Welcome
Welcome to <strong>Executional Fan Club</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

แฟนฟิค Executional <เมนูอาหารวันนี้>

ฟอรั่มนั้สำหรับลงโดจินหรือฟิคนะครับ จะเรทก็ได้นิดหน่อยนะครับ

แฟนฟิค Executional <เมนูอาหารวันนี้>

Postby Esper on Sun Jun 21, 2009 9:07 pm

เมนูอาหารวันนี้ ขอเสนอ ปลาราดพริกและแครอทสำหรับกระต่าย...

ตอนที่ 1

ณ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

“คุณอัษฏาคร้าบบบ” เสียงฟักทองร่านๆร้องขณะวิ่งไล่จับอัษฏาไปรอบห้องอย่างสนุกสนาน

“อย่าเข้ามา!”อัษฏาร้องเสียงตื่น

ในขณะที่ระยะห่างค่อยๆลดลงทุกทีๆ

เจ้ามิสเตอร์พัมกิ้นจอมตื้อพยายามเอื้อมมืออกมาหมายจะคว้าอัษฏาไว้

เสียดายที่ระยะห่างยังมากเกินไป....ด้วยเหตุผลขั้นต้นนี้เอง....

พัมกิ้นตัดสินใจกระโจนเข้าใส่เหมือนไอ้หื่นที่หิวโหยที่หมายจะขย้ำสาวน้อยอัษฏา!!!

พลัก!!

สาวน้อยจอมขัดขืนหันมาประเคนพระบาทงามๆ ใส่หน้าไอ้หื่นโรคจิตวิตรถาร

พัมกิ้นหน้าหงายไปก่อนที่เจ้าตัวจะยื่นมือไปทางอัษฏาด้วยท่าทางสุดจะไขว้คว้า

“ผมรักคุณคนเดียวนะครับ~T^T”

ครืด....

“กุว่าแล้วมันพูดแบบนี้กับทุกคน”วิศนะที่แอบอยู่ข้างเสาพูดพึมพำพลางใช้เล็บขูดเสา

//แล้วกุจะไปแค้นมันทำไมวะเนี่ย ไม่ได้คิดอะไรกับมันซะหน่อย....

ไม่ๆๆเราแค่ตามมาดูเฉยๆเท่านั้นเองแหละ//

อัษฏามองเจ้าคนหลายใจด้วยสายตาสมเพศก่อนหยิบเก้าอี้ใกล้มือขึ้นมาง้างเตรียมฟาด..

“คุณอัษฏาคร้าบ อย่า ไม่นะไม่ อย๊า ~~~~~~!!!”

โครม!!

เก้าอี้ถูกหวดลงมาอย่างไม่มีการลังเล

”โอ้ยยยยย~~ มันเจ็บนะครับคุณอัษฏา~!!”พั้มกิ้นครวญ

“ก็ตีให้เจ็บน่ะสิ ไอ้ฟักทองร่าน!!”อัษฏาร้องด่า

“สมน้ำหน้า”วิศนะพึมพำ

“อ้าว นั่นพี่นายกานดานี่...”เสียงปลาบ้าอำนาจดังขึ้นด้านหลังวิศนะ

วิศนะสะดุ้งก่อนหันมามองหัวหน้ากองกำลังต่อต้านGM

เด็กสาวผมสีทองยังคงมีสีหน้าที่ดูเฉยเมยปนเจ้าเล่ห์แขวนอยู่บนหน้าตามเคย

ริมฝีปากสวยได้รูปยิ้มน้อยๆราวกับจะยัวเย้า

“หัวหน้ากลุ่ม 1 ที่ฆ่านายไปไหนซะล่ะ”

มัจฉาว่าพลางมองซ้ายมองขวาราวกับจะเรียกกานดาให้มาฆ่าวิศนะอีกรอบ

เส้นเลือดที่ขมับวิศนะเต้นตุบๆ

ดวงตาที่ร้อนดังเพลินบัลลัยกัลล์ของวิศนะจ้องมัจฉาเหมือนต้องการทอดปลาตัวนี้ทั้งเป็น

“ยัยปลาเตี้ย!!”

“แต่ชั้นว่าจัสติงเรย์ของชั้นสูงกว่านายนะ”

ปลาน้อยยิ้มเหี้ยมเหมือนต้องการจะสื่อว่า”เจอกันในเกม มึงตายแน่”

“คิดว่าชั้นกลัวเหรอ ยัยปลาทอง!!”

วิศนะร้องด่าอย่างไม่มีการลดราวาศอก

หากแต่เด็กสาวกลับไม่มีสีหน้าทุกร้อนกับคำด่าของวิศนะแต่ประการใด

เจ้าตัวลอบมองไปที่ด้านหลังของวิศนะก่อนจะพูดขึ้นว่า

“อ๋อ...นายมาจับบ้านเล็กสินะ”มัจฉายิ้มพลางมองตาวิศนะ

“คุณอัษฏา เรากลับมารักกันเหมือนเดิมนะคร้าบ~”เสียงพั้มกิ้นดังรอดออกมา

“ใครเคยรักกับแกฟะ!!”ไม่ขาดคำ สาวน้อยมาดเข้มอัษฏาก็ฟาดเก้าอี้ใส่เจ้าฟักทองซ้ำ

“คุณอัษฏาครับบบบบTT^TT”เจ้าฟักทองพยายามเรียกคะแนนสงสาร

“กะ...แก...”วิศนะก่นดาเสียงเหี้ยม

“แล้วคนไหนแฟนนายล่ะ ถ้าเป็นหัวหน้ากลุ่ม 2ชั้น คงให้นายไม่ได้หรอกนะ”

“ใช่ที่ไหนล่ะฟะ~!”วิศนะร้องออกมาอย่างเดือดเต็มทน

“อ้าว~งั้นแฟนนายก็พัมกิ้นล่ะสิ”

“งั้นเหรอ แล้วยัยกระต่ายแฟนเธอล่ะ”วิศนะสวน

ทั้งหมดช่างเป็นการทะเลาะที่น่าดูระหว่างผู้ใหญ่วัยทำงานกับเด็กมัธยมต้น

มัจฉาที่หอบหนังสือไว้เต็มมือมองวิศนะด้วยสีหน้าเหมือนขี้เกียดจะทะเลาะกับเด็กก่อนจะเชิดหน้าว่ายน้ำหนีไป

ผิดกับวิศนะที่มองตามมัจฉาไปด้วยสายตาเคียดแค้น...

“ยัยปลาบ้าเอ้ย!!”

............

“เอาตุ๊กตานี่เป็นของขวัญให้แรมโบ้จังดีกว่าโนะ”

ซาซางาวะ เคียวโกะพูดขณะเลือกตุ๊กตากระต่ายมาตัวนึง

เพื่อเป็นของขวัญให้แรมโบ้เนื่องในโอกาสไล่ฆ่ารีบอร์นครบ 100 ครั้ง

“อืมๆ! เอ๊ะ! คุณซึนะต้องชอบเจ้าตัวนั้นแน่เลย!”

มิอุระ ฮารุขานรับก่อนจะเหลือบไปเห็นตุ๊กตากระต่ายตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางร้าน

“งั้นซื้อให้ทุกคนเลยดีกว่าแหะ”เคียวโกะใช้นิ้วแตะริมฝีปากอย่างครุ่นคิด

”ฮารุก็ว่างั้นแหละคร้า~”เจ้าตัวว่าขณะกอดรัดฟัดเหวี่ยงอยู่กับตุ๊กตากระต่าย

ก่อนที่ทั้ง2จะเดินไปจ่ายตังค์แล้วออกจากร้านไป

โดยทั้ง2เดินสวนกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเข้ามาในร้านจังหวะเดียวกับที่พวกเธอออกจากร้านพอดี....

หญิงสาวผมดำนาม ลูเคียก็เดินสวนเข้ามาด้วยกายหยาบพร้อมกับอิจิโกะและเร็นจิเจ้าประจำ

“จั๊ปปี๊~>w<”คุณหัวหอมเริ่มเพ้อไปกับบรรยากาศในร้านที่เต็มไปด้วยตุ๊กตากระต่ายที่

เจ้าตัวติ๊งต่างไปเองว่าเป็นจั๊ปปี๊สุดเลิฟ

ขณะเดียวกันชายหนุ่มผมสีส้มคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในร้าน

ดวงตาหลังแว่นมองไปที่หญิงสาวที่กำลังวิ่งไปรอบๆ

“เอาตัวนี้~ตัวนี้ก็น่ารักอ่ะ ตัวนั้น!!”ลูเคียทำท่าเหมือนหลงอยู่ในสวนจั๊ปปี๊

วิ่งจับกระต่ายที่วางเป็นสินค้าโยนใส่เจ้าบ้าสตอเบอร์รี่เป็นว่าเล่น...

จะเหลือถึงกรูไหมว่ะ...แครอทคิดในใจพลางมอง

จำนวนตุ๊กตากระต่ายในร้านที่น้อยลงทุกทีๆ

“เฮ้ย! อย่างงี้เธอเหมาเลยเหอะ”พืชไร่ในภาคเหนือประชด ทำให้คนของตระกูลคุจิกิชะงัก

“ทำไมชั้นคิดไม่ถึงเนี่ย...”สาวน้อยตระกูลคุจิกิว่าก่อนจะเหมาไปหมดร้านจริงๆ

“เฮ้ย!”เจ้าพืชไร่กับคนคิ้วตลกดกเพราะสักแหกปากพร้อมกัน

“แบกไปอย่าบ่น!”

ว่าแล้วคุณหนูตระกูลคุจิกิเดินเชิดออกไปโดยมีข้าทาสสองตัวแบกจั๊ปปี๊กลับคฤหาสน์ตระกูลคุจิกิไป

มันต้องเหลือสักตัวสิน่า....

แครอทใช้นัยน์ตาคมปราดมองหากระต่ายจั๊ปปี๊ที่เหลือรอดจากปิศาจหัวหอมที่พึ่งเสร็จจากกิจกรรมล่ากระต่าย...

เอ๊ะ! นั่น...

ภาพจั๊ปปี๊ตัวสุดท้ายที่หลุดรอดจากสายตาของปีศาจหัวหอมมาได้ฉายเข้ามาในนัยน์ตาสีสวยของแครอท

ร่างโปร่งเดินเข้าไปหยิบแทบจะในทันที...

หมับ..

มือเล็กๆ มือหนึ่งหยิบเจ้ากระต่ายจิ๊ปปี้ไปก่อน

นัยน์ตาสีทองของแครอทมองไปที่คนที่บังอาจแย่งจั๊ปปี๊

เด็กสาวผมทองยาว ใบหน้าเหมือนถูกโบกด้วยปูนซีเมนต์จนดูเหมือนกับตายด้าน

ดวงตาสีเขียวจ้องตาร่างสูงกลับอย่างเฉยเมย...

“แครอทนี่...”วิริยาร้อง

“ชั้นเห็นก่อนนะ..”แครอทเอ่ยเสียงนิ่งก่อนวิริยาจะตอบกลับนิ่งๆ เช่นกัน

“แต่ชั้นหยิบก่อนนี่...”ว่าแล้วกระต่ายน้อยก็เดินอุ้มตุ๊กตากระต่ายไปจ่ายตังค์

“....”แครอทมองตามหลังปีศาจกระต่ายไปอย่างสุดแค้น

“ชั้นไม่มีทางยกจิ๊ปปี้ให้พวกGmหรอก”

วิริยาว่าพลางชูตุ๊กตาที่เจ้าตัวจ่ายตังไปเรียบร้อยแล้วขึ้นราวกับเจ้ายัวโมโหคนตรงหน้า

“หึ่ม!!”แครอทคำรามในลำคอก่อนจะหันหลังเตรียมเดินออกจานร้าน

หมับ

มือของกระต่ายตัวหนึ่งคว้ามือของเขาไว้

“มีอะไร”แครอทถามเสียงเย็นชา

“ก็....คิดว่าพรุ่งนี้อยากให้มาเล่นเป็นเพื่อนชั้นที่บ้านหน่อยน่ะ”กระต่ายน้อยยิ้มน้อยๆอย่างเจ้าเล่ห์

“หืมม์!?”แครอทมีสีหน้าแปลกใจระคนสงสัยก่อนจะรับแผนที่บ้านมาจากกระต่ายน้อย

ยัยนี่...คิดจะทำอะไรกันแน่!?
Last edited by Esper on Mon Jun 22, 2009 9:04 pm, edited 1 time in total.
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby min on Mon Jun 22, 2009 5:46 pm

ไม่ยอม~~~~~

คุณอัษฎาเป็นผู้หญิงหรอ ไม่ยอมเฟร้ย
ไหนจะคุณฝักทองของชั้นอีกนะ
อย่ามาพูดเสียๆหายแบบนี้อีก ฮึ่มๆ :evil:


แต่ก็...ขอบใจละกันนะที่ทำให้ฉันเหมือนคนบ้า
(อ่านไปขำไปแม่กะพ่องงกันใหญ่เยย..)

อ๊ะจริงสิลืมอีกอย่างนะอย่างวิศนะน่ะรึจะมีเวลาว่างมาดูคุณฝักทองเล่นพิเรน
เพราะวิศนะขยันจะตายคงไม่มีเวลาว่างหรอ

(ปล.หนุกดีเรามิ้นเด้อ)
User avatar
min
Player
Player
 
Posts: 6
Joined: Mon Jun 22, 2009 5:33 pm
Location: บ้านGMมิ้นท์

Postby zCGz14211 on Thu Jun 25, 2009 8:24 pm

หลังๆเอาเรื่องอื่นมามั่วเยอะเลยนะคับ(แต่ก็หนุกดี)

แล้วไมมีแต่บลีชกับรีบอร์นอะ น่าจะเอานารูโตะกับวันพีชมารวมด้วย

แล้วคุณminเคยอ่านผลงานเก่าของคุณEsperมั้ยคับ

ผมขอแนะนำเลยว่าสุดยอดมั่กๆ มินท์กับภัสสรตบกันแย่งกานดา+ผู้ก่อการร้ายสลัดผักN.U.
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Thu Jun 25, 2009 8:27 pm

ตอนที่2

“ห้าว~”เด็กหนุ่มผมดำหาวออกมาอย่างเบื่อหน่าย

เขาคือปุยเด็กหนุ่มที่พึ่งย้ายมาเรียน ณ โรงเรียนรวมมิตรประชาทัณฑ์

มาวันแรก นอกจากเขาจะไม่มีเพื่อนแล้ว ยังโดนล้อว่าเป็นไอ้ขี้ก้างจำศีลอีก

ก็คนมันง่วงก็ต้องนอน ผิดหรือไง!?

ถ้าไม่ติดว่าโรงเรียนนี้อยู่ใกล้กับโรงเรียนของคุณหนูที่น่ารักของเขาละก็

เขาไม่มีวันมาเหยียบที่นี่แน่

“เบื่อโลกแล้วเหรอพี่”เสียงเด็กชายร่างเล็กร้องถาม

ตะวัน คือน้องชายข้างบ้านของเขา ซึ่งก็เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกับคุณหนูของตะวันและเขาพอดี

“ห๊าว~”ปุยแกล้งทำเป็นเมินโดยการหาวใส่

ไม่สนใจไอ้เกรียนเมพที่มาขัดขวางเวลาง่วงนอนอันแสนมีค่าของเขา

“หรือว่าพี่เจอผู้หญิงน่ารักๆแต่ไม่มีปัญญาจีบ”

เด็กชายทำหน้าเจ้าเล่ห์ ราวกับว่าจะรู้ทันไปซะทุกเรื่อง(ทั้งๆที่ความจริงมันไม่รู้อะไรเลย= =)

//เหอะ น่ารักๆเหรอ โรงเรียนพรรคนี้มันจะไปมีได้ไง//

เด็กหนุ่มคิดในใจ ปากอ้าหวอ เตรียมจะหาวออกมาเป็นรอบที่3ตามปกติ

หากแต่บางสิ่งได้หยุดชะงักการกระทำของเขาไว้ให้แข็งราวโดนสาป

เด็กสาวหัวกระเซิงสีฟ้านามภัสสร ดวงตาสีฟ้าของเจ้าหล่อนมองเหม่อ

ไปข้างหน้าราวกับกำลังคิดเรื่องบางเรื่อง

“น่ะ...น่ารัก”ปุยหลุดประโยคต้องห้ามเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าตะวันออกมา

ตะวันยิ้มกริ่มก่อนจะเอ่ยคำพูดออกมา

“จีบเลยพี่ สุดหูรูดดดดดด!!!”ว่าแล้วเจ้าตัวก็ใช้พระบาทถีบพี่ชายสุดที่รักเข้าชาร์จภัสสรทันที

อุ๊ป!!!

ร่างของเด็กหนุ่มขึ้นไปคร่อมบนร่างเด็กสาวหัวกระเซิงพร้อมใบหน้าที่ตกใจสุดขีด!

ดวงตาสีฟ้าท่อประกายตื่นตระหนัก เด็กหนุ่มที่ถูกความรู้สึกของตนครอบงำโดยไม่

สามารถขัดขืนได้ทำให้ร่างกายโน้มตัวลงเข้าหาริมฝีปากบาง...

...............................

ณ เกมNU

“เจอกันครั้งแรกก็ไปจูบเขาเลยเหรอ แน่มากนะเอ็ง 5555+”

พี่ใหญ่สุดในกลุ่มนามปอนด์ปล่อยก๊ากออกมาก๊ากใหญ่เมื่อฟังเรื่องทั้งหมด

“ไม่พอนะพี่ นอกจากนั้นพี่เขายังมีฉายาใหม่ ‘ขี้ก้างจอมหื่นด้วยนะ’ ”ตะวันเสริม

“แก๊!!!!!”

เสียงปุยร้องก่อนที่จะวิ่งจ้ำพรวดๆหมายจะไล่กระทืบเจ้าตัวดีต้นเรื่อง

“ผมแค่อยากให้พี่สมหวังน้า~ ที่ทำไปเพราะหวังดี เพราะเคารพรักในตัวพี่นะเนี่ย^O^”

เจ้าดวงอาทิตย์อุทัยพูดน้ำสำเนียงชวนน่าถีบ

ในขณะที่ปุยน้อยกำลังจะวางมวยพี่ใหญ่นามหนูปอนด์ก็ล็อกคอทั้งสองไว้

“เอาเหอะน่าๆ เดี๋ยวเรื่องจีบสาวพี่ช่วยเอง~พี่น่ะ ทำสาวๆ ร้องไห้มาเยอะแล้ว~”

ปอนด์ว่าพลางโอ้อวดสรรพคุณราวเซลขายเครื่องกรองน้ำตามบ้าน ว่าแล้วก็เหลียวหันไปเห็น

สาวน้อยนางหนึ่งเข้า

“เห็นสาวน้อยคนนั้นป่ะ”แล้วปอนด์น้อยชี้ชวนปุยกับตะวันดูเหยื่อใกล้ตัว

“ผมยาว~ผิวขาว~ใส่แว่น~สรุปดิ๊”คาสิโนปอนด์โชว์ความรอบรู้แล้วหันไปถามลูกศิษย์ทั้งสอง

“โมเอะ!”ลูกศิษย์ทั้งสองตอบพร้อมกันอย่างชะฉ้าน

“เอาล่ะ เดี๋ยวพี่จะโชว์ให้ดู”

............

นังกระต่ายบ้า...ตุ๊กตาจิ๊ปปี้นั้นมันควรเป็นของชั้น...

แครอทคิดอย่างเคียดแค้น เส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ

เรียกเราไปคิดจะทำอะไรกันแน่..มันต้องการอะไร...ไม่ไปก็ไม่ได้...เสียศักดิ์ศรี...

จะไปคนเดียวก็กระไรอยู่...เรียกชิลลีไปด้วยดีกว่า...แครอทวิเคราะห์ปัญหา

นัยน์ตาสีทองประกายกร้าวเหมือนจะขยี้ทุกคนที่มาเข้าใกล้ในระยะที่เขาจะเรียกฝนดาวตกเทใส่ได้

“นี่~น้องสาว”เสียงคาสิโนปอนด์ดังขึ้นด้านหลังแครอท

หากแต่ชายหนุ่มมิได้สนใจเนื่องด้วยความคิดที่ว่า

“กุเป็นผู้ชาย”ทำให้ไม่คิดจะเหลือบไปมองโดยลืมเรื่องสำคัญที่ว่า แถวนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น

“น้องสาวเรียกแล้วไม่หัน พี่ปวดใจนะเนี่ย...”เสียงน่ารำคาญดังขึ้นอีกระรอกคราวนี้ไม่พูดเปล่า

แต่มีการตบไหล่แครอทเบาๆ อย่างทะนุถนอม

มันหมายความว่าไงว่ะ...แครอทคิดคำนึงขณะรู้สึกขนลุกเพราะมุขที่โคตรจะเสี่ยวของแอดมินบอร์ดEXE 2

“นั่งอยู่คนเดียวไม่มีใครดูแลหัวใจ ให้พี่ช่วยดูแลให้ไหม~”

อะไรของมันว่ะ...

“พี่อยากรู้ชื่อน้องมากเลยอ่ะ~”ปอนด์ว่าพลางลูบไล้เส้นผมของสาวงาม

ไร้เสียงตอบจากสวรรค์...

ท่าทางจะยากแฮะ...

ปอนด์คิดขณะหันไปทางน้องทั้งสองที่มองเขาอย่างใจจดใจจ่อ...

ถ้าจีบไม่ได้ละก็เสียฟอร์มแย่เลยเดะ...

“หันหน้ามาหน่อยสิจ้ะน้องพี่อย่างเห็นหน้า~”

หนูปอนด์ว่าขณะนำมือมาวางไว้บนมือของสาวน้อยแครอท

แครอทที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกลวนลามหันกลับมามองช้าๆ

ผิวขาวเนียนสวยเหมือนกับผู้หญิงแต่คิ้วเข้มๆ

กับนัยน์ตาสีทองโหดๆ แผ่รังสีอำมหิตได้นั่น

บอกปอนด์น้อยว่า คนตรงหน้าเป็นผู้ชาย!!!

“ผู้ชายนี่!!O/[]\O”ปอนด์กรีดร้องเป็นตัวอักษรอันฟาเบต

“เออ”

แครอทตอบเสียงนิ่งในขณะหนูปอนผู้น่าสงสารกำลังสั่นเป็นเจ้าเข้าเพราะโดนรังสีอำมหิตของแครอทข่มไว้

“ขะ...ขอโทษคับ ครือ~น้องๆ ผม...เออ...เฮ้ย!!”

ปอร์นน้อยร้องลั่นเมื่อน้องรักทั้งสองที่ควรจะอยู่ข้างหลังเขาหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

และเมื่อปอนด์หันมามีอันต้องเหงื่อตกเมื่อพบกับคทาด้ามงามที่อยู่ในมือของแครอทเรียบร้อยแล้ว

“ข้อหาข้อแรก ชั้นไม่ใช้ผู้หญิง

ข้อที่สอง แกจีบชั้น

ข้อที่สาม แกลวนลามชั้น

ข้อที่สี่ มุขแกเสี่ยว

ข้อที่ห้า แกทำให้ชั้นอารมณ์ไม่ดี

โทษที่แกจะได้รับก็คือ...”

...............

เรือที่มีรูปทรงโบราณช่างดูขัดตาเสียยิ่งกระไรเมื่อมันแล่นมากลางแม่น้ำเจ้าพระยา

ยิ่งกว่านั้น เรือดังกล่าวยังมีธงสีดำ รูปกะโหลกไขว้ซึ่งใส่หมวกฟางไว้อยู่ด้วย...

“เราอยู่ไหนกันเนี่ย นามิ”

หนุ่มหมวกฟางร้องถามพลางโซ้ยไก่ย่างส้มตำข้าวเหนียวที่เหมามาจากร้านอาหารแถวๆ นั้น

เขาคือลูฟี่กัปตันของเรือโจรสลัดโกอิ้งแมรี่ลำนี้

ดวงตากลมแป๋วของเด็กหนุ่มจ้องไปยังจานส้มตำในมืออย่างไม่วางตา

ส่วนมือก็ถือไก่ย่างเสียบไม้ชิ้นโตไว้

“สะพานพระรามแปด...ไม่ค่อยแน่ใจแฮะ แกรนไลน์นี่ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ”

หญิงสาวที่มีชื่อว่านามิว่าพลางกางแผนที่ดู

ผมสีสมถูกสายลมยามเช้าพัดลู่ลม กางเกงขาสั้นสุดsexyของเจ้าหล่อน

ทำให้ชายหนุ่มหลายต่อหลายคนที่เคยเห็นต้องน้ำลายหกกันเต็มหน้าจอคอมพิวเตอร์

ตั้งแต่เข้าแกรนไลน์มาก็มีหลายครั้งที่มีหลงกันบ้าง

แต่หลงถึงขนาดมาถึงสะพานพระราม8นี่มันก็ออกจะเกินไปหน่อย

“เหรอ~ง้ำ....อร่อยดีหรอกนะ เสียดายน้อยไปหน่อย...”

ลูฟี่ขานรับก่อนจะบ่นออกมาเมื่อง้ำๆเดียวของเขาก็สามารถกลืนไก่ย่างไม้เดียวเข้าไปได้หมดในคำๆเดียว

“เฮ้ย นายกินไรน่ะ ท่าทางน่าอร่อย”เด็กหนุ่มจมูกยาวร้องทักมาแต่ไกล

“อ่า~มากินด้วยกันสิอุซบ หวานนุ่มลิ้มมากเลยแหละ”

ลูฟี่กล่าวขณะที่อุปซบวิ่งเข้ามาร่วมวงเปิบข้าวเหนียวส้มตำไก่ย่างทันที

“ไหนๆชิมดิ๊....จ๊ากกกกกกกก เผ็ด!!!”

อุซบร้องลั่นเรือแทบจะในทันทีที่กระเดือกส้มตำช้อนแรกเข้าไป

นามิที่กำลังเครียดจัดหันมามองด้วยสายตามหาโหด

แต่ถึงอย่างไร ชายหนุ่มผู้มีผมสีเขียวก็ยังนอนหลับสบายใจไม่รู้ไม่ชี้อยู่บนดาดฟ้าเรือที่ประจำ

“ไหนบอกนุ่มลิ้นไง!!!”อุปซบโวย

“ก็ชั้นกำลังฝึกโกหกอยู่ไงละ ฮี่ๆ!!”

ลูฟี่ยิ้มหน้าทะเล้น ในขณะที่อุปซบที่โดนเทคนิกการโกหกที่ตนภาคภูมิใจดัดหลังตัวเองซะเอง

ทำท่าเหมือนแทบจะอยากร้องกรี๊ด

ขณะที่เรือโกอิ้งแมรี่กำลังจะรอดใต้สะพานพระราม8กลางกรุงเทพมหานครไปนั้นเอง

บนสะพานก็มีรถสปอต์สีแดงวิ่งตัดผ่านข้ามสะพานไป

ในรถคันนั้นคือวิศนะและแครอท ที่กำลังมุ่งหน้าไปที่บ้านของวิริยา

...........

สัมภาษณ์หลังกองถ่ายโดยหนูปอร์น หนู ตะวัน และหนูปุยหัวข้อเรื่อง “อาหารที่ชอบ”

“เริ่มจากหัวหน้าGMเลยนะคับ^^”หนูตะวันว่าพลางถือไมค์ไปจ่อปากโฮลี่ ออเดอร์ที่

นั่งอ่านอาลาเร่อยู่ที่มุมกองถ่ายเพื่อมารอรับน้องเมียกลับ

“อะไรเหรอ^^”โฮลี่ออเดอร์ถามตะวันที่เอาไมค์จ่อปาก

“สัมภาษณ์หน่อยคับชอบกินอะไร”ปอนด์ว่าตะวันดันไมค์จ่อปากโฮลี่ออเดอร์ ชายหนุ่มยิ้ม

พรายแล้วตอบว่า

“ชั้นชอบกินแครอทแกล้มพริกน่ะ^_^”

“ไม่ทราบว่ามีความหมายแฝงอะไรหรือเปล่าคับ- -;”ตะวันถามออกไปโฮลี่ออเดอร์ยิ้มเช่นเดิม

“ตามที่พูดนั่นล่ะ^^”ด้วยว่าอยู่ต่ออาจไม่ปลอดภัยต่อทั้งสามพวกเขาจึงถ่อยทัพกลับมา

แล้วตัดสินใจไปสัมภาษณ์การ์ลิคกับราดิช

“คุณการ์ลิคชอบกินอะไรคับ”

“เอ๋~ชั้นเหรอ~”การ์ลิคว่าพลางยิ้มระรื่นเช่นเคยแล้วทำทีคิด

“คงจะเป็น...อะไรก็ได้ที่โชคชะตาจะพามาให้ล่ะมั้ง...”

//...นี่เขาคิดว่าอยู่ดีๆ พายุหมุนจะพาร้านก๋วยเตี๋ยวมาตรงหน้าเขารึไงว่ะ..\\

ทั้งสามคิดพร้อมกัน

“แล้วคุณราดิชล่ะครับ”คราวนี้ปุยเป็นคนถาม

“ชั้นชอบกินอะไรที่มันเขียวๆ น่ะ แต่เลือกไม่ได้ก็กินเป็ดไปก่อนแล้วกัน”ราดิชกล่าว

พลางมองไปที่นันทกรที่กำลังเสียวสันหลังวูบๆ

“เคี๊ยกๆๆๆ”โอเนี่ยนจรลีมาพร้อมกับโทเมโทตะวันจึงจัดการเอาไมค์จ่อปาก

“คุณโอเนี่ยนชอบกินอะไรครับ”

“เคี๊ยกๆๆๆ”

“เออ...คุณโอเนี่ยน- -a”

“เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆ”ตะวันเห็นว่าไม่ได้เรื่องก็เลยหันไปถามโทเมโท

“คุณโทเมโทคับ..”

“เคี๊ยกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”เป็นอันว่าการสัมภาษณ์ต้องยกเลิกเนื่องจาก...เคี๊ยกๆๆๆ...

“สัมภาษณ์ใครดีอ่ะเนี่ย”ปุยทำหน้าเซ็งเป็ดก่อนหันไปเห็นแครอท

“คุณแครอทค้าบบบบ ชอบกินไรคับ”ปุยเป็นคนถามเพราะปอนด์เข็ด

“กระต่ายแป๊ะซะ..”แครอทตอบเสียงเคียดแค้นนิดๆ แล้วเดินหนีไป

“สงสัยจะชอบอาหารป่า...”ปุยสรุปเอาเองก่อนปอนด์จะลากเขาและตะวันไปสัมภาษณ์วิศนะ

“อาหารที่ชื่นชอบของคุณคืออะไรคับ^^”ปอนด์สัมภาษณ์ตัวละครตัวโปรด

“ชั้นไม่ชอบกินผัก..”วิศนะตอบขณะให้อาหารปลาทองในตู้หลังกองถ่าย

“บอกมาเหอะคับชอบกินอะไร~วันหลังผมจะซื้อมาถวายเลยคับ^____^”

ปอนด์เซ้าซี้ไม่เลิก วิศนะจ้องตากลมๆ ของปลาทองตัวน้อยที่หุบเหยื่อพลางตอบส่งๆ

“ปลา”ปลาในตู้ที่ตาโตอยู่แล้วตาโตขึ้นมาในทันใด พุ่งเป็นจรวดติดมิตไซต์

หลบหลังก้อนหิน

“คุณภัสสรก็กลับไปแล้วน่าเสียดายจาง~”ปุยบ่นงึมงำเพราะ

คนหัวกระเซิงกลับบ้านไปแล้ว

“ทำอะไรอยู่เหรอครับ...”เสียงใครคนหนึ่งถามพวกตะวันหันไปตามเสียง

เขาผู้นั้นคือพัมกิ้น...

“อ๋อ...มาได้จังหวะเชียวครับ คุณพัมกิ้น”ตะวันว่าก่อนจ่อไมค์ไปที่ฟักทองหนุ่ม

ที่ทำท่าไร้เดียงสาราวเคะใสซื่อ...

“คือกำลังสัมภาษณ์กันอยู่น่ะครับ คุณพัมกิ้นพอจะบอกได้ไหมคับว่าชอบกินอะไร”

“ก็...”พัมกิ้นใช้นิ้วแตะริมฝีปากพลางเหลือบตามองทั้งสามอย่างพินิจพิจารณา

“คนที่สบตาผมกระมั้งครับ...”ทั้งสามคนสะดุ้งเฮือก หัวใจพวกเขาแทบหยุดเต้น...นี่พวกเขา

จะตกเป็นเครื่องสังเวยของปิศาจฟักทองรึนี่!!!

//...ไอ้ร่าน...//ปอนด์คิด

//....ถึงผมจะเมพ แต่ผมยังอายุไม่ถึงนะคับT_T...//ตะวันคิด

//...ถ้าเป็นคุณภัสสรก็อีกเรื่องนึง...//ปุยคิด

และแล้วทั้งสามจรลีหนีการไล่ล่าของปิศาจฟักทองมาได้อย่างฉิวเฉียด

ก่อนจะเหลือบไปเห็นคนสองคนที่นั่งอยู่

ใต้ต้นไม้ หนึ่งในนั้นคือเด็กหนุ่ม และอีกหนึ่งเป็นเด็กสาว

“นั่นมันไอ้พวกคนแต่งนี่หว่า”ว่าแล้วปุยน้อยก็ชี้ชวนดู

ทั้งสองร่างคุยกันพลางหัวเราะคิกคักอะไรบางอย่างขณะที่เขียนบางสิ่งยุกยิกลงแผ่นกระดาษ

“สัมภาษณ์มันดีมะ ไม่มีใครให้สัมภาษณ์ละ”ปุยว่าซึ่ง

ทั้งสองก็พยักหน้าเห็นด้วย เมื่อเดินไปใกล้ๆ คนแต่งทั้งสองก็

รีบซ่อนกระดาษนั่นแล้วเด็กหนุ่มก็โบกไม้โบกมือทักทายทั้งสาม

“งาย~ชอบบทอ่ะดิ ปุย^^”เขาว่าพลางยิ้มแป้นให้ปุย

“จูบคุณภัสสรน่ะเหรอคับ-///-”

“แน่นอน~เรามีนโยบายสำหรับเหยื่อ...เอ้ย!...ตัวละครใหม่ ใช่มะๆ”

เด็กหนุ่มว่าพลางสะกิดเด็กสาวข้างๆ

พรืด...

เด็กสาวที่นั่งข้างๆ ล้มลงมา เลือดแดงนองเต็มพื้น นัยน์ตาเบิกโพล่ง

“คะ....ฆาตรกรรมนองเลือดO_o”ตะวันร้องจ๊ากกระโดดกอดพี่ทั้งสองที่ตกใจไม่แพ้กัน

เด็กสาวลุกขึ้นมาแล้วเช็ดเลือดที่ไหลออกมาจากจมูก...

“ทำไมทั่นฮิขาสวยอย่างงี้....เคะซึนๆ”เด็กสาวพูดพึมพำพลางหยิบหนังสือที่จมกองเลือดขึ้นมา

“ฮึย~~~โดชั้นเปื้อนเลือดหมดแล้ว... อ้าว~หนูตะวัน อ่านD18กันมะ^0^”เด็กสาวว่า

พลางหันรูปดีโน่กำลังพรากผู้เยาว์ให้ดู ทั้งสามรีบส่ายหน้าพร้อมกันพลางถอยหลังพรืด....

“อะ...เออ มีอะไรจะฝากถึงคนอ่านมะคับ...”

“อ๋อ...เราจะยังรับสมัครเหยื่อ เอ้ย! ตัวละครเพิ่มน่ะ ถ้าสนใจก็ไปโพสไว้...”

“ขอบริจาคเลือดกรุ๊ปวายด้วย ชั้นจะไม่ไหวอยู่แล้ว= =”

เด็กสาวพูดเสริมพลางใช้ผ้าเช็ดหน้าเปื้อนเลือดเช็ดจมูก

ขณะนั้นเองปอนด์ก็ระลึกขึ้นได้ถึงตอนจบของตอนนี้ที่ค่อนข้างจะไม่สวยเท่าไหร่สำหรับเขา

คิดได้ดังนั้นก็กระโดดเข้ากระชากเสื้อคนแต่งชายทันที

“แล้วผมจะเป็นไงต่อล่ะ คุณจบแบบนี้ผมก็ซวยอ่ะเดะ”เจ้าตัวโวยวายพลางเขย่าเสื้อคนแต่ง

“นายน่ะเหรอ~ก็เหมือนปุยนั่นล่ะ ขออะไรมาเราก็ให้แบบนั้น=v=”คนแต่งชายกล่าวแบบกั๊กๆ

“ละ...แล้วผมล่ะๆ!!”พฤติกรรมเลียนแบบแบบเกรียนๆของตะวันกำเริบ

กระโดดกระชากคอคนแต่งหญิงที่กำลังนั่งซับเลือด...

“เอาเลือดมาให้กุก่อนสิโว้ยยยยยย โฮกกกกกกกกกก~!!!”

.........................

ตอนนีผมกับน้องเอาคาแร็คเตอร์คนในบอร์ดใส่ไปอ่านะ กลัวจะอ่านไปงงไป

http://executionalfc2.freeforums.org/exe-fc2-t187.html
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby BOMlnW on Thu Jun 25, 2009 8:28 pm

ผมอ่านแล้วคับทั้งอันเก่าอันใหม่สนุกดีอ่ะคับแต่งต่อไปเลื่อยๆๆนะคับนุกดี :D :D :D
BOMlnW
Player
Player
 
Posts: 32
Joined: Thu May 07, 2009 9:03 pm

Postby zero7891 on Sat Jun 27, 2009 12:19 am

เเจ่มมากเรยคับ
เเต่งต่อไปเรื่อยๆน่ะคับ
จารออ่านคับ
zero7891
Player
Player
 
Posts: 20
Joined: Mon Apr 27, 2009 2:29 pm

Postby [PZ]Stargazer on Sat Jun 27, 2009 12:48 am

Esper wrote:ตอนนีผมกับน้องเอาคาแร็คเตอร์คนในบอร์ดใส่ไปอ่านะ กลัวจะอ่านไปงงไป

http://executionalfc2.freeforums.org/exe-fc2-t187.html


เพื่อไม่ให้ผู้อ่านในบอร์ดเก่างง ว่าคนเหล่านี้คือไคร

ทางเราก็จะ ทำให้ผู้ชมธรรมดาสามารถ เข้ามาชมกระทู้ตัวละครครับ

แจ้งโดย - [PZ]Stargazer - Admin EXE FC 2

ผู้สนันสนุนคุณ Esper และ น้อง (ผู้บ้าติดตามทั้งหลาย)

minkieza
pui13579
Tawwanuplnw
lnwfame
zCGz14211
killerkubskn
ย้ายบอร์ดด่วนจ้า

http://executionalfc.fws.cc/

Image
[PZ]Stargazer
Rookie
Rookie
 
Posts: 827
Joined: Thu Oct 16, 2008 3:34 am
Location: Novus Federation

Postby Esper on Wed Jul 01, 2009 7:11 pm

ตอนที่3

วิริยะผู้เป็นเจ้าของกิจการประกันภัยใหญ่ยักษ์ของประเทศไทย”วิริยะประกันภัย”

ซึ่งมีทั้งประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย ประกันภัยทางทะเลและขนส่ง ประกันภัยเบ็ดเตล็ด

และด้วยความทุ่มเทของเขาจึงทำให้บริษัทได้รับการจัดอันดับให้เป็นบริษัทประกันภัยที่น่าเชื่อถือที่สุด

(BrandAge2004-2009)

นอกจากนี้ยังมีบริษัทในเครือมากมายไม่ว่าจะเป็น

วิริยะซัพพลาย,วิริยะคาร์บอดี้ เซอร์วิส,วิริยะอินเตอร์กรุ๊ป

นอกจากหน้าที่การงานของวิริยะจะโดดเด่นแล้ว

ฐานะในครอบครัวของเขาก็หาได้น้อยหน้า เมื่อตอนนี้เขาต้องเป็นพ่อคนแล้ว

พ่อที่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังเพราะอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อนที่ทำให้เขาเสียภรรยาไป....

การที่ต้องโหมทำงานอย่างหนักตามนโยบายที่ใช้โฆษณาบริษัทที่ว่า”ความเป็นธรรมคือนโบบาย”

ทำให้เขามีเวลาให้ลูกสาวของเขาน้อยลงทุกทีๆ จนในที่สุด ลูกสาวเขาก็กลายเป็นคนด้านชาไปในที่สุด

ลูกสาวของเขา...วิริยา

ปี๊นๆ!!

เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้นหน้า คฤหาสน์หลังใหญ่

ปอน ปุย และตะวัน รีบวิ่งออกไปดูอาคันตุกะทันทีตามหน้าที่

แครอทเดินออกมาจากรถคันดังกล่าวด้วยมาดนิ่งๆเช่นเคย

ทันทีที่สายตาของปอนด์สบกับดวงตาเฉยชาสีทองของแครอท

เด็กหนุ่มก็ออกอาการ..

“เฮ้ย ไอ้คนเมื่อคืนนี่หว่า กุจะฆ่าเมิงงง”

ปอนด์ทำท่าจะกระโจนเข้าใส่Gmหนุ่มหน้าสวยหากแต่น้องรักทั้งสองล็อกเขาไว้

“ไม่ต้องมาจับกุไอ้พวกน้องเวร ทิ้งกุ!!!!”

“พี่ใจเย็นๆ!!”ปุยว่าก่อนตะวันจะเสริม

“ใช่ๆเพราะเดี๋ยวพี่จะไปโดดเขากระทืบอีกถ้าไปเจอเขาในเกม!!”

“ช่างหัวมัน ขอกระทืบมันก่อนโว้ยยยย!!”

ว่าแล้วปอนด์น้อยก็จ้องแครอทด้วยสายตาเคียดแค้น อาฆาต พยาบาท

ตรงกันข้ามกับแครอทที่มองปอนด์ด้วยสายตาเหมือนผู้ใหญ่มองเด็กที่ไม่รู้จักโต

“แกจะมาทำไมไอ้หน้าแต๋ว บ้านนี้ไม่ต้อนรับแก!!!”

“อ่อ..งั้นกลับกันเหอะชิลลี”แครอทว่าพลางหันไปทางรถที่จอดอยู่ วิศนะชะโงกหน้าออกมาตอบ

“เออ!”

“O_O”พลันสายตาของปอนด์มองใบหน้าดิบโหดโฉดเถื่อนของวิศนะ

หล่อOwo..ปอนด์น้อยนึก ใบหน้าโฉดของชิลลีกระชากใจน้องปอนด์อย่างแรง...เท่~...

ระหว่างนั้น ขณะที่ทั้งสองคนกำลังเตรียมออกรถเพื่อกลับไปทำงานต่อ...

“ปอดรึไง”เสียงประสานของเด็กสาวม.ต้นดังขึ้นทำให้ทั้งหนุ่มโหดและหนุ่มเฉยหันควับ

“คุณหนู~~~~”ทั้งสามหน่อเอ่ยพร้อมกันพลางกระโดดกอดขาวิริยาที่เดินมากับปลาอย่างห่วงแหน

“ถามลูกน้องเธอสิ”แครอทว่าก่อนวิริยาจะมองหน้าทั้งสาม

“เปิดประตู”ปอนด์น้อยรีบกุลีกุจอไปเปิดทันทีที่ได้คำสั่ง

//รีโมตมันก็มีทำไมไม่ใช้//วิริยาคิด

“หล่อ~เท่~”ปอนด์งึมงำพลางลากประตูที่หนักแสนหนัก ตาก็จ้องหนูพริกมิวางตา

ทางด้านหนูพริกพอถูกจ้องก็รู้สึกตะหงิดๆ ว่า...กุมีสามตารึไงว่ะ จ้องกุทำไม...

การเปิดประตูที่แสนจะเชื่องช้าของหนูปอนด์ทำให้วิริยาชักรำคาญ

“ตะวัน ไปช่วยมันหน่อย ”วิริยาเอ่ยสั่ง...

“ไม่เป็นไรคร้าบ~คุณหนู~”ว่าแล้วปอนด์น้อยก็ลากประตูอย่างช้าๆ ต่อไปและพอตะวันจะเข้าไปช่วย..

“หลบไปไอ้น้องเวร~”ถึงแม้จะเป็นเสียงด่าแต่มันก็ฟังดูเหมือนกับเคลิบเคลิ้มอะๆไรสักอย่าง...

ไม่นาน(รึป่าว)วิศนะกับแครอทก็เข้าไปในตัวบ้านของวิริยา

และทั้ง2ก็เจอกับกานดานั่งรออยู่แล้ว

“อ้าว~พี่!!!!!OoO”

“อ้าว~ไอ้น้องเวร”วิศนะว่าเสียงนิ่ง

หนูปอนด์เห็นดังนั้นก็เข้ามามีส่วนร่วมทันที

“อ้าว~พี่คุณกานดาเหรอ”หนูปอนด์ว่าพลางเข้าไปตีซี้กานดา

“ที่เชิญมาวันนี้...ก็เพราะว่า...”

ตึง!!

“มีเกมให้เล่นน่ะ”วิริยากล่าวหลังจากโยนเกมทอยเต๋าขนาดมินิสนามฟุตบอลลงบนพื้น

วิศนะกับแครอทมองหน้ากันประมาณว่า “ทำไมกุจะต้องมาเล่นกับเด็กปัญญาอ่อนแบบนี้ด้วยฟ่ะ”

“นี่ตัวหมากของนายสองคน~”ว่าแล้ววิริยาก็หยิบตัวหมากธรรมดาๆ ให้แครอทกับชิลลี

“แต่ของชั้นใช้ตัวนี้”วิริยาหยิบตุ๊กตากระต่ายที่แย่งแครอทซื้อมาเมื่อวันพลางยักคิ้วให้

แครอทรู้สึกอยากตบวิริยาอย่างรุนแรงหากแต่ชิลลีล็อกไว้

“แกจะทำอะไรคุณหนู!”ทาสรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ทั้ง3ร้องก่อนวิริยาจะมองหน้าทั้งสามแล้วชี้ไปที่ประตู

“ใจเย็นๆ”ชิลลีว่าก่อนปลาน้อยจะเอ่ยขึ้นว่า

“ปอดล่ะซี้~”

“เฮ้ย! ว่าไงนะ”ชิลลีที่เมื่อครู่เป็นฝ่ายห้ามเตรียมกระโดดตันหน้ามัจฉาแต่ก็ได้

แครอทห้ามเอาไว้เสียก่อน พวกปอนด์เมื่อโดนกระต่ายชี้นิ้วไล่ก็ไปนั่งปลูกเห็ดอยู่หน้าห้อง

“มันก็แค่เกมทอยเต๋าธรรมดา พวกGMปอดแหกจัดถึงขนาดไม่ยอมเล่นกับพวกเราเชียวเหรอ...”

“ใครบอกเธอ”แครอทกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ตอนนี้GMทั้งสองเดือดปุดๆ ทั้งคู่...

//ทำไมตูต้องมาอยู่ตรงนี้ด้วยว้าT^T...//กานดาคิดในใจ

.......................

“5 แต้ม..”มัจฉาพูดหลังจากที่วิริยาทอยลูกเต๋า

เจ้าของใบหน้าตายๆ นั้น หยิบตุ๊กตากระต่ายขึ้นมาก่อนชะงัก

เมื่อช่องที่ต้องเดินไปเป็นช่องเดียวกับที่ตัวหมายของแครอทวางอยู่...

ป้าบ!!!

หนูต่ายวางตัวหมากทับลงไปอย่างรุนแรงโดยมิอาจทราบว่าเป็นความสะใจในอารมณ์หรือเปล่า...

การกระทำดังกล่าทำให้เจ้าของนัยน์ตาสีทองกร้าวมองเข้าไปในดวงตาของกระต่ายน้อยจอมขี้เล่นอย่างดุดัน

“ตาผมๆ”กานดาว่าก่อนเอื้อมมือไปหยิบลูกเต๋าที่อยู่กลางดงสมรภูมิ

6 แต้ม...

“เย้!!!”

กานดาร้องก่อนหยิบตัวหมากขึ้นมา...หากแต่ที่ช่อง”6”นั้นกลับมีข้อความชวนน่าสังเวทอยู่

กลับไปจุดเริ่มต้น...

“T_T”

“ส่งมาไอ้น้องเวร”วิศนะว่ากานดานั่งสลดเพราะกลับไปจุดเริ่มต้นครั้งแล้วครั้งเล่า ชิลลีหยิบลูกเต๋า

ก่อนใช้นิ้วดีดเบาๆ ลูกเต๋าลอยขึ้นไปในอากาศและตกลงมาใส่หัวตุ๊กตาปลาที่นอนแอ้งแม้งอยู่ในช่องของตัวเอง

“- -^”<<<มัจฉา

“- _,-”<<<วิศนะ

วิศนะเดินนำมัจฉาไปก่อนมัจฉาจะหยิบลูกเต๋ามาทอยต่อ...ช่องเดียวกับชิลลี..

ป้าบ!!!

มุขเก่าเล่าใหม่ มุขเดียวกับวิริยา ตุ๊กตาปลาทับป้าบลงบนตัวหมากของชิลลี...

อะไรของมันว่ะ- -^^^...ไอ้2ตัวนี้มันต้องการสื่ออะไรให้เขาทั้ง2เข้าใจหรือเปล่า!?

แครอทหยิบลูกเต๋าขึ้นมาแล้วทอยอีกครั้งซึ่งก็เดินหน้าไป 3 ช่อง

วิริยาทอยบ้าง..2 ช่อง

และกานดาก็..6...

“T_T...”

ผัวะ!!
.
และเมื่อตาของแครอทเวียนมาถึง

เจ้าตัวก็คว้าลูกเต๋าปาใส่หัวตุ๊กตากระต่าย ทำให้ตุ๊กตาตัวนั้นล้มทับไปบน

ตัวหมากของแครอทที่นำหน้าอยู่ 1 ช่อง วิริยามองหน้าแครอทพลางยิ้มนิดๆ อย่างมีเล่ห์ใน...

ตรงข้ามกับแครอทที่วันนี้มาดนิ่งๆของเขาต้องเสียท่าให้กับความขี้เล่นของกระต่ายน้อย

ใบหน้าแดงเรื่อ ปรากฏขึ้นมาเร็วพอๆกับตอนที่มันหายไป

....................

“เฮ้อ...ปล่อยเจ้าพวกนั้นไว้กับคุณหนูจะดีเหรอ”

ปอนด์ว่าส่วนตะวันกับปุยก็มองไปที่ห้องที่คุณหนูวิริยาสถิตอยู่

“ยัยปลาบ้าเธอจะตามชั้นอีกนานไหม!!!”

“ใครตามเล่า! นายนั่นล่ะมากดชั้น!”

“พี่คับ ของผมหกอีกแล้วT^T”

“เรื่องของแก!!”เสียงแหกปากโวยวายของวิศนะและมัจฉาดังถึงหน้าบ้าน

“แล้วเธอมากดชั้นทำไมล่า!!!!!!”

“=[]=!!!”<<<ปอนด์

“OwO”<<<ตะวัน

“O_______o”<<<ปุย

“พี่คับๆ พี่ว่าพวกคุณหนูเขาเล่นอะไรกันอะคับOvO”ตะวันถามเสียงแอ๊บแบ้ว

“พี่ว่ารีบไปดูคุณหนูดีกว่า!! คุณหนู!!!!”ว่าแล้วปอนด์ก็จรลีไปหาคุณหนูทันที

ทันทีที่ไปถึงหน้าห้องพวกเขาก็ได้ยินเสียงโวยวายอีก

“ยัยกระต่ายบ้าชั้นเหนื่อยแล้วนะ!”

“นายอยู่ข้างล่างเองนี่”

“แล้วใครใช้ให้เธออยู่ข้างบนเล่า!!”

“คะ...คุณหนูคร้าบบ”ปอนด์เรียกเสียงอ่อย..

“ออกไป!!!!”วิริยาสั่งเสียงลั่น

“คุณหนู!T_T”

บรรยากาศในห้อง..

“หก...T_T”กานดาเศร้าโศกเสียใจกับเลขหกของตัวเองทางด้านมัจฉาและวิศนะก็กดกันไปกดกันมา

เฉกเช่นเดียวกับแครอทและวิริยาที่จ้องหากันแบบอยากกินเลือดกินเนื้อ...

กานดาที่สิ้นหวัง เหลือบมองช่องที่หกราวกับจะสิ้นใจก่อนจะสังเกตเห็นตัวอักษรเล็กๆ ซึ่งอ่านได้ว่า

“กลับไปจุดเริ่มต้น20ครั้งเข้าเส้นชัยโลด”

“Owo”สีหน้าของกานดาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นฝ่าเท้าทันที

เจ้าตัวหยิบหมากของตนกระโจนพุ่งข้ามปลาและกระต่าย-พริกและแครอท ไปยังเส้นชัยทันที

“เฮ้ยอะไรว่ะ!!!”วิศนะหันไปมองน้องชายตัวแสบตาเขียว

“แล้วอะไรละฮะพี่ OwO”เจ้ากานดายังคงยิ้มระรื่นน่าถีบยิ่งนัก

“แกเข้าเส้นชัยได้ไงฟ่ะ”วิศนะถามเสียงอาฆาตตามมาด้วยสายตาของแครอทวิริยาandหนูปลาที่มอง

เขาด้วยสายตาสุดแสนเป็นมิตรอย่างที่สุด

“ก็ดูช่องที่หกดีๆ สิคับOvO”เจ้ากานดายังคงยิ้มระรื่นก่อนทุกคนจะไปมุงกันที่ช่องหก..

“เอาเป็นว่า...กองกำลังต่อต้านGMของพวกเราชนะ”มัจฉาว่าโดยมีวิริยาพยักหน้าสนับสนุน

“และใครแพ้ต้องเลี้ยงพิซซ่า”วิริยากล่าวและมัจฉาก็พยักหน้าเห็นด้วยตาม..

“เออ!ก็ได้ว่ะ”แครอทกล่าวอย่างหัวเสียแล้วลุกขึ้นคว้าโทรศัพท์บ้านวิริยากดเบอร์ 191

“สวัสดีครับ”เสียงจากปลายสายที่เพิ่งต่อเสร็จดังขึ้น

“ขอสั่งพิซซ่าครับ”แครอทพูดเสียงตายๆ

“ห๊า!!!คุณพูดอย่างงี้รู้ไหมครับว่าผมจะทำหน้ายังไง”

“หน้าฮาวายเอี้ยนครับ”ว่าแล้วแครอทก็วางสายโครมก่อนหยิบเงินออกมาว่าวางแปะไว้บนโต๊ะ

แล้วหันไปมองวิศนะเป็นเชิงว่าให้กลับกันได้แล้ว

“นี่...นายไม่บอกที่อยู่เขา เขาจะรู้ไหมน่ะ”กระต่ายน้อยร้องถาม

แครอทมองหน้ากระต่ายโรคจิตแล้วกระตุกยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่า

“เดี๋ยวเขาก็สืบกันเองละ”

พูดจบแครอทก็เดินจากไปอย่างมีลับลมคมในอย่างที่สุด..

ปัง~!

เสียงปิดประตูดังลั่น แครอทและวิศนะเสื้อผ้าหลุดลุยเพราะเพิ่งผ่านการทะเลาะกับเด็กมัธยมต้น

“เสร็จแล้วเหรอคับ”ตะวันถามเสียงใส

“เออ!”วิศนะกล่าวผิดกับแครอทที่ยิ้มแบบอารมณ์ดีผิดปกติ

“วันนี้มาฉลองกันดีกว่า กินพิซซ่าเดี๋ยวพี่เลี้ยง”ปอนด์กอดคอน้องทั้งสอง

ตามองตามวิศนะไปอย่างเงียบๆ และหลังจากนั้นนั้นไม่นานพิซซ่าก็มาถึง

“ใครสั่งพิซซ่า!”สามสหายที่รออยู่หน้าบ้านมองไปอย่างงงๆ พบ

รถตำรวจ 4-5 คันกับคนที่ใส่ชุดคอสเพลยตำรวจถือกล่องพิซซ่ามา

“พี่คับ เดี๋ยวนี่พนักงานส่งพิซซ่าเขาใส่ชุดนี้กันแล้วเหรอ”

“คงงั้นมั้ง”ปุยตอบตะวันปอนด์ก่อนจะเดินไปเปิดประตูรั้ว...

“เอาพิซซ่ามาส่งเหรอคับ”ปอนด์ถามก่อนตำรวจจะชูกุญแจมือ..

“มาจับมึงงงงงงงง~!!!!!!!”

“ว้ากกกกก~!!!!!!!!!!!!”

อีกด้าน..

“แครอทสั่งหน้าฮาวายเอี้ยนทำไมเขาส่งหน้าซีฟู๊ตมาหว่า...”วิริยาว่าพลางนั่งกินพิซซ่ากับมัจฉาต่อไป..
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby BOMlnW on Wed Jul 01, 2009 8:35 pm

แต่งต่อไปเลื่อยๆๆๆเลยนะคับติดตามทุกวันเลยอ่ะคับ ชอบจริงวิริยาชวนgmมาเล่นเกมทอยเต่าและกานดาชนะเนี่ย :D :D :D :D :D :D :D :D :D
BOMlnW
Player
Player
 
Posts: 32
Joined: Thu May 07, 2009 9:03 pm

Postby zCGz14211 on Fri Jul 03, 2009 1:34 am

แครอทเล่นแรงว่ะตอนนี้ แต่ก็ยังฮาเหมือนเดิม

อ่านแล้วหัวเราะเปนคนบ้าอยู่คนเดียว

โดยเฉพาะตอนที่3คนนั้นโดนจับนี่ฮาลั่นเลย

คิดว่าปอนด์อาจจะบอกชื่อสมาชิกที่มีบทในเรื่องไม่ละเอียดเท่าไหร่

เพราะเขาบอกแต่Usernameไม่ได้บอกชื่อที่ปรากฎในเรื่อง

เดี๋ยวผมจะบอกให้ละกัน(เฉพาะ3คนที่โดนตำรวจซิวไปเรียบร้อยแล้ว)

[PZ]Stargazer ปอนด์

pui13579 ปุย

TawwanupInw ตะวัน
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Mon Jul 06, 2009 8:10 pm

ตอนที่4

หมายเหตุ:ตอนนี้เป้นฟิกพรากผู้เฒ่า

ณ สวนสาธารณะ...

สระน้ำใหญ่ในสวนสาธารณะทำให้สวนดูรมรื่น

มันจึงเป็นทำเลที่เป็นที่นิยมสำหรับมานั่งพัก ผ่อนคลายอารมณ์

สระน้ำยามเย็นสะท้อนแสงพระอาทิตย์ยามเย็นเป็นประกายสีทองระยิบระยับงามจับตา

ทำให้ทุกคนที่ได้พบเห็นอดรู้สึกทอดถอนใจให้กับความงามของมันไม่ได้

หากแต่ความงามดังกล่าวไม่ได้อยู่ในหัวเด็กสาวหูกระต่าย

ที่กำลังกระเสือกกระสนเอาชีวิตรอดอยู่กลางสระน้ำเลย!!

ไม่ไหวแล้ว จะจมแล้ว จะจมแล้ว!!!!

ชั้นต้องมาตายแบบนี้เหรอเนี่ย!!!!

แม่...หนูจะไปหาแม่แล้วนะ

มะ...ไม่ได้เราต้องสู้ อีกนิดเดียวก็จะถึงฝั่งแล้ว

ร่างของเด็กสาวหนักอึ้ง

มือของเด็กสาวพยายามตะเกียดตะกายตัวเองไว้บนผืนน้ำ

ขาขยับไม่ได้ราวกับมีผีพรายมาฉุดไว้

พ่อค่ะ...หนู...หนู...

หวืด...

ร่างของเด็กสาวอยู่ๆก็เบาหวิวอย่างประหลาด

ร่างทั้งร่างลอยขึ้นมาเหมือนปาฏิหาริย์

เธอลอยเคว้งอยู่กลางอากาศอย่างไม่น่าเชื่อก่อนค่อยๆ หมุน..

ประสบพบหน้ากับคนที่เธอไม่ได้เคยได้คิดถึงเลยสักเสี้ยววินาที..

แครอท... มือของเขาหิ้วคอเสื้อของเธอไว้

ตาของแครอทเบิกขึ้นน้อยๆ เมื่อมองเห็นว่าคนที่ตนช่วยคือใคร..

ตุบ!!!!

แครอทปล่อยร่างกระต่ายที่เปียกมะล่อกมะแล่กอย่างไม่ไยดี

ก่อนจะเดินจ้ำหันหลังจากไปแบบไม่มีการหันกลับมามอง

มือของแครอทเช็ดกางเกงราวกับแขยงร่างบาง...

วันนี้...หมอนี่ช่วยชีวิตชั้นไว้ด้วยล่ะ...

.............

ณ ที่ทำการGMเกมNU กระต่ายน้อยเดินเข้ามาในช่วงเย็นซึ่งเป็นเวลาเลิกงานของพนักงาน...

“เธอมาทำไมน่ะ”โฮลี่ ออเดอร์ร้องออกมาพลางกอดอกราวกับเป็นเจ้าของสวน

ที่เห็นกระต่ายเข้ามาทำลับๆ ล่อๆ ในสวนของตัวเอง

“มารับแฟน”คำตอบสั้นๆ ของกระต่าย ทำเอาเจ้าของสวนสะดุ้ง

“ที่นี่เนี่ยนะ...ใครจะเป็นแฟนเธอ”

ไม่ทันไรกระต่ายก็เห็นแครอทที่ปลูกไว้ในสวน

ก็กระโดดคว้าหมับ เจ้าของสวนมองตาค้าง

“นี่ไง”วิริยาว่าพลางกระชับแขนของชายหนุ่มที่ตนเกาะอยู่แน่น

“เฮ้ยน้อยเมียกูO[]O!!!”

“ใครแฟนเธอ ยัยปิศาจกระต่าย!!!”แครอทสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของกระต่ายน้อย

วิริยายิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนกระโดดขึ้นไปหอมแก้มแครอทแบบจู่โจม

โดยไม่ทันที่GMคนอื่นๆจะทันได้ไหวตัวกระต่ายน้อยก็ลากแครอทออกจากสวนไป

“O_O”<<<<ใบหน้าพืชผักในสวนและเจ้าของสวนทุกคนที่เห็นกระต่ายลากแครอทไปกิน

.............

เจ้าแครอทโดนยัยเด็กกระต่ายนั่นลากไปกิน จะเป็นอะไรมากไหมเนี่ย...

วิศนะคิดขณะขับรถกลับบ้านโดยมีแผนว่าจะไปกระทืบกานดาเนื่องด้วยข้อหา ชนะกู...

เปรี๊ยง!

เสียงฟ้าผ่าลงมาพร้อมเม็ดฝนที่เริ่มโปรยปราย

วิศนะขับรถผ่านปราสาทที่มืดทะมึนหลังหนึ่ง

บรรยากาศช่างเป็นใจดูละม้ายคล้ายปราสาทผีสิง ฝูงค้างคาวบินกรูกันออกมาเหมือนหนังผีที่เขาเคยดู...

ปราสาทแดร็กคิวล่ารึไงฟ่ะ...

เปรี้ยง!!

หนูพริกคิด ไม่ทันไรฟ้าก็ผ่าลงมาอีกเปรี๊ยงลงใส่ต้นไม้สูงใหญ่

ต้นไม้ดังกล่าวลุกติดไฟพรึบ

ก่อนจะล้มลงมาทับกระโปร่งหน้ารถของวิศนะ!!

โครม!

แล้วกรูจะไปต่อไงเนี่ย!!!...

วิศนะกระแทกประตูรถอย่างอารมณ์เสีย มองกระโปรงรถ

ที่มีต้นไม้ใหญ่ทับพร้อมกับไฟลุกท่วม....

“เวรแล้ว ทำไงล่ะเนี่ย”วิศนะบ่นพึมพำซึ่ง

ตาก็มองรถเจ้ากรรมที่อุส่าห์เก็บหอมรอบริบซื้อมาด้วยตนเอง

แกรก...แกรก...

เสียงลูกกรงเหล็กของปราสาทเปิดออกอย่างช้าๆ

ท่ามกลางสายฝน วิศนะสะดุ้งก่อนหันไปมอง


ร่างเล็กๆ ในเสื้อกันฝนสีดำกำลังถือตะเกียง เดินมาทางเขา

วิศนะถอนใจเฮือกใหญ่...

นึกว่าเจอผีแล้วกรู...

ร่างเล็กนั่นยกตะเกียงขึ้นมาทำให้วิศนะมองเห็นใบหน้าชัดขึ้น

ใบหน้าของนางพญาแห่งกองกำลังต่อต้านGM...

“อ้าว...ชิลลี..รถเสียเหรอ”มัจฉาพูดเสียงยานคางตามองที่รถของวิศนะ

ก่อนจะหันกลับมามองวิศนะอย่างมีเล่ห์นัยน์

“เออ!!”GMหนุ่มกระแทกเสียงตอบอย่างอารมณ์เสีย

//จะกลับไปกระทืบไอ้กานดาหน่อย เสียเวลาชีวิตเลยตู..//

“ว้า...น่าสงสารจัง”มัจฉาแสยะยิ้ม

“ค้างบ้านชั้นไหม..”

“บ้านเธอเหรอ..”วิศนะทวนขณะหันกลับไปมองปราสาท...

เปรี๊ยง!

ฝูงค้างคาวบินร่อนอยู่ทั่วฟ้า ปราสาทสีดำทะมึนชวนนึกถึงหนังผีตะหงิดๆ

บรรยากาศดูเปียกชื้นไม่ว่าจะมองยังไง มันก็คือปราสาทที่มีผีสิงอยู่ร้อยเปอร์เซ็นต์...

“ไม่ดีกว่ามั้ง..”วิศนะตอบ มัจฉายิ้มละไมแล้วมองไปรอบๆ

“แถวนี้ไม่มีบ้านใครแล้วน้า...อีกอย่างเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง..”มัจฉากล่าว

วิศนะมองไปรอบๆ ...

ทำไมมันมีแต่ป่าว่ะ...กุว่ากุอยู่ภาคกลางประเทศไทยนะ...

บรู๊วววว~!!



“- _,-”<<<มัจฉา

“อะ...ก็ได้ๆ”วิศนะตอบอย่างจำใจ เพราะเขายังไม่อยากตกเป็นอาหาร(มนุษย์)หมาป่าที่นี่..

..............

แสงไฟสลัวดูน่ากลัวตะหงิดๆ เทียบไขโบราณที่ทำให้เหมือนว่าเขาหลุดไปยุโรปยุคกลางเสียมากกว่า

ที่จะเป็นประเทศไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ พ.ศ.2552

มัจฉายิ้มแสยะขณะมองวิศนะที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับคอร์เล็ทชั่นผีสิงในห้องอาหารของเธอ

ชุดเกราะยุคอัศวินที่ดูน่ายำเกรงวางไว้รอบห้อง ราวกับเป็นห้องจัดแสดงเสียมากกว่าจะเป็นห้องอาหาร

พรมสีแดงฉานเหมือนกับเลือดปูไว้ที่พื้น โคมไฟแสงสลัว วอลเปเปอร์แบบบุผนัง...ไม่ว่ายังไง

ก็ดูไม่ออกว่าที่นี่คือภาคกลางของประเทศไทย

“หาว~ อุ๊บ!!!”

ตุบๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!

โครม!!!!!!

“อ้าว...พี่ดีโน่ตื่นแล้วเหรอ”มัจฉาพูดพลางชะเง้อมองไปดู

ใครบางคนที่ที่ร่วงหล่นตกบันไดลงมาจากชั้น 2

วิศนะมองตาม พบชายหนุ่มชาวยุโรป นอนกองอยู่บริเวณเชิงบันได

“งาย...”ดีโน่ว่าพลางลุกขึ้นมา

“น้องเขยพี่เหรอนี่..”

โครม!!

ดีโน่ลุกพรวดพราดขึ้นมาแต่ไม่วายสะดุดขาตัวเองทำให้หน้าคม่ำอีกรอบ

“ไม่ใช่เว้ย อย่างยัยนี่นะเหรอ!?”วิศนะร้องโวยวายทั้งๆที่ใบหน้าเริ่มมีสีแดงเรื่อ

ดีโน่ยันกายลุกขึ้นมาพลางมองวิศนะก่อนมองหน้ามัจฉา

“เหมือนเคียวยะเลยเนอะ”

“นั่นสิค่ะ”มัจฉาพยักหน้าเห็นด้วยกับดีโน่

พอวิศนะได้ยินก็ขมวดคิ้ว..

“เดี๋ยวๆ ใครกันน่ะ เคียวยะ”

“แฟนพี่เขาไง”มัจฉาตอบพลางยิ้มกริ่ม

“แต่ชั้นว่าเคียวยะน่ารักกว่านี้^^”ดีโน่ว่าอย่างเข้าข้างแฟนตัวเอง...เคียวยะมันน่าจะชื่อผู้ชายนี่หว่า..

วิศนะคิดในใจแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการสงสัยออกมา

“งั้นเหรอค่ะ”มัจฉาหัวเราะคิกก่อนหันกลับไปมองหน้าวิศนะ

“อ่อ ใช่ลืมแนะนำตัวไป ชั้นพี่ชายของมัจฉานะ ดีโน่ บอสรุ่น10 ของคาบัลโรเน่แฟมิลี่”

“งั้นชั้นก็ขอแนะนำตัวอีกทีแล้วกัน ชั้น มัจฉา คาบัลโรเน่...เป็นลูกพี่ลูกน้องของพี่ดีโน่”

“แล้วก็เป็นผู้พิทักษ์อัสนีของชั้นด้วย”

ว่าแล้วดีโน่ก็กอดคอมัจฉาอย่างสนิทสนมก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า

“มัจฉาไม่เห็นต้องพูดว่าเป็นลูกพี่ลูกน้องเลยนี่...ยังไงสำหรับพี่เราก็เหมือนพี่น้องกันแท้ๆ ละ”

“เออ...แล้วพี่เธอ...คนประเทศอะไรเหรอ”

“อิตาลีน่ะ”มัจฉาตอบก่อนหันไปถามดีโน่

“แล้วเรื่องพวกแฟมิลี่เล็กๆ ที่มาคอยตอดเราที่ประเทศญี่ปุ่นน่ะ ไปถึงไหนแล้วค่ะพี่”

“เจี๋ยนไปหมดแล้วล่ะ”ดีโน่ตอบพลางหยอกล้อกับมัจฉาราวกับว่าเป็นเรื่องธรรมดา

...เจี๋ยนงั้นเหรอ...

“ออ ใช่เดี๋ยวให้คนเตรียมอาหารให้พี่กับเคียวยะด้วยนะ”ดีโน่ว่าพลางลุกขึ้นยืน

“พี่เคียวยะเขาจะไม่ลงมากินอะไรเหรอค่ะ”

“เขาเหนื่อยอยู่น่ะ”สองพี่น้องคุยกันอย่างมีเล่ห์นัยน์

“เออ...แฟมิลี่นี่...หมายถึงอะไรเหรอ..”

“มาเฟียไงล่ะ..”มัจฉาพูดพลางยิ้มกริ่ม..

........

กลางดึกคืนนั้นวิศนะก็แยกไปนอนยังห้องๆหนึ่งภายในตัวปราสาทที่มัจฉาให้คนไปจัดไว้ให้

หากแต่ระหว่างที่นอนกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่นั้นเองก็มีใครบางคนย่องเข้ามาในห้องนอนของเขา...

ยิ่งกว่านั้นร่างบางนั้นยังเลยเทิดมาถึงเตียงที่เขากำลังนอนอยู่ด้วย!!

“เฮ้ย! เธอจะทำอะไรน่ะ!”วิศนะร้องโวยวายเพราะโดนมัจฉา...คร่อม..

“ก็น่าจะรู้อยู่แล้วนี่..”มัจฉาว่าพลางกดร่างของวิศนะลงบนเตียงอย่างง่ายดาย

มือข้างหนึ่งรวบข้อมือของวิศนะไว้

น่าแปลกร่างเล็กๆ ของเด็กอายุ 14 สามารถกดร่างของผู้ใหญ่วัยทำงานได้อย่างง่ายดาย

อาจเป็นเพราะ เธอคือผู้พิทักษ์อัสนีของคาบัลโรเน่ล่ะมั้ง

“เธอต้องการอะไรกันแน่!!!”หนูพริกดิ้นคลุกๆ พยายามเอาตัวรอดจากแรงกดของหนูปลา

มือเล็กๆ ของมัจฉา ข้างที่ไม่ได้ใช้ตรึงข้อมือของวิศนะไว้

ลูบไปตามเสื้อของวิศนะ ร่างสูงตกใจทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่นึกว่า

แรงของตนจะไม่สามารถสู้เด็กสาววัยเพียง14ปีได้

มือเรียวของมัจฉาสะกิดเข็มขัด แล้วเอานิ้วเล็ก สอดเข้าไประหว่างเข็มขัดกับกางเกง

“ทายซิ”มัจฉายิ้มกริ่มแล้วดึงเข็มขัดของวิศนะออกก่อนวิศนะจะใช้แรงเฮือกสุดท้าย

ผลักมัจฉาออกไป แล้วกระโดดลงจากเตียงเตรียมลี้ภัย

ฉึก!!!

ดาบเล่มโตแทงทะลุเสื้อวิศนะทะลุติดกำแพงเฉียดคอหอยไปเล็กน้อย...

“ชอบรุนแรงก็ไม่บอก..”มัจฉาเงยหน้าขึ้นมามองวิศนะที่ถูกตรึงไว้กับที่..

มัจฉาใช้มือลูบไล้ใบหน้าของวิศนะอย่างแผล่วเบาก่อนริมฝีปากบางจะ

ขบลงที่ต้นคอของวิศนะราวกับจะหยอกล้อ

“ชั้นน่ะ...ไม่ได้มีแค่จัสตินเรย์นะ...”

“นายต้องเป็นของชั้นชิลลี”

............
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby BOMlnW on Tue Jul 07, 2009 7:43 pm

ชิลลี่กุจะโดนมัจฉาคาปไปกินแล้วแต่ดีโน่เป็นลูกพี่ลูกน้องก่ะมัจฉาตั้งแต่เมื่อไร สนุกดีคับ รอตอนต่อไปอยู่นะคับ อยากรู้ว่าชิลลี่จะเสร้จมัจฉามั้ยคับ :D :D :D
BOMlnW
Player
Player
 
Posts: 32
Joined: Thu May 07, 2009 9:03 pm

Postby BOMlnW on Wed Jul 08, 2009 9:52 pm

แต่งต่อนะคับรอดูว่าชีลลี่จะเสร็จมัจฉามั้ยคับ
BOMlnW
Player
Player
 
Posts: 32
Joined: Thu May 07, 2009 9:03 pm

Postby Esper on Fri Jul 17, 2009 11:42 am

ตอนที่5

“แกน่ะเบะ!”กานดาร้องขณะเดินกลับบ้านอยู่กับกลุ่มเพื่อนหน้าเดิม

พวกเขากำลังเถียงกันในหัวข้อ

ใครเป็นอาและใครเป็นเบะ...

“แกนั่นล่ะเบะ”

“กูเป็นอาตะหาก”

“มึงนั้นแหละเบะ”

“เบะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ”กานดาเถียงสุดขาดใจดิ้น

“เอางี้...กูเป็นอาพี่เมิงสิเบะ”เจ้าเพื่อนตัวดีอีกคนจัดการตัดสินปัญหาให้

ผัวะ!!!

“เมิงสิเบะ!!!”

เสียงวิศนะที่ผ่านมาพอดีตวาดพร้อมกับแจกมะเหงกให้เด็กหนุ่มที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว

“อ้าวพี่ มาทำไมฮะOvO”

“เรื่องของชั้น-_,-”วิศนะตอบอย่างมีลับลมคมใน

“มาแล้วเหรอชิลลี...”

เสียงบางคนดังขึ้นเนิบๆแต่เสียงนั้นกลับทำให้วิศนะหันขวับไปมองด้วยความแตกตื่น

“เอ้า ถือกระเป๋าให้ชั้นหน่อยสิ”มัจฉาที่เดินมากับวิริยาว่า มือก็ยื่นกระเป๋านักเรียนของตนให้วิศนะ

“ไมชั้นต้องถือให้หล่อนด้วย”วิศนะจ้องตา

“คนเป็นแฟนกันมารอรับกันทั้งที ก็ควรจะถือกระเป๋าให้กันด้วยสิ...”

มัจฉากล่าวก่อนจะแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ถอดความได้เป็นนัยน์ๆว่า”ถ้าไม่ถือเดี๋ยวคืนนี้เสร็จอีกแน่”

“ชิ”วิศนะที่ไม่มีทางเลือกกัดฟันคว้ากระเป๋านักเรียนของมัจฉาขึ้นมา

//ไมเราต้องยอมมันด้วยนะ!!//วิศนะคิดอย่างหงุดหงิดใจ

“พี่กับมัจฉาเป็นแฟนกันเหรอO[]O!!!”เจ้ากานดากู่ร้อง

“ก็ประมาณนั้นละ...”

มัจฉาตอบเสียงนิ่ง ในขณะที่กระต่ายเจ้ากรรมที่ยืนหน้านิ่งอยู่ข้างมัจฉาก้มมองนาฬิกาเป็นรอบที่ร้อยแปด

“แครอทออกมาสิ หลบอยู่หลังต้นไม้ใช่ไหมชั้นรู้หรอกน่า”

วิริยาพูดเสียงเรียบ ทำให้ทุกคนหันขวับไปที่ต้นไม้ดังกล่าว

ชายหนุ่มผมยาวสีส้มที่ปกติสามารถปกปิดการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าได้มิดชิด

บัดนี้กลับมีสีหน้าสุดแสนกระดากใจแขวนอยู่บนใบหน้า

เขาค่อยๆก้าวเท้าออกมาช้าๆจากต้นไม้ที่ใช้กำบัง

ยังไม่ทันที่ทุกคนจะตั้งสติได้ กระต่ายน้อยก็โดดเข้างับแครอทต่อหน้าสายตาทุกคู่ที่จ้องมา

“เฮ้ย วิริยาOWO!!”กานดาแตกตื่นที่เห็นพฤติกรรมการกินแครอทของกระต่าย

“แครอทนายมาที่นี่ได้ไง!!”วิศนะร้องถามขณะมองวิริยาที่ทำท่าเหมือนจะงับหัวแครอทอยู่อย่างอึ้งๆ

“อ้าว นายก็มาด้วยเหรอชิลลี่!”แครอทมองวิศนะที่กำลังถือกระเป๋าให้นางปลาตาค้างเช่นกัน

.............................

“แก๊งมาเฟียน่ะถ้ามีจำนวนคนมากๆเราจะเรียกว่าแฟมิลี่”

มัจฉาอธิบายโดยมีวิศนะที่เสียวสันหลังวาบๆเดินอยู่ข้างๆ

“ส่วนหัวหน้าแฟมิลี่แต่ละคนก็จะมีผู้พิทักษ์ของตนเอง”

“คล้ายๆบอดี้การ์ดสินะ”

“ก็ประมาณนั้นละ...ผู้พิทักษ์ส่วนใหญ่ของแฟมิลี่ทั่วไปก็จะมี พิรุณ อัสนี หมอก เมฆา วายุ อรุณ”

“ทำไมต้องเป็น สายฟ้า พระอาทิตย์ พายุ สายฝนไรพวกนี้ด้วยละ”วิศนะนึกสงสัย

“ก็เพราะหัวหน้าแฟมิลี่คือนภาไงละ...”

“อืมๆ”วิศนะพยักหน้า

“แต่คาบัลโรเน่ของพวกเราไม่มีผู้พิทักษ์เมฆาหรอก แต่เห็นว่าเร็วๆนี้พึ่งหาคนมาเสียบตำแหน่งนี้ได้”

“เห็นว่า เป็นคนญี่ปุ่นที่ฝีมือดาบเหนือกว่าผู้พิทักษ์พิรุณของเราด้วยละ”

“เป็นคนญี่ปุ่นแล้วมันแปลกตรงไหนละ”

“ก็เพราะว่า....ชิลลีระวัง!!”

เช้ง!!!

ดาบเล่มโตเหมือนเมื่อคืนนั้นตวัดวูบไปกระทบเข้าให้กับมีดปริศนาที่หมายจะปลิดชีวิตพวกเขา

พริบตานั้นเองที่กลุ่มคนในชุดดำ คาดหน้าผากด้วยกระบังหน้าผากสัญญาลักษณ์แปลกๆ

ก็กรูกันขึ้นมาจากพื้นดินโดยรอบเหมือนฝูงมดแดง

“นินจาของอิวะงาคุเระ....”มัจฉาปราดตามอง

“นินจา!?”วิศนะหน้าตื่นเพราะตกใจที่คนแต่งกล้าจับการ์ตูนเรื่องนารุโตะมามั่วด้วย

พริบตานั้นเองที่เหล่านินจานับสิบกระโจนเข้ามาพร้อมกันอย่างรวดเร็วพร้อมมีดสั้น...

“ชิลลีนายหลบไปก่อน เดี๋ยวชั้นจัดการเอง”

แหวนที่นิ้วของมัจฉาเกิดประกายไฟสีส้มลุกพรึบขึ้นก่อนเจ้าหล่อนจะยิ้มเหี้ยม

“ชั้นพึ่งค้นพบเจ้านี่พอดี....ขอพวกแกเป็นหนูลองยาหน่อยละกัน”

พริบตานั้นมัจฉาก็ล้วงเอากล่องสี่เหลี่ยมสีสันชวนแปลกตาขึ้นมา ก่อนจะเสียบไฟสีส้มดังกล่าวเข้าไป!!

ตูม!!!

คลื่นน้ำลูกใหญ่สูงร่วม10เมตรกระจายออกมารอบตัวมัจฉาทำให้เหล่านินจาวงแตกกระเจิง!!

“คาถาดิน กำแพงพสุธา!!”

นินจาที่ท่าทางเป็นหัวหน้าใช้คาถาสร้างกำแพงซึ่งทำจากดินกั้นคลื่นน้ำของมัจฉาไว้ได้

แต่คลื่นน้ำดังกล่าวกลับร่วมตัวกันแล้วก่อเกิดเป็นสิ่งที่มีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิตในเทพนิยาย...

พญานาค7เศียร....

“ตัวอะไรน่ะ!!!”นินจาจากญี่ปุ่นที่ไม่เคยเห็นพญานาคร้องกันอย่างแตกตื่น

“อย่าไปกลัวมันก็แค่งูตัวโต!!”

นินจาที่ท่าทางเป็นหัวหน้าว่าเสร็จก็ผสานอินทันที

มะเมีย ระกา วอก ขาน!!

คาถาดิน มังกรพสุธา!!!

โฮก!!!!!

มังกรที่ทั้งตัวเป็นดินยาวนับ10เมตรเกิดขึ้นจากการร่วมตัวของเศษดินเศษหินรอบบริเวณ

มันคำรามเสียงลั่นจนวิศนะต้องใช้มือปิดหูไว้

“คาถานินจาสินะ....แต่ดินมันสู้น้ำไม่ได้หรอกนะ เป็นก้อนโคลนไปซะ!!”

มัจฉาเองก็อดทึ้งในวิชานินจาไม่ได้ แต่นั้นก็หาใช่เหตุผลที่เธอจะยอมแพ้พวกมัน

สิ้นคำพูดนั้นเธอก็จัดการให้พญานาค7เศียร เศียรหนึ่งยิงกระสุนน้ำลูกใหญ่ใส่มังกรดินดังกล่าวทันที!!

โฮก!!!

แต่มันหาง่ายอย่างนั้น เมื่อเจ้ามังกรก้อนดินพ่นเศษดินเศษโคลนออกมาต้านกับกระสุนน้ำไว้!!

แล้วเมื่อจบการปะทะเศษดินเศษโคลนดังกล่าวเมื่อร่วงลงสู่พื้น

ก็ร่วมตัวกับเศษดินเศษหินที่พื้นแล้วเกิดเป็นมังกรดินตัวใหม่ขึ้น!!!

“บ้าน่า!!!”วิศนะที่มองอยู่ถึงกับตะลึง

“ตอนนี้ละ พวกเราบุก!!”หัวหน้านินจาใช้จังหวะนี้สั่งระดมพลบุกเข้าใส่ทั้งคู่ทันที!!

“Sola Bream!!!”

ลำแสงสว่างจ้าพุ่งเข้าใส่เหล่านินจาก่อนระเบิดดังบึ้ม ทำให้พวกนินจากระเด็นกันไปคนละทิศคนละทาง

มังกรดินทั้งคู่แตกสลายกลายเป็นเศษธุลีในพริบตา!!

เปลวเพลิงที่เกิดจากลำแสงเมื่อครู่ลุกลามจนทั่วบริเวณ!!

“มันมีพวกมาช่วย!!”หัวหน้านินจาถึงกับเหงื่อตกเมื่อชายผู้หนึ่งปรากฏร่างขึ้นมา...

ชายหนุ่มผมสั้นสีดำ รูปร่างบึกบึ้นเหมือนนักกีฬา สูงร่วม180เซนติเมตร

ยืนนิ่งสงบอยู่ท่ามกลางทะเลเพลิงที่เขาสร้างขึ้นเมื่อครู่...

“ใครน่ะมัจฉา”วิศนะร้องถามขณะส่งสายตาระแวงไปที่ชายผู้มาใหม่

“เขามีโค้ดเนมว่าzCGz เป็นผู้พิทักษ์แห่งอรุณของคาบัลโรเน่แฟมิรี่ของเรา”มัจฉาอธิบาย

“งี้พวกเราก็รอดแล้วสิ”

“หมายความว่าไง มันไม่โผล่มาชั้นก็ชนะอยู่ดีละ”มัจฉาชักฉุน

“ยัยเด็กหลงตัวเอง!!”

“แล้วใครละที่เสียท่าเด็กหลงตัวเองเมื่อคืน”มัจฉาโต้ตอบด้วยเสียงนิ่งๆ

“เฮ้ย นี่มันกลางถนนนะ อายคนอื่นเขาบ้างสิ!!”วิศนะหน้าแดงวูบ

“ไม่เห็นต้องอายเลย ก็มันเรื่องจริงนี่”มัจฉายิ้มกริ่ม

“ว่าไงนะ!!”

“เออ...เลิกทะเลาะกันได้รึยังครับ”zCGzหันมามองหน่ายๆ

“ยัง!!”มัจฉากับวิศนะร้องตอบพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นจะมีประชุมเปิดตัวผู้พิทักษ์เมฆานะครับ....”zCGzกล่าวเรียบๆ

”พวกเรา เข้าไปพร้อมกันเลย!!”

นินจาทุกคนกระโจนเข้าใส่zCGzพร้อมกัน!!

“Warming world!!”

ความร้อนขุมหนึ่งพวยพุ่งออกจากผู้พิทักษ์แห่งอรุณก่อนจะระเบิดเป็นพลังงานความร้อนมหาศาล!

นินจาชุดแรกที่ผลี่พลามเข้าไปโดนย่างเกรียม!!

“ชั้นกินผล Global warmingเข้าไปน่ะ”

“!!?”เหล่านินจามองหน้ากันเลิกลั่กเหมือนไม่เข้าใจความหมายของzCGz

”เขาหมายถึงอะไรน่ะมัจฉา”วิศนะร้องถาม

“นายไม่เคยอ่านOne pieceหรือไง เขาหมายถึงว่าเขาคือผู้ที่กินผลปีศาจเข้าไปไง”

“เอาละ...เรามาต่อกันดีกว่า...”zCGzว่าขณะเดินเข้าหาเหล่านินจา

พร้อมเปลวที่ที่ลุกโชติช่วงขึ้นที่ฝ่ามือ

..................

ร่างหนึ่งนั่งอยู่ในห้องมืดสลัว ร่างที่นั่งอยู่หันไปมอง แสงสีขาวที่สาดส่องใบหน้าสีขาวนวล

ผิวสีขาวราวหิมะของเขา มิต้องบอกก็รู้ว่าเป็นพวกผู้ดีแน่ ผมสีดำตัดกับสีผิว ปิ่นเคนเซย์คันบนหัวดูเป็นเอกลักษณ์

ชุดญี่ปุ่นสีดำดูน่าเกรงขาม...นัยน์ตาสีนิลคมๆ มองร่างสูงใหญ่ของชายชาวยุโรปที่เปิดประตูเข้ามา

เขาคือหัวหน้าแก๊งคาบัลโรเน่ ...

“นายสินะ...ผู้พิทักษ์เมฆาที่รีบอร์นทาบทามมา... คุจิกิ เบียคุยะ”

.....................

ช่วยบอกผมทีว่าผมแต่งฟิกexeอยู่- -"

มัจฉาก็ไฟธาตุนภาอ้ะแหละคับแต่เป็นผู้พิทักษ์อัสนีของนีโน่

แล้วฟิกเรื่องนี้ผมจะให้มัจฉานี่แหละคับเป็นคนคิดค้นกล่องขึ้นคนแรก*-*

ปล.ถือโอกาสที่เจ้าของเรื่องรีบอร์นตัวจริงยังไม่เฉลยยัดเนื้อเรื่องที่ตัวเองมั่วมาเองใส่ซะ อิอิ
Last edited by Esper on Fri Jul 17, 2009 3:08 pm, edited 2 times in total.
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby chaninza24 on Fri Jul 17, 2009 2:21 pm

สนุกดีนะคับนึกว่าหายไปไหนมาตั้งนานไม่ยอมมาแต่วต่ออ่ะคับในที่สุดก็กลับมาแล้วหลอ รอตอนต่อไปอยู่นะ แล้วพวกสึนะไปไหนอ่ะ น่าจะเอาคนจองแฟมิลี่ของสึนะก่ะดีโน่มาดวนกันเลยอ่ะ อยากเห็นอ่ะ
chaninza24
Player
Player
 
Posts: 2
Joined: Thu Dec 11, 2008 9:35 pm

Next

Return to fiction&Dojin

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests