Page 1 of 3

แฟนฟิค Executional <เมนูอาหารวันนี้>

PostPosted: Sun Jun 21, 2009 9:07 pm
by Esper
เมนูอาหารวันนี้ ขอเสนอ ปลาราดพริกและแครอทสำหรับกระต่าย...

ตอนที่ 1

ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

“คุณอัษฏาคร้าบบบ” เสียงฟักทองร่านๆร้องขณะวิ่งไล่จับอัษฏาไปรอบห้องอย่างสนุกสนาน

“อย่าเข้ามา!”อัษฏาร้องเสียงตื่น

ในขณะที่ระยะห่างค่อยๆลดลงทุกทีๆ

เจ้ามิสเตอร์พัมกิ้นจอมตื้อพยายามเอื้อมมืออกมาหมายจะคว้าอัษฏาไว้

เสียดายที่ระยะห่างยังมากเกินไป....ด้วยเหตุผลขั้นต้นนี้เอง....

พัมกิ้นตัดสินใจกระโจนเข้าใส่เหมือนไอ้หื่นที่หิวโหยที่หมายจะขย้ำสาวน้อยอัษฏา!!!

พลัก!!

สาวน้อยจอมขัดขืนหันมาประเคนพระบาทงามๆ ใส่หน้าไอ้หื่นโรคจิตวิตรถาร

พัมกิ้นหน้าหงายไปก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นมือไปทางอัษฏาด้วยท่าทางสุดจะไขว้คว้า

“ผมรักคุณคนเดียวนะครับ~T^T”

ครืด....

“กุว่าแล้วมันพูดแบบนี้กับทุกคน”วิศนะที่แอบอยู่ข้างเสาพูดพึมพำพลางใช้เล็บขูดเสา

//แล้วกุจะไปแค้นมันทำไมวะเนี่ย ไม่ได้คิดอะไรกับมันซะหน่อย....

ไม่ๆๆเราแค่ตามมาดูเฉยๆเท่านั้นเองแหละ//

อัษฏามองเจ้าคนหลายใจด้วยสายตาสมเพศก่อนหยิบเก้าอี้ใกล้มือขึ้นมาง้างเตรียมฟาด..

“คุณอัษฏาคร้าบ อย่า ไม่นะไม่ อย๊า ~~~~~~!!!”

โครม!!

เก้าอี้ถูกหวดลงมาอย่างไม่มีการลังเล

”โอ้ยยยยย~~ มันเจ็บนะครับคุณอัษฏา~!!”พั้มกิ้นครวญ

“ก็ตีให้เจ็บน่ะสิ ไอ้ฟักทองร่าน!!”อัษฏาร้องด่า

“สมน้ำหน้า”วิศนะพึมพำ

“อ้าว นั่นพี่นายกานดานี่...”เสียงปลาบ้าอำนาจดังขึ้นด้านหลังวิศนะ

วิศนะสะดุ้งก่อนหันมามองหัวหน้ากองกำลังต่อต้านGM

เด็กสาวผมสีทองยังคงมีสีหน้าที่ดูเฉยเมยปนเจ้าเล่ห์แขวนอยู่บนหน้าตามเคย

ริมฝีปากสวยได้รูปยิ้มน้อยๆราวกับจะยัวเย้า

“หัวหน้ากลุ่ม 1 ที่ฆ่านายไปไหนซะล่ะ”

มัจฉาว่าพลางมองซ้ายมองขวาราวกับจะเรียกกานดาให้มาฆ่าวิศนะอีกรอบ

เส้นเลือดที่ขมับวิศนะเต้นตุบๆ

ดวงตาที่ร้อนดังเพลินบัลลัยกัลล์ของวิศนะจ้องมัจฉาเหมือนต้องการทอดปลาตัวนี้ทั้งเป็น

“ยัยปลาเตี้ย!!”

“แต่ชั้นว่าจัสติงเรย์ของชั้นสูงกว่านายนะ”

ปลาน้อยยิ้มเหี้ยมเหมือนต้องการจะสื่อว่า”เจอกันในเกม มึงตายแน่”

“คิดว่าชั้นกลัวเหรอ ยัยปลาทอง!!”

วิศนะร้องด่าอย่างไม่มีการลดราวาศอก

หากแต่เด็กสาวกลับไม่มีสีหน้าทุกร้อนกับคำด่าของวิศนะแต่ประการใด

เจ้าตัวลอบมองไปที่ด้านหลังของวิศนะก่อนจะพูดขึ้นว่า

“อ๋อ...นายมาจับบ้านเล็กสินะ”มัจฉายิ้มพลางมองตาวิศนะ

“คุณอัษฏา เรากลับมารักกันเหมือนเดิมนะคร้าบ~”เสียงพั้มกิ้นดังรอดออกมา

“ใครเคยรักกับแกฟะ!!”ไม่ขาดคำ สาวน้อยมาดเข้มอัษฏาก็ฟาดเก้าอี้ใส่เจ้าฟักทองซ้ำ

“คุณอัษฏาครับบบบบTT^TT”เจ้าฟักทองพยายามเรียกคะแนนสงสาร

“กะ...แก...”วิศนะก่นดาเสียงเหี้ยม

“แล้วคนไหนแฟนนายล่ะ ถ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม 2ชั้น คงให้นายไม่ได้หรอกนะ”

“ใช่ที่ไหนล่ะฟะ~!”วิศนะร้องออกมาอย่างเดือดเต็มทน

“อ้าว~งั้นแฟนนายก็พัมกิ้นล่ะสิ”

“งั้นเหรอ แล้วยัยกระต่ายแฟนเธอล่ะ”วิศนะสวน

ทั้งหมดช่างเป็นการทะเลาะที่น่าดูระหว่างผู้ใหญ่วัยทำงานกับเด็กมัธยมต้น

มัจฉาที่หอบหนังสือไว้เต็มมือมองวิศนะด้วยสีหน้าเหมือนขี้เกียดจะทะเลาะกับเด็กก่อนจะเชิดหน้าว่ายน้ำหนีไป

ผิดกับวิศนะที่มองตามมัจฉาไปด้วยสายตาเคียดแค้น...

“ยัยปลาบ้าเอ้ย!!”

............

“เอาตุ๊กตานี่เป็นของขวัญให้แรมโบ้จังดีกว่าโนะ”

ซาซางาวะ เคียวโกะพูดขณะเลือกตุ๊กตากระต่ายมาตัวนึง

เพื่อเป็นของขวัญให้แรมโบ้เนื่องในโอกาสไล่ฆ่ารีบอร์นครบ 100 ครั้ง

“อืมๆ! เอ๊ะ! คุณซึนะต้องชอบเจ้าตัวนั้นแน่เลย!”

มิอุระ ฮารุขานรับก่อนจะเหลือบไปเห็นตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางร้าน

“งั้นซื้อให้ทุกคนเลยดีกว่าแหะ”เคียวโกะใช้นิ้วแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด

”ฮารุก็ว่างั้นแหละคร้า~”เจ้าตัวว่าขณะกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับตุ๊กตากระต่าย

ก่อนที่ทั้ง2จะเดินไปจ่ายตังค์แล้วออกจากร้านไป

โดยทั้ง2เดินสวนกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้ามาในร้านจังหวะเดียวกับที่พวกเธอออกจากร้านพอดี....

หญิงสาวผมดำนาม ลูเคียก็เดินสวนเข้ามาด้วยกายหยาบพร้อมกับอิจิโกะและเร็นจิเจ้าประจำ

“จั๊ปปี๊~>w<”คุณหัวหอมเริ่มเพ้อไปกับบรรยากาศในร้านที่เต็มไปด้วยตุ๊กตากระต่ายที่

เจ้าตัวติ๊งต่างไปเองว่าเป็นจั๊ปปี๊สุดเลิฟ

ขณะเดียวกันชายหนุ่มผมสีส้มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน

ดวงตาหลังแว่นมองไปที่หญิงสาวที่กำลังวิ่งไปรอบๆ

“เอาตัวนี้~ตัวนี้ก็น่ารักอ่ะ ตัวนั้น!!”ลูเคียทำท่าเหมือนหลงอยู่ในสวนจั๊ปปี๊

วิ่งจับกระต่ายที่วางเป็นสินค้าโยนใส่เจ้าบ้าสตอเบอร์รี่เป็นว่าเล่น...

จะเหลือถึงกรูไหมว่ะ...แครอทคิดในใจพลางมอง

จำนวนตุ๊กตากระต่ายในร้านที่น้อยลงทุกทีๆ

“เฮ้ย! อย่างงี้เธอเหมาเลยเหอะ”พืชไร่ในภาคเหนือประชด ทำให้คนของตระกูลคุจิกิชะงัก

“ทำไมชั้นคิดไม่ถึงเนี่ย...”สาวน้อยตระกูลคุจิกิว่าก่อนจะเหมาไปหมดร้านจริงๆ

“เฮ้ย!”เจ้าพืชไร่กับคนคิ้วตลกดกเพราะสักแหกปากพร้อมกัน

“แบกไปอย่าบ่น!”

ว่าแล้วคุณหนูตระกูลคุจิกิเดินเชิดออกไปโดยมีข้าทาสสองตัวแบกจั๊ปปี๊กลับคฤหาสน์ตระกูลคุจิกิไป

มันต้องเหลือสักตัวสิน่า....

แครอทใช้นัยน์ตาคมปราดมองหากระต่ายจั๊ปปี๊ที่เหลือรอดจากปิศาจหัวหอมที่พึ่งเสร็จจากกิจกรรมล่ากระต่าย...

เอ๊ะ! นั่น...

ภาพจั๊ปปี๊ตัวสุดท้ายที่หลุดรอดจากสายตาของปีศาจหัวหอมมาได้ฉายเข้ามาในนัยน์ตาสีสวยของแครอท

ร่างโปร่งเดินเข้าไปหยิบแทบจะในทันที...

หมับ..

มือเล็กๆ มือหนึ่งหยิบเจ้ากระต่ายจิ๊ปปี้ไปก่อน

นัยน์ตาสีทองของแครอทมองไปที่คนที่บังอาจแย่งจั๊ปปี๊

เด็กสาวผมทองยาว ใบหน้าเหมือนถูกโบกด้วยปูนซีเมนต์จนดูเหมือนกับตายด้าน

ดวงตาสีเขียวจ้องตาร่างสูงกลับอย่างเฉยเมย...

“แครอทนี่...”วิริยาร้อง

“ชั้นเห็นก่อนนะ..”แครอทเอ่ยเสียงนิ่งก่อนวิริยาจะตอบกลับนิ่งๆ เช่นกัน

“แต่ชั้นหยิบก่อนนี่...”ว่าแล้วกระต่ายน้อยก็เดินอุ้มตุ๊กตากระต่ายไปจ่ายตังค์

“....”แครอทมองตามหลังปีศาจกระต่ายไปอย่างสุดแค้น

“ชั้นไม่มีทางยกจิ๊ปปี้ให้พวกGmหรอก”

วิริยาว่าพลางชูตุ๊กตาที่เจ้าตัวจ่ายตังไปเรียบร้อยแล้วขึ้นราวกับเจ้ายัวโมโหคนตรงหน้า

“หึ่ม!!”แครอทคำรามในลำคอก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจานร้าน

หมับ

มือของกระต่ายตัวหนึ่งคว้ามือของเขาไว้

“มีอะไร”แครอทถามเสียงเย็นชา

“ก็....คิดว่าพรุ่งนี้อยากให้มาเล่นเป็นเพื่อนชั้นที่บ้านหน่อยน่ะ”กระต่ายน้อยยิ้มน้อยๆอย่างเจ้าเล่ห์

“หืมม์!?”แครอทมีสีหน้าแปลกใจระคนสงสัยก่อนจะรับแผนที่บ้านมาจากกระต่ายน้อย

ยัยนี่...คิดจะทำอะไรกันแน่!?

PostPosted: Mon Jun 22, 2009 5:46 pm
by min
ไม่ยอม~~~~~

คุณอัษฎาเป็นผู้หญิงหรอ ไม่ยอมเฟร้ย
ไหนจะคุณฝักทองของชั้นอีกนะ
อย่ามาพูดเสียๆหายแบบนี้อีก ฮึ่มๆ :evil:


แต่ก็...ขอบใจละกันนะที่ทำให้ฉันเหมือนคนบ้า
(อ่านไปขำไปแม่กะพ่องงกันใหญ่เยย..)

อ๊ะจริงสิลืมอีกอย่างนะอย่างวิศนะน่ะรึจะมีเวลาว่างมาดูคุณฝักทองเล่นพิเรน
เพราะวิศนะขยันจะตายคงไม่มีเวลาว่างหรอ

(ปล.หนุกดีเรามิ้นเด้อ)

PostPosted: Thu Jun 25, 2009 8:24 pm
by zCGz14211
หลังๆเอาเรื่องอื่นมามั่วเยอะเลยนะคับ(แต่ก็หนุกดี)

แล้วไมมีแต่บลีชกับรีบอร์นอะ น่าจะเอานารูโตะกับวันพีชมารวมด้วย

แล้วคุณminเคยอ่านผลงานเก่าของคุณEsperมั้ยคับ

ผมขอแนะนำเลยว่าสุดยอดมั่กๆ มินท์กับภัสสรตบกันแย่งกานดา+ผู้ก่อการร้ายสลัดผักN.U.

PostPosted: Thu Jun 25, 2009 8:27 pm
by Esper
ตอนที่2

“ห้าว~”เด็กหนุ่มผมดำหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย

เขาคือปุยเด็กหนุ่มที่พึ่งย้ายมาเรียน ณ โรงเรียนรวมมิตรประชาทัณฑ์

มาวันแรก นอกจากเขาจะไม่มีเพื่อนแล้ว ยังโดนล้อว่าเป็นไอ้ขี้ก้างจำศีลอีก

ก็คนมันง่วงก็ต้องนอน ผิดหรือไง!?

ถ้าไม่ติดว่าโรงเรียนนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนของคุณหนูที่น่ารักของเขาละก็

เขาไม่มีวันมาเหยียบที่นี่แน่

“เบื่อโลกแล้วเหรอพี่”เสียงเด็กชายร่างเล็กร้องถาม

ตะวัน คือน้องชายข้างบ้านของเขา ซึ่งก็เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณหนูของตะวันและเขาพอดี

“ห๊าว~”ปุยแกล้งทำเป็นเมินโดยการหาวใส่

ไม่สนใจไอ้เกรียนเมพที่มาขัดขวางเวลาง่วงนอนอันแสนมีค่าของเขา

“หรือว่าพี่เจอผู้หญิงน่ารักๆแต่ไม่มีปัญญาจีบ”

เด็กชายทำหน้าเจ้าเล่ห์ ราวกับว่าจะรู้ทันไปซะทุกเรื่อง(ทั้งๆที่ความจริงมันไม่รู้อะไรเลย= =)

//เหอะ น่ารักๆเหรอ โรงเรียนพรรคนี้มันจะไปมีได้ไง//

เด็กหนุ่มคิดในใจ ปากอ้าหวอ เตรียมจะหาวออกมาเป็นรอบที่3ตามปกติ

หากแต่บางสิ่งได้หยุดชะงักการกระทำของเขาไว้ให้แข็งราวโดนสาป

เด็กสาวหัวกระเซิงสีฟ้านามภัสสร ดวงตาสีฟ้าของเจ้าหล่อนมองเหม่อ

ไปข้างหน้าราวกับกำลังคิดเรื่องบางเรื่อง

“น่ะ...น่ารัก”ปุยหลุดประโยคต้องห้ามเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าตะวันออกมา

ตะวันยิ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมา

“จีบเลยพี่ สุดหูรูดดดดดด!!!”ว่าแล้วเจ้าตัวก็ใช้พระบาทถีบพี่ชายสุดที่รักเข้าชาร์จภัสสรทันที

อุ๊ป!!!

ร่างของเด็กหนุ่มขึ้นไปคร่อมบนร่างเด็กสาวหัวกระเซิงพร้อมใบหน้าที่ตกใจสุดขีด!

ดวงตาสีฟ้าท่อประกายตื่นตระหนัก เด็กหนุ่มที่ถูกความรู้สึกของตนครอบงำโดยไม่

สามารถขัดขืนได้ทำให้ร่างกายโน้มตัวลงเข้าหาริมฝีปากบาง...

...............................

ณ เกมNU

“เจอกันครั้งแรกก็ไปจูบเขาเลยเหรอ แน่มากนะเอ็ง 5555+”

พี่ใหญ่สุดในกลุ่มนามปอนด์ปล่อยก๊ากออกมาก๊ากใหญ่เมื่อฟังเรื่องทั้งหมด

“ไม่พอนะพี่ นอกจากนั้นพี่เขายังมีฉายาใหม่ ‘ขี้ก้างจอมหื่นด้วยนะ’ ”ตะวันเสริม

“แก๊!!!!!”

เสียงปุยร้องก่อนที่จะวิ่งจ้ำพรวดๆหมายจะไล่กระทืบเจ้าตัวดีต้นเรื่อง

“ผมแค่อยากให้พี่สมหวังน้า~ ที่ทำไปเพราะหวังดี เพราะเคารพรักในตัวพี่นะเนี่ย^O^”

เจ้าดวงอาทิตย์อุทัยพูดน้ำสำเนียงชวนน่าถีบ

ในขณะที่ปุยน้อยกำลังจะวางมวยพี่ใหญ่นามหนูปอนด์ก็ล็อกคอทั้งสองไว้

“เอาเหอะน่าๆ เดี๋ยวเรื่องจีบสาวพี่ช่วยเอง~พี่น่ะ ทำสาวๆ ร้องไห้มาเยอะแล้ว~”

ปอนด์ว่าพลางโอ้อวดสรรพคุณราวเซลขายเครื่องกรองน้ำตามบ้าน ว่าแล้วก็เหลียวหันไปเห็น

สาวน้อยนางหนึ่งเข้า

“เห็นสาวน้อยคนนั้นป่ะ”แล้วปอนด์น้อยชี้ชวนปุยกับตะวันดูเหยื่อใกล้ตัว

“ผมยาว~ผิวขาว~ใส่แว่น~สรุปดิ๊”คาสิโนปอนด์โชว์ความรอบรู้แล้วหันไปถามลูกศิษย์ทั้งสอง

“โมเอะ!”ลูกศิษย์ทั้งสองตอบพร้อมกันอย่างชะฉ้าน

“เอาล่ะ เดี๋ยวพี่จะโชว์ให้ดู”

............

นังกระต่ายบ้า...ตุ๊กตาจิ๊ปปี้นั้นมันควรเป็นของชั้น...

แครอทคิดอย่างเคียดแค้น เส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ

เรียกเราไปคิดจะทำอะไรกันแน่..มันต้องการอะไร...ไม่ไปก็ไม่ได้...เสียศักดิ์ศรี...

จะไปคนเดียวก็กระไรอยู่...เรียกชิลลีไปด้วยดีกว่า...แครอทวิเคราะห์ปัญหา

นัยน์ตาสีทองประกายกร้าวเหมือนจะขยี้ทุกคนที่มาเข้าใกล้ในระยะที่เขาจะเรียกฝนดาวตกเทใส่ได้

“นี่~น้องสาว”เสียงคาสิโนปอนด์ดังขึ้นด้านหลังแครอท

หากแต่ชายหนุ่มมิได้สนใจเนื่องด้วยความคิดที่ว่า

“กุเป็นผู้ชาย”ทำให้ไม่คิดจะเหลือบไปมองโดยลืมเรื่องสำคัญที่ว่า แถวนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

“น้องสาวเรียกแล้วไม่หัน พี่ปวดใจนะเนี่ย...”เสียงน่ารำคาญดังขึ้นอีกระรอกคราวนี้ไม่พูดเปล่า

แต่มีการตบไหล่แครอทเบาๆ อย่างทะนุถนอม

มันหมายความว่าไงว่ะ...แครอทคิดคำนึงขณะรู้สึกขนลุกเพราะมุขที่โคตรจะเสี่ยวของแอดมินบอร์ดEXE 2

“นั่งอยู่คนเดียวไม่มีใครดูแลหัวใจ ให้พี่ช่วยดูแลให้ไหม~”

อะไรของมันว่ะ...

“พี่อยากรู้ชื่อน้องมากเลยอ่ะ~”ปอนด์ว่าพลางลูบไล้เส้นผมของสาวงาม

ไร้เสียงตอบจากสวรรค์...

ท่าทางจะยากแฮะ...

ปอนด์คิดขณะหันไปทางน้องทั้งสองที่มองเขาอย่างใจจดใจจ่อ...

ถ้าจีบไม่ได้ละก็เสียฟอร์มแย่เลยเดะ...

“หันหน้ามาหน่อยสิจ้ะน้องพี่อย่างเห็นหน้า~”

หนูปอนด์ว่าขณะนำมือมาวางไว้บนมือของสาวน้อยแครอท

แครอทที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกลวนลามหันกลับมามองช้าๆ

ผิวขาวเนียนสวยเหมือนกับผู้หญิงแต่คิ้วเข้มๆ

กับนัยน์ตาสีทองโหดๆ แผ่รังสีอำมหิตได้นั่น

บอกปอนด์น้อยว่า คนตรงหน้าเป็นผู้ชาย!!!

“ผู้ชายนี่!!O/[]\O”ปอนด์กรีดร้องเป็นตัวอักษรอันฟาเบต

“เออ”

แครอทตอบเสียงนิ่งในขณะหนูปอนผู้น่าสงสารกำลังสั่นเป็นเจ้าเข้าเพราะโดนรังสีอำมหิตของแครอทข่มไว้

“ขะ...ขอโทษคับ ครือ~น้องๆ ผม...เออ...เฮ้ย!!”

ปอร์นน้อยร้องลั่นเมื่อน้องรักทั้งสองที่ควรจะอยู่ข้างหลังเขาหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

และเมื่อปอนด์หันมามีอันต้องเหงื่อตกเมื่อพบกับคทาด้ามงามที่อยู่ในมือของแครอทเรียบร้อยแล้ว

“ข้อหาข้อแรก ชั้นไม่ใช้ผู้หญิง

ข้อที่สอง แกจีบชั้น

ข้อที่สาม แกลวนลามชั้น

ข้อที่สี่ มุขแกเสี่ยว

ข้อที่ห้า แกทำให้ชั้นอารมณ์ไม่ดี

โทษที่แกจะได้รับก็คือ...”

...............

เรือที่มีรูปทรงโบราณช่างดูขัดตาเสียยิ่งกระไรเมื่อมันแล่นมากลางแม่น้ำเจ้าพระยา

ยิ่งกว่านั้น เรือดังกล่าวยังมีธงสีดำ รูปกะโหลกไขว้ซึ่งใส่หมวกฟางไว้อยู่ด้วย...

“เราอยู่ไหนกันเนี่ย นามิ”

หนุ่มหมวกฟางร้องถามพลางโซ้ยไก่ย่างส้มตำข้าวเหนียวที่เหมามาจากร้านอาหารแถวๆ นั้น

เขาคือลูฟี่กัปตันของเรือโจรสลัดโกอิ้งแมรี่ลำนี้

ดวงตากลมแป๋วของเด็กหนุ่มจ้องไปยังจานส้มตำในมืออย่างไม่วางตา

ส่วนมือก็ถือไก่ย่างเสียบไม้ชิ้นโตไว้

“สะพานพระรามแปด...ไม่ค่อยแน่ใจแฮะ แกรนไลน์นี่ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ”

หญิงสาวที่มีชื่อว่านามิว่าพลางกางแผนที่ดู

ผมสีสมถูกสายลมยามเช้าพัดลู่ลม กางเกงขาสั้นสุดsexyของเจ้าหล่อน

ทำให้ชายหนุ่มหลายต่อหลายคนที่เคยเห็นต้องน้ำลายหกกันเต็มหน้าจอคอมพิวเตอร์

ตั้งแต่เข้าแกรนไลน์มาก็มีหลายครั้งที่มีหลงกันบ้าง

แต่หลงถึงขนาดมาถึงสะพานพระราม8นี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อย

“เหรอ~ง้ำ....อร่อยดีหรอกนะ เสียดายน้อยไปหน่อย...”

ลูฟี่ขานรับก่อนจะบ่นออกมาเมื่อง้ำๆเดียวของเขาก็สามารถกลืนไก่ย่างไม้เดียวเข้าไปได้หมดในคำๆเดียว

“เฮ้ย นายกินไรน่ะ ท่าทางน่าอร่อย”เด็กหนุ่มจมูกยาวร้องทักมาแต่ไกล

“อ่า~มากินด้วยกันสิอุซบ หวานนุ่มลิ้มมากเลยแหละ”

ลูฟี่กล่าวขณะที่อุปซบวิ่งเข้ามาร่วมวงเปิบข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างทันที

“ไหนๆชิมดิ๊....จ๊ากกกกกกกก เผ็ด!!!”

อุซบร้องลั่นเรือแทบจะในทันทีที่กระเดือกส้มตำช้อนแรกเข้าไป

นามิที่กำลังเครียดจัดหันมามองด้วยสายตามหาโหด

แต่ถึงอย่างไร ชายหนุ่มผู้มีผมสีเขียวก็ยังนอนหลับสบายใจไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนดาดฟ้าเรือที่ประจำ

“ไหนบอกนุ่มลิ้นไง!!!”อุปซบโวย

“ก็ชั้นกำลังฝึกโกหกอยู่ไงละ ฮี่ๆ!!”

ลูฟี่ยิ้มหน้าทะเล้น ในขณะที่อุปซบที่โดนเทคนิกการโกหกที่ตนภาคภูมิใจดัดหลังตัวเองซะเอง

ทำท่าเหมือนแทบจะอยากร้องกรี๊ด

ขณะที่เรือโกอิ้งแมรี่กำลังจะรอดใต้สะพานพระราม8กลางกรุงเทพมหานครไปนั้นเอง

บนสะพานก็มีรถสปอต์สีแดงวิ่งตัดผ่านข้ามสะพานไป

ในรถคันนั้นคือวิศนะและแครอท ที่กำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านของวิริยา

...........

สัมภาษณ์หลังกองถ่ายโดยหนูปอร์น หนู ตะวัน และหนูปุยหัวข้อเรื่อง “อาหารที่ชอบ”

“เริ่มจากหัวหน้าGMเลยนะคับ^^”หนูตะวันว่าพลางถือไมค์ไปจ่อปากโฮลี่ ออเดอร์ที่

นั่งอ่านอาลาเร่อยู่ที่มุมกองถ่ายเพื่อมารอรับน้องเมียกลับ

“อะไรเหรอ^^”โฮลี่ออเดอร์ถามตะวันที่เอาไมค์จ่อปาก

“สัมภาษณ์หน่อยคับชอบกินอะไร”ปอนด์ว่าตะวันดันไมค์จ่อปากโฮลี่ออเดอร์ ชายหนุ่มยิ้ม

พรายแล้วตอบว่า

“ชั้นชอบกินแครอทแกล้มพริกน่ะ^_^”

“ไม่ทราบว่ามีความหมายแฝงอะไรหรือเปล่าคับ- -;”ตะวันถามออกไปโฮลี่ออเดอร์ยิ้มเช่นเดิม

“ตามที่พูดนั่นล่ะ^^”ด้วยว่าอยู่ต่ออาจไม่ปลอดภัยต่อทั้งสามพวกเขาจึงถ่อยทัพกลับมา

แล้วตัดสินใจไปสัมภาษณ์การ์ลิคกับราดิช

“คุณการ์ลิคชอบกินอะไรคับ”

“เอ๋~ชั้นเหรอ~”การ์ลิคว่าพลางยิ้มระรื่นเช่นเคยแล้วทำทีคิด

“คงจะเป็น...อะไรก็ได้ที่โชคชะตาจะพามาให้ล่ะมั้ง...”

//...นี่เขาคิดว่าอยู่ดีๆ พายุหมุนจะพาร้านก๋วยเตี๋ยวมาตรงหน้าเขารึไงว่ะ..\\

ทั้งสามคิดพร้อมกัน

“แล้วคุณราดิชล่ะครับ”คราวนี้ปุยเป็นคนถาม

“ชั้นชอบกินอะไรที่มันเขียวๆ น่ะ แต่เลือกไม่ได้ก็กินเป็ดไปก่อนแล้วกัน”ราดิชกล่าว

พลางมองไปที่นันทกรที่กำลังเสียวสันหลังวูบๆ

“เคี๊ยกๆๆๆ”โอเนี่ยนจรลีมาพร้อมกับโทเมโทตะวันจึงจัดการเอาไมค์จ่อปาก

“คุณโอเนี่ยนชอบกินอะไรครับ”

“เคี๊ยกๆๆๆ”

“เออ...คุณโอเนี่ยน- -a”

“เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ”ตะวันเห็นว่าไม่ได้เรื่องก็เลยหันไปถามโทเมโท

“คุณโทเมโทคับ..”

“เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”เป็นอันว่าการสัมภาษณ์ต้องยกเลิกเนื่องจาก...เคี๊ยกๆๆๆ...

“สัมภาษณ์ใครดีอ่ะเนี่ย”ปุยทำหน้าเซ็งเป็ดก่อนหันไปเห็นแครอท

“คุณแครอทค้าบบบบ ชอบกินไรคับ”ปุยเป็นคนถามเพราะปอนด์เข็ด

“กระต่ายแป๊ะซะ..”แครอทตอบเสียงเคียดแค้นนิดๆ แล้วเดินหนีไป

“สงสัยจะชอบอาหารป่า...”ปุยสรุปเอาเองก่อนปอนด์จะลากเขาและตะวันไปสัมภาษณ์วิศนะ

“อาหารที่ชื่นชอบของคุณคืออะไรคับ^^”ปอนด์สัมภาษณ์ตัวละครตัวโปรด

“ชั้นไม่ชอบกินผัก..”วิศนะตอบขณะให้อาหารปลาทองในตู้หลังกองถ่าย

“บอกมาเหอะคับชอบกินอะไร~วันหลังผมจะซื้อมาถวายเลยคับ^____^”

ปอนด์เซ้าซี้ไม่เลิก วิศนะจ้องตากลมๆ ของปลาทองตัวน้อยที่หุบเหยื่อพลางตอบส่งๆ

“ปลา”ปลาในตู้ที่ตาโตอยู่แล้วตาโตขึ้นมาในทันใด พุ่งเป็นจรวดติดมิตไซต์

หลบหลังก้อนหิน

“คุณภัสสรก็กลับไปแล้วน่าเสียดายจาง~”ปุยบ่นงึมงำเพราะ

คนหัวกระเซิงกลับบ้านไปแล้ว

“ทำอะไรอยู่เหรอครับ...”เสียงใครคนหนึ่งถามพวกตะวันหันไปตามเสียง

เขาผู้นั้นคือพัมกิ้น...

“อ๋อ...มาได้จังหวะเชียวครับ คุณพัมกิ้น”ตะวันว่าก่อนจ่อไมค์ไปที่ฟักทองหนุ่ม

ที่ทำท่าไร้เดียงสาราวเคะใสซื่อ...

“คือกำลังสัมภาษณ์กันอยู่น่ะครับ คุณพัมกิ้นพอจะบอกได้ไหมคับว่าชอบกินอะไร”

“ก็...”พัมกิ้นใช้นิ้วแตะริมฝีปากพลางเหลือบตามองทั้งสามอย่างพินิจพิจารณา

“คนที่สบตาผมกระมั้งครับ...”ทั้งสามคนสะดุ้งเฮือก หัวใจพวกเขาแทบหยุดเต้น...นี่พวกเขา

จะตกเป็นเครื่องสังเวยของปิศาจฟักทองรึนี่!!!

//...ไอ้ร่าน...//ปอนด์คิด

//....ถึงผมจะเมพ แต่ผมยังอายุไม่ถึงนะคับT_T...//ตะวันคิด

//...ถ้าเป็นคุณภัสสรก็อีกเรื่องนึง...//ปุยคิด

และแล้วทั้งสามจรลีหนีการไล่ล่าของปิศาจฟักทองมาได้อย่างฉิวเฉียด

ก่อนจะเหลือบไปเห็นคนสองคนที่นั่งอยู่

ใต้ต้นไม้ หนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่ม และอีกหนึ่งเป็นเด็กสาว

“นั่นมันไอ้พวกคนแต่งนี่หว่า”ว่าแล้วปุยน้อยก็ชี้ชวนดู

ทั้งสองร่างคุยกันพลางหัวเราะคิกคักอะไรบางอย่างขณะที่เขียนบางสิ่งยุกยิกลงแผ่นกระดาษ

“สัมภาษณ์มันดีมะ ไม่มีใครให้สัมภาษณ์ละ”ปุยว่าซึ่ง

ทั้งสองก็พยักหน้าเห็นด้วย เมื่อเดินไปใกล้ๆ คนแต่งทั้งสองก็

รีบซ่อนกระดาษนั่นแล้วเด็กหนุ่มก็โบกไม้โบกมือทักทายทั้งสาม

“งาย~ชอบบทอ่ะดิ ปุย^^”เขาว่าพลางยิ้มแป้นให้ปุย

“จูบคุณภัสสรน่ะเหรอคับ-///-”

“แน่นอน~เรามีนโยบายสำหรับเหยื่อ...เอ้ย!...ตัวละครใหม่ ใช่มะๆ”

เด็กหนุ่มว่าพลางสะกิดเด็กสาวข้างๆ

พรืด...

เด็กสาวที่นั่งข้างๆ ล้มลงมา เลือดแดงนองเต็มพื้น นัยน์ตาเบิกโพล่ง

“คะ....ฆาตรกรรมนองเลือดO_o”ตะวันร้องจ๊ากกระโดดกอดพี่ทั้งสองที่ตกใจไม่แพ้กัน

เด็กสาวลุกขึ้นมาแล้วเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูก...

“ทำไมทั่นฮิขาสวยอย่างงี้....เคะซึนๆ”เด็กสาวพูดพึมพำพลางหยิบหนังสือที่จมกองเลือดขึ้นมา

“ฮึย~~~โดชั้นเปื้อนเลือดหมดแล้ว... อ้าว~หนูตะวัน อ่านD18กันมะ^0^”เด็กสาวว่า

พลางหันรูปดีโน่กำลังพรากผู้เยาว์ให้ดู ทั้งสามรีบส่ายหน้าพร้อมกันพลางถอยหลังพรืด....

“อะ...เออ มีอะไรจะฝากถึงคนอ่านมะคับ...”

“อ๋อ...เราจะยังรับสมัครเหยื่อ เอ้ย! ตัวละครเพิ่มน่ะ ถ้าสนใจก็ไปโพสไว้...”

“ขอบริจาคเลือดกรุ๊ปวายด้วย ชั้นจะไม่ไหวอยู่แล้ว= =”

เด็กสาวพูดเสริมพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดเช็ดจมูก

ขณะนั้นเองปอนด์ก็ระลึกขึ้นได้ถึงตอนจบของตอนนี้ที่ค่อนข้างจะไม่สวยเท่าไหร่สำหรับเขา

คิดได้ดังนั้นก็กระโดดเข้ากระชากเสื้อคนแต่งชายทันที

“แล้วผมจะเป็นไงต่อล่ะ คุณจบแบบนี้ผมก็ซวยอ่ะเดะ”เจ้าตัวโวยวายพลางเขย่าเสื้อคนแต่ง

“นายน่ะเหรอ~ก็เหมือนปุยนั่นล่ะ ขออะไรมาเราก็ให้แบบนั้น=v=”คนแต่งชายกล่าวแบบกั๊กๆ

“ละ...แล้วผมล่ะๆ!!”พฤติกรรมเลียนแบบแบบเกรียนๆของตะวันกำเริบ

กระโดดกระชากคอคนแต่งหญิงที่กำลังนั่งซับเลือด...

“เอาเลือดมาให้กุก่อนสิโว้ยยยยยย โฮกกกกกกกกกก~!!!”

.........................

ตอนนีผมกับน้องเอาคาแร็คเตอร์คนในบอร์ดใส่ไปอ่านะ กลัวจะอ่านไปงงไป

http://executionalfc2.freeforums.org/exe-fc2-t187.html

PostPosted: Thu Jun 25, 2009 8:28 pm
by BOMlnW
ผมอ่านแล้วคับทั้งอันเก่าอันใหม่สนุกดีอ่ะคับแต่งต่อไปเลื่อยๆๆนะคับนุกดี :D :D :D

PostPosted: Sat Jun 27, 2009 12:19 am
by zero7891
เเจ่มมากเรยคับ
เเต่งต่อไปเรื่อยๆน่ะคับ
จารออ่านคับ

PostPosted: Sat Jun 27, 2009 12:48 am
by [PZ]Stargazer
Esper wrote:ตอนนีผมกับน้องเอาคาแร็คเตอร์คนในบอร์ดใส่ไปอ่านะ กลัวจะอ่านไปงงไป

http://executionalfc2.freeforums.org/exe-fc2-t187.html


เพื่อไม่ให้ผู้อ่านในบอร์ดเก่างง ว่าคนเหล่านี้คือไคร

ทางเราก็จะ ทำให้ผู้ชมธรรมดาสามารถ เข้ามาชมกระทู้ตัวละครครับ

แจ้งโดย - [PZ]Stargazer - Admin EXE FC 2

ผู้สนันสนุนคุณ Esper และ น้อง (ผู้บ้าติดตามทั้งหลาย)

minkieza
pui13579
Tawwanuplnw
lnwfame
zCGz14211
killerkubskn

PostPosted: Wed Jul 01, 2009 7:11 pm
by Esper
ตอนที่3

วิริยะผู้เป็นเจ้าของกิจการประกันภัยใหญ่ยักษ์ของประเทศไทย”วิริยะประกันภัย”

ซึ่งมีทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยเบ็ดเตล็ด

และด้วยความทุ่มเทของเขาจึงทำให้บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือที่สุด

(BrandAge2004-2009)

นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือมากมายไม่ว่าจะเป็น

วิริยะซัพพลาย,วิริยะคาร์บอดี้ เซอร์วิส,วิริยะอินเตอร์กรุ๊ป

นอกจากหน้าที่การงานของวิริยะจะโดดเด่นแล้ว

ฐานะในครอบครัวของเขาก็หาได้น้อยหน้า เมื่อตอนนี้เขาต้องเป็นพ่อคนแล้ว

พ่อที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนที่ทำให้เขาเสียภรรยาไป....

การที่ต้องโหมทำงานอย่างหนักตามนโยบายที่ใช้โฆษณาบริษัทที่ว่า”ความเป็นธรรมคือนโบบาย”

ทำให้เขามีเวลาให้ลูกสาวของเขาน้อยลงทุกทีๆ จนในที่สุด ลูกสาวเขาก็กลายเป็นคนด้านชาไปในที่สุด

ลูกสาวของเขา...วิริยา

ปี๊นๆ!!

เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นหน้า คฤหาสน์หลังใหญ่

ปอน ปุย และตะวัน รีบวิ่งออกไปดูอาคันตุกะทันทีตามหน้าที่

แครอทเดินออกมาจากรถคันดังกล่าวด้วยมาดนิ่งๆเช่นเคย

ทันทีที่สายตาของปอนด์สบกับดวงตาเฉยชาสีทองของแครอท

เด็กหนุ่มก็ออกอาการ..

“เฮ้ย ไอ้คนเมื่อคืนนี่หว่า กุจะฆ่าเมิงงง”

ปอนด์ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่Gmหนุ่มหน้าสวยหากแต่น้องรักทั้งสองล็อกเขาไว้

“ไม่ต้องมาจับกุไอ้พวกน้องเวร ทิ้งกุ!!!!”

“พี่ใจเย็นๆ!!”ปุยว่าก่อนตะวันจะเสริม

“ใช่ๆเพราะเดี๋ยวพี่จะไปโดดเขากระทืบอีกถ้าไปเจอเขาในเกม!!”

“ช่างหัวมัน ขอกระทืบมันก่อนโว้ยยยย!!”

ว่าแล้วปอนด์น้อยก็จ้องแครอทด้วยสายตาเคียดแค้น อาฆาต พยาบาท

ตรงกันข้ามกับแครอทที่มองปอนด์ด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กที่ไม่รู้จักโต

“แกจะมาทำไมไอ้หน้าแต๋ว บ้านนี้ไม่ต้อนรับแก!!!”

“อ่อ..งั้นกลับกันเหอะชิลลี”แครอทว่าพลางหันไปทางรถที่จอดอยู่ วิศนะชะโงกหน้าออกมาตอบ

“เออ!”

“O_O”พลันสายตาของปอนด์มองใบหน้าดิบโหดโฉดเถื่อนของวิศนะ

หล่อOwo..ปอนด์น้อยนึก ใบหน้าโฉดของชิลลีกระชากใจน้องปอนด์อย่างแรง...เท่~...

ระหว่างนั้น ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเตรียมออกรถเพื่อกลับไปทำงานต่อ...

“ปอดรึไง”เสียงประสานของเด็กสาวม.ต้นดังขึ้นทำให้ทั้งหนุ่มโหดและหนุ่มเฉยหันควับ

“คุณหนู~~~~”ทั้งสามหน่อเอ่ยพร้อมกันพลางกระโดดกอดขาวิริยาที่เดินมากับปลาอย่างห่วงแหน

“ถามลูกน้องเธอสิ”แครอทว่าก่อนวิริยาจะมองหน้าทั้งสาม

“เปิดประตู”ปอนด์น้อยรีบกุลีกุจอไปเปิดทันทีที่ได้คำสั่ง

//รีโมตมันก็มีทำไมไม่ใช้//วิริยาคิด

“หล่อ~เท่~”ปอนด์งึมงำพลางลากประตูที่หนักแสนหนัก ตาก็จ้องหนูพริกมิวางตา

ทางด้านหนูพริกพอถูกจ้องก็รู้สึกตะหงิดๆ ว่า...กุมีสามตารึไงว่ะ จ้องกุทำไม...

การเปิดประตูที่แสนจะเชื่องช้าของหนูปอนด์ทำให้วิริยาชักรำคาญ

“ตะวัน ไปช่วยมันหน่อย ”วิริยาเอ่ยสั่ง...

“ไม่เป็นไรคร้าบ~คุณหนู~”ว่าแล้วปอนด์น้อยก็ลากประตูอย่างช้าๆ ต่อไปและพอตะวันจะเข้าไปช่วย..

“หลบไปไอ้น้องเวร~”ถึงแม้จะเป็นเสียงด่าแต่มันก็ฟังดูเหมือนกับเคลิบเคลิ้มอะๆไรสักอย่าง...

ไม่นาน(รึป่าว)วิศนะกับแครอทก็เข้าไปในตัวบ้านของวิริยา

และทั้ง2ก็เจอกับกานดานั่งรออยู่แล้ว

“อ้าว~พี่!!!!!OoO”

“อ้าว~ไอ้น้องเวร”วิศนะว่าเสียงนิ่ง

หนูปอนด์เห็นดังนั้นก็เข้ามามีส่วนร่วมทันที

“อ้าว~พี่คุณกานดาเหรอ”หนูปอนด์ว่าพลางเข้าไปตีซี้กานดา

“ที่เชิญมาวันนี้...ก็เพราะว่า...”

ตึง!!

“มีเกมให้เล่นน่ะ”วิริยากล่าวหลังจากโยนเกมทอยเต๋าขนาดมินิสนามฟุตบอลลงบนพื้น

วิศนะกับแครอทมองหน้ากันประมาณว่า “ทำไมกุจะต้องมาเล่นกับเด็กปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วยฟ่ะ”

“นี่ตัวหมากของนายสองคน~”ว่าแล้ววิริยาก็หยิบตัวหมากธรรมดาๆ ให้แครอทกับชิลลี

“แต่ของชั้นใช้ตัวนี้”วิริยาหยิบตุ๊กตากระต่ายที่แย่งแครอทซื้อมาเมื่อวันพลางยักคิ้วให้

แครอทรู้สึกอยากตบวิริยาอย่างรุนแรงหากแต่ชิลลีล็อกไว้

“แกจะทำอะไรคุณหนู!”ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ทั้ง3ร้องก่อนวิริยาจะมองหน้าทั้งสามแล้วชี้ไปที่ประตู

“ใจเย็นๆ”ชิลลีว่าก่อนปลาน้อยจะเอ่ยขึ้นว่า

“ปอดล่ะซี้~”

“เฮ้ย! ว่าไงนะ”ชิลลีที่เมื่อครู่เป็นฝ่ายห้ามเตรียมกระโดดตันหน้ามัจฉาแต่ก็ได้

แครอทห้ามเอาไว้เสียก่อน พวกปอนด์เมื่อโดนกระต่ายชี้นิ้วไล่ก็ไปนั่งปลูกเห็ดอยู่หน้าห้อง

“มันก็แค่เกมทอยเต๋าธรรมดา พวกGMปอดแหกจัดถึงขนาดไม่ยอมเล่นกับพวกเราเชียวเหรอ...”

“ใครบอกเธอ”แครอทกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ตอนนี้GMทั้งสองเดือดปุดๆ ทั้งคู่...

//ทำไมตูต้องมาอยู่ตรงนี้ด้วยว้าT^T...//กานดาคิดในใจ

.......................

“5 แต้ม..”มัจฉาพูดหลังจากที่วิริยาทอยลูกเต๋า

เจ้าของใบหน้าตายๆ นั้น หยิบตุ๊กตากระต่ายขึ้นมาก่อนชะงัก

เมื่อช่องที่ต้องเดินไปเป็นช่องเดียวกับที่ตัวหมายของแครอทวางอยู่...

ป้าบ!!!

หนูต่ายวางตัวหมากทับลงไปอย่างรุนแรงโดยมิอาจทราบว่าเป็นความสะใจในอารมณ์หรือเปล่า...

การกระทำดังกล่าทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีทองกร้าวมองเข้าไปในดวงตาของกระต่ายน้อยจอมขี้เล่นอย่างดุดัน

“ตาผมๆ”กานดาว่าก่อนเอื้อมมือไปหยิบลูกเต๋าที่อยู่กลางดงสมรภูมิ

6 แต้ม...

“เย้!!!”

กานดาร้องก่อนหยิบตัวหมากขึ้นมา...หากแต่ที่ช่อง”6”นั้นกลับมีข้อความชวนน่าสังเวทอยู่

กลับไปจุดเริ่มต้น...

“T_T”

“ส่งมาไอ้น้องเวร”วิศนะว่ากานดานั่งสลดเพราะกลับไปจุดเริ่มต้นครั้งแล้วครั้งเล่า ชิลลีหยิบลูกเต๋า

ก่อนใช้นิ้วดีดเบาๆ ลูกเต๋าลอยขึ้นไปในอากาศและตกลงมาใส่หัวตุ๊กตาปลาที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในช่องของตัวเอง

“- -^”<<<มัจฉา

“- _,-”<<<วิศนะ

วิศนะเดินนำมัจฉาไปก่อนมัจฉาจะหยิบลูกเต๋ามาทอยต่อ...ช่องเดียวกับชิลลี..

ป้าบ!!!

มุขเก่าเล่าใหม่ มุขเดียวกับวิริยา ตุ๊กตาปลาทับป้าบลงบนตัวหมากของชิลลี...

อะไรของมันว่ะ- -^^^...ไอ้2ตัวนี้มันต้องการสื่ออะไรให้เขาทั้ง2เข้าใจหรือเปล่า!?

แครอทหยิบลูกเต๋าขึ้นมาแล้วทอยอีกครั้งซึ่งก็เดินหน้าไป 3 ช่อง

วิริยาทอยบ้าง..2 ช่อง

และกานดาก็..6...

“T_T...”

ผัวะ!!
.
และเมื่อตาของแครอทเวียนมาถึง

เจ้าตัวก็คว้าลูกเต๋าปาใส่หัวตุ๊กตากระต่าย ทำให้ตุ๊กตาตัวนั้นล้มทับไปบน

ตัวหมากของแครอทที่นำหน้าอยู่ 1 ช่อง วิริยามองหน้าแครอทพลางยิ้มนิดๆ อย่างมีเล่ห์ใน...

ตรงข้ามกับแครอทที่วันนี้มาดนิ่งๆของเขาต้องเสียท่าให้กับความขี้เล่นของกระต่ายน้อย

ใบหน้าแดงเรื่อ ปรากฏขึ้นมาเร็วพอๆกับตอนที่มันหายไป

....................

“เฮ้อ...ปล่อยเจ้าพวกนั้นไว้กับคุณหนูจะดีเหรอ”

ปอนด์ว่าส่วนตะวันกับปุยก็มองไปที่ห้องที่คุณหนูวิริยาสถิตอยู่

“ยัยปลาบ้าเธอจะตามชั้นอีกนานไหม!!!”

“ใครตามเล่า! นายนั่นล่ะมากดชั้น!”

“พี่คับ ของผมหกอีกแล้วT^T”

“เรื่องของแก!!”เสียงแหกปากโวยวายของวิศนะและมัจฉาดังถึงหน้าบ้าน

“แล้วเธอมากดชั้นทำไมล่า!!!!!!”

“=[]=!!!”<<<ปอนด์

“OwO”<<<ตะวัน

“O_______o”<<<ปุย

“พี่คับๆ พี่ว่าพวกคุณหนูเขาเล่นอะไรกันอะคับOvO”ตะวันถามเสียงแอ๊บแบ้ว

“พี่ว่ารีบไปดูคุณหนูดีกว่า!! คุณหนู!!!!”ว่าแล้วปอนด์ก็จรลีไปหาคุณหนูทันที

ทันทีที่ไปถึงหน้าห้องพวกเขาก็ได้ยินเสียงโวยวายอีก

“ยัยกระต่ายบ้าชั้นเหนื่อยแล้วนะ!”

“นายอยู่ข้างล่างเองนี่”

“แล้วใครใช้ให้เธออยู่ข้างบนเล่า!!”

“คะ...คุณหนูคร้าบบ”ปอนด์เรียกเสียงอ่อย..

“ออกไป!!!!”วิริยาสั่งเสียงลั่น

“คุณหนู!T_T”

บรรยากาศในห้อง..

“หก...T_T”กานดาเศร้าโศกเสียใจกับเลขหกของตัวเองทางด้านมัจฉาและวิศนะก็กดกันไปกดกันมา

เฉกเช่นเดียวกับแครอทและวิริยาที่จ้องหากันแบบอยากกินเลือดกินเนื้อ...

กานดาที่สิ้นหวัง เหลือบมองช่องที่หกราวกับจะสิ้นใจก่อนจะสังเกตเห็นตัวอักษรเล็กๆ ซึ่งอ่านได้ว่า

“กลับไปจุดเริ่มต้น20ครั้งเข้าเส้นชัยโลด”

“Owo”สีหน้าของกานดาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นฝ่าเท้าทันที

เจ้าตัวหยิบหมากของตนกระโจนพุ่งข้ามปลาและกระต่าย-พริกและแครอท ไปยังเส้นชัยทันที

“เฮ้ยอะไรว่ะ!!!”วิศนะหันไปมองน้องชายตัวแสบตาเขียว

“แล้วอะไรละฮะพี่ OwO”เจ้ากานดายังคงยิ้มระรื่นน่าถีบยิ่งนัก

“แกเข้าเส้นชัยได้ไงฟ่ะ”วิศนะถามเสียงอาฆาตตามมาด้วยสายตาของแครอทวิริยาandหนูปลาที่มอง

เขาด้วยสายตาสุดแสนเป็นมิตรอย่างที่สุด

“ก็ดูช่องที่หกดีๆ สิคับOvO”เจ้ากานดายังคงยิ้มระรื่นก่อนทุกคนจะไปมุงกันที่ช่องหก..

“เอาเป็นว่า...กองกำลังต่อต้านGMของพวกเราชนะ”มัจฉาว่าโดยมีวิริยาพยักหน้าสนับสนุน

“และใครแพ้ต้องเลี้ยงพิซซ่า”วิริยากล่าวและมัจฉาก็พยักหน้าเห็นด้วยตาม..

“เออ!ก็ได้ว่ะ”แครอทกล่าวอย่างหัวเสียแล้วลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์บ้านวิริยากดเบอร์ 191

“สวัสดีครับ”เสียงจากปลายสายที่เพิ่งต่อเสร็จดังขึ้น

“ขอสั่งพิซซ่าครับ”แครอทพูดเสียงตายๆ

“ห๊า!!!คุณพูดอย่างงี้รู้ไหมครับว่าผมจะทำหน้ายังไง”

“หน้าฮาวายเอี้ยนครับ”ว่าแล้วแครอทก็วางสายโครมก่อนหยิบเงินออกมาว่าวางแปะไว้บนโต๊ะ

แล้วหันไปมองวิศนะเป็นเชิงว่าให้กลับกันได้แล้ว

“นี่...นายไม่บอกที่อยู่เขา เขาจะรู้ไหมน่ะ”กระต่ายน้อยร้องถาม

แครอทมองหน้ากระต่ายโรคจิตแล้วกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

“เดี๋ยวเขาก็สืบกันเองละ”

พูดจบแครอทก็เดินจากไปอย่างมีลับลมคมในอย่างที่สุด..

ปัง~!

เสียงปิดประตูดังลั่น แครอทและวิศนะเสื้อผ้าหลุดลุยเพราะเพิ่งผ่านการทะเลาะกับเด็กมัธยมต้น

“เสร็จแล้วเหรอคับ”ตะวันถามเสียงใส

“เออ!”วิศนะกล่าวผิดกับแครอทที่ยิ้มแบบอารมณ์ดีผิดปกติ

“วันนี้มาฉลองกันดีกว่า กินพิซซ่าเดี๋ยวพี่เลี้ยง”ปอนด์กอดคอน้องทั้งสอง

ตามองตามวิศนะไปอย่างเงียบๆ และหลังจากนั้นนั้นไม่นานพิซซ่าก็มาถึง

“ใครสั่งพิซซ่า!”สามสหายที่รออยู่หน้าบ้านมองไปอย่างงงๆ พบ

รถตำรวจ 4-5 คันกับคนที่ใส่ชุดคอสเพลยตำรวจถือกล่องพิซซ่ามา

“พี่คับ เดี๋ยวนี่พนักงานส่งพิซซ่าเขาใส่ชุดนี้กันแล้วเหรอ”

“คงงั้นมั้ง”ปุยตอบตะวันปอนด์ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรั้ว...

“เอาพิซซ่ามาส่งเหรอคับ”ปอนด์ถามก่อนตำรวจจะชูกุญแจมือ..

“มาจับมึงงงงงงงง~!!!!!!!”

“ว้ากกกกก~!!!!!!!!!!!!”

อีกด้าน..

“แครอทสั่งหน้าฮาวายเอี้ยนทำไมเขาส่งหน้าซีฟู๊ตมาหว่า...”วิริยาว่าพลางนั่งกินพิซซ่ากับมัจฉาต่อไป..

PostPosted: Wed Jul 01, 2009 8:35 pm
by BOMlnW
แต่งต่อไปเลื่อยๆๆๆเลยนะคับติดตามทุกวันเลยอ่ะคับ ชอบจริงวิริยาชวนgmมาเล่นเกมทอยเต่าและกานดาชนะเนี่ย :D :D :D :D :D :D :D :D :D

PostPosted: Fri Jul 03, 2009 1:34 am
by zCGz14211
แครอทเล่นแรงว่ะตอนนี้ แต่ก็ยังฮาเหมือนเดิม

อ่านแล้วหัวเราะเปนคนบ้าอยู่คนเดียว

โดยเฉพาะตอนที่3คนนั้นโดนจับนี่ฮาลั่นเลย

คิดว่าปอนด์อาจจะบอกชื่อสมาชิกที่มีบทในเรื่องไม่ละเอียดเท่าไหร่

เพราะเขาบอกแต่Usernameไม่ได้บอกชื่อที่ปรากฎในเรื่อง

เดี๋ยวผมจะบอกให้ละกัน(เฉพาะ3คนที่โดนตำรวจซิวไปเรียบร้อยแล้ว)

[PZ]Stargazer ปอนด์

pui13579 ปุย

TawwanupInw ตะวัน

PostPosted: Mon Jul 06, 2009 8:10 pm
by Esper
ตอนที่4

หมายเหตุ:ตอนนี้เป้นฟิกพรากผู้เฒ่า

ณ สวนสาธารณะ...

สระน้ำใหญ่ในสวนสาธารณะทำให้สวนดูรมรื่น

มันจึงเป็นทำเลที่เป็นที่นิยมสำหรับมานั่งพัก ผ่อนคลายอารมณ์

สระน้ำยามเย็นสะท้อนแสงพระอาทิตย์ยามเย็นเป็นประกายสีทองระยิบระยับงามจับตา

ทำให้ทุกคนที่ได้พบเห็นอดรู้สึกทอดถอนใจให้กับความงามของมันไม่ได้

หากแต่ความงามดังกล่าวไม่ได้อยู่ในหัวเด็กสาวหูกระต่าย

ที่กำลังกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดอยู่กลางสระน้ำเลย!!

ไม่ไหวแล้ว จะจมแล้ว จะจมแล้ว!!!!

ชั้นต้องมาตายแบบนี้เหรอเนี่ย!!!!

แม่...หนูจะไปหาแม่แล้วนะ

มะ...ไม่ได้เราต้องสู้ อีกนิดเดียวก็จะถึงฝั่งแล้ว

ร่างของเด็กสาวหนักอึ้ง

มือของเด็กสาวพยายามตะเกียดตะกายตัวเองไว้บนผืนน้ำ

ขาขยับไม่ได้ราวกับมีผีพรายมาฉุดไว้

พ่อค่ะ...หนู...หนู...

หวืด...

ร่างของเด็กสาวอยู่ๆก็เบาหวิวอย่างประหลาด

ร่างทั้งร่างลอยขึ้นมาเหมือนปาฏิหาริย์

เธอลอยเคว้งอยู่กลางอากาศอย่างไม่น่าเชื่อก่อนค่อยๆ หมุน..

ประสบพบหน้ากับคนที่เธอไม่ได้เคยได้คิดถึงเลยสักเสี้ยววินาที..

แครอท... มือของเขาหิ้วคอเสื้อของเธอไว้

ตาของแครอทเบิกขึ้นน้อยๆ เมื่อมองเห็นว่าคนที่ตนช่วยคือใคร..

ตุบ!!!!

แครอทปล่อยร่างกระต่ายที่เปียกมะล่อกมะแล่กอย่างไม่ไยดี

ก่อนจะเดินจ้ำหันหลังจากไปแบบไม่มีการหันกลับมามอง

มือของแครอทเช็ดกางเกงราวกับแขยงร่างบาง...

วันนี้...หมอนี่ช่วยชีวิตชั้นไว้ด้วยล่ะ...

.............

ณ ที่ทำการGMเกมNU กระต่ายน้อยเดินเข้ามาในช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของพนักงาน...

“เธอมาทำไมน่ะ”โฮลี่ ออเดอร์ร้องออกมาพลางกอดอกราวกับเป็นเจ้าของสวน

ที่เห็นกระต่ายเข้ามาทำลับๆ ล่อๆ ในสวนของตัวเอง

“มารับแฟน”คำตอบสั้นๆ ของกระต่าย ทำเอาเจ้าของสวนสะดุ้ง

“ที่นี่เนี่ยนะ...ใครจะเป็นแฟนเธอ”

ไม่ทันไรกระต่ายก็เห็นแครอทที่ปลูกไว้ในสวน

ก็กระโดดคว้าหมับ เจ้าของสวนมองตาค้าง

“นี่ไง”วิริยาว่าพลางกระชับแขนของชายหนุ่มที่ตนเกาะอยู่แน่น

“เฮ้ยน้อยเมียกูO[]O!!!”

“ใครแฟนเธอ ยัยปิศาจกระต่าย!!!”แครอทสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของกระต่ายน้อย

วิริยายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนกระโดดขึ้นไปหอมแก้มแครอทแบบจู่โจม

โดยไม่ทันที่GMคนอื่นๆจะทันได้ไหวตัวกระต่ายน้อยก็ลากแครอทออกจากสวนไป

“O_O”<<<<ใบหน้าพืชผักในสวนและเจ้าของสวนทุกคนที่เห็นกระต่ายลากแครอทไปกิน

.............

เจ้าแครอทโดนยัยเด็กกระต่ายนั่นลากไปกิน จะเป็นอะไรมากไหมเนี่ย...

วิศนะคิดขณะขับรถกลับบ้านโดยมีแผนว่าจะไปกระทืบกานดาเนื่องด้วยข้อหา ชนะกู...

เปรี๊ยง!

เสียงฟ้าผ่าลงมาพร้อมเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปราย

วิศนะขับรถผ่านปราสาทที่มืดทะมึนหลังหนึ่ง

บรรยากาศช่างเป็นใจดูละม้ายคล้ายปราสาทผีสิง ฝูงค้างคาวบินกรูกันออกมาเหมือนหนังผีที่เขาเคยดู...

ปราสาทแดร็กคิวล่ารึไงฟ่ะ...

เปรี้ยง!!

หนูพริกคิด ไม่ทันไรฟ้าก็ผ่าลงมาอีกเปรี๊ยงลงใส่ต้นไม้สูงใหญ่

ต้นไม้ดังกล่าวลุกติดไฟพรึบ

ก่อนจะล้มลงมาทับกระโปร่งหน้ารถของวิศนะ!!

โครม!

แล้วกรูจะไปต่อไงเนี่ย!!!...

วิศนะกระแทกประตูรถอย่างอารมณ์เสีย มองกระโปรงรถ

ที่มีต้นไม้ใหญ่ทับพร้อมกับไฟลุกท่วม....

“เวรแล้ว ทำไงล่ะเนี่ย”วิศนะบ่นพึมพำซึ่ง

ตาก็มองรถเจ้ากรรมที่อุส่าห์เก็บหอมรอบริบซื้อมาด้วยตนเอง

แกรก...แกรก...

เสียงลูกกรงเหล็กของปราสาทเปิดออกอย่างช้าๆ

ท่ามกลางสายฝน วิศนะสะดุ้งก่อนหันไปมอง


ร่างเล็กๆ ในเสื้อกันฝนสีดำกำลังถือตะเกียง เดินมาทางเขา

วิศนะถอนใจเฮือกใหญ่...

นึกว่าเจอผีแล้วกรู...

ร่างเล็กนั่นยกตะเกียงขึ้นมาทำให้วิศนะมองเห็นใบหน้าชัดขึ้น

ใบหน้าของนางพญาแห่งกองกำลังต่อต้านGM...

“อ้าว...ชิลลี..รถเสียเหรอ”มัจฉาพูดเสียงยานคางตามองที่รถของวิศนะ

ก่อนจะหันกลับมามองวิศนะอย่างมีเล่ห์นัยน์

“เออ!!”GMหนุ่มกระแทกเสียงตอบอย่างอารมณ์เสีย

//จะกลับไปกระทืบไอ้กานดาหน่อย เสียเวลาชีวิตเลยตู..//

“ว้า...น่าสงสารจัง”มัจฉาแสยะยิ้ม

“ค้างบ้านชั้นไหม..”

“บ้านเธอเหรอ..”วิศนะทวนขณะหันกลับไปมองปราสาท...

เปรี๊ยง!

ฝูงค้างคาวบินร่อนอยู่ทั่วฟ้า ปราสาทสีดำทะมึนชวนนึกถึงหนังผีตะหงิดๆ

บรรยากาศดูเปียกชื้นไม่ว่าจะมองยังไง มันก็คือปราสาทที่มีผีสิงอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์...

“ไม่ดีกว่ามั้ง..”วิศนะตอบ มัจฉายิ้มละไมแล้วมองไปรอบๆ

“แถวนี้ไม่มีบ้านใครแล้วน้า...อีกอย่างเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง..”มัจฉากล่าว

วิศนะมองไปรอบๆ ...

ทำไมมันมีแต่ป่าว่ะ...กุว่ากุอยู่ภาคกลางประเทศไทยนะ...

บรู๊วววว~!!



“- _,-”<<<มัจฉา

“อะ...ก็ได้ๆ”วิศนะตอบอย่างจำใจ เพราะเขายังไม่อยากตกเป็นอาหาร(มนุษย์)หมาป่าที่นี่..

..............

แสงไฟสลัวดูน่ากลัวตะหงิดๆ เทียบไขโบราณที่ทำให้เหมือนว่าเขาหลุดไปยุโรปยุคกลางเสียมากกว่า

ที่จะเป็นประเทศไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2552

มัจฉายิ้มแสยะขณะมองวิศนะที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับคอร์เล็ทชั่นผีสิงในห้องอาหารของเธอ

ชุดเกราะยุคอัศวินที่ดูน่ายำเกรงวางไว้รอบห้อง ราวกับเป็นห้องจัดแสดงเสียมากกว่าจะเป็นห้องอาหาร

พรมสีแดงฉานเหมือนกับเลือดปูไว้ที่พื้น โคมไฟแสงสลัว วอลเปเปอร์แบบบุผนัง...ไม่ว่ายังไง

ก็ดูไม่ออกว่าที่นี่คือภาคกลางของประเทศไทย

“หาว~ อุ๊บ!!!”

ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!

โครม!!!!!!

“อ้าว...พี่ดีโน่ตื่นแล้วเหรอ”มัจฉาพูดพลางชะเง้อมองไปดู

ใครบางคนที่ที่ร่วงหล่นตกบันไดลงมาจากชั้น 2

วิศนะมองตาม พบชายหนุ่มชาวยุโรป นอนกองอยู่บริเวณเชิงบันได

“งาย...”ดีโน่ว่าพลางลุกขึ้นมา

“น้องเขยพี่เหรอนี่..”

โครม!!

ดีโน่ลุกพรวดพราดขึ้นมาแต่ไม่วายสะดุดขาตัวเองทำให้หน้าคม่ำอีกรอบ

“ไม่ใช่เว้ย อย่างยัยนี่นะเหรอ!?”วิศนะร้องโวยวายทั้งๆที่ใบหน้าเริ่มมีสีแดงเรื่อ

ดีโน่ยันกายลุกขึ้นมาพลางมองวิศนะก่อนมองหน้ามัจฉา

“เหมือนเคียวยะเลยเนอะ”

“นั่นสิค่ะ”มัจฉาพยักหน้าเห็นด้วยกับดีโน่

พอวิศนะได้ยินก็ขมวดคิ้ว..

“เดี๋ยวๆ ใครกันน่ะ เคียวยะ”

“แฟนพี่เขาไง”มัจฉาตอบพลางยิ้มกริ่ม

“แต่ชั้นว่าเคียวยะน่ารักกว่านี้^^”ดีโน่ว่าอย่างเข้าข้างแฟนตัวเอง...เคียวยะมันน่าจะชื่อผู้ชายนี่หว่า..

วิศนะคิดในใจแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการสงสัยออกมา

“งั้นเหรอค่ะ”มัจฉาหัวเราะคิกก่อนหันกลับไปมองหน้าวิศนะ

“อ่อ ใช่ลืมแนะนำตัวไป ชั้นพี่ชายของมัจฉานะ ดีโน่ บอสรุ่น10 ของคาบัลโรเน่แฟมิลี่”

“งั้นชั้นก็ขอแนะนำตัวอีกทีแล้วกัน ชั้น มัจฉา คาบัลโรเน่...เป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่ดีโน่”

“แล้วก็เป็นผู้พิทักษ์อัสนีของชั้นด้วย”

ว่าแล้วดีโน่ก็กอดคอมัจฉาอย่างสนิทสนมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า

“มัจฉาไม่เห็นต้องพูดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องเลยนี่...ยังไงสำหรับพี่เราก็เหมือนพี่น้องกันแท้ๆ ละ”

“เออ...แล้วพี่เธอ...คนประเทศอะไรเหรอ”

“อิตาลีน่ะ”มัจฉาตอบก่อนหันไปถามดีโน่

“แล้วเรื่องพวกแฟมิลี่เล็กๆ ที่มาคอยตอดเราที่ประเทศญี่ปุ่นน่ะ ไปถึงไหนแล้วค่ะพี่”

“เจี๋ยนไปหมดแล้วล่ะ”ดีโน่ตอบพลางหยอกล้อกับมัจฉาราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดา

...เจี๋ยนงั้นเหรอ...

“ออ ใช่เดี๋ยวให้คนเตรียมอาหารให้พี่กับเคียวยะด้วยนะ”ดีโน่ว่าพลางลุกขึ้นยืน

“พี่เคียวยะเขาจะไม่ลงมากินอะไรเหรอค่ะ”

“เขาเหนื่อยอยู่น่ะ”สองพี่น้องคุยกันอย่างมีเล่ห์นัยน์

“เออ...แฟมิลี่นี่...หมายถึงอะไรเหรอ..”

“มาเฟียไงล่ะ..”มัจฉาพูดพลางยิ้มกริ่ม..

........

กลางดึกคืนนั้นวิศนะก็แยกไปนอนยังห้องๆหนึ่งภายในตัวปราสาทที่มัจฉาให้คนไปจัดไว้ให้

หากแต่ระหว่างที่นอนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้นเองก็มีใครบางคนย่องเข้ามาในห้องนอนของเขา...

ยิ่งกว่านั้นร่างบางนั้นยังเลยเทิดมาถึงเตียงที่เขากำลังนอนอยู่ด้วย!!

“เฮ้ย! เธอจะทำอะไรน่ะ!”วิศนะร้องโวยวายเพราะโดนมัจฉา...คร่อม..

“ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่..”มัจฉาว่าพลางกดร่างของวิศนะลงบนเตียงอย่างง่ายดาย

มือข้างหนึ่งรวบข้อมือของวิศนะไว้

น่าแปลกร่างเล็กๆ ของเด็กอายุ 14 สามารถกดร่างของผู้ใหญ่วัยทำงานได้อย่างง่ายดาย

อาจเป็นเพราะ เธอคือผู้พิทักษ์อัสนีของคาบัลโรเน่ล่ะมั้ง

“เธอต้องการอะไรกันแน่!!!”หนูพริกดิ้นคลุกๆ พยายามเอาตัวรอดจากแรงกดของหนูปลา

มือเล็กๆ ของมัจฉา ข้างที่ไม่ได้ใช้ตรึงข้อมือของวิศนะไว้

ลูบไปตามเสื้อของวิศนะ ร่างสูงตกใจทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่นึกว่า

แรงของตนจะไม่สามารถสู้เด็กสาววัยเพียง14ปีได้

มือเรียวของมัจฉาสะกิดเข็มขัด แล้วเอานิ้วเล็ก สอดเข้าไประหว่างเข็มขัดกับกางเกง

“ทายซิ”มัจฉายิ้มกริ่มแล้วดึงเข็มขัดของวิศนะออกก่อนวิศนะจะใช้แรงเฮือกสุดท้าย

ผลักมัจฉาออกไป แล้วกระโดดลงจากเตียงเตรียมลี้ภัย

ฉึก!!!

ดาบเล่มโตแทงทะลุเสื้อวิศนะทะลุติดกำแพงเฉียดคอหอยไปเล็กน้อย...

“ชอบรุนแรงก็ไม่บอก..”มัจฉาเงยหน้าขึ้นมามองวิศนะที่ถูกตรึงไว้กับที่..

มัจฉาใช้มือลูบไล้ใบหน้าของวิศนะอย่างแผล่วเบาก่อนริมฝีปากบางจะ

ขบลงที่ต้นคอของวิศนะราวกับจะหยอกล้อ

“ชั้นน่ะ...ไม่ได้มีแค่จัสตินเรย์นะ...”

“นายต้องเป็นของชั้นชิลลี”

............

PostPosted: Tue Jul 07, 2009 7:43 pm
by BOMlnW
ชิลลี่กุจะโดนมัจฉาคาปไปกินแล้วแต่ดีโน่เป็นลูกพี่ลูกน้องก่ะมัจฉาตั้งแต่เมื่อไร สนุกดีคับ รอตอนต่อไปอยู่นะคับ อยากรู้ว่าชิลลี่จะเสร้จมัจฉามั้ยคับ :D :D :D

PostPosted: Wed Jul 08, 2009 9:52 pm
by BOMlnW
แต่งต่อนะคับรอดูว่าชีลลี่จะเสร็จมัจฉามั้ยคับ

PostPosted: Fri Jul 17, 2009 11:42 am
by Esper
ตอนที่5

“แกน่ะเบะ!”กานดาร้องขณะเดินกลับบ้านอยู่กับกลุ่มเพื่อนหน้าเดิม

พวกเขากำลังเถียงกันในหัวข้อ

ใครเป็นอาและใครเป็นเบะ...

“แกนั่นล่ะเบะ”

“กูเป็นอาตะหาก”

“มึงนั้นแหละเบะ”

“เบะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”กานดาเถียงสุดขาดใจดิ้น

“เอางี้...กูเป็นอาพี่เมิงสิเบะ”เจ้าเพื่อนตัวดีอีกคนจัดการตัดสินปัญหาให้

ผัวะ!!!

“เมิงสิเบะ!!!”

เสียงวิศนะที่ผ่านมาพอดีตวาดพร้อมกับแจกมะเหงกให้เด็กหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว

“อ้าวพี่ มาทำไมฮะOvO”

“เรื่องของชั้น-_,-”วิศนะตอบอย่างมีลับลมคมใน

“มาแล้วเหรอชิลลี...”

เสียงบางคนดังขึ้นเนิบๆแต่เสียงนั้นกลับทำให้วิศนะหันขวับไปมองด้วยความแตกตื่น

“เอ้า ถือกระเป๋าให้ชั้นหน่อยสิ”มัจฉาที่เดินมากับวิริยาว่า มือก็ยื่นกระเป๋านักเรียนของตนให้วิศนะ

“ไมชั้นต้องถือให้หล่อนด้วย”วิศนะจ้องตา

“คนเป็นแฟนกันมารอรับกันทั้งที ก็ควรจะถือกระเป๋าให้กันด้วยสิ...”

มัจฉากล่าวก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ถอดความได้เป็นนัยน์ๆว่า”ถ้าไม่ถือเดี๋ยวคืนนี้เสร็จอีกแน่”

“ชิ”วิศนะที่ไม่มีทางเลือกกัดฟันคว้ากระเป๋านักเรียนของมัจฉาขึ้นมา

//ไมเราต้องยอมมันด้วยนะ!!//วิศนะคิดอย่างหงุดหงิดใจ

“พี่กับมัจฉาเป็นแฟนกันเหรอO[]O!!!”เจ้ากานดากู่ร้อง

“ก็ประมาณนั้นละ...”

มัจฉาตอบเสียงนิ่ง ในขณะที่กระต่ายเจ้ากรรมที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างมัจฉาก้มมองนาฬิกาเป็นรอบที่ร้อยแปด

“แครอทออกมาสิ หลบอยู่หลังต้นไม้ใช่ไหมชั้นรู้หรอกน่า”

วิริยาพูดเสียงเรียบ ทำให้ทุกคนหันขวับไปที่ต้นไม้ดังกล่าว

ชายหนุ่มผมยาวสีส้มที่ปกติสามารถปกปิดการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้มิดชิด

บัดนี้กลับมีสีหน้าสุดแสนกระดากใจแขวนอยู่บนใบหน้า

เขาค่อยๆก้าวเท้าออกมาช้าๆจากต้นไม้ที่ใช้กำบัง

ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งสติได้ กระต่ายน้อยก็โดดเข้างับแครอทต่อหน้าสายตาทุกคู่ที่จ้องมา

“เฮ้ย วิริยาOWO!!”กานดาแตกตื่นที่เห็นพฤติกรรมการกินแครอทของกระต่าย

“แครอทนายมาที่นี่ได้ไง!!”วิศนะร้องถามขณะมองวิริยาที่ทำท่าเหมือนจะงับหัวแครอทอยู่อย่างอึ้งๆ

“อ้าว นายก็มาด้วยเหรอชิลลี่!”แครอทมองวิศนะที่กำลังถือกระเป๋าให้นางปลาตาค้างเช่นกัน

.............................

“แก๊งมาเฟียน่ะถ้ามีจำนวนคนมากๆเราจะเรียกว่าแฟมิลี่”

มัจฉาอธิบายโดยมีวิศนะที่เสียวสันหลังวาบๆเดินอยู่ข้างๆ

“ส่วนหัวหน้าแฟมิลี่แต่ละคนก็จะมีผู้พิทักษ์ของตนเอง”

“คล้ายๆบอดี้การ์ดสินะ”

“ก็ประมาณนั้นละ...ผู้พิทักษ์ส่วนใหญ่ของแฟมิลี่ทั่วไปก็จะมี พิรุณ อัสนี หมอก เมฆา วายุ อรุณ”

“ทำไมต้องเป็น สายฟ้า พระอาทิตย์ พายุ สายฝนไรพวกนี้ด้วยละ”วิศนะนึกสงสัย

“ก็เพราะหัวหน้าแฟมิลี่คือนภาไงละ...”

“อืมๆ”วิศนะพยักหน้า

“แต่คาบัลโรเน่ของพวกเราไม่มีผู้พิทักษ์เมฆาหรอก แต่เห็นว่าเร็วๆนี้พึ่งหาคนมาเสียบตำแหน่งนี้ได้”

“เห็นว่า เป็นคนญี่ปุ่นที่ฝีมือดาบเหนือกว่าผู้พิทักษ์พิรุณของเราด้วยละ”

“เป็นคนญี่ปุ่นแล้วมันแปลกตรงไหนละ”

“ก็เพราะว่า....ชิลลีระวัง!!”

เช้ง!!!

ดาบเล่มโตเหมือนเมื่อคืนนั้นตวัดวูบไปกระทบเข้าให้กับมีดปริศนาที่หมายจะปลิดชีวิตพวกเขา

พริบตานั้นเองที่กลุ่มคนในชุดดำ คาดหน้าผากด้วยกระบังหน้าผากสัญญาลักษณ์แปลกๆ

ก็กรูกันขึ้นมาจากพื้นดินโดยรอบเหมือนฝูงมดแดง

“นินจาของอิวะงาคุเระ....”มัจฉาปราดตามอง

“นินจา!?”วิศนะหน้าตื่นเพราะตกใจที่คนแต่งกล้าจับการ์ตูนเรื่องนารุโตะมามั่วด้วย

พริบตานั้นเองที่เหล่านินจานับสิบกระโจนเข้ามาพร้อมกันอย่างรวดเร็วพร้อมมีดสั้น...

“ชิลลีนายหลบไปก่อน เดี๋ยวชั้นจัดการเอง”

แหวนที่นิ้วของมัจฉาเกิดประกายไฟสีส้มลุกพรึบขึ้นก่อนเจ้าหล่อนจะยิ้มเหี้ยม

“ชั้นพึ่งค้นพบเจ้านี่พอดี....ขอพวกแกเป็นหนูลองยาหน่อยละกัน”

พริบตานั้นมัจฉาก็ล้วงเอากล่องสี่เหลี่ยมสีสันชวนแปลกตาขึ้นมา ก่อนจะเสียบไฟสีส้มดังกล่าวเข้าไป!!

ตูม!!!

คลื่นน้ำลูกใหญ่สูงร่วม10เมตรกระจายออกมารอบตัวมัจฉาทำให้เหล่านินจาวงแตกกระเจิง!!

“คาถาดิน กำแพงพสุธา!!”

นินจาที่ท่าทางเป็นหัวหน้าใช้คาถาสร้างกำแพงซึ่งทำจากดินกั้นคลื่นน้ำของมัจฉาไว้ได้

แต่คลื่นน้ำดังกล่าวกลับร่วมตัวกันแล้วก่อเกิดเป็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตในเทพนิยาย...

พญานาค7เศียร....

“ตัวอะไรน่ะ!!!”นินจาจากญี่ปุ่นที่ไม่เคยเห็นพญานาคร้องกันอย่างแตกตื่น

“อย่าไปกลัวมันก็แค่งูตัวโต!!”

นินจาที่ท่าทางเป็นหัวหน้าว่าเสร็จก็ผสานอินทันที

มะเมีย ระกา วอก ขาน!!

คาถาดิน มังกรพสุธา!!!

โฮก!!!!!

มังกรที่ทั้งตัวเป็นดินยาวนับ10เมตรเกิดขึ้นจากการร่วมตัวของเศษดินเศษหินรอบบริเวณ

มันคำรามเสียงลั่นจนวิศนะต้องใช้มือปิดหูไว้

“คาถานินจาสินะ....แต่ดินมันสู้น้ำไม่ได้หรอกนะ เป็นก้อนโคลนไปซะ!!”

มัจฉาเองก็อดทึ้งในวิชานินจาไม่ได้ แต่นั้นก็หาใช่เหตุผลที่เธอจะยอมแพ้พวกมัน

สิ้นคำพูดนั้นเธอก็จัดการให้พญานาค7เศียร เศียรหนึ่งยิงกระสุนน้ำลูกใหญ่ใส่มังกรดินดังกล่าวทันที!!

โฮก!!!

แต่มันหาง่ายอย่างนั้น เมื่อเจ้ามังกรก้อนดินพ่นเศษดินเศษโคลนออกมาต้านกับกระสุนน้ำไว้!!

แล้วเมื่อจบการปะทะเศษดินเศษโคลนดังกล่าวเมื่อร่วงลงสู่พื้น

ก็ร่วมตัวกับเศษดินเศษหินที่พื้นแล้วเกิดเป็นมังกรดินตัวใหม่ขึ้น!!!

“บ้าน่า!!!”วิศนะที่มองอยู่ถึงกับตะลึง

“ตอนนี้ละ พวกเราบุก!!”หัวหน้านินจาใช้จังหวะนี้สั่งระดมพลบุกเข้าใส่ทั้งคู่ทันที!!

“Sola Bream!!!”

ลำแสงสว่างจ้าพุ่งเข้าใส่เหล่านินจาก่อนระเบิดดังบึ้ม ทำให้พวกนินจากระเด็นกันไปคนละทิศคนละทาง

มังกรดินทั้งคู่แตกสลายกลายเป็นเศษธุลีในพริบตา!!

เปลวเพลิงที่เกิดจากลำแสงเมื่อครู่ลุกลามจนทั่วบริเวณ!!

“มันมีพวกมาช่วย!!”หัวหน้านินจาถึงกับเหงื่อตกเมื่อชายผู้หนึ่งปรากฏร่างขึ้นมา...

ชายหนุ่มผมสั้นสีดำ รูปร่างบึกบึ้นเหมือนนักกีฬา สูงร่วม180เซนติเมตร

ยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงที่เขาสร้างขึ้นเมื่อครู่...

“ใครน่ะมัจฉา”วิศนะร้องถามขณะส่งสายตาระแวงไปที่ชายผู้มาใหม่

“เขามีโค้ดเนมว่าzCGz เป็นผู้พิทักษ์แห่งอรุณของคาบัลโรเน่แฟมิรี่ของเรา”มัจฉาอธิบาย

“งี้พวกเราก็รอดแล้วสิ”

“หมายความว่าไง มันไม่โผล่มาชั้นก็ชนะอยู่ดีละ”มัจฉาชักฉุน

“ยัยเด็กหลงตัวเอง!!”

“แล้วใครละที่เสียท่าเด็กหลงตัวเองเมื่อคืน”มัจฉาโต้ตอบด้วยเสียงนิ่งๆ

“เฮ้ย นี่มันกลางถนนนะ อายคนอื่นเขาบ้างสิ!!”วิศนะหน้าแดงวูบ

“ไม่เห็นต้องอายเลย ก็มันเรื่องจริงนี่”มัจฉายิ้มกริ่ม

“ว่าไงนะ!!”

“เออ...เลิกทะเลาะกันได้รึยังครับ”zCGzหันมามองหน่ายๆ

“ยัง!!”มัจฉากับวิศนะร้องตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นจะมีประชุมเปิดตัวผู้พิทักษ์เมฆานะครับ....”zCGzกล่าวเรียบๆ

”พวกเรา เข้าไปพร้อมกันเลย!!”

นินจาทุกคนกระโจนเข้าใส่zCGzพร้อมกัน!!

“Warming world!!”

ความร้อนขุมหนึ่งพวยพุ่งออกจากผู้พิทักษ์แห่งอรุณก่อนจะระเบิดเป็นพลังงานความร้อนมหาศาล!

นินจาชุดแรกที่ผลี่พลามเข้าไปโดนย่างเกรียม!!

“ชั้นกินผล Global warmingเข้าไปน่ะ”

“!!?”เหล่านินจามองหน้ากันเลิกลั่กเหมือนไม่เข้าใจความหมายของzCGz

”เขาหมายถึงอะไรน่ะมัจฉา”วิศนะร้องถาม

“นายไม่เคยอ่านOne pieceหรือไง เขาหมายถึงว่าเขาคือผู้ที่กินผลปีศาจเข้าไปไง”

“เอาละ...เรามาต่อกันดีกว่า...”zCGzว่าขณะเดินเข้าหาเหล่านินจา

พร้อมเปลวที่ที่ลุกโชติช่วงขึ้นที่ฝ่ามือ

..................

ร่างหนึ่งนั่งอยู่ในห้องมืดสลัว ร่างที่นั่งอยู่หันไปมอง แสงสีขาวที่สาดส่องใบหน้าสีขาวนวล

ผิวสีขาวราวหิมะของเขา มิต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพวกผู้ดีแน่ ผมสีดำตัดกับสีผิว ปิ่นเคนเซย์คันบนหัวดูเป็นเอกลักษณ์

ชุดญี่ปุ่นสีดำดูน่าเกรงขาม...นัยน์ตาสีนิลคมๆ มองร่างสูงใหญ่ของชายชาวยุโรปที่เปิดประตูเข้ามา

เขาคือหัวหน้าแก๊งคาบัลโรเน่ ...

“นายสินะ...ผู้พิทักษ์เมฆาที่รีบอร์นทาบทามมา... คุจิกิ เบียคุยะ”

.....................

ช่วยบอกผมทีว่าผมแต่งฟิกexeอยู่- -"

มัจฉาก็ไฟธาตุนภาอ้ะแหละคับแต่เป็นผู้พิทักษ์อัสนีของนีโน่

แล้วฟิกเรื่องนี้ผมจะให้มัจฉานี่แหละคับเป็นคนคิดค้นกล่องขึ้นคนแรก*-*

ปล.ถือโอกาสที่เจ้าของเรื่องรีบอร์นตัวจริงยังไม่เฉลยยัดเนื้อเรื่องที่ตัวเองมั่วมาเองใส่ซะ อิอิ

PostPosted: Fri Jul 17, 2009 2:21 pm
by chaninza24
สนุกดีนะคับนึกว่าหายไปไหนมาตั้งนานไม่ยอมมาแต่วต่ออ่ะคับในที่สุดก็กลับมาแล้วหลอ รอตอนต่อไปอยู่นะ แล้วพวกสึนะไปไหนอ่ะ น่าจะเอาคนจองแฟมิลี่ของสึนะก่ะดีโน่มาดวนกันเลยอ่ะ อยากเห็นอ่ะ