึงสู้ซึ่งๆหน้าก็ยังเก่งอยู่ดี)

ใช้แส้เป็นอาวุธก็ผุดขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่ม

ซึ่งหน้าที่ผุดขึ้นมาก็คือหน้าปกติที่มีรอยยิ้มเสแสร้งของมันนั่นเอง (ที่จริงนึกถึงหมอนี่ก็นึกหน้าอื่นไม่ออกหรอก)

****************************************

“กานดาจะเป็นอะไรรึเปล่านะ?”เสียงเด็กสาวหัวยุ่งดังถามความปลอดภัยของเด็กหนุ่มหัวชมพู

น้ำเสียงของเธอแสดงความเป็นห่วงความปลอดภัยของหัวหน้าหน่วย1อย่างสุดซึ้ง

“ไม่รู้สินะ! อาจจะกำลังตามมาหรืออาจจะตายหองไปแล้วก็ได้

แล้วก็ใช่ว่าหมอนั่นจะเพิ่งทำแบบนี้ครั้งแรกซะเมื่อไหร่”

เด็กชายผมม่วงแกมน้ำเงินตอบคำถามของเด็กสาวผมฟ้า แต่คำตอบของเขากลับทำให้เด็กสาวทั้ง2คนสงสัย

“เอ๋~~ แต่ตอนที่กานดาอยู่กับพวกเราเขาไม่เคยทำแบบนี้เลยนะ!?”เด็กสาวหัวยุ่งถามเด็กชาย

เพราะเธอไม่เคยเห็นหัวหน้าหน่วยของเธอทำแบบนี้เลยซักครั้ง

“งั้นเมื่อตอนนั้นก็เป็นครั้งแรกสินะ!!”เด็กชายกล่าวออกมาเมื่อได้ยินคำถามของเด็กสาวผมฟ้า

“ตอนนั้น?”เด็กสาวทวนคำเด็กชาย

“ก็ตอนที่หนีออกมาจากหมู่บ้านคัลไซด์น่ะ.........”

แล้วไอ้เป็ดก็เล่าตอนที่หนีออกมาจากหมู่บ้านคัลไซด์ให้วิริยากับภัสสรฟัง

“โอ้โห!! กานดาเนี่ยนะจะเท่ได้ขนาดนั้น นายโม้ป่าวเนี่ย!?”กระต่ายน้อยหน้าตายเอ่ยถามเมื่อฟังไอ้เป็ดผีเล่าจบ

“โม้บ้านเตี่ยเธอดิ ถามวันเดอร์ดูก็ได้”ไอ้เป็ดท้ากระต่ายน้อย

“เอาไว้ก่อนละกัน ดูเหมือนคนที่เราพูดถึงจะมานู่นแล้ว”ทุกคนรีบหันไปข้างหลัง

แล้วก็พบเด็กหนุ่มหัวชมพูสวมเสื้อคลุมสีดำกำลังวิ่งตามพวกเธอมา

“เฮ้!!!!!!!!!!! รอชั้นด้วยเด้!!!!!!!!!!!!!!!”เด็กหนุ่มหัวชมพูตะโกนบอกให้เพื่อนๆที่อยู่ข้างหน้าหยุด

ในที่สุดเขาก็ตามทันแล้วมายืนหอบแฮ่กๆอยู่ตรงหน้าเพื่อนๆ

“แฮ่กๆๆ โทษทีที่มาช้า คือว่า......”แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะพูดจบหมัดของกระต่ายน้อย

ก็พุ่งเข้ามากระแทกหน้าแมลงสาบหัวชมพูอย่างแรงจนเด็กหนุ่มลงไปกองกับพื้น

“ทำอะไรของเธอวิริยา!!?”เด็กหนุ่มตะโกนถามเด็กสาวถึงสาเหตุที่ตนโดนต่อย

“ทำไมถึงไม่เชื่อใจพวกเรา ทำไมนายถึงไม่เชื่อใจชั้น”เด็กหนุ่มทำหน้างงกับสิ่งที่เด็กสาวพูด

“นี่เธอพูดเรื่องอะไรน่ะ?”

“นายให้พวกเราหนีออกมาแต่ตัวนายเองกลับอยู่สู้กับพวกGMคนเดียวใช่มั้ย!!?”

นี่เธอรู้ได้ยังไง เด็กหนุ่มอึ้งอย่างแรงว่าทุกคนรู้ได้ยังไง แล้วเขาก็นึกออก

แล้วส่งสายตาไปที่เพื่อน2คนที่หนีออกมาจากหมู่บ้านคัลไซด์ด้วยกัน

แล้วก็เห็นวันเดอร์ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แล้วชี้นิ้วไปที่ไอ้เป็ด

“เฮ้ย! ชั้นไม่รู้เรื่องนะ ชั้นก็แค่เดาอ่ะ แกทำจริงๆรึไง!?”เจ้าเป็ดรีบตอบเมื่อโดนสายตาคาดคั้นจากกานดา

แต่วิริยาก็แทรกขึ้นมาก่อน

“ไม่ต้องไปโทษคนอื่นเลย ทำไมนายถึงไม่ให้ชั้นร่วมต่อสู้กับนายเหมือนเมื่อก่อน

พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ

พวกเราต่อสู้ด้วยกันมาตลอด เป็นคู่หูกันไม่ใช่รึไง

แล้วทำไมคราวนี้นายถึงได้แบกรับภาระทุกอย่างไว้คนเดียว

ทำไมถึงไม่ให้พวกเราแบ่งเบาภาระของนายบ้าง!!?”

“คือ......ชั้น.....ชั้นขอโทษ”เด็กหนุ่มทำหน้าสำนึกแล้วกล่าวขอโทษเพื่อนๆ

“ช่างมันเถอะ แต่อย่าให้มีครั้งหน้าอีกละกัน เอาล่ะ! เราออกเดินทางกันต่อดีกว่า”

แล้วกองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1ก็ออกเดินทางกันต่อ เด็กหนุ่มหัวชมพูเดินทำหน้าเครียดอยู่ตลอดเวลา

เพราะตอนนี้ในหัวของเขามีแต่เรื่องของเด็กสาวผมม่วงที่เพิ่งจากกันเมื่อครู่นี้อยู่เต็มไปหมด

และในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึงดินแดนภูติ ดินแดนที่ไม่เคยถูกตีแตกทั้งที่มีกำลังรบเพียงน้อยนิด
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Wed Oct 14, 2009 3:04 am

ตอนที่14 ปะทะแฟรี่การ์เดี้ยน1

หลังจากการปะทะกับGMการ์ลิคและGMมินท์ กองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1ออกเดินทางไปตามทิศ

ตะวันออก (ใช่มั้ย?) มาเรื่อยๆ ขณะที่บางคนกำลังทำหน้าสบายใจที่หนีรอดเงื้อมมือมารมาได้

บางคนก็ทำหน้าเรียบเฉยไม่คิดอะไรแล้วเดินไปอย่างเดียว

แต่หัวหน้าหน่วยหัวชมพูกลับทำสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ตลอดเวลา

ในหัวของเด็กหนุ่มตอนนี้มีแต่เด็กสาวผมม่วงที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่นี้

เรื่องราวระหว่างเขาและเธอค่อยๆทยอยreplayขึ้นมาในหัวของเด็กหนุ่ม

ไม่ว่าจะเป็นตอนที่ได้พบกันครั้งแรกที่เกรทเซอเคิล การต่อสู้ด้วยกันครั้งแรกที่ทุ่งสมุนไพร

การตามล่าพวกแก๊งมิจฉาชีพจนต้องสู้กับวิศนะ ทั้งๆที่เคยสนิทกันตั้งขนาดนั้นแท้ๆ

ทำไมมาตอนนี้ถึงได้เป็นศัตรูกันไปได้ เด็กหนุ่มได้แต่คิด ว่าทำไมเขาและเธอที่เคยสนิทกัน

วางแผนการลงทุนด้วยกัน ต่อสู้ร่วมกัน ตอนนี้ถึงได้ยืนอยู่คนละข้าง

เขาเอาแต่คิดถึงเรื่องระหว่างเขาและเธอซ้ำไปซ้ำมา แล้วอยู่ๆเขาก็นึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนที่สู้กับการ์ลิค

ตอนที่เขากำลังจะตกลงไปในรอยแยกของแผ่นดินและเธอคนนั้นก็มาฉุดเขาขึ้นไป

แล้วเขากับเธอก็ได้มอบจุมพิตให้แก่กันแบบไม่ได้ตั้งใจ พอคิดถึงเรื่องนี้เด็กหนุ่มหัวชมพูก็หน้าแดงดังโป๊ะ!

แล้วไอ้ตัวไร้ประโยชน์มีดีแค่เลเวลเยอะก็เจือกเห็นเข้าพอดี

“เป็นอะไรรึป่าวกานดา? หน้านายแดงๆนะ ไม่สบายรึป่าว?”

“อ๊ะ! ปะ...เปล่า ชั้นไม่ได้เป็นอะไรซะหน่อย”กานดารีบแถกลบเกลื่อน

แต่ก็ดูเหมือนจะไม่ทันเมื่อคนอื่นๆหันมามองที่เขาเป็นตาเดียวกัน

“นั่นสิกานดา หน้าเธอแดงมากเลยนะ ถ้าไม่สบายชั้นว่าเธอlog outออกไปพักผ่อนก็ได้นะ

อาจจะเป็นหวัด2009ก็ได้”สาวน้อยหัวยุ่งถามอาการเด็กหนุ่มหัวชมพูด้วยความเป็นห่วง (หรือแช่งไม่แน่ใจ)

“เหอะ! คนบ้าเขาไม่เป็นหวัดกันหรอก ตรงกันข้าม เชื้อหวัดตะหากที่ต้องติดโรคจากมัน”

เจ้าเป็ดที่กำลังว่างจัดก็ไปกวนบาทาหัวหน้าหน่วยอีกแล้ว (วอนโดนไล่ออกนะเมิง)

“นันทกรก็อย่าไปกวนกานดาเขาสิ นี่กานดา.....”

แล้วเด็กสาวผมฟ้าก็เอามือข้างหนึ่งของเธอเสยผมด้านหน้าของเด็กหนุ่มขึ้น

และเลื่อนหน้าของเธอเข้าไปใกล้ๆหน้าของเด็กหนุ่มจนหน้าผากของทั้งคู่แตะกันพอดี

สร้างความต๊กกะใจให้เด็กหนุ่มและผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก (เต้ย อย่าฆ่าตูนะ)

“อืม....... ก็ไม่มีไข้นี่นา”

“ทะ....ทะ.....ทำอะไรของเธอน่ะภัสสร!!!!?”เด็กหนุ่มแหกปากลั่นแล้วถอยหลังไป1ก้าว

“ทำอะไร? ก็วัดไข้ไง”เด็กสาวตอบพร้อมทำหน้าอินโนเซ้นท์

“แค่เอามือแตะก็พอแล้ว!!!!”แต่ขณะที่กองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1กำลังเฮฮาปาร์ตี้กันอยู่นั้นเอง

ก็มีวัตถุระเบิดลอยมาทางพวกเขา วิริยาเห็นเข้าพอดีจึงร้องเตือนเพื่อนๆ

“ระวังข้างบน!!!!!!!!!!!”สิ้นเสียงของกระต่ายน้อยทุกคนก็เงยหน้าขึ้นไปดูข้างบน

ก็พบระเบิดน้อยหน่าจำนวนหนึ่งกำลังตกลงมาตรงจุดที่พวกเขาอยู่

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่ว บริเวณที่พวกกานดายืนอยู่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน

“แค่กๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!!?”เสียงหัวหน้าหน่วยดังถามใครก็ได้ที่ให้คำตอบได้

แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาจากทิศที่ระเบิดพวกนั้นลอยมา

“นี่!!! แรมโบ้คุง!!! ทำไมถึงขว้างระเบิดออกไปแบบนั้นล่ะ!!?”

“พูดอะไรอย่างนั้นน่ะฮารุ พวกนั้นมันกำลังจะบุกรุกพื้นที่ของพวกเรานะ!!!!”

“เอาน่าๆ แรมโบ้ นายก็ใจร้อนไปหน่อยนา”

“พวกนายเป็นใคร!!!!!?”หัวหน้าหน่วยหัวชมพูตะโกนถามคนกลุ่มนั้น

“พวกเราคือแฟรี่การ์เดี้ยน!!! พวกคุณกำลังบุกรุกอาณาเขตของวองโกเล่ เอ๊ย! ดินแดนภูติ

พวกเราขอสั่งให้พวกคุณรีบไสหัวออกไปซะ!!!!”

เด็กสาวผมดำรวบเป็นหางม้าที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าตะโกนไล่พวกกานดา

“คงจะไม่ได้ เพราะพวกเรามีธุระที่นี่”กระต่ายน้อยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“หนอย!!!! ยัยหน้าจืดนี่ เอาไงดีล่ะฮารุ!!!!”

เด็กชายอายุประมาณ5ขวบใส่ชุดลายวัวที่เป็นคนขว้างระเบิดมาเมื่อครู่นี้ขอคำสั่งจากหัวหน้าของตน

“งั้น!! แรมโบ้คุง อี้ผิงจัง จัดการผู้บุกรุกซะ!!!!”เด็กสาวตะโกนสั่งลูกน้องของตน

“จัดไป!!!!!!!!”แล้วเด็กชายชุดลายวัวกับเด็กหญิงชุดจีนก็พุ่งเข้าโจมตีพวกกานดา

ฝ่ายกองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1ก็เตรียมพร้อมรับการโจมตี

เด็กชายชุดลายวัวล้วงเอาระเบิดออกมาจากผมของเขาจำนวนหนึ่งแล้วขว้างใส่พวกกานดา

เจ้าเป็ดเห็นระเบิดลอยมาก็แปลงร่างเป็นเป็ดอ้วนสีฟ้าอมเขียว (มันสีนี้จริงๆนะ ไปดูที่ปกหลังเล่ม8ดิ)

แล้วงัดเอาบาซูก้าอาวุธประจำตัวออกมา3กระบอก

“ดักกี้ แอมโม่!!!!”แล้วบาซูก้าทั้ง3กระบอกก็ถูกยิงออกมาพร้อมกัน แล้วเข้าสกัดระเบิดที่ถูกโยนมาได้เกือบทุกลูก

แต่ก็มีลูกนึงรอดมาได้และลอยไปทางกานดา

“กานดา!!!! ระวังข้างบน!!!!!”ภัสสรตะโกนร้องเตือนกานดา แต่กานดาที่ตอนนี้ในหัวมีแต่เรื่องของมินท์

ทำให้ไม่ได้ยินเสียงเตือนของภัสสร กว่าที่เขาจะรู้ตัวถึงระเบิดที่ลอยมาก็สายไปซะแล้ว

ระเบิดได้ระเบิดใส่หน้าเด็กหนุ่มหัวชมพูอย่างแรงจนเด็กหนุ่มกระเด็นไปตามแรงระเบิด

ในตอนนั้นเด็กหญิงชุดจีนอีกคนก็เข้ามาข้างหลังเขา แล้วเตรียมโจมตีเด็กหนุ่มซ้ำอีกครั้ง

“หมัดเกี๊ยวซ่า!!!!”แต่ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะถูกโจมตี

เด็กสาวผมทองนัยน์ตาสีเขียวก็เข้ามารับการโจมตีแทนเด็กหนุ่ม

ทำให้เธอกระเด็นไปตามแรงโจมตีของเด็กชาวจีน

“วิริยา!!!! เธอเป็นอะไรรึเปล่า!!!!?”กานดาวิ่งเข้าไปหาวิริยาที่เข้ามารับการโจมตีแทนตัวเอง

“นายน่ะ...ถอยไปดีกว่า”

“เอ๋! หมายความว่าไงที่ว่าให้ถอยไปน่ะ!?”

“ให้คนที่ไม่มีกะจิตกะใจมาสู้ก็เป็นตัวถ่วงเปล่าๆ”

“มะ.....หมายความว่าไงที่ว่าไม่มีกะใจจะสู้น่ะ!?”กานดาถามวิริยา

“นายน่ะ..... ตั้งแต่เมื่อกี๊นี้แล้ว คงจะกำลังคิดถึงยัยGMคนใหม่นั่นอยู่ล่ะสิ ถึงได้ไม่รับรู้อะไรเลย

การโจมตีเมื่อกี๊นี้ถ้าเป็นนายตามปกติน่าจะหลบได้สบายโดยที่ไม่ต้องให้ใครเตือนแท้ๆ

แต่นี่ขนาดภัสสรตะโกนดังขนาดนั้นนายก็ยังหลบไม่ได้

ถ้าไม่ใช่ว่านายกำลังคิดเรื่องอื่นอยู่แล้วจะให้คิดว่าอะไร?”วิริยาพูดแทงใจดำกานดาไปเต็ม1 ดอก

“ตะ...... แต่........ ทำไมถึงคิดว่าชั้นกำลังคิดถึงมินท์อยู่ล่ะ?”

“นั่นไงล่ะ! นายรู้ชื่อยัยนั่น รู้ความสามารถของเธอ แล้วตอนที่สู้กับGMเมื่อกี๊ชั้นเห็นยัยนั่นเรียกชื่อนาย

และนายก็เรียกชื่อเธอเหมือนกัน ชั้นก็เลยคิดว่าพวกนายน่าจะรู้จักกันมาก่อน

และเมื่อดูจากปฏิกิริยาตอนที่พวกนายเจอกันดูเหมือนว่าจะไม่ได้พบกันมานานแล้วสินะ

ยิ่งมาเจอกันในฐานะศัตรูแบบนี้ยิ่งตกใจขึ้นไปอีก มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ชั้นจะคิดว่าตอนนี้นายคิดถึงเธออยู่”

ฉึกๆๆๆๆๆๆ กานดาโดนวิริยากระหน่ำแทงใจดำไปหลายดอกจนHPแทบเหลือ0

แต่ขณะที่กานดาและวิริยากำลังคุยกันอยู่นั้นเอง

สมาชิกกองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1คนอื่นๆก็กำลังตกที่นั่งลำบากกับการต่อสู่ครั้งนี้
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Wed Oct 14, 2009 3:05 am

ตอนที่15 ปะทะแฟรี่การ์เดี้ยน2

ขณะที่กานดากับวิริยาคุยกันจนลืมการต่อสู้ไปสนิท กองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1คนอื่นๆกำลังก็กำลังย่ำแย่

ภัสสรโดนหมัดเกี๊ยวซ่าของอี้ผิงเข้าไปจนไม่สามารถเล็งยิงได้เหมือนเคย ทำให้ยิงไม่เฉียดเป้าหมายเลยซักนิด

แล้วยังมีบ้างที่พลาดไปโดนเป็ดกับวันเดอร์ เจ้าเป็ดก็โดนไฟฟ้าของแรมโบ้ช็อตจนเกรียมเป็นเป็ดย่าง

(แต่ดูๆแล้วเหมือนเป็ดไหม้มากกว่า) วันเดอร์ก็โดนทั้งระเบิดและหมัดเกี๊ยวซ่ากระหน่ำจนเละ

“เฮ้~!!! ไอ้กานดา!!! ยัยหน้าจืด!!! มัวทำอะไรอยู่ฟะ มาช่วยกันหน่อยเด้!!!!”

ไอ้เป็ดโยนป้ายขอความช่วยเหลือไปที่วิริยากับกานดา

“ตายล่ะ ลืมสนิทเลยแฮะ เดี๋ยวชั้นไปช่วยพวกนั้นก่อนนะ!!”

วิริยาบอกกับกานดาแล้วก็หันกลับไปช่วยเพื่อนๆที่กำลังสู้อยู่

“เดี๋ยวก่อนวิริยา!! ชั้นไปด้วย!!!”

“ชั้นบอกแล้วไง นายในตอนนี้น่ะเป็นได้แค่ตัวถ่วงเท่านั้นล่ะ นั่งคิดถึงแฟนอยู่เฉยๆตรงนั้นน่ะดีแล้ว”

วิริยาห้ามกานดาไม่ให้เข้าร่วมต่อสู้แล้วไม่วายที่จะแซวก่อนออกไปสู้ต่อ

“มะ....... ไม่ใช่แฟนเฟ้ย!!!!!!!!!!!”กานดาตะโกนปฏิเสธ หน้าเด็กหนุ่มแดงยิ่งกว่าเมื่อครู่นี้นับ10เท่า

“เอ๊าะเหรอ~! ช่างเหอะ ชั้นไปละ นายก็อยู่เฉยๆไปละกัน”แล้ววิริยาก็กลับไปสู้ต่อจริงๆซะที

และทิ้งให้กานดานั่งทำหน้าซีเรียสคิดถึงมินท์อยู่คนเดียวต่อไป

วิริยาเมื่อกลับเข้าสู่การต่อสู้ก็ตรงเข้าไปให้ยาแก้สถานะผิดปกติกับภัสสร

เมื่อหายจากสภาวะอัมพาตภัสสรก็กระโดดขึ้นไปแล้วเล็งปืนมาทางอี้ผิง

“Full Option Radiant Shot!!!!!”เลเซอร์จำนวนมากถูกกระหน่ำยิงมาที่เด็กหญิงชุดจีน

ถึงแม้ว่านักฆ่าชาวจีนตัวน้อยใช้ความตัวเบากระโดดหลบการโจมตีของเด็กสาวหัวกระเซิงได้บ้าง

แต่ด้วยความแรงของสกิลของการ์เดี้ยนหัวกระเซิงก็ทำให้เธอได้รับความเสียหายอย่างมาก

อี้ผิง Total Damage 10596

หลังจากที่โดนเด็กสาวหัวกระเซิงโจมตีชุดใหญ่ เด็กหญิงชาวจีนก็เริ่มเครียด

แล้วปรากฏแต้มดอก9แต้มที่หน้าผาก เด็กสาวผมดำรวบหางม้ากับเด็กชายชุดลายวัวเห็นดังนั้นก็หน้าซีด

ฮารุรีบถอยออกมาห่างๆจากจุดเดิม ส่วนแรมโบ้ก็รีบผละออกจากไอ้เป็ดแล้วถอยตามฮารุไปทันที

“อะโด่เอ๊ย~! ไม่แน่จริงนี่หว่าไอ้วัวบ้า!!!!”ไอ้เป็ดที่ยังไม่รู้ชะตาตัวเองชูป้ายเกทับไอ้วัวบ้า

โดยหารู้ไม่ว่าเด็กหญิงชาวจีนได้มาเกาะขาเขาเอาไว้ พร้อมกับแต้มดอกที่ลดลงเหลือ4 (ลดเร็วไปมะ)

“หือ..... ยัยเปี๊ยกนี่อะไรของเขา มาเกาะแข้งเกาะขาคนอื่นอยู่ได้”

ไอ้เป็ดที่ยังไม่รู้ว่ามือยมทูตได้เอื้อมมาถึงคอตัวเองแล้วก็ยังคงไม่สนใจอะไร

ปล่อยให้อี้ผิงเกาะขาอยู่อย่างนั้น แล้วในที่สุดแต้มดอกก็เหลือเพียง1แต้ม

ตูม!!!!!! ระเบิดแต้มดอกเกิดระเบิดใส่เจ้าเป็ดในระยะประชิด เกิดรัศมีการระเบิดเป็นวงกว้าง

เจ้าเป็ดและอี้ผิงตายคาที่ วันเดอร์โดนระเบิดเข้านิดหน่อย ส่วนวิริยากับภัสสรหลบได้ทัน

แต่ถึงแม้ว่าจะเกิดการระเบิดเสียงดังสนั่นจนแทบจะได้ยินทั่วทั้งดินแดนภูติ

ก็ไม่ทำให้หัวหน้าหน่วยหัวชมพูเลิกคิดถึงGMสาวผมม่วงได้

ถึงรอบๆจะมีการต่อสู้ที่ดุเดือดเพียงใดเด็กหนุ่มก็ไม่สามารถหยุดคิดถึงเธอคนนั้นที่เขาเฝ้าคิดถึงมาตลอดได้

(มันช่างเป็นหัวหน้าที่ทำตามคำสั่งลูกน้องดีจริงๆ)

แต่ถึงแม้หัวหน้าจะอยู่ในสภาพที่ไม่สามารถต่อสู้ได้

สมาชิกกองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1ทุกคนก็ยังคงต่อสู้ต่อไป

กระต่ายน้อยวิ่งเข้าไปชุบชีวิตให้ไอ้เป็ด (จะชุบให้มันทำไมว้า~)

“เฮ้อ~! ฟื้นซะที ขอบใจนะยัยหน้าจืด”

“อ้อ!! นี่น่ะเหรอวิธีขอบคุณของนายน่ะ”

“อะไรเล่า!!! ก็ขอบคุณแล้วไม่พอใจอะไรอีกเล่า!!!?”

“หุบปากซะทีเหอะน่า มันมานู่นแล้ว”วิริยาบอกให้ไอ้เป็ดตั้งท่าเตรียมรับการโจมตี

เพราะว่าไอ้เด็กชุดลายวัวกำลังตรงเข้ามาโจมตีพวกเขา

“เดี๋ยวชั้นจะเข้าไป+กับมัน ฝากนายระวังหลังด้วยละกัน”วิริยาชี้แจงแผนกับเจ้าเป็ด

“ชั้นจะจัดการไอ้วัวบ้านั่นเองน่า เธอไม่ต้องยุ่งหรอก!!”

เฮ่อ~~! ถ้ากานดาไม่เป็นอย่างนั้นคงจัดการง่ายกว่านี้เยอะเลย

วิริยาเกิดอาการเซ็งจิตอย่างแรงที่ต้องมาจับคู่กับไอ้ตัวที่ไม่ให้ความร่วมมือกับพวกพ้องเอาซะเลยอย่างหมอนี่

“เออๆ ก็ได้ๆ จัดการเร็วๆก็แล้วกัน”แล้วเธอก็ยอมแพ้ความบ้าของไอ้เป็ดและปล่อยให้มันไปเดี่ยวกับแรมโบ้

ไอ้วัวบ้าโยนระเบิดมาอีกรอบ คราวนี้ไอ้เป็ดผีชูป้ายที่เขียนว่า “ไม่ได้แอ้มหรอกเฟ้ย!!!”ขึ้นมา

แล้วจัดการตีโฮมรันระเบิดทั้งหมดกลับไปหาไอ้คุณแรมโบ้ได้ทั้งหมด

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!! เนื้อวัวย่างพร้อมเสิร์ฟแล้วครับท่าน คุณแรมโบ้โดนระเบิดตายหองไปอีกหน่อ

“ฮาฮิ แรมโบ้คุง!!! อี้ผิงจัง!!! เป็นไปได้ไงเนี่ย!!!”เด็กสาวผู้เป็นหัวหน้าของเด็กทั้ง2คนตกใจอย่างแรง

ที่ลูกน้องของเธอพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย แต่ขณะที่เธอกำลังตกใจอยู่นั้นเอง

ปากกระบอกของเรเดี้ยนซิลเวอร์กันก็กำลังเล็งมาที่เธอ

ตูมๆๆๆๆๆๆๆ ภัสสรกระหน่ำยิงใส่หัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนไม่ยั้ง

แต่ด้วยค่าโชคที่มากมายมหาศาลของฮารุทำให้ภัสสรยิงเธอไม่โดนซักดอก

“คุณวันเดอร์แมน!! มาช่วยกันหน่อยสิคะ!!!”

ภัสสรร้องขอความช่วยเหลือจากคนที่ไม่น่าจะพึ่งได้มากที่สุดในกองกำลัง

วันเดอร์จึงงัดเอาไพ่ตายที่ไม่รู้ว่าใช้ยังไงออกมาแล้วยิงใส่ฮารุ

“ฮาฮิ จะทำอะไรน่ะคะ? เอาคืนไป!!”ฮารุเอากระจกสะท้อนเวทย์ออกมากันเคิร์สจากปืนของวันเดอร์

ทำให้เคิร์สไปโดนภัสสรแทน พอกลุ่มควันจากการโดนเคิร์สจางลง

ก็พบเด็กหนุ่มผมเรียบสีฟ้าใส่เสื้อที่ดูคล้ายๆเสื้อวินมอไซด์ตัวเดียว และถือดาบใหญ่สีทองยืนอยู่กลางกลุ่มควันนั่น

//Player ภัสสร Class ไฮแลนเดอร์ (สรุปว่าภัสสรโดนเคิร์สแล้วกลายเป็นอัษฎาใช่มั้ย)//

“ฮะ...... ฮาฮี้~~!”ฮารุหน้าแดงดังโป๊ะ!ไปอีกคนเมื่อเห็นนักดาบหนุ่มรูปงามมายืนอยู่ตรงหน้า

“เอะ เอ๋~! นะ....นี่มัน...... ช่างเหอะ โจมตีไปก่อนละกัน ย้าก!!!!!!!!!!!”

ภัสสรพุ่งเข้าไปหาฮารุแล้วยกดาบขึ้นเหนือหัวหมายจะโจมตี

แต่เพราะเป็นอาชีพที่ไม่ถนัดทำให้กะระยะพลาดและโจมตีพลาดไปหน่อยเดียว

ดาบฟันลงไปตรงพื้นข้างๆกับฮารุเพียงไม่กี่เซนต์ แต่ความแรงของการฟันนี้ก็ทำให้พื้นบริเวณนั้นถึงกับระเบิด

แต่ก็ไม่ทำให้ฮารุหายจากอาการเคลิ้มได้ (อาการคล้ายๆกานดา ต่างกันแค่อารมณ์)

“อะ เอ่อ คือว่า...... ช่วยยอมแพ้ซะทีได้มั้ยคะ เอ๊ย! ครับ”

ภัสสรขอร้องให้ฮารุยอมให้พวกเธอเข้าไปในดินแดนภูติ

แต่อยู่ๆเด็กสาวผมดำรวบหางม้าตรงหน้าก็เอื้อมแขนมาล็อกคอนักดาบหนุ่มแล้วดึงหน้าเขามาใกล้ๆ

“จะ......จะทำอะไรหรือคะ เอ๊ย! ครับ!!!!”

เด็กสาวในร่างนักดาบหนุ่มถามสาวน้อยจอมรั่วที่กำลังล็อกคอเขา เอ๊ย! เธออยู่

“ยอมค่ะ ตั้งแต่ที่ชั้นได้พบกับคุณ หัวใจของชั้นก็ยอมแพ้ให้กับคุณแล้วล่ะค่ะ

แล้วชั้นจะพาพวกคุณไปพบราชินีถึงที่ประทับเลยนะคะ”

“จะ...จริงเหรอครับ”ภัสสรร้องถามฮารุ

“ค่ะ ถ้าคุณยอมมอบจุมพิตของคุณให้ชั้น.......”แล้วฮารุก็จัดการขโมยจูบของภัสสรไปต่อหน้าต่อตาทุกคน

“กะ....กรี๊ดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby 035251306 on Mon Oct 19, 2009 3:16 pm

ยาวจนต้องค้างครับ
Image
N.U STATUS
Code Name : 035251306
Class : Necrouser (2st class)
Lv 89
HP:1915950/1915950
MP:29210/29210
EXP:874620/1496370
ESP:Mana Accelerate Recovery
Weapon:Dark Scyth(dark)
Atk:624
Matk:609
def:37(+35)
mdef:37(+35)
ASPD:104
CSPD:22
hit:33
flee:12
cri.rate:0.5%
no. of summon unit:193
stat
Str:66(+5)
Agi:1(+3)
Vit:1(+1)
Int:99(+99)
Dex:99(+51)
Luk:1(+1)
Rookie
User avatar
035251306
Rookie
Rookie
 
Posts: 441
Joined: Tue Sep 01, 2009 11:31 pm

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Tue Oct 20, 2009 5:09 am

ตอนที่16 บททดสอบของราชินี

เด็กสาวผมดำรวบหางม้าจอมรั่วหัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนขโมยจูบของเด็กสาวหัวกระเซิงในร่างนักดาบหนุ่ม

ไปต่อหน้าต่อตากองกำลังต่อต้านGMคนอื่นๆ เด็กสาวผมฟ้าตกใจสุดขีดหน้าแดงถึงใบหู

ที่จู่ๆก็โดนจู่โจมโดยไม่คาดฝันจากเพศเดียวกัน แต่ก็ไม่สามารถขัดขืนอะไรได้

เพราะไม่รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนไปเอาแรงมาจากไหนถึงสามารถเอาเธอได้อยู่หมัด

ทั้งๆที่เธอแรงเยอะที่สุดในกลุ่ม1แท้ๆ ภาพของสาวงาม2คน (แต่มี1คนอยู่ในร่างผู้ชาย)

กำลังจูบกันอย่างดูดดื่มโดยไม่อายสายตาชาวบ้านทำให้ผู้พบเห็นถึงกับตาค้าง

และเริ่มหน้าแดงตามสาวน้อยสุดซวยของกองกำลังต่อต้านGM

และในที่สุดเด็กสาวผมดำก็ถอนปากออกจากริมฝีปากของเด็กสาวผมฟ้า

แต่สาวน้อยหัวยุ่งก็ยังคงช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อครู่

ทำให้ตัวเธอถึงกับแข็งเป็นหินราวกับไปจ้องตาเมดูซ่ามา

“เอ่อ..... ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรเหรอคะ?”ฮารุที่ยังไม่รู้ตัวว่าได้จูบเพศเดียวกันไปแล้ว

ถามชื่อของคนที่เธอจูบไปเมื่อครู่นี้ แต่ชาย(?)ตรงหน้าเธอก็ยังคงไม่ได้สติ

เธอจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆเขาแล้วถามอีกครั้ง

“เอ่อ..... เป็นอะไรรึเปล่าคะ? แล้วคุณชื่ออะไรเหรอคะ?”เมื่อเด็กสาวรวบผมหางม้ายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ

เด็กสาวหัวกระเซิงก็ได้สติแล้วกรี๊ดออกมาดังลั่น

“กะ....... กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

เสียงร้องของแม่นางหัวกระเซิงถึงกับทำให้เด็กหนุ่มหัวชมพูตื่นจากภวังค์ แล้วรีบหันไปตามเสียงนั้น

“มะ.... มีอะไรเหรอภัส........”เด็กหนุ่มตาค้างไปอีกคนเมื่อพบว่าเด็กสาวหัวยุ่งที่เขารู้จัก

ได้เปลี่ยนไปเป็นคนอื่น(ที่หล่อกว่าเขา)

“........สร”เด็กหนุ่มต่อประโยคที่พูดค้างไว้เมื่อกี๊จนจบ

เด็กสาวเมื่อเห็นว่าชายที่เธอรักเห็นเธอในสภาพนี้ก็ยิ่งปล่อยโฮออกมาอีก

“แง๊~~~~~~ ฮือๆๆๆๆๆๆ กะ......กานดา มะ.....เมื่อกี๊เธอไม่เห็นอะไรใช่มั้ย!!!?”

เด็กสาวถามเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้สติเมื่อครู่นี้

“กะ.....ก็เห็นเธอกลายเป็นผู้ชาย”เด็กหนุ่มตอบในสิ่งที่เห็น

“มะ....ไม่ใช่ ชะ....ชั้นหมายถึง......ก่อนหน้านี้น่ะ”

“ปะ....เปล่านี่”แต่ขณะที่เด็กสาวกำลังคุยกับหัวหน้าของเธอ เด็กสาวผมดำก็ดึงคอเธอลงมา

“เอ๋~~~! ชื่อคุณภัสสรเหรอคร้า คุณภัสสรขา ได้โปรดรับความรักของชั้นไปด้วยนะคร้า~~”

แล้วเด็กสาวรวบหางม้าก็โน้มคอภัสสรลงมาเพื่อทำการจุมพิตอีกครั้ง

แต่เด็กสาวหัวยุ่งก็พยายามดันเธอออกไป

วิริยาเริ่มทนดูสถานการณ์ตรงหน้าไม่ได้อีกต่อไปจึงโยนยาละอองดาวให้ภัสสร

ปุ้ง!!!!!!!!!!!!! เกิดระเบิดไม่รุนแรงนักตรงจุดที่นักดาบหนุ่มผมเรียบยืนอยู่

พอกลุ่มควันจางลงก็ปรากฏภัสสรในร่างการ์เดี้ยนสาวหัวยุ่งตามเดิม

“ฮาฮิ คุณภัสสรหายไปไหนแล้วล่ะคะ?”หัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนมองไปรอบๆ

ไม่เจอนักดาบหนุ่มหัวเรียบก็ถามหา แล้วก็พบว่าเด็กสาวหัวกระเซิงมาอยู่แทนที่นักดาบหนุ่ม

ก็เข้าใจผิดคิดว่าเธอเอาเขาไปซ่อน (ก็คนเดียวกันล่ะหนูจ๋า==;)

“นี่หล่อน!!! เอาคุณภัสสรของชั้นไปไว้ที่ไหนย้า~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!”

เด็กสาวผมดำกระชากคอเสื้อและเขย่าตัวเด็กสาวผมฟ้า

จนกองกำลังต่อต้านGMคนอื่นๆต้องเข้าไปแยกทั้งคู่ออกจากกัน

*************************

หลังจากที่พ่ายให้กับกองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1

กลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนจึงพาพวกกานดาขึ้นไปบนหอคอยเพื่อพบกับราชินีภูติ

“สูงจังแฮะ!!”

“เราต้องขึ้นไปถึงยอดเลยเหรอคะ?”สาวน้อยสุดซวยที่ปรับอารมณ์ได้แล้วเอ่ยถามกลุ่มคนที่กำลังนำทางให้

“ไม่หรอก ราชินีทรงประทับอยู่ชั้นกลางๆเท่านั้นล่ะ”เด็กสาวชุดจีนตอบคำถามเด็กสาวหัวยุ่ง

“ดินแดนแถบนี่สมบูรณ์ดีนี่นา ไม่มีใครโจมตีเลยเหรอ?”กระต่ายน้อยเป็นฝ่ายถามบ้าง

“ฮาฮิ ที่นี่น่ะไม่มีใครมีปัญญาตีได้หรอกค่ะ!!”หัวหน้ากลุ่มที่โดนสลัดรักตอบกระต่ายน้อย

แปลกแฮะ!! ทั้งที่ไม่ได้วางกำลังป้องกันไว้มากมายทำไมที่นี่ถึงรอดพ้นจากสงครามนะ......

เด็กสาวผมทองคิดไปพลางที่เดินขึ้นหอคอยไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มาถึงห้องที่ประทับของราชินี

“เอ่อ.....คือว่า........ ระวังตัวด้วยนะคะ!!”เด็กสาวผมดำร้องเตือนพวกกานดา

“ระวัง!! ระวังอะไรเหรอ!!?”กระต่ายน้อยถามหัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยน

“คือ....... ผู้ที่จะเข้าพบราชินีจะต้องผ่านการทดสอบของพระองค์ก่อนน่ะค่ะ”

“แล้วเพิ่งมาบอกเนี่ยนะ”ไอ้เป็ดบ่นหลังจากที่ฮารุตอบคำถามวิริยาจนจบ

“นายหุบปากไปเหอะน่า แล้วมันเป็นการทดสอบแบบไหนล่ะ?”วิริยาถามหัวหน้ายามจอมรั่วของดินแดนภูติ

“ผู้ที่เข้าไปในห้องที่ประทับของราชินีจะต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่ตัวเองแพ้ทางที่สุด

และต้องเอาชนะให้ได้ถึงจะมีสิทธิ์เข้าเฝ้าองค์ราชินีค่ะ และก็แต่ละคนจะถูกแยกจากกันเหมือนอยู่คนละมิติ

จึงไม่สามารถช่วยเหลือกันได้ค่ะ”

“โด่เอ๊ย! นึกว่าจะยาก ชั้นไม่มีอะไรที่แพ้ทางอยู่แล้ว!!!!!”เจ้าเป็ดเกิดอาการอวดดีขึ้นมาทันที

“เหอะ ปากดีนักนะ ถ้าโดนดีขึ้นมาจะหัวเราะให้”กระต่ายหันไปแหวะเป็ดก่อนจะเดินเข้าไป

ในที่ประทับของราชินีภูติเป็นคนแรก ซึ่งก็สร้างความเจ็บแค้นให้ไอ้เป็ดได้ยิ่งกว่ากานดาซะด้วยซ้ำ

แต่ขณะที่เจ้าเป็ดกำลังส่งเสียงขู่แฮ่~~ๆอยู่นั้นกานดาก็จัดการถีบมันตามวิริยาเข้าไป

ก่อนที่คนอื่นๆจะเดินตามเข้าไปในห้อง

หลังจากที่เข้ามาในห้องสักพัก วิริยาก็เดินเข้าไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่พบอะไร

มีเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น เธอมองไปรอบๆตัวและก็พบใครคนหนึ่งยืนอยู่ที่ปลายทางด้านหนึ่ง

“นั่นใครน่ะ!!!?”เธอตะโกนถามคนที่ยืนอยู่แล้ววิ่งเข้าไปหา

และเธอก็พบว่าคนที่ยืนอยู่นี้คือเด็กสาวผมทองนัยน์ตาสีแดงที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี

“มะ...มัจฉา!! นี่เธอมาทำอะไรที่นี่!!?”เด็กสาวนัยน์ตาสีเขียวเอ่ยถามเด็กสาวนัยน์ตาสีแดง

แต่ก็ไม่มีคำตอบจากหัวหน้าใหญ่ของกองกำลังต่อต้านGM

“นี่มัจฉา เธอเป็นอะไรรึเปล่า?”แต่ก็อีกเช่นเคย ไม่มีเสียงตอบรับจากนางพญาปลาทอง

ทำให้คุณกระต่ายยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก แต่ว่าอยู่ๆมัจฉาก็ผลักวิริยาจนล้มลงไปกองกับพื้น

“จะทำอะไรน่ะมัจฉา!!!?”วิริยาตะโกนถามมัจฉา แต่ว่าตอนนี้สตรีหมายเลข1ของกองกำลังต่อต้านGM

ได้นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ และที่สำคัญคือ.... กำลังนั่งอยู่บนตัวเธอ กระต่ายน้อยอายจนหน้าแดงถึงใบหู

ดูแล้วน่ารักซะจริงๆ แล้วนางพญาปลาก็เอื้อมมือมาข้างหน้าแล้วเอาปลายนิ้วเรียวยาวของเธอ

ไปสัมผัสที่ปลายคางของกระต่ายน้อย และออกแรงยกหน้าของกระต่ายน้อยขึ้นเล็กน้อย

“นะ..... นี่เธอจะทำอะไรน่ะมัจฉา?”กระต่ายเอ่ยถามปลาทองแล้วมองลึกเข้าไปในดวงตางของเธอ

แต่ในสายตาของอดีตKay Masterลำดับ3กลับมีแต่ความหื่นกระหาย

จนกระต่ายตาสีเขียวถึงกับตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว

แต่เด็กสาวผมทองอีกคนก็ไม่ได้สนใจอาการของเธอแม้แต่น้อย

เธอเลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ๆกับหน้าของคุณกระต่ายที่กำลังตัวสั่นดูน่ารักน่าเอ็นดู

แล้วก็จัดการประทับริมฝีปากของเธอทั้งคู่เข้าด้วยกัน

“อื้อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”เด็กสาวนัยน์ตาสีเขียวครางออกมาด้วยน้ำเสียงแห่งความสุข(?)

ก่อนที่จะเอนตัวลงไปตามแรงของเด็กสาวอีกคนจนลงไปนอนกับพื้น

“ที่นี่มันที่ไหนกันเนี่ย?”เด็กชายผมสีม่วงแกมน้ำเงินกล่าวไปพลางเดินไปพลาง

ทิวทัศน์โดยรอบมีต้นกล้วยขึ้นอยู่เต็มไปหมด

“นี่ใช่ห้องที่เข้ามาเมื่อกี๊จริงๆเหรอเนี่ย? ทำไมถึงมีต้นกล้วยเยอะขนาดนี้ล่ะเนี่ย ดูอย่างกับป่ากล้วย....”

เจ้าเป็ดหุบปากทันทีที่นึกถึงเรื่องสยองขวัญขึ้นมาได้

“ปะ...ปะ....ปะ....ป่ากล้วย!!!?”เจ้าเป็ดหน้าซีดในบัดดล บรรยากาศโดยรอบเริ่มหนาวยะเยือก

หลังจากนั้นก็มีความรู้สึกเหมือนมีอะไรวูบผ่านไปข้างหลัง เป็ดน้อยนันทกรหันไปมองข้างหลัง

แล้วก็พบกับบ้านร้างโทรมๆหลังหนึ่ง ภายในบ้านร้างหลังนั้นมีเงาอะไรบางอย่างที่ดูคล้ายมนุษย์

แต่ก็ดูวูบวาบเหมือนกับกลุ่มควัน และมีเชือกผูกอยู่ตรงส่วนที่คล้ายๆคอ

“กะ.....แกว๊กกกกกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!!!”

ภายในห้องที่ดูเหมือนจะเป็นโพรงถ้ำขนาดใหญ่และมีน้ำนองอยู่เบื้องล่าง

สุดยอดผู้เล่นด้อยคุณค่าWonder manกำลังนอนชักแหง่กๆๆๆๆน้ำลายฟูมปาก

และตรงหน้าของเขามีมอนสเตอร์ขนาดใหญ่ยิ่งกว่าร่างจริงของGM
กำลังแสยะยิ้มที่ดูชั่วร้ายคล้ายๆGMคนหนึ่ง

“เอ...... ที่นี่มันยังไงกันเนี่ย!!? เดินมาตั้งนานแล้วไม่เห็นมีอะไรเลย”สาวน้อยสุดซวยนามภัสสร

กล่าวกับตัวเองเมื่อเดินเข้ามาในห้องตั้งนานแต่กลับไม่พบอะไรเลย แล้วอยู่ๆเธอก็เดินไปชนกับอะไรบางอย่าง

พลั่ก!!!!

“ขะ......ขอโทษค่ะ”เด็กสาวกล่าวขอโทษคนที่เธอเดินชนแล้วเงยหน้าขึ้นมามองหน้าคนๆนั้น

และก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้าเธอคือเด็กสาวผมดำรวบหางม้าที่เพิ่งแยกกันเมื่อครู่นี้

“เอ่อ.....คุณฮารุ คุณตามพวกเราเข้ามาทำไมเหรอคะ?”ภัสสรถามเสียงสั่น

“คุณภัสสร.......”ผู้ที่ถูกถามเรียกชื่อผู่ที่ถามคำถาม แล้วหน้าเธอก็แดงขึ้นเรื่อยๆ

ตรงข้ามกับเด็กสาวอีกคนที่หน้าซีดลงเรื่อยๆ

“กรุณารับความรักของชั้นไปด้วยนะค้า~~~~~”

“ว้ายยยยยยยยยย!!!!!!!!!!! อย่าเข้ามาน้า~~~~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!!!”

แล้วสาวน้อยน่ารักทั้ง2ก็เล่นวิ่งไล่จับกันดูน่าสนุกยิ่งนัก

“ที่นี่มันยังไงกันฟะเนี่ย เดินมาตั้งนานแล้วไม่เห็นจะมีอะไรเลย”เด็กหนุ่มหัวชมพู

ก็อปคำพูดของแม่นางหัวกระเซิงมาพูด รอบๆตัวดูว่างเปล่าไปหมด

แล้วเขาก็พบใครบางคนกำลังยืนอยู่ที่ปลายทางด้านหนึ่งและมองมาทางเขา

“ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ!!!!!?”เด็กหนุ่มตะโกนถามผู้ที่อยู่ห่างออกไปแล้ววิ่งเข้าไปหา

เมื่อวิ่งมาถึงตัวแล้วเขาก็ต้องตกใจเมื่อผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาขณะนี้คือว่าที่อดีตGM

(ตรงข้ามกับมันเลยเนอะ มันอดีตว่าที่GM) สาวน้อยน่ารักผมสีม่วงรวบหางม้าที่น่าจะกลับยานNexusไปแล้ว

“มะ.....มินท์!!!!!!”
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby thanonza3 on Tue Oct 20, 2009 9:04 pm

มอนสเตอร์ที่วันเดอร์ แมนเจอคือตัวไรหว่า

ตัวที่เฝ้าทางออกของหมู่บ้านคัลไซต์หรอ

-.- อยากอ่านตอนกานดาเจอมินท์ จัง

ลงไวๆนะคับ
Image
User avatar
thanonza3
Player
Player
 
Posts: 10
Joined: Tue Oct 13, 2009 6:29 pm

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Tue Nov 03, 2009 10:33 pm

ขออภัยที่มาช้านะคับ

เพื่อไม่ให้เสียเวลาความสนุก(รึป่าว)

เชิญอ่านตอนที่17-19ต่อเลยละกันนะคับ^^

******************************

ตอนที่17 บททดสอบของราชินี2

“อื้อ......อือ.......อืม.......อึก........อื้ม........!!!”เสียงกระต่ายน้อยครางอย่างมีความสุขที่ถูกปลาทองตัวพอๆกัน

คร่อมและประกบปากอย่างเร่าร้อน น้องปลาทองสอดลิ้นเข้าไปในปากของน้องกระต่าย

กระต่ายน้อยก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับและสอดลิ้นเข้าไปในปากของปลาทองบ้าอำนาจบ้าง

มือของเธอเอื้อมขึ้นไปกอดคอของเด็กสาวนัยน์ตาสีแดงแล้วกดหน้าของอีกฝ่ายลงมาอีก

เด็กสาวผมทองทั้ง2คนละเลงบทรักกันอย่างเร่าร้อน เสียงการจูบกันของสัตว์น้ำและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำนม

(ปลากับกระต่าย) ดังจ๊วบๆไปทั่วบริเวณนั้น (เสียดายไม่มีคนดู) รอบๆปากของวิริยาที่ตกเป็นเบี้ยล่างมัจฉา

เต็มไปด้วยคราบน้ำลายของทั้งคู่ ลิ้นทั้ง2ตวัดพันกันไปมาอยู่ภายในปากของทั้งคู่

เวลาล่วงเลยไปนานประมาณ10นาทีที่ทั้งคู่แสดงความรักต่อกันด้วยการจูบกันอย่างดูดดื่ม

จนในที่สุดมัจฉาก็ถอนปากออก ตอนที่ถอนปากออกจากันน้ำลายจำนวนหนึ่งที่ติดอยู่กับริมฝีปากของทั้งคู่

ก็ยืดยาวออกด้วย มัจฉาแลบลิ้นออกมาแล้วเลียรอบริมฝีปากของตัวเองเพื่อเช็ดคราบน้ำลาย

ที่อยู่รอบๆริมฝีปากจนหมด สีหน้าและแววตาของนางปลาทองบ้าอำนาจแสดงให้เห็นว่า

เธอพึงพอใจในรสชาติของกระต่ายตัวนี้ยิ่งนัก

“มะ.....มัจฉา ชั้นว่าเราพอกันแค่นี้ดีกว่านะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันจะไม่ดี”

คุณกระต่ายพยายามห้ามหัวหน้าใหญ่ของกองกำลังต่อต้านGM เสียงของเธอสั่นไปด้วยความกลัว

หน้าเธอแดงเป็นลูกตำลึงเพราะความเขินอาย ดวงตาของเธอมีน้ำตาซึมออกมาเล็กน้อย

แต่ปฏิกิริยาของกระต่ายน้อยกลับทำให้นางพญาปลายิ่งรู้สึกรักเธอมากขึ้นและคึกหนักกว่าเดิม

“ไม่ได้หรอกวิริยา เธอน่ะยังติดหนี้ชั้นอยู่อีกเยอะเลยนะ ถือโอกาสนี้ใช้คืนทั้งต้นทั้งดอกเลยละกัน”

แล้วปลาทองน้อยก็ซบหน้าตัวเองลงที่ซอกคอของกระต่ายน้อย

แล้วทำการจูบที่ซอกคอของเด็กสาวนัยน์ตาสีเขียวและดูดซอกคอของวิริยาเป็นรอย และยังสลับทำทั้ง2ข้าง

“อ๊า~~~~ อา~~~~ ไม่เอาน่ามัจฉา ชั้นเสียวจนจะเสร็จอยู่แล้วนะ (เฮ้ย! มันจะติดเรทมั้ยเนี่ย)”

“หึ งั้นก็ให้มันเสร็จๆไปเลยซี่ แต่ว่านะวิริยา หน้าเธอตอนนี้โมเอะได้ใจดีจริงๆ

สงสัยต้องคิดดอกเบี้ยแพงหน่อยซะแล้ว”ว่าจบมัจฉาก็จัดการประกบปากกับวิริยาอีกครั้ง

ครั้งนี้ดูจะรุนแรงยิ่งกว่าครั้งที่แล้ว เสียงกระต่ายน้อยผู้น่าสงสาร (หรือน่าอิจฉาไม่แน่ใจ)

ครางออกมาเป็นระยะๆ ลิ้นของน้องปลาทองชอนไชเข้าไปในปากของคุณกระต่ายจนถึงลำคอ

ครีบของปลาทองล้างเข้าไปใต้กระโปรงของกระต่าย แล้วล้วงต่อเข้าไปในกางเกงใน

ก่อนที่จะจัดการตกเบ็ดให้กระต่ายน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่ได้ขอเลยซักนิด

“โอ๊ย!! ชั้นเจ็บนะมัจฉา”แม้ว่าคุณกระต่ายจะร้องเสียงดังแค่ไหนก็ไม่อาจจะห้ามไม่ให้ปลาทอง

หยุดการตกเบ็ดกระต่ายได้ วิริยาไม่รู้แล้วว่าอารมณ์ของเธอในตอนนี้เรียกว่าความกลัวหรือความสุข

เธอรู้แค่ว่าเธอต้องการให้เด็กสาวที่กำลังจูบเธออยู่นี้ทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ และตลอดไป

*************************************************

“แฮ่กๆๆๆๆ”เสียงเด็กชายคนหนึ่งกำลังวิ่งหนีอะไรบางอย่างอยู่ภายในป่ากล้วยที่กว้างใหญ่

และไม่รู้ว่ามันจะกว้างไปถึงไหน และในที่สุดเด็กชายก็เริ่มหมดแรงและหยุดวิ่ง

เขายืนพิงต้นกล้วยต้นหนึ่งแล้วยืนหอบอยู่ที่ใต้ต้นกล้วยต้นนั้น

“แฮ่ก....แฮ่ก..... น่าจะหนีพวกมันพ้นแล้วนะ”เด็กชายพูดกับตัวเอง แต่ว่าอยู่ๆก็มีมือเรียวยาวคล้ายมือของผู้หญิง

เอื้อมมาคว้าไหล่ของเด็กชายผู้โชคร้าย เด็กชายเมื่อรู้สึกได้ว่ามีมือปริศนากำลังจับไหล่ของเขาอยู่

ก็ขนลุกซู่ขึ้นมาทันทีแล้วหันกลับไปมองข้างหลัง แล้วเขาก็พบหญิงสาวคนหนึ่งหน้าตาสะสวยไว้ผมยาวสีดำขลับ

ดูคุ้นๆตายังไงก็ไม่รู้ เหมือนเคยเห็นในหนังสยองขวัญ เด็กชายตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

เขาพยายามเปล่งเสียงถามสตรีนางนั้นด้วยปากสั่นๆของเขา

“อะ.......อะ.........เอ่อ..........มะ............ไม่ทราบว่า..............คุณเป็นใครเหรอครับ?”แล้วเขาก็ทำสำเร็จ

แต่ก็ไม่มีเสียงตอบจากสาวงามคนนั้น มีแต่เสียงเหมือนมีอะไรตกลงกับพื้น

ตุบ!!

เจ้าเป็ดหับไปดูตามเสียงนั้น แล้วก็พบศีรษะของหญิงสาวคนนั้นกำลังกลิ้งอยู่กับพื้น

ไอ้เป็ดหน้าซีดยิ่งกว่าไก่ต้ม ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าแล้วเงยหน้ากลับขึ้นไปมองหน้าหญิงสาวคนเดิม

ก็พบว่าร่างกายของเธอคนนั้นเหลือเพียงแต่ส่วนคอลงไป เป็ดน้อยนันทกรหน้าซีดยิ่งกว่าเดิมนับ10เท่า

เหงื่อแตกพลั่กๆทุกรูขุมขน แล้วก็มีเสียงๆหนึ่งดังออกมาจากศีรษะที่กลิ้งอยู่ข้างล่าง

“ออกไปซ้า~~~~~~~”เสียงผู้หญิงคนนั้นลากยาวพอๆกับเสียง “พี่มากขา~~~~”ของแม่นาคพระโขนง

เจ้าเป็ดเข่าอ่อนลงไปกองกับพื้นแล้วหันหลังให้เธอคนนั้น แล้วรีบโกยแนบในบัดดล

“จะ......จะรีบไสหัวออกไปเดี๋ยวนี้ล่ะจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

แล้วไอ้เป็ดก็ออกวิ่งอีกครั้งด้วยความเร็วเสียง เขาวิ่งไปเรื่อยๆจนออกมาที่ป่าช้า

“หนีเสือปะจระเข้ชัดๆเลย”เป็ดน้อยผู้น่าสงสารหน้าซีดแล้วซีดอีกจนหน้าขาวไปหมด

ผมสีม่วงเริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว แล้วหลุมศพทุกหลุมก็มีมือโผล่ออกมาจากหลุม

ก่อนที่เจ้าของมือเหล่านั้นจะดันตัวเองขึ้นมาจากหลุมแล้วเดินเข้าไปหาไอ้เป็ดผู้เคราะห์ร้าย

เจ้าเป็ดหันหลังกลับเพื่อที่จะหนี แต่ว่าหญิงสาวนางเดิมก็เดินตามเขาออกมา

พร้อมกับพาเพื่อนๆมาด้วยอีกนับสิบตน เป็ดน้อยเข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้นอีกครั้ง

ตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความหวาดกลัว ตรงหว่างขาของเด็กชายผู้น่าสงสารมีน้ำอุ่นๆไหลออกมา

“เฮ้ย!!!!!!!!!!!! นี่ตูเล่นN.U.หรือBiohazardอยู่กันแน่ฟะเนี่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”

*********************************************

ภายในโพรงถ้ำกว้างใหญ่ที่มีน้ำนองอยู่ มอนสเตอร์ขนาดยักษ์รูปร่างดูไม่แน่นอน

และมีสิ่งที่ดูคล้ายกับมนุษย์ติดอยู่ตรงบริเวณใบหน้าก็กำลังระดมยิงลำแสงใส่ผู้เล่นด้อยคุณค่าอย่างเมามัน

**********************************************

“แง้~~~~~!!!!!!!!!! เมื่อไหร่จะเลิกตามตื้อชั้นซะทีค้า~~~~~~!!!!!!!!!!!!”

สาวน้อยสุดซวยอีกคนกำลังวิ่งหนีสาวน้อยน่ารักผมดำที่กำลังไล่ตามเธอมาอย่างกระชั้นชิด

“ชั้นก็จะตามคุณไปจนกว่าคุณจะยอมรับความรักของชั้นนั่นล่ะค่า~~~~~!!!!!!!!!!”

เด็กสาวผมดำตะโกนตอบคำถามของเด็กสาวผมฟ้า

“ตะ.......แต่ว่าชั้นเป็นผู้หญิงนะ!!!!!!!!!!!!”

“ใครว่าล่ะคะ คุณเป็นผู้ชายตะหาก เป็นนักดาบที่เท่กว่ายามาโมโตะคุงซะอีกนะค้า~~~~!!!!!!”

ฮารุยังคงยืนยันคำตอบเดิม แม่นางหัวกระเซิงเห็นว่าเจรจาไปก็เท่านั้นจึงเตรียมโจมตีเพื่อหยุดเด็กสาวผมดำ

“พูดไม่ฟังกันเลยนะคะ เจอนี่ซะคงจะหายบ้าได้นะคะ Float Shot!!!!!!”

................. เงียบ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการระเบิดใดๆทั้งสิ้น ระเบิดที่ควรจะระเบิดกลับไม่ระเบิดขึ้น

ทำให้สาวน้อยหัวกระเซิงหน้าเริ่มซีดแล้วนึกอะไรขึ้นได้

“แง้~~~~ ลืมซะสนิทเลย Float ShotโดนยัยGMนั่นซื้อไปแล้วนี่!!!!!!!!!!!!”

ขณะที่เด็กสาวหัวยุ่งกำลังแหกปากด่าสาวน้อยGMผู้น่ารักอยู่นั้นเอง

สาวน้อยน่ารักอีกนางหนึ่งก็เข้ามาข้างหลังเธอแล้วจัดการปิดปากเธอซะ

“อื้ม!!!!!!!!!!!!!!!”แม่นางหัวกระเซิงพยายามขัดขืนแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ผล

ไม่รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนถึงจับเธอได้อยู่หมัด

“ถ้าอยากให้ชั้นปล่อยคุณก็ต้องทำตามคำสั่งของชั้นทุกอย่างนะค้า~~~ เข้าจั๊ย!!!!!!!!!”

เด็กสาวผมดำพูดข้างๆหูภัสสรแล้วเป่าลมเข้าไปในหูภัสสร

ทำให้เด็กสาวผมฟ้าถึงกับเข่าอ่อนหมดเรี่ยวแรงในทันที

ฮารุจึงได้โอกาสพลิกตัวภัสสรให้หันหน้ามาหาเธอแล้วก็จัดการเผด็จศึกในทันที

“อื้อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”สาวน้อยสุดซวยครางออกมาเมื่อถูกจู่โจมแบบสายฟ้าแลบ

ลิ้นของสาวน้อยจอมรั่วของวองโกเล่แฟมิลี่เริ่มชอนไชเข้าไปในปากของแม่นางหัวกระเซิง

เทคนิคการใช้ลิ้นที่แพรวพราวของฮารุทำให้ภัสสรเริ่มปล่อยตัวไปตามอารมณ์

แล้ว2สาวก็เอนตัวลงนอนกับพื้นโดยที่ร่างของเด็กสาวผมดำอยู่เหนือร่างของเด็กสาวผมฟ้า

มือของ2สาวเริ่มอยู่ไม่สุขแล้วเอื้อมมือไปปลดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย

หลังจากที่ฮารุจัดการปลดเสื้อภัสสรเสร็จแล้วก็เผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนของการ์เดี้ยนสาว

“โอ้โห! มันใหญ่เกินไปหน่อยมั้ยคะ เดี๋ยวชั้นจะช่วยดูดน้ำนมออกให้ละกันเผื่อว่ามันจะเล็กลงบ้าง”

ว่าแล้วฮารุก็จัดการดูดที่หัวนมภัสสรอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะค่อยๆทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

ลิ้นของเธอโลมเลียไปทั่วบริเวณที่ริมฝีปากของเธอปิดเอาไว้

ฝ่ายสาวน้อยสุดซวยก็เริ่มมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นแล้วครางออกมา

“อา....อา......อ๊า~~~~!!!!!!”

*********************************************

“มะ...มินท์! เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!? เธอน่าจะกลับไปที่ยานNexusแล้วนี่ แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

เด็กหนุ่มยิงคำถามใส่เด็กสาวไม่ยั้งจนเธอตอบไม่ทัน

“ถามทีละคำถามสิกานดา เธอถามรัวแบบนี้ชั้นตอบไม่ทันนะ”เด็กสาวยื่นนิ้วชี้ขวาไปแตะที่ริมฝีปากเด็กหนุ่ม

เป็นเชิงห้ามแล้วส่งตาหวานให้ ทำเอาเด็กหนุ่มหัวชมพูแทบใจละลาย

“งะ...... งั้น....... เธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”

“คือว่า..... ชั้นแอบตามเธอมาน่ะ”เด็กสาวตอบตาเธอพยายามหลบสายตาเด็กหนุ่มโดยเหลือบสายตาลงข้างล่าง

และก้มหน้าเล็กน้อย ท่าทางของเธอดูเขินอายดูน่ารักซะจริงๆ

“ตามชั้น? ตามชั้นมาทำไมอ่ะ?”ไอ้หมอนี่ก็เอ๋อซะจริงๆเลย

“ก็ชั้นอยากอยู่กับกานดา ชั้นอยากอยู่กับเธอตลอดเวลาเหมือนกับเมื่อก่อน”

“ชั้นว่าอย่าดีกว่านะ”

“ทำไมล่ะ? หรือว่าเธอเกลียดชั้นแล้ว”ดวงตาของเด็กสาวเริ่มมีน้ำไหลออกมา

“มะ...... ไม่ใช่นะมินท์!!! ชั้นไม่ได้เกลียดเธอนะ คือว่า......

กะ...... ก็......... เธอก็เล่นงานเพื่อนๆชั้นไว้หนักใช่ย่อยเลยนี่ ไม่กลัวว่าจะโดนแก้แค้นรึไง

ดูเหมือนภัสสรกับวิริยาจะแค้นเธอไม่ใช่น้อยเลยนะ”

“ชั้นไม่กลัวหรอก ขอแค่มีกานดาอยู่ข้างๆชั้น ชั้นก็ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น”

คำพูดของเด็กสาวทำให้เด็กหนุ่มถึงกับหน้าแดง แววตาของเธอเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเต็มเปี่ยม

ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยได้รับสายตาคาดหวังขนาดนี้มาก่อน ทำให้เขาไม่กล้าที่จะปฏิเสธคำขอร้องของเธอได้

“กะ....... ก็ได้ ถ้ามัจฉาไม่ว่าอะไรก็คงไม่เป็นไรหรอก”

“ไม่ใช่ ชั้นไม่ได้หมายความว่าชั้นจะเข้ากองกำลังต่อต้านGM

แต่ชั้นหมายความว่าชั้นอยากจะอยู่ข้างๆกายเธอ ตลอดไป......”

แล้วร่างบางของเด็กสาวก็เข้าสวมกอดร่างสูงของเด็กหนุ่ม ทำเอาเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง!

และยิ่งต้องตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อเธอคนนั้นเอ่ยคำที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเธอ

“ชั้นรักเธอ”คำพูดธรรมดาทั่วๆไปที่ใครๆก็พูดได้ แต่เมื่อคำๆนี้ออกมาจากปากของเธอคนนี้

มันกลับทำให้เขาแทบใจละลายเหมือนกับน้ำแข็งที่หล่นลงในกองไฟ

เด็กสาวพูดคำๆนี้ออกมาแล้วมองลึกลงไปในดวงตาของเด็กหนุ่มราวกับจะมองทุกสิ่งในใจเขา

เด็กหนุ่มมองหน้าเด็กสาวตรงหน้าแล้วก็ยิ่งน่าแดง

นะ....น่ารัก มองมุมไหนก็น่ารักแฮะ เด็กน่ารักขนาดนี้มาสารภาพรักกับเรา...... งั้นเหรอ

นี่เรากำลังฝันอยู่รึไง มินท์เนี่ยนะชอบเรา ไม่น่าเป็นไปได้น่า ก็เรา.... ไม่ได้มีอะไรที่จะทำให้มีคนมาชอบเลยนี่

และยิ่งคนที่มาบอกว่าชอบเราคือมินท์ด้วยแล้วยิ่งไม่น่าเป็นไปได้

เด็กหนุ่มพยายามคิดถึงเหตุผลที่เด็กสาวตรงหน้าบอกรักเขาและความเป็นไปได้ที่ทำให้เธอมาชอบเขา

แต่ก็ไม่รู้อะไรเลย ทำไมเธอถึงชอบเขา และทำไมต้องมาสารภาพรักที่นี่ ในสถานการณ์แบบนี้

แต่ขณะที่เขากำลังพยายามหาเหตุผลมารองรับเหตุการณ์นี้

เด็กสาวก็ขโมยริมฝีปากของเด็กหนุ่มไปแบบไม่ทันตั้งตัว

เด็กหนุ่มนัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจที่จู่ๆก็โดนสาวน้อยคนเดิมที่ได้First Kissของเขา

ชิงSecond Kissไปอีกรอบ พอตั้งสติได้เด็กหนุ่มหัวชมพูก็ผลักร่างบางของเด็กสาวผมม่วงออกไป

“ทะ....ทำอะไรของเธอน่ะมินท์!!!!!?”กานดาตะโกนถามเด็กสาว

“ทำอะไร? ก็ทำแบบที่คนรักกันเขาทำกันไง”

“หา!!!!!!!! ตะ.....แต่ว่าเธอเป็นผู้หญิงนะ ถะ....ถ้าทำแบบนั้นเธอจะเป็นฝ่ายเสียหายนะ

ฉะ...ชั้นว่ามันไม่เหมาะหรอกมั้ง”กานดาพยายามปฏิเสธ

หน้าของเขาแดงยิ่งกว่าไฟธาตุวายุและร้อนผ่าวจนควันออกหัว

“ไม่เป็นไร ถ้าเป็นกานดาล่ะก็ชั้นไม่ว่าอะไรหรอก”เด็กสาวว่าแล้วเอื้อมมือข้างหนึ่งไปคว้าแขนของเด็กหนุ่ม

มาจับที่หน้าออกข้างซ้ายของตนเอง วีรบุรุษแห่งกองกำลังต่อต้านGMที่ไม่เคยหวั่นเกรงศัตรูหน้าไหนๆ

แม้ว่าจะเป็นร่างจริงของGMหรือเจ้านั่นก็ตาม แต่ตอนนี้กลับกำลังจะพ่ายให้กับGMสาวเพียงคนเดียว

ที่ไม่ได้ใช้R.A.M.ซะด้วยซ้ำ ร่างกายของหัวหน้าหน่วยที่1ของกองกำลังต่อต้านGMอ่อนระทวยไปหมด

แทบไม่มีแม้แต่แรงจะประคองตัวให้ยืนอยู่ซะด้วยซ้ำ

“ฟังเสียงหัวใจชั้นดูสิ มันเต้นแรงมากเลยใช่มั้ย?”เด็กสาวเอ่ยถามเด็กหนุ่มด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

แต่ตอนนี้สติของเด็กหนุ่มกระเจิดกระเจิงหลุดลอยออกจากร่าง ลอยสูงขึ้นจนสูงกว่ายอดหอคอย

และลอยออกไปเรื่อยๆจนออกจากชั้นบรรยากาศของดาวเรทิคิวลัม

เด็กสาวดันตัวเข้าไปจนชิดกับเด็กหนุ่ม ใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของคนที่อยู่ตรงหน้า

“เรามาจัดการให้มันเสร็จๆไปซะทีดีกว่าเนอะ”

“อะ....อืม.....”แล้วในที่สุดเจ้าแมลงสาบก็ตัดสินใจที่จะกินสะระแหน่ชิ้นนี้ (ตูอยากกินอ่ะ ตูขอกินเองได้ม้าย~)

ทั้งคู่เลื่อนหน้าของตัวเองเข้ามาชิดกันมากขึ้น และจูบกันอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการจูบที่รุนแรงยิ่งกว่าจูบเมื่อครู่นี้

2พระนางสอดลิ้นเข้าไปในปากของอีกฝ่าย ลิ้นทั้ง2ตวัดพันกันไปมาอยู่ภายในปากของทั้งคู่

ขอบปากของทั้ง2คนเต็มไปด้วยคราบน้ำลาย เด็กหนุ่มออกแรงดันตัวไปข้างหน้าจนเขาและเธอลงไปนอนกับพื้น

โดยที่เขาคร่อมอยู่บนร่างของเธอ ตอนนี้มือของทั้งคู่เริ่มที่จะอยู่ไม่สุขและไปปลดเสื้อผ้าของอีกฝ่าย

โดยที่ปากก็ยังจูบกันต่อไป มินท์ก็เอื้อมมือไปปลดกระดุมเสื้อกานดา

ส่วนกานดาก็สอดมือเข้าไปในเสื้อมินท์แล้วเลิกเสื้อขึ้นมา

เผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไปของเด็กสาว

เด็กหนุ่มเมื่อเห็นหน้าอกหญิงสาวแบบที่ไม่มีอาภรห่อหุ้มก็ตาลุกวาวทันควัน

เขารีบถอนปากออกทันทีแล้วเลื่อนปากลงมาดูดที่หัวนมของเด็กสาวอย่างแผ่วเบาราวกับว่ากลัวมันจะบุบสลาย

เด็กสาวก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบรับลีลาของเด็กหนุ่มโดยเริ่มส่งเสียงครางออกมาเป็นระยะๆ

“อา...... อา....... อ๊า~”เสียงผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่มGMครางออกมาเป็นระยะๆ

เสียงของเธอฟังแล้วดูมีความสุขกับสิ่งที่กำลังทำอยู่เป็นอย่างมาก ฝ่ายฮีโร่ของกองกำลังต่อต้านGM

ก็กำลังโลมเลียหน้าอกเด็กสาวอย่างมันปากและลืมสนิทเลยล่ะมั้งว่าสิ่งที่เขาเห็นอยู่นี้เป็นเพียงภาพลวงตา

เป็นเพียงการทดสอบจากราชินิผู้ที่ปกครองหอคอยแห่งนี้ใช้ทดสอบพวกเขาเท่านั้น

และถ้าหากเขายังไม่สามารถเอาชนะความรู้สึกของตัวเองได้พวกเขาก็จะแพ้และไม่อาจทำภารกิจให้ลุล่วงได้

แต่ขณะที่เขากำลังปล่อยตัวไปตามการยั่วยวนจากภาพลวงตานั้นเอง ไม่ทราบว่าเขาหูฝาดไปหรือไง

แต่เขาได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจน มันเป็นเสียงของนางฟ้าคนเดิมที่เคยมอบชัยชนะให้เขาในการต่อสู้กับเจ้านั่น

“กานดา”

เสียงๆนั้นกำลังเรียกชื่อเขาที่ข้างๆหูของเขาด้วยน้ำเสียงที่สดใสร่าเริงเหมือนทุกที

เมื่อได้ยินเสียงๆนั้นเด็กหนุ่มก็ได้สติแล้วหยุดกิจกาม เอ๊ย! กิจกรรมที่กำลังทำอยู่ทันที

ก่อนที่จะค่อยๆเงยหน้าขึ้น การเปลี่ยนท่าทางของกานดาทำให้ไอเทมบางอย่างร่วงลงมาจากเสื้อของเขา

ตกลงกับพื้นดังแป๊ก! กานดาหันไปมองตามเสียงนั้นแล้วพบว่า สิ่งที่ร่วงออกมาจากเสื้อของเขาคือ

Skill Itemระดับ6ดาวที่ผู้หญิงตรงหน้าเขาเป็นคนให้เขาเองกับมือ

เมื่อได้เห็นไอเทมชิ้นนั้นกานดาก็ยิ่งได้สติมากขึ้นแล้วผละออกจากเด็กสาวตรงหน้า

“กานดาหยุดทำไมล่ะ ชั้นกำลังเสียวได้ที่เลย มามะ! มาต่อกันดีกว่า”เด็กสาวเอื้อมมือมากอดคอเด็กหนุ่ม

แล้วพูดจาเชิญชวนให้เขามาทำสิ่งที่ทำค้างไว้ให้เสร็จ แต่เด็กหนุ่มที่ได้สติแล้ว

ก็ไม่หลงไปกับการยั่วยวนของเด็กสาวอีกเป็นครั้งที่2แล้วปัดมือเธอออกไป

“ไม่!!”เด็กหนุ่มหัวชมพูบอกปฏิเสธอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“เป็นอะไรของเธอน่ะกานดา ทำตามที่ความรู้สึกของเธอต้องการดีกว่าน่า

การโกหกตัวเองน่ะมันไม่ดีหรอกนะรู้มั้ย!?”เด็กสาวยังคงพยายามยั่วยวนเด็กหนุ่มต่อไป

แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย

“บอกว่าไม่ก็คือไม่สิ!! พูดไม่รู้เรื่องรึไง!!!”หัวหน้าหน่วยที่1กองกำลังต่อต้านGMยังคงยืนยันคำเดิม

และกระแทกเสียงใส่หน้าGMสาวอย่างแรงจนเธอถึงกับหน้าเสีย

“ทะ.... ทำไมเธอถึงพูดแบบนี้ล่ะกานดา!!? ที่ชั้นทำแบบนี้ก็เพราะชั้นรักเธอนะ!!”

“เพราะเธอไม่ใช่มินท์!!”เด็กหนุ่มหัวชมพูตอบคำถามเด็กสาวผมม่วงอย่างชัดถ้อยชัดคำ

“มะ....ไม่นะกานดา!! ชั้นนี่ล่ะมินท์!! มินท์คนที่เธอรักไง!!! และชั้นก็รักเธอด้วยนะกานดา!!!

ดูหน้าชั้นให้ชัดๆสิว่าชั้นใช่มินท์ตัวจริงรึเปล่า!!!?”เด็กสาวพยายามพิสูจน์ตัวเอง

เธอเอื้อมมือไปจับใบหน้าของเด็กหนุ่มให้อยู่กับที่แล้วเลื่อนหน้าตัวเองเข้าไปใกล้ๆ

เพื่อให้เขาดูหน้าเธอให้ชัดๆ แต่ว่า......

“ถึงแม้ว่าเธอจะดูเหมือนมินท์มากแค่ไหนแต่เธอก็ไม่ใช่มินท์!!

มินท์ตัวจริงน่ะไม่ร่านแบบนี้หรอก Release Item!!!”

แล้วก็มีบางอย่างคล้ายๆกับหน้าต่างโผล่ขึ้นมารอบๆตัวกานดา

“Battle Windows”เด็กหนุ่มต่อประโยคที่พูดค้างไว้จนจบ

เด็กสาวรู้สึกถึงแรงกดดันจากไอเทมที่เด็กหนุ่มเรียกใช้ก็ถึงกับถอยไปด้านหลัง

สีหน้าของเธอบ่งบอกถึงความหวาดกลัวของเธอได้อย่างชัดเจน

“ใครที่มันบังอาจมาล้อเลียนคนที่ชั้นรัก ไม่ว่ามันจะใหญ่มาจากไหนชั้นก็ไม่มีวันให้อภัย!!”

เด็กหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและจริงจัง

แทบไม่น่าเชื่อว่ามันเป็นพวกสติไม่สมประกอบของกองกำลังต่อต้านGM

ที่ได้แต่กวนอวัยวะเบื้องล่างคนอื่นๆในกองกำลังไปวันๆ

แววตาของเขาแสดงให้เห็นถึงความโกรธที่พุ่งขึ้นถึงขีดสุด

เขาเอื้อมมือออกไปหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาวเพื่อเตรียมโจมตี

“Explosion!!!”

ตูม!!!!!!!!!!!!!! กานดายิงExplosionใส่หน้ามินท์ตัวปลอมในระยะเผาขน

แรงระเบิดทำให้ภาพลวงตาที่เป็นการทดสอบของทุกคนหายวับไปในพริบตา

ทั้ง5คนโผล่ออกมาภายในห้องที่กว้างขวางพอดู ทั้ง4คนนอกจากกานดานอนหมดสภาพอยู่กับพื้น

เบื้องหน้าของพวกเขามีเด็กสาวผมสั้นสีส้มนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ดูคล้ายๆบัลลังก์ของราชาหรือราชินี

กำลังรอคอยพวกเขาอยู่
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Tue Nov 03, 2009 10:34 pm

ตอนที่18 ตัดสินใจ

ณ ทวีปๆหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจักรวรรดิฟ้า เป็นที่ตั้งของสวนดอกไม้แห่งหนึ่ง

ซึ่งมีไม้ดอกหลากสีสันหลายสายพันธุ์บานสะพรั่งเต็มไปหมด

สายลมที่แสนจะอ่อนโยนพัดโบกดอกไม้เหล่านั้นให้ปลิวไปตามแรงของมัน

กลีบดอกไม้จำนวนหนึ่งหลุดออกจากต้นของมันแล้วปลิวไปตามแรงลมนั้น

แสงแดดอบอุ่นส่องเข้ามาในสวนแห่งนี้ เป็นทิวทัศน์ที่สวยงามดูแล้วขัดกับสถานการณ์ปัจจุบันของดาวดวงนี้

ที่มีสงครามอุบัติขึ้นแทบทุกหย่อมหญ้ายิ่งนัก และยิ่งไม่น่าเชื่อว่า สวนดอกไม้แห่งนี้ตั้งอยู่ในยานNexus

ยานอวกาศของเหล่าGame Masterที่กระหายการฆ่าฟันเหล่านั้น

สวนแห่งนี้ตั้งอยู่ในห้องที่มีเพดานเป็นกระจกห้องหนึ่งของยานNexus

GMเลม่อนได้สร้างห้องๆนี้ไว้เป็นสถานที่พักผ่อนของเหล่าGM แต่ก็ไม่ค่อยได้มีใครมาใช้ห้องนี้ซักเท่าไหร่

เพราะการพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดของพวกGMก็คือการได้ไล่ฆ่าPlayerเล่นแก้เบื่อนั่นเอง

จะมีก็แต่GMน้องใหม่ที่เพิ่งเข้าเป็นGMหลังสงครามวินเชสเตอร์ที่ไม่ค่อยชอบการต่อสู้คนนั้นเท่านั้น

ที่มักจะเข้าๆออกๆห้องนี้อยู่บ่อยๆ และในตอนนี้เธอคนนั้นก็กำลังนั่งอยู่ที่ม้านั่งตัวหนึ่งในสวนแห่งนี้

ภาพของสาวน้อยน่ารักที่อยู่ภายในสวนดอกไม้ที่สายงามดูราวกับนางฟ้าบนสวรรค์ก็มิปาน

หากแต่ว่าสีหน้าของเธอช่างดูหม่นหมองยิ่งนัก GMสาวนั่งเหม่อเหมือนกับลืมเอาจิตวิญญาณมาจากบ้าน

ผีเสื้อตัวน้อยร่อนลงมาเกาะอยู่บนหลังมือของเด็กสาว

แต่ว่าเธอก็ไม่ได้ให้ความสนใจและปล่อยให้มันเกาะอยู่อย่างนั้น

ณ เวลานี้ภายในใจของเธอมีเพียงเรื่องของเด็กหนุ่มหัวชมพูที่เป็นผู้ที่สามารถฆ่าเพื่อนร่วมงานของเธอ

ได้แม้ว่าเพื่อนของเธอจะใช้R.A.M.ก็ตาม

ทำไมเธอถึงคิดถึงเขาน่ะเหรอ ก็เพราะว่าเธอกับเขาเคยรู้จักกันมาก่อน

เคยวางแผนการลงทุนด้วยกัน เคยต่อสู้ร่วมกัน เพราะว่าเขาเป็นเพื่อนของเธอ

แต่ความรู้สึกที่เธอมีให้เขานั้นมันมากเกินกว่าคำว่าเพื่อน

และเขากับเธอคงกลับมามีความสัมพันธ์เหมือนกับเมื่อก่อนไม่ได้อีกแล้ว

เพราะตอนนี้พวกเขากลับกลายเป็นศัตรูกันโดยไม่รู้ตัว เธอเป็นGMส่วนเขาเป็นกองกำลังต่อต้านGM

ถ้าพบกันอีกครั้งพวกเขาอาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงการต่อสู้กันได้แม้ว่าเขาจะบอกว่าไม่อยากสู้กับเธอเช่นกันก็ตาม

แต่ขณะที่เธอกำลังครุ่นคิดถึงเด็กหนุ่มหัวชมพูอยู่นั้นเองก็มีบุคคลปริศนาเดินเข้ามาข้างหลังเธอ

เมื่อเดินเข้ามาใกล้เด็กสาวแล้วบุคคลปริศนาก็วางมือของตนลงบนบ่าของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา

เด็กสาวเมื่อรับรู้ถึงสัมผัสของฝ่ามือบนบ่าตัวเองก็สะดุ้งเฮือก!จนผีเสื้อที่เกาะอยู่บนหลังมือตกใจแล้วบินหนีไป

ก่อนที่เธอจะหันไปมองข้างหลัง แล้วเธอก็พบชายวัยกลางคนหนวดเคราไม่ยอมโกนที่ผมหงอกก่อนวัยอันควร

ดูขี้โรคนิดๆกำลังมองเธอด้วยสายตาที่ดูเป็นมิตร

“คุณโฮลี่ออเดอร์!!”เด็กสาวเอ่ยชื่อผู้มาใหม่ที่ดูเหมือนจะตายมิตายแหล่ (ตายๆไปซะก็ดี)

“อืม....”ผู้มาใหม่ขานรับ

“มีอะไรรึเปล่าคะ!?”เด็กสาวเอ่ยถามเจ้านายของตน

“เปล่านี่ เธอนั่นล่ะมีอะไรรึเปล่า? ดูเธอไม่ค่อยร่าเริงเลยนะ”เจ้านายผู้แสนจะใจดี(?)

เอ่ยถามลูกน้องสาวด้วยความห่วงใย ดูไม่เหมือนหัวหน้าGMผู้แสนป่าเถื่อนโหดร้ายแม้แต่น้อย

“ปะ... เปล่านี่คะ”สาวน้อยผมม่วงตอบ

“งั้นเหรอ ขอชั้นนั่งด้วยคนได้มั้ย?”ชายวัยกลางคนขออนุญาตเด็กสาวรุ่นลูก (ถ้ามี) ที่นั่งอยู่ก่อน

“เชิญค่ะ”แล้วเด็กสาวก็เขยิบให้หัวหน้าของเธอนั่ง ชายวัยกลางคนย่อตัวลงนั่งตรงที่ๆเด็กสาวเขยิบให้

“เรื่องการ์ลิค ขอโทษนะคะที่ชั้นช่วยเขาไม่ได้”เด็กสาวกล่าวขอโทษหัวหน้าของเธอ

ที่เธอปล่อยให้กระเทียมตาเดียวตายโดยที่ไม่ช่วยอะไรเลย (ไม่ช่วยเพื่อนแล้วยังไปช่วยศัตรูอีกต่างหาก)

“ช่างมันเถอะ”หัวหน้าขี้โรคตอบอย่างไม่ใส่ใจอะไร

“คุณโฮลี่ออเดอร์คะ! คือว่า..... กองกำลังต่อต้านGMที่เป็นคนฆ่าการ์ลิคเป็นเพื่อนชั้น

ไม่ทราบว่าคุณรู้เรื่องนี้อยู่แล้วรึเปล่าคะ?”สาวน้อยผมม่วงถามหัวหน้าของเธออย่างตรงไปตรงมา

“อืม.... แต่ชั้นเห็นว่ามันไม่ค่อยสำคัญนักก็เลยไม่ได้บอกเธอ”

“แล้ว..... การ์ลิคบอกว่ากานดามีพี่เป็นGM ไม่ทราบว่าใครเหรอคะพี่ของกานดาน่ะ?”

เด็กสาวได้คืบจะเอาศอกถามอีกคำถาม

“พี่ของหมอนั่นคือGMชิลลี่ คนที่เธอสู้ด้วยที่เกรทเซอเคิล และตอนนี้เธอแทนที่เขาอยู่”

ชายวัยกลางคนตอบ ซึ่งคำตอบที่ได้นี้ทำให้เด็กสาวตกใจพอสมควร

คนที่อยู่ในร่างกานดาตอนนั้นเป็นGM!! แล้วก็เป็นพี่ชายกานดาเหรอ!!?

ขณะที่สาวน้อยผมม่วงกำลังนึกถึงชายหนุ่มผมแดงหน้าโหดที่ทำให้เธอต้องผลาญงบประมาณไปมากมายอยู่นั้น

หัวหน้าผมขาวก็แทรกเสริมขึ้นมาอีกนิด

“พวกเราเริ่มจับตามองเธอหลังจากการต่อสู้คราวนั้น แล้วก็มีคนเสนอชื่อเธอมาให้ชั้น”

“ระ.... เหรอคะ”เด็กสาวขานรับ ก่อนที่ชายผมขาวจะเริ่มเป็นฝ่ายถามบ้าง

“ว่าแต่..... จากนี้ไปเธอจะเอายังไง?”

“เอ๊ะ!!”เด็กสาวร้องด้วยความสงสัยในคำถามของหัวหน้าของเธอ

“ก็ถ้าเธอยังเป็นGMอยู่ก็ต้องสู้กับกองกำลังต่อต้านGM และอาจต้องสู้กับกานดาด้วย เธอสู้กับเพื่อนได้มั้ยล่ะ?”

ชายวัยกลางคนขยายความคำถามที่ถามไปเมื่อครู่นี้

“ไม่ได้ค่ะ”เด็กสาวตอบ สีหน้าและแววตาของเธอฉายแววเศร้ามองและกังวลอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้างั้น.... เธอจะตัดสินใจยังไง?”ชายผมขาวถามคำถามเดิมอีกครั้ง เด็กสาวได้แต่เงียบไม่พูดอะไร

ความเงียบเริ่มเข้าปกคลุมบรรยากาศโดยรอบ ไม่มีเสียงอะไรดังออกมาเป็นเวลากว่า5นาที

ก่อนที่ชายวัยกลางคนจะทำลายความเงียบนั้นลง

“ถ้าเธอคิดจะไป ชั้นก็ไม่รั้งเธอไว้หรอก”คำพูดของชายผมขาวทำให้เด็กสาวตกใจเล็กน้อย

“ก็แบบว่า.... รั้งตัวคนที่ไม่คิดจะอยู่เอาไว้ก็มีแต่เกะกะเปล่าๆ”ชายวัยกลางคนเสริมขึ้นมาอีกหน่อย

“ถ้าอย่างนั้น..... ชั้นขอลาออกค่ะ!!”เด็กสาวตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

ซึ่งชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้าก็ยิ้มให้กับการตัดสินใจของเธอ

“งั้นเหรอ ถ้าเธอตัดสินใจอย่างนั้นชั้นก็จะไม่รั้งเธอเอาไว้”ชายวัยกลางคนกล่าวแล้วเอื้อมมือข้างหนึ่ง

ไปลูบหัวเด็กสาวอย่างเอ็นดู

“แต่ว่า!!”ชายผมขาวเอ่ยขึ้นมาอีกทำให้เด็กสาวตกใจเล็กน้อยและเงยหน้าขึ้นมองหน้าหัวหน้าของตน

“ก่อนที่เธอจะลาออกชั้นมีภารกิจสุดท้ายให้เธอทำ ภารกิจนี้มีเธอคนเดียวที่ทำได้

และหลังจากที่เธอทำภารกิจนี้เสร็จไม่ว่ามันจะสำเร็จหรือล้มเหลว

เธอจะหมดสภาพการเป็นGMทันที ตกลงมั้ย?”ชายขี้โรคมอบหมายภารกิจสุดท้ายให้เด็กสาว

ขณะที่ทั้งคู่กำลังคุยกันอยู่นั้น GMหนุ่มหน้าตี๋คนหนึ่งก็เดินเข้ามาในยานNexusในสภาพที่มีเลือดท่วมตัว

แต่ว่าเลือดที่ติดอยู่ตามตัวเขาไม่มีเลือดของเขาอยู่เลย มีเพียงเลือดของคู่ต่อสู้ที่สู้กับเขาเท่านั้น

เมื่อชายวัยกลางคนเห็นชายหน้าตี๋คนนั้นจึงเรียกเข้ามาพบ

“พัมพ์กิ้น เข้ามาที่สวนหน่อยสิ มีเรื่องจะคุยด้วย”และหลังจากนั้นไม่นานประตูก็เปิดออก

แล้วชายคนนั้นก็เดินผ่านประตูเข้ามา

“มีอะไรเหรอโฮลี่ออเดอร์!?”ชายตาจิ้งจอกถามหัวหน้าของตน

“ชั้นจะให้นายไปทำภารกิจกับมินท์น่ะ”หัวหน้าผู้แสนดี(?)บอกจุดประสงค์ที่เรียกตัวเขาเข้ามา

“ภารกิจ!? ภารกิจอะไร?”ชายหน้าตาไม่น่าคบทวนคำชายผมขาวแล้วถามเนื้อหาของภารกิจ

“ชั้นจะให้นายกับมินท์ไปซุ่มโจมตีฐานของพวกกองกำลังต่อต้านGM”

สิ้นเสียงของชายวัยกลางคนเด็กสาวก็หันขวับไปมองหน้าชายเจ้าของเสียงทันที

“มะ.... เมื่อกี๊นี้คุณว่าอะไรนะคะ!?”เด็กสาวถามชายขี้โรคย้ำในสิ่งที่เธอๆได้ยินอีกที

“ชั้นบอกว่าจะให้เธอกับพัมพ์กิ้นไปซุ่มโจมตีฐานของกองกำลังต่อต้านGM”

“ตะ.... แต่ว่า.......”เด็กสาวกำลังจะปฏิเสธ แต่ชายหัวหงอกก็แทรกขึ้นมา

“การที่พวกกานดาไปสู้กับการ์ลิคได้ก็หมายความว่าตอนนี้พวกนั้นไม่ได้อยู่ที่ฐาน

ถ้าหมอนั่นไม่อยู่เธอน่าจะสู้ได้”โฮลี่ออเดอร์ชี้แจงสาเหตุที่เลือกเธอทำภารกิจนี้

“แหม~ เพิ่งกลับมาก็มีภารกิจให้ทำอีกแล้วเหรอครับเนี่ย

แต่ว่าผมเพิ่งทำภารกิจกลับมาขอตัวไปพักผ่อนและอาบน้ำล้างเลือดที่ติดอยู่ตามตัวออกก่อนนะครับ”

ชายตาจิ้งจอกบอกหัวหน้าของตนแล้วขอตัวไปทำธุระส่วนตัว

“เชิญ เร็วๆหน่อยละกัน”หัวหน้าผมขาวอนุญาต แล้วชายคนนั้นก็เดินออกไปจากสวน

เมื่อชายไม่น่าคบเดินออกไปแล้วเด็กสาวจึงเอ่ยถามหัวหน้าของตนบ้าง

“แต่ว่าคุณโฮลี่ออเดอร์คะ ภารกิจนี้ใครทำก็ได้ไม่ใช่เหรอคะ ทำไมถึงต้องให้ชั้นทำล่ะ?”

“การซุ่มโจมตีน่ะพัมพ์กิ้นคนเดียวก็พอแล้ว แต่ที่เธอต้องทำน่ะคือการซื้อจัสติสเรย์”

ชายวัยกลางคนบอกภารกิจที่แท้จริงที่จะให้เด็กสาวทำ

“ซื้อจัสติสเรย์!?”เด็กสาวทวนคำชายผมขาว

“ใช่ ถ้าไม่มีจัสติสเรย์เราก็ตัดกำลังพวกมันไปได้เยอะ”ชายวัยกลางคนกล่าว

แล้วชายไม่น่าคบก็เดินกลับเข้ามาพอดี (รู้สึกแกจะอาบน้ำเร็วจังนะ)

“เอาล่ะครับคุณมินท์ เราจะไปกันได้รึยัง?”ชายหนุ่มถามเด็กสาว ท่าทางเขาคงอยากจะละเลงเลือดจนเต็มแก่แล้ว

“ตกลงค่ะคุณโฮลี่ออเดอร์ ชั้นจะทำภารกิจนี้”เด็กสาวตอบตกลง

“งั้นก็ฝากพวกเธอด้วยนะ”หัวหน้าของเหล่าGMฝากฝังลูกน้องทั้ง2คน

แล้วทั้งคู่ก็หันหลังให้เขาและออกไปทำภารกิจด้วยกัน

*****************************

ในที่สุดGMทั้งคู่ก็เดินทางมาถึงยานวินเชสเตอร์ซึ่งเป็นที่กบดานของกองกำลังต่อต้านGM

ทั้ง2คนมองลงมายังยานวินเชสเตอร์จากหน้าผาใกล้ๆกัน

“ได้เวลาบุกแล้วนะครับคุณมินท์”GMหัวเขียวบอกกับGMผมม่วง

“ขอเข้าเป็นพวกมั้ยล่ะครับ?”

“เอ๋~?”เด็กสาวร้องด้วยความสงสัยในคำพูดของชายหนุ่ม

“พวกเรามีเพื่อนในกองกำลังนั้นเหมือนกัน ถ้าเราช่วยกันเจรจาพวกเขาน่าจะเข้าใจนะครับ”

ชายหนุ่มพยายามพูดจาหว่านล้อมเด็กสาว ว่าแต่.... อัษฎารับแกเป็นเพื่อนด้วยเหรอ!?

“ถ้าทำแบบนั้นก็เท่ากับทรยศต่อความไว้ใจของคุณโฮลี่ออเดอร์ ชั้นทำแบบนั้นไม่ได้

ถึงจะไม่อยากทำแต่ก็ต้องทำ”เด็กสาวตอบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด

น่าเสียดายแฮะ ถ้าเธอตอบตกลงล่ะก็..... เหอะๆ ชายหนุ่มมองไปที่เด็กสาวด้วยสายตาที่มีจิตสังหารอยู่เต็มเปี่ยม

แต่อยู่ๆสาวน้อยผมม่วงก็หันกลับมาอย่างกะทันหัน

“ข้างหลัง!!!!!!”
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Tue Nov 03, 2009 10:36 pm

แล้วก็มาถึงตอนที่19

ตอนนี้ก็จะทันกับที่บอร์ดใหม่แล้วนะคับ

เอาเปนว่า ไปดูกันเลยดีกว่า

*******************************

ตอนที่19 เจรจา

กลุ่มควันจากการระเบิดของExplosionกระจายฟุ้งไปทั่วห้องที่ดูเหมือนท้องพระโรงของดินแดนภูติ

กองกำลังต่อต้านGMทุกคนยกเว้นกานดานอนหมดสภาพอยู่กับพื้น

วิริยานอนตัวสั่นไปด้วยความกลัว แต่สีหน้าของเธอกลับแสดงออกมาว่าเธอกำลังมีความสุขอย่างยิ่ง

กางเกงในของเธอถูกดึงลงมาจนถึงเข่าและเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ (?) อะไรก็......... ไปคิดเอาเองละกัน

เป็ดน้อยนันทกรผู้น่าสงสาร (หรือน่าสมน้ำหน้าดี) กลัวจนเข่าอ่อนทรุดลงนั่งกับพื้น

ผมที่เคยเป็นสีม่วงของเขาบัดนี้กลับซีดจนกลายเป็นสีขาว ตรงหว่างขาของเขามีน้ำสีเหลืองๆอุ่นๆไหลออกมา

สุดยอดผู้เล่นด้อยคุณค่าที่ปกติมักจะชอบป่วนชาวบ้านเป็นประจำ แต่ตอนนี้คงไม่สามารถทำแบบนั้นได้อีกแล้ว

เพราะว่าตอนนี้เขาได้รับผลกรรมที่เขาได้ก่อไว้โดยการโดนเจ้านั่นกระหน่ำยิงลำแสงใส่แบบไม่ยั้ง

จนเขาอยู่ในสภาพที่ไหม้เกรียมไปทั้งตัวจนถึงกับต้องเตือนบรรดาBoss Monstersทั้งหลายแหล่ว่าห้ามกิน

เพราะอาจจะทำให้เป็นมะเร็งได้ และแม่นางสุดซวยหัวกระเซิงก็นอนหมดสภาพคล้ายๆกับวิริยา

อยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มหัวชมพู เสื้อของเธอถูกดึงขึ้นไปจนเผยให้เห็นหน้าอกขาวเนียนขนาดใหญ่กำลังพอดีของเธอ

ซึ่งบัดนี้มีแต่คราบน้ำลายเต็มไปหมด ส่วนเด็กหนุ่มหัวชมพูหัวหน้าของกลุ่มคนที่นอนหมดสภาพอยู่นั้น

ขณะนี้กำลังยืนยื่นมือข้างหนึ่งไปข้างหน้าค้างจากการโจมตีเมื่อครู่นี้

รอบๆตัวเขามีสิ่งที่คล้ายๆกับหน้าต่างล้อมอยู่เต็มไปหมด และที่เบื้องหน้าของพวกเขามีเด็กสาวคนหนึ่ง

กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ดูเหมือนบัลลังก์แล้วมองมาที่พวกเขา เด็กสาวคนนั้นนั่งไขว่ห้างแบบราชินี

มือทั้ง2ข้างวางอยู่บนที่วางแขน ผมสีส้มตั้งชี้โด่ชี้เด่จนดูเหมือนซูเปอร์ไซย่า ใบหน้าของเธอมีสี2สีคือ

ส่วนบนตั้งแต่หน้าผากลงมาจนถึงใต้ตาหน้าซีดจนกลายเป็นสีขาว

และส่วนล่างตั้งแต่ใต้ตาลงไปหน้าแดงยิ่งกว่าสีของเลือด ดูละม้ายคล้ายธงชาติอินโดนีเซียกลับหัวยังไงยังงั้น

เลือดกำเดาไหลออกจากจมูกทั้ง2ข้างลงมาเจ่อนองเต็มพื้นไปหมด ท้องเธอแข็งจนแม้แต่ไรเฟิลก็ยิงไม่เข้า

ตัวเธอสั่นจนคนอื่นสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน เด็กสาวผมดำรวบหางม้าที่ยืนอยู่ข้างๆ

เห็นคนที่นั่งอยู่ข้างมีอาการผิดปกติจึงเข้าไปดูอาการเธอ

“ฮาฮิ!!! เป็นอะไรน่ะเคียวโกะจัง!!!?”เด็กสาวผมดำตะโกนถามเด็กสาวผมส้มที่ดูอาการไม่ค่อยดีเท่าไหร่

หัวหน้าหน่วยที่1กองกำลังต่อต้านGMที่ขณะนี้เป็นเพียงคนเดียวในกลุ่มที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์

เมื่อเห็นเด็กสาวผมดำมีอาการแตกตื่นจึงเก็บBattle Windowsแล้ววิ่งเข้าไปดู

“เฮ้~~!! มีอะไรรึเปล่า!!?”เด็กหนุ่มหัวชมพูตะโกนถามเด็กสาวผมดำ เมื่อวิ่งมาถึง

ก็ตกใจตามเด็กสาวผมดำไปด้วย

“เฮ้ย!! เขาเป็นอะไรไปน่ะ!!?”

“มะ... ไม่รู้ค่า~~!!”

“เอาเป็นว่าตอนนี้รีบรักษาให้เขาก่อนดีกว่า”แล้วเด็กหนุ่มก็หยิบยาละอองดาวและPremium potion

ออกมารักษาให้เด็กสาวผมส้ม แล้วอาการของเธอก็ค่อยๆดีขึ้น หน้าที่เป็นสีธงชาติอินโดนีเซีย

ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวอมชมพูดูมีชีวิตชีวา ผมที่ตั้งเป็นซูเปอร์ไซย่าก็ตกลงมา

ตัวหยุดสั่นและหน้าท้องก็ค่อยๆอ่อนตัวลง เลือดกำเดาหยุดไหลและHPก็ฟื้นฟูขึ้นมาเล็กน้อย

จากสาวน้อยซูเปอร์ไซย่าที่ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้ากลับกลายเป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักที่ดูไร้เดียงสา

ในชุดเสื้อสูทสีน้ำตาลอ่อนและกระโปรงลายสก๊อตร้อย รังนกแท้100% เอ๊ย!ลายสก๊อต

ที่มือขวาใส่แหวนที่มีอัญมณีสีเหลืองประดับอยู่

“เฮ้อ~! เมื่อกี๊นี้แทบแย่เลยนะเนี่ย ขอบคุณนะคะที่ช่วยรักษาให้”

เด็กสาวผมส้มกล่าวขอบคุณหัวหน้าหน่วยที่1กองกำลังต่อต้านGMที่ช่วยรักษาเธอ

“ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่เมื่อกี๊นี้เธอเป็นอะไรน่ะ!?”กานดารับคำขอบคุณ

และถามถึงสาเหตุของอาการที่เธอเป็นเมื่อครู่นี้

“ก็เพราะพวกคุณนั่นล่ะค่ะ”

“เพราะพวกชั้น!!?”เด็กหนุ่มทวนคำเด็กสาวด้วยความข้องใจอย่างแรง

“ก็พอดูพวกคุณรับการทดสอบมันเหมือนดูบุปผาราตรีเลยนี่คะ มีทั้งHทั้งYทั้งฮาทั้งหลอนขนาดนั้น”

เด็กสาวบอกถึงที่มาของอาการของเธอเมื่อครู่นี้

“หะ... หา!! เมื่อกี๊นี้ฝีมือเธอเองเหรอ”

//สรุปอาการของเคียวโกะนะครับ ผมตั้ง (หรือที่จริงควรเรียกว่าขนหัวลุก)

หน้าซีด ตัวสั่นเพราะกลัวการทดสอบของไอ้เป็ด

ท้องแข็งเพราะหัวเราะมากไปจากการดูการทดสอบของวันเดอร์

และหน้าแดงและเลือดกำเดาไหลเพราะดูการเล่นบทรักระหว่าง วิริยาxมัจฉา ฮารุxภัสสร และกานดาxมินท์//

“เอาเป็นว่าตอนนี้เรามารักษาให้เพื่อนๆของคุณก่อนดีกว่านะคะ”เด็กสาวรีบตัดบท

แล้วแหวนที่มือขวาก็มีไฟสีเหลืองลุกพรึ่บ!ออกมา หลังจากนั้นเธอก็หยิบกล่องขนาดเล็ก

ประมาณกล่องดนตรีออกมาก่อนที่จะนำกล่องใบนั้นประกบเข้ากับแหวนที่มือขวา

“ออกมา!! นกยูงอรุณ!!! (เฮ้ย! ไปขโมยกล่องของเจ๊ลุซมาตอนไหนเนี่ยเคียวโกะจัง)”

แล้วก็มีนกยูงสีเหลืองทองอร่ามดูมีสง่าราศีน้อยกว่าปลาทองนิดหน่อยออกมาจากกล่องใบนั้น

เมื่อมันกระพือปีก ด้วยคุณสมบัติการกระตุ้นของธาตุอรุณทำให้HPของพวกวิริยาค่อยๆฟื้นฟูขึ้น

แต่ก็ยังมีอาการติดสถานะผิดปกติอยู่

“สงสัยแค่นกยูงอรุณจะรักษาให้หายไม่ได้แฮะ! ฮารุจังช่วยหน่อยสิ”

“ได้จ้า~!!”แล้วเด็กสาวผมดำก็หยิบกล่องคล้ายๆของเด็กสาวผมส้มออกมา

ที่มือขวามีแหวนที่มีไฟสีน้ำเงินลุกติดอยู่ และเธอก็จัดการทำแบบเดียวกับเด็กสาวผมส้ม

คือเอากล่องกับแหวนประกบเข้าด้วยกัน

“ออกมา!! นางแอ่นพิรุณ!!! (ส่วนคนนี้ก็เอาของยามาโมโตะมาใช้เฉยเลย)”

แล้วนกนางแอ่นสีน้ำเงินก็บินออกมาจากกล่องของเด็กสาวผมดำ

หลังจากที่ออกมาจากกล่องนกนางแอ่นสีน้ำเงินก็บินไปตรงที่พวกวิริยานอนอยู่แล้วบินอยู่รอบๆไปเรื่อยๆ

ด้วยคุณสมบัติการระงับของธาตุพิรุณทำให้แก้สถานะผิดปกติของพวกวิริยาได้

เมื่อพวกเพื่อนๆได้รับการรักษาแล้วกานดาก็วิ่งเข้าไปดูอาการแม่นางหัวกระเซิงซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด

เมื่อวิ่งไปถึงแล้วเด็กหนุ่มก็นั่งลงข้างๆร่างของเด็กสาวผมฟ้า

ก่อนจะพยุงร่างบางของเธอขึ้นมาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง

“ภัสสร!! เธอเป็นอะไรรึปะ.......”เด็กหนุ่มกำลังจะถามไถ่อาการของเธอแต่ก็ต้องหุบปากทันที

เมื่อสายตาเจ้ากรรมเหลือบไปเห็นว่าตอนนี้เด็กสาวหัวกระเซิงอยู่ในสภาพที่เสื้อถูกดึงขึ้น

จนเผยให้เห็นหน้าอกของเธอที่ขณะนี้มีแต่คราบน้ำลายเต็มไปหมด หน้าของเขาแดงขึ้นจนควันออกหัว

เด็กสาวเริ่มได้สติแล้วลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เธอเห็นเมื่อลืมตาขึ้นมาคือ

ใบหน้าของเด็กหนุ่มผู้ที่เป็นเจ้าของหัวใจเธอกำลังหน้าแดงโดยไม่ทราบสาเหตุ

“กะ..... กานดา......”เด็กสาวผมฟ้าพึมพำชื่อเด็กหนุ่มตรงหน้า

“อะ..... อืม....”เด็กหนุ่มขานรับ สายตาก็พยายามไม่มองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

“กานดา!!”เด็กสาวตะโกนชื่อเด็กหนุ่มอีกครั้งจนเด็กหนุ่มถึงกับสะดุ้งโหยง!

แล้วเธอก็กระโดดพุ่งเข้าชาร์จ เอ๊ย! เข้าสวมกอดเด็กหนุ่มโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกันเอาไว้

แต่ก็กันไว้ไม่อยู่ เด็กสาวพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนแม้แต่ESP Hyper Reactionก็หลบไม่พ้น

มือที่เด็กหนุ่มยกขึ้นมากันเมื่อครู่นี้ตอนนี้กลับตะครุบหน้าอกของเด็กสาวไว้เต็มไม้เต็มมือ

เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสนุ่มๆที่ฝ่ามือเด็กหนุ่มก็ยิ่งหน้าแดงยิ่งขึ้น

“แง้~~!! กานดา!! ช่วยชั้นด้วย!! คุณฮารุ คุณฮารุเขา.......... แง้~~!!!”

เด็กสาวตะโกนออกมาไม่เป็นภาษาจนฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อตั้งสติได้เธอก็เงยหน้าขึ้นมองหน้าเด็กหนุ่ม

ก็พบว่าหน้าของเด็กหนุ่มแดงยิ่งกว่าเมื่อครู่นี้และเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่มาโดนหน้าอกของตัวเอง

ก็ก้มหน้าลงไปดูก็พบว่าตอนนี้ มือของเด็กหนุ่มล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอและกำลังจับหน้าอกของเธออยู่

เพราะจากแรงปะทะที่ภัสสรพุ่งเข้ากอดกานดาเมื่อครู่นี้ทำให้เสื้อที่ตอนแรกถูกดึงขึ้นไปของเธอ

ตกลงมาปิดฝ่ามือของกานดาที่บังเอิญกำลังสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มของหน่มน้มของเด็กสาวอยู่พอดี

“กรี๊ดดดดดดดด!!!!!!!!!!!!”เด็กสาวสุดซวยแหกปากดังลั่น เธอไม่คิดมาก่อนเลย

ว่าผู้ชายที่เธอคิดว่าเป็นสุภาพบุรุษและไม่น่าที่จะกล้าทำอะไรสุภาพสตรีจะกล้าทำอนาจารกับเธอ

ท่ามกลางสายตาผู้คนมากมายขนาดนี้ ส่วนไอ้หนุ่มสุดซวยที่ถูกเข้าใจผิดน่ะเหรอ! ก็โดนสิ!!

เผียะ!!!!!! เสียงฝ่ามือของสาวน้อยสุดซวยกระแทกเข้ากับใบหน้าของไอ้หนุ่มที่ซวยยิ่งกว่า

....ชะ.... ชั้นไม่ได้ทำอะไรเลยน้า~!..... ร่างสูงของเด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายลอยไปตามแรงตบของเด็กสาว

แล้วหล่นตุบ! ลงบนร่างบางของกระต่ายน้อยที่กำลังพยุงตัวให้ลุกขึ้น ทั้งคู่เริ่มมีสีแดงระเรื่อปรากฏบนใบหน้า

(ไอ้กานดามันแดงจนไม่รู้ว่าจะไปเปรียบกับอะไรแล้ว) เด็กสาวหน้าตายปล่อยหมัดอัปเปอร์คัต

เสยเข้าที่ปลายคางของเด็กหนุ่มแทบจะทันทีที่ร่างของเด็กหนุ่มขึ้นมาคร่อมอยู่บนร่างของเธอ

ร่างของเด็กหนุ่มผู้ที่ซวยตลอดศกลอยขึ้นไปตามแรงหมัดของคุณกระต่ายขึ้นไปสูงนับ10m

จนกระแทกเข้ากับเพดานของห้องเข้าอย่างแรงจนศีรษะของเขาทะลุเข้าไปในเพดานนั้นแล้วค้างอยู่ประมาณ10วิ

ก่อนที่จะร่วงลงมาพร้อมกับน้ำตาและรอยยิ้มที่แสดงความสมเพชตัวเอง

....ฮะ ฮะ ฮะ..... นี่มันวันอะไรกันฟะ!!?........

โครม!!! เสียงร่างของเด็กหนุ่มสุดซวยที่ซวยยิ่งกว่าสาวน้อยสุดซวยกระแทกเข้ากับพื้นเบื้องล่าง

กานดา Dead

หลังจากที่ชุบชีวิตให้กานดาแล้ว 2สาวก็เข้าไปขอโทษหัวหน้าหน่วยสุดซวยของพวกเธอ

ที่ถูกพวกเธอประชาทัณฑ์จนถึงแก่ความตาย

“ขอโทษนะกานดา”2สาวกล่าวขอโทษหัวหน้าของตนพร้อมกัน

“ไม่เป็นไรหรอก.... อูย.......”เด็กหนุ่มกล่าวพร้อมกับเอามือไปจับตรงแก้มข้างซ้าย

ที่โดนแม่นางหัวกระเซิงประทับรอยฝ่ามือข้างขวาสีแดง

ว่าแต่....... ตรงที่ภัสสรนอนอยู่เมื่อกี๊นี้มันจุดที่เรายืนอยู่ก่อนจะเข้าไปรักษาให้เคียวโกะนี่หว่า

แถมเสื้อยังเปิดจนเห็นหน้าอกชัดแจ๋วเลยและยังมีคราบน้ำลายติดอยู่เต็มเลย (ช่างสังเกตจริงนะเอ็ง)

ถึงจะไม่รู้ว่าภัสสรเจอการทดสอบแบบไหนก็เถอะแต่ไอ้สิ่งที่เกิดจากภาพลวงตาของการทดสอบ

อย่างคราบน้ำลายนี่พอจบการทดสอบแล้วมันน่าจะหายไปสิ อย่างกางเกงในวิริยาก็มีแต่น้ำ (?)ของตัวเอง

แต่ไม่เห็นมีของอีกฝ่ายเลยซักนิด (ดูหนังโป๊บ่อยสิเมิงรู้ดีจริง) แล้วทำไมของภัสสรถึงยังอยู่ล่ะ.......

เอ๋........ นอนอนอยู่จุดเดียวกับเรางั้นเหรอ!? เอ....... ในการทดสอบของเราๆทำอะไรมินท์บ้างหว่า........

ระ...... หรือว่า.......

เมื่อคิดดังนั้นแล้วใบหน้าของวีรบุรุษของกองกำลังต่อต้านGM

ก็เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีธงชาติอินโดนีเซียกลับหัวเหมือนเคียวโกะเมื่อครู่นี้

“ที่คุณกำลังคิดอยู่น่ะถูกแล้วล่ะ”อยู่ๆเคียวโกะก็โพล่งขึ้นมา

ทำเอาไอ้หนุ่มหัวชมพูที่กำลังคิดอกุศลอยู่สะดุ้งโหยง!แบบไม่ทันตั้งตัว

“มะ.... หมายความว่ายังไงที่ว่าคิดถูกแล้วน่ะ? แล้วเธอรู้ได้ไงว่าชั้นคิดอะไรอยู่!?”

กานดารัวคำถามใส่เด็กสาวผมส้มไม่ยั้งด้วยความข้องใจอย่างแรง

“หมายความว่าไง? ก็หมายความตามนั้นนั่นล่ะค่ะ ส่วนที่ว่ารู้ได้ไงว่าคิดอะไรอยู่

ก็มันแสดงออกทางสีหน้าขนาดนั้นนี่คะไม่รู้สิแปลก”เด็กสาวตอบไปตามจริง

“เอ๋~! เมื่อกี๊กานดาคิดอะไรอยู่เหรอ?”เด็กสาวผมฟ้าคู่กรณีเอ่ยถามหัวหน้าของเธอ

“ปะ..... เปล่านี่!! ชั้นไม่คิดอะไรซะหน่อย!!”เด็กหนุ่มรีบปฏิเสธทันควัน

เขาส่งสายตาภาษาใจไปทางเด็กสาวผมส้มจับใจความได้ประมาณว่า

“ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับระหว่างเรา2คนได้มั้ย”เด็กสาวเมื่อได้รับข้อความจากเด็กหนุ่มก็ยิ้มให้

และส่งสายตาตอบกลับมาประมาณว่า “ได้สิ”เด็กหนุ่มเมื่อได้รับการตอบรับที่ดีจากเด็กสาวก็โล่งใจขึ้นมาทันที

//Note สำหรับผู้ที่ไม่ทราบว่าความลับระหว่างเคียวโกะกับกานดาคืออะไรเราก็จะบอกให้

(แต่ก็ไม่น่าจะมีหรอก) สิ่งที่กานดากำลังคิดอยู่เมื่อครู่นี้ก็คือ มินท์ที่เขาเห็นในการทดสอบของเขาคือภัสสร

ซึ่งก็ถูกต้องนะคร้าบบบบบ มินท์ที่กานดาเห็นจริงๆแล้วคือภัสสร ส่วนฮารุที่ภัสสรเห็นจริงๆแล้วก็คือกานดา

แต่เป็นแบบนี้เฉพาะช่วงที่ทั้ง2คู่เล่นบทเลิฟซีนกันเท่านั้น ก่อนหน้านั้นภาพลวงตาของฮารุได้ไล่ต้อนภัสสร

ไปตรงจุดที่กานดากำลังยืนคุยอยู่กับภาพลวงตาของมินท์ แล้วภาพลวงตาของมินท์ก็เปลี่ยนตัวกับภัสสร

ตอนที่ภัสสรถูกภาพลวงตาของฮารุหมุนตัวกลับมาส่วนภาพลวงตาของฮารุก็เปลี่ยนตัวกับกานดา

ในตอนที่กานดาเริ่มหลงไปกับการยั่วยวนของภาพลวงตาของมินท์และเริ่มเป็นฝ่ายรุก

สรุปก็คือ ถ้าหากเอาภาพลวงตาออกแล้ว สิ่งที่จะได้เห็นก็คือ

กานดากับภัสสรกำลัง................(จงเติมคำลงในช่องว่าง) ส่วนในตอนที่กานดาตั้งสติได้นั้น

เจ้าภาพลวงตาของฮารุตัวแสบก็จะมารับหน้าที่ต่อจากกานดา

จนถึงตอนที่กานดายิงExplosionใส่ภาพลวงตาของมินท์//

“เอาเป็นว่าขอต้อนรับกองกำลังต่อต้านGMทุกคนสู่ดินแดนภูติ

ชั้นซาซางาวะ เคียวโกะ เป็นราชินีที่คอยดูแลหอคอยแห่งนี้ค่ะ”

เด็กสาวผมสีส้มตัดบทแล้วกล่าวแนะนำตัวเอง

“และนี่มิอุระ ฮารุจัง หัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยนและหัวหน้ากององครักษ์ของชั้น

แต่ก็คงจะรู้จักกันดีอยู่แล้วล่ะมั้ง ก็ตอนอยู่ข้างล่างเห็นสู้กันดุเดือดน่าดูเลยนี่นา”

แล้วเธอก็แนะนำเด็กสาวผมดำเป็นรายต่อไป เมื่อเด็กสาวหัวยุ่งสบตากับเด็กสาวรวบหางม้า

ก็เกิดอาการหลอนจากการทดสอบขึ้นมาทันทีและรีบไปหลบอยู่หลังกานดาอย่างว่อง

ส่วนเด็กสาวที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลยก็งงต่อไป(นี่ชั้นน่ารังเกียจขนาดนั้นเลยเหรอคะคุณภัสสรTT^TT)

หลังจากที่เคียวโกะแนะนำตัวเองและฮารุเสร็จแล้วคุณกระต่ายก็คุยธุระที่พวกเธอมาที่นี่ทันที

“พวกเรากองกำลังต่อต้านGM ชั้นวิริยาเป็นหัวหน้าหน่วย........”

“เฮ้ย!!? วิริยา!! เธอพูดอะไรผิดรึเปล่าเมื่อกี๊เนี้ยะ เธอว่าใครเป็นหัวหน้าหน่วยนะ!!”

เด็กหนุ่มเจ้าของตำแหน่งรีบแทรกขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเด็กสาวผมทองบอกตำแหน่งตัวเองแบบผิดๆ

“อ๋อโทษที..... นายเป็นหัวหน้านี่เนอะ!! ชั้นรักษาการณ์รองหัวหน้าหน่วย(รองตัวจริงคือไวพจน์)”

เด็กสาวแก้ตามที่เด็กหนุ่มหัวชมพูต้องการ

“ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”เคียวโกะและฮารุกล่าวพร้อมกัน

“คือพวกเราต้องการให้พวกเธอเป็นพันธมิตรกับเราน่ะ”วิริยาบอกจุดประสงค์ที่พวกเธอเดินทางมาที่นี่

“พันธมิตร!!”เด็กสาวผมสีส้มทวนคำพูดของกระต่ายน้อย

“จะเป็นรึไม่เป็นก็รีบๆตอบมาเซ่~!!”ไอ้เป็ดบ้าที่เจรจาไม่เป็นเร่งเร้าเคียวโกะ

แล้วก็โดนคุณกระต่ายตบเกรียนไปตามระเบียบ

เผียะ!!

“ทำอะไรของเธอยัยหน้าจืด!!? เดี๋ยวชั้นฟ้องมัจฉานะว่าเธอแกล้งชั้นน่ะ!!!”

“นายน่ะหุบปากไปเหอะน่า แล้วระหว่างชั้นกับนายคิดว่ามัจฉาจะเชื่อใครมากกว่ากันล่ะ”

“ขอโทษนะคะพวกคุณจะมาขอเป็นพันธมิตรกับเราทำไมเหรอ

ก็พวกเราเป็นพันธมิตรกับกองกำลังต่อต้านGMอยู่แล้วนี่นา”

สิ้นเสียงจากราชินีภูติพวกกานดาก็หันไปมองเธอเป็นตาเดียวกันโดยพร้อมเพรียงกัน

“เอ๋~!!”O_o

“อ้าว~!! มัจฉาไม่ได้บอกเหรอว่าวองโกเล่ แฟมิลี่ของพวกเรา

ตกลงเป็นพันธมิตรกับกองกำลังต่อต้านGMตั้งนานแล้ว”สิ้นคำบอกเล่าของผู้ปกครองดินแดนภูติ

กองกำลังต่อต้านGMหน่วยที่1ยุคบุกเบิกทุกคน (กานดา วิริยา ภัสสร) ก็มีจิตสังหารที่รุนแรงแผ่ออกมาทันที

“หนอย~!!! ยัยปลาทองบ้านั่น.... ถ้าภารกิจนี้สำเร็จแล้วก็เอาออกไปจากMission Board สิฟะ!!”

“ฮือ~!! คุณมัจฉานะคุณมัจฉา อย่าให้เจอตัวนะไม่งั้นเดี๋ยวเจอPrism Shot ทำHead Shotแน่!!”

“ยัยปลาทองบ้าอำนาจนั่น....!! เดี๋ยวพรุ่งนี่จะไปเอาคืนความอับอายในวันนี้ให้ถึงในห้องนอนเลย!!”

ทั้ง3คนกัดฟันด่าหัวหน้าใหญ่ของตัวเองอย่างแค้นเคืองถึงที่สุด (ลองทายซิว่าใครพูดประโยคไหน)

ความโกรธของทั้ง3คนทำให้มองเห็นเปลวไฟโทสะสีแดงฉานเป็นฉากหลังของทั้ง3คน

ส่วนไอ้เป็ดที่ชอบกลายพันธ์เป็นหมาแล้วไปเห่าเครื่องบินกับไอ้คนไร้ประโยชน์ที่ดีแต่เป็นตัวถ่วงก็ไม่คิดอะไร

“เอ่อ.... ไม่ทราบว่าพวกคุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ.....”เด็กสาวผมสีส้มถามเสียงสั่นเพราะกลัวจิตสังหารของทั้ง3คน

“เอ่อ.... ไม่มีอะไรหรอก แค่คิดว่าเดี๋ยวพรุ่งนี้จะไปเอา(?)ปลาทองน่ะ

ว่าแต่.... เมื่อกี๊นี้พวกเธอเรียกตัวเองว่าวองโกเล่ แฟมิลี่สินะ!?”

วิริยาที่ระงับอารมณ์ได้เป็นคนแรกตอบคำถามเด็กสาวผมส้มแล้วถามกลับทันที

“ค่ะ! ดินแดนภูติแห่งนี้เป็นสาขาย่อยของวองโกเล่ แฟมิลี่แก๊งมาเฟียที่มีสาขาใหญ่อยู่ที่เมืองนามิโมริ

ของดาวลาพิวต้าน่ะค่ะ พวกเราส่งทีมสำรวจมาที่เรทิคิวลัมแล้วมาพบที่แห่งนี้เข้าก็เลยส่งคนมายึดดินแดนนี้น่ะค่ะ

และจากที่ๆแห่งนี่มีความอุดมสมบูรณ์มาก สึนะคุงบอสของพวกเราก็เลยส่งผู้พิทักษ์ซึ่งเป็นสมาชิกระดับสูง

ของแก๊งมาดูแลที่นี่ถึง2คน คือผู้พิทักษ์แห่งอัสนีหรือก็คือแรมโบ้คุงที่พวกคุณสู้ด้วยเมื่อกี๊

กับผู้พิทักษ์แห่งสายหมอก..... อ๊ะ! ตายล่ะ.....”เด็กสาวที่กำลังอธิบายตอบคำถามของคุณกระต่ายอยู่

หุบปากทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้แนะนำบุคคลสำคัญที่สุดอีกคนหนึ่ง

“ขอโทษนะคะ ลืมแนะนำสมาชิกอีกคนของพวกเรา เอ้า~!! ออกมาได้แล้วจ้า~!!”

เด็กสาวผมสีส้มตบมือเรียกใครบางคนออกมา แล้วเด็กสาวอายุราว14-15หน้าตาโมเอะพอๆหรือมากกว่าภัสสร

คาดผ้าปิดตาลายหัวกะโหลกที่ตาขวา ไว้ผมทรงสับปะรด ใส่เสื้อและกระโปรงสีเขียว

ที่สั้นจนเผยให้เห็นสะดือและขาอ่อน และถือหอกสามง่ามก็เดินออกมาจากมุมมืดมุมหนึ่งของห้อง

“นี่คือผู้พิทักษ์แห่งสายหมอกที่พูดถึงเมื่อกี๊ โคลม โดคุโร่ค่ะ!

แล้วโคลมจังนี่แหล่ะค่ะที่เป็นคนสร้างภาพลวงตาเพื่อทดสอบพวกคุณเมื่อกี๊นี้”

เด็กสาวผมสีส้มแนะนำเด็กสาวที่มาใหม่

“ยัยนี่เองเหรอที่เอาไอ้พวกผีบ้านั่นมาหลอกชั้นน่ะ~!!!”

ไอ้เป็ดที่กำลังโมโหที่โดนผีหลอกเมื่อรู้ตัวผู้ที่อยู่เบื้องหลังก็วิ่งเข้าใส่เด็กสาวที่เพิ่งมาใหม่

แล้วง้างหมัดเพื่อที่จะต่อยให้หายแค้น แต่เมื่อเห็นหน้าตาที่สุดแสนจะโมเอะของเด็กสาวตาเดียวก็ถึงกับชะงัก

และหน้าแดงดังโป๊ะ!ทันที (เป็ดเลิกกินปลาแล้วไปกินสับปะรดแทนแล้ว)

“ปล่อยไอ้บ้านั่นไว้อย่างนั้นละกัน แล้วที่ดินแดนนี้ไม่เคยถูกโจมตี

ก็เพราะมีผู้พิทักษ์อะไรนั่นเฝ้าอยู่ถึง2คนน่ะเหรอ?”วิริยาถามคำถามต่อไปกับเคียวโกะ

“นั่นก็มีส่วนค่ะ แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้เราไม่โดนโจมตีอยู่ที่ข้างบนค่ะ”เด็กสาวผมส้มตอบแล้วชี้นิ้วขึ้นไปข้างบน

“ข้างบน!!?”พวกกานดาทวนคำของเคียวโกะพร้อมกัน
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby thanonza3 on Fri Nov 06, 2009 7:05 pm

-.- กลายเป็น Fic ติดเรตไปซะแล้ว - -*
Image
User avatar
thanonza3
Player
Player
 
Posts: 10
Joined: Tue Oct 13, 2009 6:29 pm

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Mon Nov 16, 2009 8:39 pm

โทษทีคับลืมบอกไปว่ามันจะเรท^^"

เด็กอายุต่ำกว่า13ปีควรได้รับคำแนะนำจากผู้ปกครองอย่างใกล้ชิด(เตือนทันมั้ยเนี่ย==')

*******************************

ตอนที่20 สังหรณ์ร้าย

หลังการเจรจา(ที่ไม่จำเป็น)กับเคียวโกะ ราชินีภูติแล้ว เคียวโกะได้ให้ฮารุ หัวหน้ากลุ่มแฟรี่การ์เดี้ยน

นำพวกกานดาขึ้นไปบนยอดหอคอยภูติ ที่ซึ่งสามารถให้คำตอบกับพวกเขาได้ว่าทำไม

ดินแดนแห่งนี้ถึงได้รอดพ้นจากการรุกรานจากดินแดนอื่น ทั้งๆที่มีกำลังรบเพียงน้อยนิด

โดยระหว่างทางขึ้นทั้ง6คนต้องเผชิญกับสายตาที่ไม่เป็นมิตรนักจากผู้ที่อาศัยอยู่ภายในหอคอย

ซึ่งก็สร้างความสงสัยให้กับเหล่าผู้มาเยือนเป็นอย่างมาก แล้วในที่สุดความสงสัยก็ถึงขีดสุด

กระต่ายน้อยผู้เป็นเบี้ยล่างของนางปลาทองจึงเอ่ยถามไกด์นำทาง

ที่กำลังเข้าไปคลอเคลียแม่นางหัวกระเซิงอย่างไม่อายสายตาประชาชีโดยรอบแม้แต่น้อย

“....นี่…! ทำไมตอนที่เดินผ่านชั้นที่แล้วพวกคนในหอคอยถึงมองพวกเราด้วยสายตาแปลกๆล่ะ”

“ก็เพราะพวกคุณเป็นคนนอกน่ะสิคะ! Playerที่ไม่ใช่คนของวองโกเล่ไม่เคยได้ขึ้นมาบนยอดหอคอยเลยนะคะ”

เด็กสาวผมดำรวบหางม้าที่ดูละม้ายคล้ายนางเอกของเรื่อง

อุตส่าห์สละเวลามีความสุขกับเด็กสาวผมฟ้ามาตอบคำถามของกระต่ายหน้าตาย

ในขณะที่กำลังเดินขึ้นหอคอยไปเรื่อยๆ แต่ละคนก็แสดงอิริยาบถที่แตกต่างกันไป

บ้างก็ทำหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง บ้างก็เล่นไล่จับกัน(ไม่กลัวตกรึไง= =’)

รึบางคนก็เดินเรื่อยเปื่อยแบบไม่คิดอะไร

แต่หัวหน้าหน่วยที่1ของกองกำลังต่อต้านGMกลับมีสีหน้าวิตกกังวลอยู่ตลอดเวลา

พลันภายในหัวของเขาก็มีหน้าของหัวหน้าใหญ่แห่งกองกำลังต่อต้านGM

และGMสาวผมสีม่วงผู้ที่เป็นเจ้าของหัวใจของเขาผุดขึ้นมาในหัว มันเป็นความรู้สึกที่ไม่ดีเลย

ทะ..... ทำไมกันนะ อยู่ๆก็คิดถึงมินท์กับมัจฉาขึ้นมา สังหรณ์ใจไม่ดีเลยแฮะ!!

หรือว่า.....!? จะเกิดอะไรขึ้นกับ2คนนั้น!!?

ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้รู้สึกกลุ้มหนักกว่าเก่า แต่ในขณะที่เขากำลังคิดถึง2สาวอยู่นั้นเอง

ขาเจ้ากรรมก็พาเขาขึ้นมาถึงยอดหอคอยภูติ จุดหมายของพวกเขา แต่เมื่อขึ้นมาถึงแล้วเขาก็ต้องตกใจ!

เมื่อสิ่งที่เขาเห็นที่ยอดหอคอยคือมอนสเตอร์ขนาดยักษ์รูปร่างคล้ายมนุษย์แต่มีแค่ครึ่งท่อนบนโน้มตัวไปทางซ้าย

และยื่นมือขวาไปจับกับท้องฟ้าที่ดูเหมือนจะเป็นเพดานซะมากกว่า ส่วนมือซ้ายเชื่อมติดกับลำตัว

และตรงบริเวณท้องของมันยังมีศีรษะที่หันไปทางขวาที่มีขนาดใหญ่ประมาณ2เท่าของศีรษะที่อยู่ตรงคอ

และตรงส่วนที่น่าจะเป็นสมองของศีรษะอันนั้นยังมีรอยแยก3รอย

แบ่งเป็นรอยเล็ก2รอยอยู่ด้านบนของรอยใหญ่1รอยที่อยู่ด้านล่าง

ซึ่งดูเหมือนจะเป็นใบหน้าของเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้

เมื่อได้พบเจ้ามอนสเตอร์ตัวนี้ ประชากร2คนล่าสุดของหมู่บ้านคัลไซด์

ก็เกิดอาการหน้าถอดสีและขนลุกซู่! ในบัดดล เมื่อเจ้ามอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าพวกเขาในตอนนี้

คือมัน..... ที่พวกเขาไม่อยากเจออีกตลอดชีวิต

มัน..... ที่โหดสัดๆขนาดที่ว่าสามารถสังหารหมู่Player Lv.70+เป็นร้อยคนได้ในพริบตา

และมัน.... ที่เกือบจะทำให้วีรบุรุษของกองกำลังต่อต้านGMกลายเป็นผีเฝ้าหมู่บ้านร้าง

บนพื้นผิวของโปรเทคชั่น ไฟวอล

2หนุ่มผู้อ่อนแอที่สุดแห่งหมู่บ้านคัลไซด์(แต่มีคนหนึ่งไม่อ่อนแล้ว)ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า

เหงื่อผุดออกมาจากทุกรูขุมขนด้วยความกลัวเจ้ามอนสเตอร์ที่อยู่ตรงหน้า

“นะ... นั่นมัน!! รูปร่างแบบนั้น...ถึงจะไม่เหมือนก็เถอะ...แต่ว่าไอ้ตัวนี้.....

เป็นตัวที่ขวางทางออกหมู่บ้านคัลไซด์แน่ๆ”

“อะ... ไอ้ตัวพรรค์นั้นไม่ได้มีตัวเดียวรึไงเนี่ย”2หนุ่มกล่าวกันเสียงสั่น

ส่วนผู้ที่ตามมาก็ตกใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่แพ้2หนุ่มนั้น

“ฮาฮิ!! นี่มันตัวอะไรกันคะเนี่ย!!?”คนนำทางจอมรั่วผู้ซึ่งเพิ่งเคยขึ้นมาบนยอดหอคอยเป็นครั้งแรกเช่นกัน

ร้องอย่างแปลกใจเมื่อได้เห็นสิ่งที่ไม่เข้ากับดินแดนภูติอย่างแรงอยู่บนนี้

“พวกเธอเคยเจอมันด้วยเหรอ?”แม่นางสุดซวยนามภัสสรเอ่ยถาม2หนุ่ม

ที่แสดงอาการเหมือนกับเคยใกล้ชิดสนิทสนมกับไอ้ยักษ์ที่น่าสยดสยองตรงหน้ามาก่อน

“เจ้ามอนสเตอร์ประหลาดนี่เป็นตัวที่ขวางทางออกตอนติดอยู่ที่หมู่บ้านคัลไซด์น่ะ”

เป็ดน้อยนันทกรตอบคำถามของแม่นางหัวเม่น

“ช่าย...!! แล้วแมร่งก็คอดโหดเลยล่ะ Lv.70+เป็นร้อยแมร่งเป่าทีเดียวระเหิดเป็นไอ

(ยิ่งกว่าเป็นผงครับ เป็นผงยังเป็นของแข็งอยู่ แต่เป็นไอนี่กลายเป็นก๊าซเลย)”

เด็กหนุ่มหัวชมพูว่าเสริมคำตอบของไอ้เป็ด คำตอบของเกรียนทั้ง2ทำเอาผู้ที่ได้ยินถึงกับ

หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้มในบัดดล ไม่เว้นแม้แต่กระต่ายน้อยนัยน์ตาสีเขียว

ที่ปกติจะแสดงสีหน้าเฉยชาตลอดเวลาก็ตกใจไม่แพ้คนอื่นๆในที่นั้น

“ไม่ยักกะรู้มาก่อนเลยนะคะว่ามีไอ้ตัวพรรค์นี้อยู่บนยอดหอคอยด้วย

ที่ไม่ให้คนอื่นนอกจากพวกระดับสูงขึ้นมา เพราะเจ้านี่งั้นเหรอ?”

ไกด์สาวสุดรั่วรู้สึดแปลกใจไม่น้อยกับการมีอยู่ของเจ้ายักษ์ตัวนี้

“ชั้นตกใจที่มันมีไอ้ตัวพิลึกกึกกือแบบนี้ตั้ง2ตัวมากกว่า!! แค่หน้ามันชั้นยังไม่อยากจะมองเลย”

แมลงสาบหัวชมพูแทรกขึ้นมา ไม่รู้จะจงเกลียดจงชังอะไรมันนักหนา

ทั้งๆที่แกก็เล่นมัน2ล้านไปตั้ง2ชุดแถมปิดท้ายด้วยเผาเป็นจุลไปแล้วแท้ๆ

“คิดว่าไงวันเดอร์..... เย้ย!! สติแตกไปแล้วเราะ!!?”เป็ดกำลังจะหันไปถามความเห็นจากผู้เยี่ยวนาน

เอ๊ย! ผู้เชี่ยวชาญ(มุขนี้ได้จากเพื่อนในคณะครับ^^) ที่น่าจะคุ้นเคยกับมันมากที่สุด

แต่ก็ต้องต๊กกะใจเมื่อผู้เชี่ยวชาญคนนั้นสติแตกน้ำลายฟูมปากฟอดๆไปเรียบร้อยแล้ว

และหลังจากนั้นไม่นานเคียวโกะก็ติดต่อเข้ามาหาพวกกานดา

“นั่นล่ะคะที่เราอยากให้พวกคุณเห็น สิ่งนั้นมีอยู่ในดินแดนแห่งนี้ตั้งแต่ก่อตั้งดินแดนแล้ว

และนี่คือสาเหตุที่ไม่มีใครสามารถตีดินแดนนี้ได้ เพราะทันทีที่มีการยกพลเข้ามา

ก็จะถูกแสงปริศนาทำให้สลายไปในพริบตา”ผู้ปกครองดินแดนภูติอธิบายให้เหล่าผู้มาเยือนฟัง

ซึ่งผู้มาเยือนทั้งหลาย แม้กระทั่งเจ้าสัมภาระจากหมู่บ้านคัลไซด์ต่างก็ตั้งใจฟังกันเป็นอย่างดี

แต่ก็มีมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่ได้ฟังที่เคียวโกะอธิบายเลยแม้แต่น้อย ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน

แต่เป็นเด็กหนุ่มหัวชมพูพระเอกของเรานี่เอง เด็กหนุ่มยืนเหม่อมองออกไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหอคอยภูติ

ที่เป็นตำแหน่งปัจจุบันของเขา เขาทอดสายตาออกไปไกลตามทิศทางนั้นด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

ความวิตกกังวลเกี่ยวกับผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาทั้ง2คนค่อยๆทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

เขารู้สึกเป็นห่วงทั้ง2คนจนไม่เป็นอันทำอะไร ความกังวลใจสั่งให้เขาติดต่อหาพวกเธอเพื่อเช็คความปลอดภัย

แต่ไม่ว่าใครก็ติดต่อไม่ได้ นั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มทวีความเป็นห่วงเธอทั้งคู่มากยิ่งขึ้น

เขาแทบอยากจะทิ้งภารกิจแล้วกลับยานวินเชสเตอร์เพื่อดูความปลอดภัยของหัวหน้าใหญ่สวย เริด เชิด หยิ่ง

ของเขาซะเดี๋ยวนี้แต่ก็ทำไม่ได้เพราะต้องอยู่ดูแลสมาชิกในกลุ่มของตน หัวหน้าหน่วยที่1กองกำลังต่อต้านGM

ที่เก็บอาการไม่ค่อยเก่งแสดงสีหน้ากระวนกระวายจนราชินีของดินแดนแห่งนี้สังเกตได้

แม้ว่าจะแค่มองผ่านหน้าจอสื่อสาร (แต่คนที่อยู่กับมันดันไม่ได้รู้สึกตัวเลย)

“อ้าวๆ คุณนี่เป็นคนที่ดูออกได้ง่ายมากเลยนะคะคุณกานดา ถึงจะไม่สบายใจยังไง

แต่แสดงออกทางสีหน้าขนาดนี้กลัวคนไม่รู้รึไงคะ!?”น้องสาวของผู้พิทักษ์แห่งอรุณของวองโกเล่แฟมิลี่

โพล่งออกมา ทำให้สายตาทุกคู่ ณ ที่นั้นหันไปมองแมลงสาบตัวนี้เป็นตาเดียวกัน

“อะ.... อะไร? ชั้นไม่ได้มีอะไรซะหน่อยนี่!?”กานดาพยายามแถอย่างสุดชีวิต

“นั่นสิกานดา! นายเป็นอะไรรึเปล่าดูนายสีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะ?”เด็กสาวนัยน์ตาสีมรกต

ที่เริ่มจับพิรุธหัวหน้าหน่วยหัวชมพูได้เช่นกันเอ่ยถามเด็กหนุ่ม

“ปะ เปล๊า ~!! ไม่ได้เป็นอะไรนี่!! ไม่ได้เป็นไรจริงจริ๊ง!!!”เด็กหนุ่มพยายามแถอย่างสุดความสามารถ

ไม่รู้รึไงว่ายิ่งปฏิเสธมันยิ่งน่าสงสัย ทุกคนมองหน้ากานดาเหมือนกับตำรวจที่กำลังสอบปากคำคนร้ายปากแข็ง

เด็กหนุ่มผู้เป็นเป้าสายตาเมอื่อถูกจ้องมองจากสายตาคนหมู่มากก็เริ่มเหงื่อแตกพลั่กๆ

หยั่งกับไปทำความผิดอะไรมาแล้วกลัวโดนจับได้

“ฮิ ฮิ”อยู่ๆสาวน้อยในหน้าจอสื่อสารก็หัวเราะคิกคักออกมา ทำให้สายตาของทุกคนถูกดึงไปที่เธอจนหมด

“ถ้าคุณอยากจะไปก็ไปเถอะค่ะ!”เด็กสาวอนุญาตให้เด็กหนุ่มไปทำในสิ่งที่เขาอยากจะทำ

“หึ! เธอนี่อ่านสีหน้าคนเก่งจริงนะ นี่คงไม่มีใครหลอกเธอได้เลยมั้งเนี่ย!?”

กานดาหันไปเหน็บแนมเด็กสาวหน้าจอ1ดอก แต่เด็กสาวกลับยิ้มให้เขา

ส่วนหัวหลักหัวตอทั้งหลายก็งงกันต่อไปว่า2คนนี้เขาพูดเรื่องอะไรกัน

(ซึ่งผมก็เชื่อว่าคนอ่านบางคนหรือหลายคนก็งงอยู่เช่นกัน)

“งั้นเดี๋ยวชั้นขอตัวไปทำธุระเดี๋ยวนะ!!”พอพูดจบเด็กหนุ่มก็เดินลงจากหอคอยไป

ทิ้งให้คนอื่นๆสงสัยในเนื้อหาของการสนทนาเมื่อครู่นี้โดยไม่อธิบายอะไรแม้แต่น้อย

เมื่อแผ่นหลังของเด็กหนุ่มหายไปจากสายตาแล้ว การ์เดี้ยนสาวหัวกระเซิง

ก็หันไปถามราชินีภูติถึงเนื้อหาการสนทนาเมื่อครู่นี้

“เอ่อ... ไม่ทราบว่าเมื่อกี๊นี้คุณกับกานดาคุยเรื่องอะไรกันเหรอคะ? แล้วนั่นกานดาเขาไปไหนของเขาเหรอคะ”

หลังจากที่เด็กสาวหัวเม่นพูดจบ ก็มีแสงจากการใช้เวทย์Teleportพุ่งขึ้นมาจากด้านล่าง

ดึงให้สายตาของผู้ที่อยู่บนยอดหอคอยหันกลับไปมองที่แสงนั้นทันที (หันไปหันมาเมื่อยคอกันมั้ย)

และเมื่อแสงนั้นจางหายไปเด็กสาวผมส้มก็ตอบคำถามของเด็กสาวผมฟ้า

“เขาไปทำหน้าที่ของเขาน่ะค่ะ”

*************************************************

บนเนินเขาลูกหนึ่งใกล้ๆกับยานวินเชสเตอร์ มีเด็กสาวน่ารักและชายหนุ่มหน้าโฉดยืนอยู่ด้านบน

และรอบๆเนินเขาที่ทั้งคู่อยู่นั้นก็มีPlayerชายหญิงจำนวนประมาณเกือบๆร้อยคน (ถึงมั้ย?)

ล้อมกรอบเอาไว้ทั้ง2ด้าน ชายหนุ่มหัวเขียวแปลกใจเล็กน้อยที่เป้าหมาย

ส่งคนออกมาต้อนรับพวกเขาอย่างอบอุ่นขนาดนี้

“ถ้าบอกว่าพวกเราเป็นแค่คนที่เดินผ่านมาคิดว่าพวกเขาจะเชื่อมั้ยครับ!?”ชายหนุ่มถามเด็กสาวอย่างทีเล่นทีจริง

“พวกนั้นรู้ตัวตั้งแต่เมื่อไหร่กัน!!?”เด็กสาวออกอาการตกใจมากกว่าชายหนุ่มเล็กน้อย

“เห็นมาด้อมๆมองๆอยู่นานแล้วนึกว่าเด็กเวรที่ไหนซะอีก ที่แท้ก็GMเพื่อนเก่า.....”

เสียงปริศนาดังออกมาจากทางยานวินเชสเตอร์ จากนั้นเจ้าของเสียงก็ปรากฎโฉมออกมา

พร้อมกับต่อประโยคที่พูดค้างอยู่ให้จบ

“....ก็เลยให้คนออกมาต้อนรับ”เด็กสาวผมทองนัยน์ตาสีทับทิมในชุดราตรีสีดำสนิท

ปรากฎตัวต่อหน้าศัตรูคู่อาฆาต

“ตายละวา.... เจ้าของบ้านออกมาไล่แล้วอ่ะครับ”ชายหนุ่มตาจิ้งจอกยังคงไม่ยี่หร่ะกับสถานการณ์

“แบบนี้ก็เท่ากับเราถูกล้อมทุกทางแล้วนะ”เด็กสาวผมม่วงดูจะซีเรียสกับสถานการณ์

มากกว่าไอ้โรคจิตที่อยู่ข้างๆเล็กน้อย

“คงต้องฝ่าวงล้อมออกไปแล้วล่ะครับคุณมินท์”ชายหนุ่มแนะนำเด็กสาว

“เดี๋ยวผมจัดการพวกข้างหลังเอง ฝากคุณจัดการทางนี้ด้วยนะครับ”

ว่าจบชายหนุ่มก็กระโดดลงไปหาพวกที่ล้อมอยู่ทางด้านหลัง เขาตวัดแส้คู่ใจออกมาโจมตี

แต่ก็ถูกนักดาบหนุ่มผู้ใช้ดาบทองรับเอาไว้ได้ ส่วนทางด้านเด็กสาวผมม่วง

เธอกางนิ้วเป็นรูปสามเหลี่ยมเพื่อใช้สกิลแล้วเล็งไปทางKey Masterลำดับ3
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Re: [Fic]กานดาxมินท์

Postby zCGz14211 on Mon Nov 16, 2009 8:44 pm

ตอนนี้ก็ค่อนข้างเรทนะเตือนไว้ก่อน

แต่ไม่น่าเท่ากับตอนที่17หรอก

*************************

ตอนที่21 GM Pumpkin X เอ๊ย! V.S. อัษฎา

GMซาดิตถ์กระโดดลงมาโจมตีพวกกองกำลังวินเชสเตอร์ที่ประกบเขากับมินท์ทางด้านหลัง

แต่การโจมตีของเขาก็ถูกนักดาบหนุ่มหน้าตาคมเข้ม หัวหน้าหน่วยที่2ของกองกำลังต่อต้านGMต้านรับเอาไว้ได้

เปรี้ยง!!!

เสียงการปะทะกันของอาวุธของชายหนุ่มทั้ง2ดังออกไปเป็นบริเวณกว้าง

หลังการปะทะทั้งคู่ก็ยืนดูเชิงกันอยู่โดยไม่มีใครกระดิกกระเดี้ยแม้แต่นิดเดียว

กองกำลังวินเชสเตอร์ไร้หัวคิดคนหนึ่งเห็นว่าพัมพ์กิ้นมัวแต่สนใจอัษฎาจึงคิดจะโจมตีทีเผลอ

หึๆ เสร็จตู!! เขาวิ่งเข้าไปโจมตีพัมพ์กิ้นทางด้านหลัง โดยหารู้ไม่ว่ากำลังวิ่งเข้าไปหาความตาย

ฉัวะ!!

แส้ของไอ้โรคจิตเสียบทะลุร่างของเขาจากทางด้านหลัง Playerคนนั้นตายคาที่ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

เลือดของเขากระเด็นไปโดนGMจอมโฉดเต็มไปหมด เลือดที่เปรอะอยู่ตามตัวช่วยเพิ่มความโรคจิต+ซาดิตถ์

ให้GMสุดโฉดชั่วดูน่ากลัวยิ่งขึ้นกว่าเดิมจนทำให้พวกวินเชสเตอร์หลายคนถึงกับเผลอก้าวถอยออกมาห่างๆ

จากปีศาจกระหายเลือดตนนี้ แต่ไม่ว่าGMตรงหน้าจะดูน่าหวาดหวั่นเพียงใด

นักดาบหนุ่มขี้เก๊กหัวหน้าหน่วย2ก็ยังคงเผชิญหน้ากับมันโดยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว

“พวกนายถอยไปซะ ชั้นจะจัดการมันเอง”นักดาบหนุ่มบอกเพื่อนๆของตน

เมื่อเห็นคนอื่นๆค่อยๆทยอยถอยออกห่างจากGMผมเขียวแล้ว

อัษฎาก็เอาดาบปักลงกับพื้นแล้ววิ่งลากเข้าไปโจมตีไอ้ตี๋นรก

“ดาบลากพระอาทิตย์!!!”อัษฎาระเบิดไม้ตายออกมา จุดที่ดาบสีทองเล่มยักษ์ปะทะเข้ากับร่างของไอ้ฟักทอง

เกิดระเบิดจนดูเหมือนกับพระอาทิตย์ขนาดย่อมๆ แต่พัมพ์กิ้นได้ใช้แส้ของเขามัดไว้กับก้อนหินใกล้ๆ

แล้วดึงตัวเองหลบออกมาได้ก่อน ทำให้มันไม่ได้รับบาดเจ็บมากเท่าที่ควร

GM Pumpkin Damage 2796

“ฟู่.... เกือบไปแล้วสิครับ ต่อไปตาผมบ้างนะครับคุณอัษฎา Pain Slicer!!!”พัมกิ้นเปิดฉากใช้ท่าไม้ตายบ้าง

ทั้งๆที่ยังลอยอยู่กลางอากาศ คลื่นพลังตาข่ายพุ่งเข้าใส่อัษฎาอย่างรวดเร็ว

และปะทะเข้ากับร่างของนักดาบหนุ่มเข้าอย่างจังในเวลาต่อมา

อัษฎา Damage 9775

“อั๊ก!!”อัษฏากระเด็นไปตามแรงโจมตีของพัมพ์กิ้นและล้มลงไปนอนกองกับพื้น

แต่ไอ้ฟักทองก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พัก มันฟาดแส้ซ้ำลงมาตรงจุดที่อัษฎานอนอยู่

แต่นักดาบขี้เก็กก็ตอบโต้ได้ทัน เขาตีลังกาถอยไปด้านหลังหลับการโจมตีของไอ้โรคจิตได้แบบหวุดหวิด

“เก่งเหมือนกันนี่ครับคุณอัษฎา งั้นเจอแบบนี้หน่อยเป็นไง”พอพัมพ์กิ้นพูดจบแส้ของมันก็พุ่งขึ้นมาจากพื้น

ตรงด้านหลังของนักดาบหนุ่ม แต่อัษฎาก็รู้สึกตัวทันและหมุนตัวหลบเลี่ยงจุดสำคัญไปได้

แต่ก็โดนเล่นงานที่มือขวาจนเผลอทำดาบหลุดมือ นักดาบหนุ่มเสียการทรงตัว

จากการเบี่ยงตัวหลบการโจมตีเมื่อครู่พัมพ์กิ้นได้โอกาสจึงใช้แส้มัดไฮแลนเดอร์หนุ่มเอาไว้ได้

“อึ้ก!!”อัษฎาหมดทางขัดขืน สายแส้ของผีฟักทองรัดแขนขวาที่บาดเจ็บของเขาเข้ากับลำตัว

ส่วนแขนซ้ายยังพอขยับได้นิดหน่อย ฟักทองโรคจิตเห็นนักดาบเพื่อนร่วมสถาบันหมดทางสู้

จึงเดินเข้าไปใกล้ๆจนทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียง1คืบ และยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้

จนนักดาบหนุ่มรู้สึกสะอิดสะเอียนจนเมินหน้าหนี

“ในที่สุดก็ยอมอยู่นิ่งๆซะทีนะครับคุณอัษฎา”พัมพ์กิ้นว่าพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้น

เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งไปคว้าข้อมือชายหนุ่มตรงหน้าเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็เอื้อมไปโอบคอชายหนุ่มเอาไว้

การกระทำของGMจอมโฉดทำเอาหัวหน้าหน่วย2กองกำลังต่อต้านGMถึงกับอึ้งทำอะไรไม่ถูก

เพราะไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้

“จะว่าไปเราก็เรียนอยู่มหา’ลัยเดียวกันแท้ๆแต่ไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่เลย

งั้นเรามาทำความรู้จักกันตอนนี้เลยเป็นไงครับ”และอยู่ๆGMตาจิ้งจอกก็ยื่นหน้าเข้าไปใกล้มากเกินไป

จนริมฝีปากประกบกัน ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทุกคนถึงกับตาค้างกับการโจมตีนี้

แต่คนที่ตกใจที่สุดก็คงไม่พ้นผู้ที่ถูกจู่โจมอย่างอัษฎา เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากเจ้าGMวิปริตนี่

แต่ด้วยพละกำลังของGMสุดหื่นและแส้ที่รัดตัวเขาอยู่ทำให้เขาไม่สามารถ

หลุดจากการจู่โจมอันน่าขยะแขยงของGMหนุ่มไปได้ GMโฉดออกแรงดันร่างสูงของนักดาบหนุ่มลงกับพื้น

ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ในสภาพที่ชายหัวเขียวนอนคร่อมอยู่บนร่างชายผมสีม่วงเข้ม แล้วGMหนุ่มก็เริ่มรุกเข้าไปมากขึ้น

เขาเริ่มสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของนักดาบหนุ่ม ชายหนุ่มตาลุกวาวทันที

ที่สิ่งแปลกปลอมที่ชอนไชเข้ามาในปาก เขาพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมนี้

แต่ก็เหมือนกับว่าเขากำลังถูกดูดพลังไป เรี่ยวแรงของเขาค่อยๆลดลง และในที่สุดเขาก็หยุดต่อต้าน

ทำให้GMหนุ่มยิ่งได้ใจ เขายิ่งรุกหนักยิ่งขึ้นไปอีก ลิ้นทั้ง2พัวพันกันอยู่ภายในโพรงปากของทั้งคู่

การจู่โจมที่เหนือความคาดหมายของGM Pumpkin ทำให้ผู้ที่ได้เห็นการโจมตีชุดนี้ถึงกับยืนตัวแข็งทื่อเป็นหิน

ราวกับว่าเบื้องหน้าของพวกเขามีเมดูซ่ายืนอยู่ยังไงยังงั้น แล้วจมูกของผู้ที่ได้ดูพัมพ์กิ้นมีความสุขกับอัษฎา

ทุกคนก็มีสายโลหิตไหลออกมาเป็นทางยาวจนเจ่อหนองพื้นจนแดงฉาน และเลขDamageหลักสิบ

ก็ค่อยๆขึ้นมาเรื่อยๆโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ส่วนอัษฎาที่โดนโจมตีโดนตรงก็มีเลขDamageขึ้นมาเช่นกัน

แถมเป็นหลักร้อยซะด้วย ตอนนี้หุบเขาทางฝั่งอัษฎามีเลขDamageสีแดงฉานลอยขึ้นมาอย่างไม่รู้จักหมด

มีบางคนที่HPหมดจนตายเลยก็มี แต่ไม่ว่าHPจะลดลงไปซักเท่าไหร่อัษฎาก็ไม่อาจหยุดปีศาจหื่นกามตัวนี้ได้

ตรงกันข้าม เขาเริ่มมีความสุขที่ถูกทำแบบนี้ไปซะแล้ว เสียงครางของชายหนุ่มดังออกมาเป็นระยะๆ

“อื้อ.... อื้มมม..... อืม..... อึก........ อื้อออออ!!!!!”

//ท่าไม้ตาย Y Killing

Rare 5 ดาว

ท่าไม้ตายลับสุดยอดของเหล่าGame Masters แต่สามารถใช้ได้เฉพาะกับศัตรูที่เป็นเพศเดียวกันเท่านั้น

ผู้ใช้จะทำการเล่นบทรักกับคู่ต่อสู้เพศเดียวกัน ยิ่งถ้าใช้แบบที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัวจะยิ่งได้ผลสูง

ผู้ที่โดนโจมตีด้วยท่านี้HPและค่าStatusที่เกี่ยวกับพลังกาย ได้แก่ พลังโจมตี พลังป้องกัน และความเร็ว

จะลดลงอย่างต่อเนื่อง และผู้ที่เห็นการใช้ท่านี้ก็จะสูญเสียHPเช่นกันโดยจะเสียHPไปพร้อมๆกับ

เลือดกำเดาที่ไหลออกมา แต่จะเสียHPน้อยกว่าผู้ที่โดนโจมตีตรงๆ และเมื่อได้เห็นแล้วจะตัวแข็งทื่อเป็นหิน

ทำให้ไม่สามารถหลบเลี่ยงจากการดูท่านี้ได้ และต้องเสียHPต่อไปเรื่อยๆจนตาย

ยิ่งผู้ใช้ท่าไม้ตายนี้มีเทคนิคและลีลาที่แพรวพราวเท่าไหร่ก็ยิ่งเรียกความเสียหายได้มากขึ้นเท่านั้น

และยิ่งถ้าผู้ใช้สามารถทำให้อีกฝ่ายมีอารมณ์ร่วมไปด้วยได้ก็จะสามารถลดMPได้อีกด้วย

ผู้ที่โดนโจมตีด้วยท่านี้ทั้งทางตรง (make love) และทางอ้อม (ได้ดู) จะติดสภาวะอัมพาต

หลังจากที่การโจมตีด้วยท่านี้สิ้นสุดลงและยังรอดตายมาได้ ปัจจุบันGMที่ไม่สามารถใช้ท่านี้ได้

มีเพียงบร็อคโคลี่ที่ยังเด็กเกินกว่าที่จะให้ฝึกท่าไม้ตายนี้ และมินท์ที่เพิ่งเข้าเป็นGMได้ไม่นานเพียง2คนเท่านั้น

และพัมพ์กิ้นมีความสามารถในการใช้ท่าไม้ตายนี้เป็นNo.2ในบรรดาGMทั้งหมด

โดยเป็นรองเพียงโฮลี่ออร์เดอร์เท่านั้น//

“เอ.... ทางพัมพ์กิ้นเกิดอะไรขึ้นกันนะ?”เด็กสาวผมม่วงละสายตาจากเด็กสาวผมทอง

และกำลังจะหันไปดูทางฝั่งของผีฟักทอง แต่ขณะที่เธอกำลังจะหันไปอีกทาง

ก็มีเสียงปริศนาดังมาจากหุบเขาอีกด้านหนึ่ง

“ยังมีเวลาหันไปมองทางอื่นอีกเรอะ!!?”เธอหันกลับไปตามเสียงนั้นแล้วก็พบว่ามีอาวุธบินยิงมาที่เธอ
Image
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

PreviousNext

Return to fiction&Dojin

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron