by sinnerdarker on Thu Nov 22, 2007 8:59 pm
อยาฆ่าซินน้า มาต่อแว้วค่า!!!!!!!T[ ]T
---------------------------------------
“.....อืม..”เด็กหนุ่มร่างบางเบิกตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ร่างกายเมื่อยล้าแต่สมองปลอดโปร่งเพราะพักผ่อนเต็มที่ ก่อนจะบิดร่างกายด้วยความรู้สึกแจ่มใส
พั่บ..
เห?
เด็กหนุ่มอุทานเบาๆในใจเมื่อได้ยินเสียงผ้าห่มผืนหนาที่คาดว่าห่มกายของตนเมื่อครู่อยู่ ก่อนจะนึกเดาในใจว่าพี่คงกลับมาแล้ว...ไม่งั้นใครจะห่มผ้าให้เขาล่ะ..
ถ้างั้นทำไมไม่ปลุกเขาล่ะเนี่ย..
กานดาด่าทอพี่ชายในใจ ก่อนจะสะบัดผ้าห่มเพื่อพับเก็บ..
พรึ่บ..
“อะ......”
“เฮ้ย!”
กานดาอุทานเบาๆเมื่อเห็นว่าปากของตนแดงและชุ่มฉ่ำประหลาด....ราวกับว่า....
“อะ..ฮึ้ย..คงไม่ใช่ว่าพี่มาแกล้งเราตอนหลับนะ บ้าจัง”เด็กหนุ่มว่าพลางแตะที่ริมฝีปากของตนเบาๆ สาเหตุของริมฝีปากแดงฉ่ำที่หนุ่มน้อยฉุกคิดขึ้นมาทำให้ใบหน้าหวานแดงเรื่อทันที อาจเป็นเพราะสัมผัสใบงเบาหวานล้ำในความฝันที่เหมือนกับเกิดขึ้นความจริงทำให้เขาเผลอคิดไป....
ฝันน่าอาย!
กานดาสบถในใจพลางนั่งลงกุมศีรษะด้วยรู้สึกอายกับความฝัน...ความฝันบ้าๆที่นึกอายมากกว่าจะขยะแขยง...
ความฝันที่ถ้าพี่รู้คงหัวเราะเยาะไม่ก็ฆ่าเขา....
เขาว่ากันว่าถ้าหมกมุ่นกับอะไรจะทำให้ฝันถึงเรื่องนั้น…หรือว่าเขา....
พลันใบหน้าก็แดงเรื่อขึ้นด้วยวคามอาย ก่อนกานดาจะทุบหัวตัวเองเบาๆ
“โอ๊ย! ไม่คิดมันแล้ว..อะ...หอม~~~~”กานดาร้องอย่างดีใจก่อนจะวิ่งลงไปข้างล่าง แล้วก็พบว่าอาหารทั้งหมดถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว “ว้าว~~”
“.................อ้าว! พี่ไม่รอผมเลย!!”กานดาตะโกนลั่นก่อนรีบนั่งลงกับเก้าอี้ทันทีเมื่อเห็นว่าพี่ชายของตนเริ่มกินไปก่อนแล้ว วิศนะแย้มยิ้ม ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“ก็แกชักช้า”
“งั้นพี่ก็ปลุกผมหน่อยซี่.....โธ่...”บ่นเสร็จก็จัดการจับช้อนส้อมตักกับข้าวทันที ก่อนจะพูดขึ้น “ไม่กลับมานานกับข้าวของคุณยายเมยังอร่อยไม่เปลี่ยนเลยนะฮะ คิดถึงชะมัด"
“อืม.....”
“พี่คิดว่างั้นไหมฮะ?”
“อืม.....”
“เอ่อ...ที่บ้านก็ยังไม่เปลี่ยนเลยนะฮะ”
“อืม.....”
“เอ่อ...พี่โกรธเรื่องที่ผมไม่เป็น GM นี่ฮะ? จะไม่คุยด้วยเลยเหรอ...?”
“................"วิศนะเงียบไป...
"อืม.....”
“......................................”
เด็กหนุ่มหมดเรื่องจะชวนคุยอย่างรวดเร็วเมื่อพี่ชายเอาแต่กินโดยไม่สนใจจะตอบอะไรนอกจาก[อืม] กานดาจึงก้มหน้าก้มตากินข้าวท่ามกลางความเงียบงันอันแสนน่าอึดอัด....
หารู้ไม่ว่า....จริงๆแล้ววิศนะกำลังกลั้นหัวเราะอยู่เลยพูดอะไรมากไม่ได้(คิดอะไรอยู่ล่ะเอ๊ง!=[]=)
หลังจากที่มื้ออาหารแสนอึดอัดผ่านพ้นไปด้วยดี(?)กานดาก็ขึ้นห้องมาหยิบเสื้อกับกางเกงนอนสีชมพูอ่อนเตรียมอาบน้ำ ก่อนจะหันไปทางขวดน้ำบนหัวเตียงไม้ที่มาตั้งไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
เอ...แต่กำลังหิวน้ำแฮะ
โดยไม่คิดอะไรมาก กานดาก็เปิดขวดน้ำแล้วดื่มเข้าไปจนหมดขวดทันที ก่อนจะพึมพำเมื่อดื่มน้พเสร็จ
“เอ...น้ำอะไรหวานชะมัด....-*-”
พูดจบก็พาดผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปในห้องน้ำทันที....
...ในระหว่างนั้นวิศนะก็นอนอ่านหนังสืออยู่ในห้องตัวเอง มือเรียวยาวขยับกรอบแหวนสี่เหลี่ยมเบาๆเพื่อปรับระยะ ก่อนจะเปิดหน้าต่อไป แต่กระนั้นใบหน้ากลับขมวดมุ่นอย่างหงุดหงิด
ปัดโธ่เอ๊ย! ไอ้น้ำบ้านั่นมันหายไปไหนวะ!
วิศนะสบถในใจ....อุตส่าห์หน้าด้านหน้าทนบากหน้าไปขอเจ้าแครอทถึงที่...แล้วดูดิ๊ หาย! ชี้วิตนี้มันบัดซบจริงๆ…
.....ถึงการที่มันมาหายไปจะไม่ทำให้แผนเสียเท่าไหร่...แต่ถ้าไม่มีมันเขาคงเปลืองแรงน่าดู...ที่สำคัญ..
น่าเบื่อ...
ปัง!โครม!
“เฮ้ย!......กานดา!!”วิศนะตะโกนดังลั่น ก่อนจะกระโดดลงจากเตียงไปหากานดาที่ทรุดลงไปข้างๆประตูห้องของเขา
“......พี่.....มี..ยา..อะไร....ไห..ม?”เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า พลางเงยหน้าขึ้นมองตาเชื่อม
“...ยาอะไร? แล้วนี่แกเป็นอะไรเนี่ย?”วิศนะว่าพลางจับตัวน้องชายที่ร้อนผ่าวราวกับเป็นไข้ “แกเป็นอะไร บอกมาสิ!”
“ไม่รู้...พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จมันก็...........”
“ร้อนขึ้นมา..........”
“โธ่เอ๊ย....แล้วแกไปกินอะไรผิดสำแดงมาน่ะหา!!? บอกพี่มา นอกจากพะโล้น่ะ”ร่างสูงตะโกนลั่น มือหนาเลื่อนมาที่เอวบางเพื่อจะประคองขึ้นเตียง
"อ๊า~!"
เสียงครางสะดุ้งดังลั่น ร่างบางรีบตะครุบปากของตน ก่อนจะครางสั่นเครืออีกระลอก เมื่อพี่ชายลากมือมาแนบที่ลำคอ
“.........อย่า...จ....จับสิฮะ..มันรู้สึกแปลกๆ..เอ่อ.......ก็”เด็กหนุ่มก้มหน้าครุ่นคิด.... “..ผมกินแค่..ขวดน้ำสีชมพูที่หัวเตียง....”
ขวดน้ำสีชมพู!
วิศนะร้องลั่นในใจด้วยความรู้สึกยินดีปนตกใจ
หืม.....
ร่างสูงแย้มยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
ไม่ต้องบังคับให้เปลืองแรงแฮะ....
ขวับ..
“หือ...พี่..ฮะ?”เด็กหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่ว เมื่อร่างของตนลอยขึ้นด้วยแรงของพี่ชาย ก่อนจะถูกวางลงอย่างนุ่มนวลที่เตียงนุ่มสีน้ำเงินเข้ม...
“อ....อา...พี่?....”หนุ่มน้อยผู้ไม่เข้าใจการกระทำของพี่ชายส่งเสียงถาม “อ๊า.....”
เสียงครางหวานดังแผ่วขึ้นอีกครั้งเมื่อริมฝีปากหนาจูบแผ่วที่ลำคอขาวผ่อง พลางสูดกลิ่นกายหอมกรุ่มของร่างบาง มือหนาลูบไล้สะโพกบางแผ่วเบาผ่านทางเนื้อผ้า แต่กระนั้นก็มากพอให้หนุ่มน้อยผมชมพูที่ถูกกระตุ้นด้วยน้ำประหลาดนั้นสะดุ้งเฮือก ก่อนจะใช้มือยันกายของพี่ชายแล้วเอ่ยถาม “พี่ฮะ...จะ..ทำอะไร?”
“ทำอะไรงั้นเรอะ?...”ชายหนุ่มทวนคำถาม ก่อนจะยกมุมริมฝีปากขึ้น “เดี๋ยวก็รู้เองล่ะ”
เอ่ยจบก็ประกบจูบลงไปที่กลีบปากบาง ริมฝีปากหนาบดขยี้กลีบปากแดงเบาๆอย่างไม่รีบร้อน มือหนาไล้ต่ำลงมาที่ชายเสื้อนอนสีหวานก่อนจะสอดมือเข้าไปสัมผัสผิวเนื้อขาวนุ่ม ริมฝีปากละจากกลีบปากหอมหวานไล่ลงมาที่ซอกคอขาว ลิ้นร้อนชื้นแฉะไล้เลียไปมาเบาๆให้ร่างของเด็กหนุ่มสั่นสะท้าน มือหนาร้อนผ่าวไล้สูงขึ้นมาที่แผ่นอกบาง นิ้วเรียวยาวปัดผ่านยอดอกแดงเรื่อเบาๆอย่างจงใจจนกานดาครางแผ่ว
“อื้อ......พี่วิศ..น....”กานดาพยายามผลักแขนใหญ่ให้ออกไปจากเสื้อของตน แต่แล้วเรี่ยวแรงก็หายไปเสียดื้อๆ เมื่อแรงดูดเลียที่ต้นคอส่งผลให้ขนลุกเกรียว เสียงครางหวานดังระงมด้วยความเสียวซ่าน ในขณะที่มือเรียวทั้งสองถูกรวบอย่างเบามือ ก่อนร่างสูงจะจูบที่กลางฝ่ามือทั้งสองข้าง
“หึ....แรงน้อยจังน้า...แบบนี้จะไปสู้ใครเขาได้กัน”วิศนะกระซิบที่ใบหูเล็กแผ่วเบาอย่างจงใจกลั่นแกล้ง ลมหายใจร้อนผ่าวที่ข้างใบหูทำให้กานดาหน้าแดงเรื่อและพยายามขัดขืน...แต่ก็เปล่าประโยชน์ ในเมื่อแรงของคนตรงหน้ามากกว่าเขาหลายเท่า และยิ่งในสภาพที่สิ้นไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้...ยิ่งเป็นไปไม่ได้
“อ....พี่!...เดี๋ยว!”กานดาร้องโวยวายลั่นเมื่อมือหนากำลังแกะกระดุมเสื้อของเขาอย่างรวดเร็วจนหมดทุกรังดุม ร่างสูงไล้มือแผ่วตังแต่ซอกคอ..เรื่อยลงมาที่แผ่นอกเรียบ..ต่ำลงมาที่หน้าท้องแบนราบ ชายหนุ่มไล้วนเป็นวงกลม ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสะกิดที่ยอดอกแดงเรื่อที่แข็งเป็นไตด้วยแรงอารมณ์ แล้วแทนที่ด้วยริมฝีปากร้อนผ่าว
“อื้อ..ฮ้า...”ร่างบางครางแผ่วด้วยฤทธิ์อารมณ์ เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นตามใบหน้าจนเรือนผมสีชมพูชื้นเหงื่อ ลิ้นสากชื้นที่ลิ้มเลียพลางขบกัดยอดอกสีชมพูอยู่ยิ่งปลุกให้อารมณ์ที่ถูกกระตุ้นลุกโชนขึ้น ท้องน้อยบิดมวนเกร็งด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน มือเรียววางลงบนไหล่ยาวเป็นที่พักพิง ในขณะที่ริมฝีปกจิ้มลิ้มยังคงครางเป็นระยะ
วิศนะกระตุกยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะละจากยอดอกชมพูระเรื่อมาที่แผ่นอกขาวบาง แล้วไล้ต่ำลงมาที่หน้าท้องแบนเรียบ ริมฝีปากหนาจูบลงเบาๆ ก่อนจะแลบลิ้นไล้วนไปมา ในขณะที่มือข้างที่ว่างก็ปลดเสื้อของตนออก ก่อนจะเลื่อนตัวขึ้นกระซิบข้างใบหูเล็ก
“.....หวานไปทั้งตัวเลยนะ..กานดา”เจ้าของนามที่ได้ยินเสียงกระซิบหยีตาลงแล้วพยายามผลักไสร่างสูงออกไปทั้งที่สมองมึนงงอย่างที่สุด ความรู้สึกบางอย่างในกายจู่โจมขโมยเอาสติสัมปชัญญะไปสิ้น สัญชาติญาณกำลังกู่ร้องตะโกนให้ปลดปล่อยความร้อนเร่าในกายออก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงครางอย่างทรมาน ..........
“....อา....อื้อ...อึ..ด..อัด”เสียงครางหวานดังก้องไปทั่วห้องสร้างความพึงพอใจให้กับผู้เป็นพี่ชายจนริมฝีปากหนากระตุกยิ้ม
“อืม......”วิศะนะครางแผ่ว ก่อนจะเลื่อนมือไปทีเบื้องล่าง แล้วกระตุกยิ้มเมื่อสัมผัสถึงสิ่งที่กำลังสั่นระริกอยู่“..ดูเหมือนว่าแทบจะทนไม่ไหวแล้วสินะ?....ตรงนี้น่ะ”
“หืม....?.....พี่ฮะ...อ๊ะ!!”เสียงหวานอุทานแผ่วเบาเมื่อรู้สึกตัวอีกที ส่วนอ่อนไหวเบื้องล่างก็ถูกมือร้อนผ่าวกอกุมอย่างรวดเร็ว ความร้อนเร่าที่ทวีคูณขึ้นจากการสัมผัสนั้นทำให้หนุ่มน้อยไร้เดียงสาหุบเรียวขาอย่างตกใจ แต่มือหนาอีกข้างที่เหลือของวิศนะก็แยกเรียวขาบางออกอย่างไม่ลำบากมากนัก ก่อนก้มลงจูบที่ปลายส่วนอ่อนไหวซึ่งสั่นระริกอย่างน่ารัก ลิ้นอุ่นชื้นไล้ลงมาจนสุดโคน ก่อนลิ้มเลียขึ้นมาที่ส่วนปลายจากอีกด้าน แล้วกลืนกินส่วนอ่อนไหวเข้าไปทั้งหมด
“อ........อ....”เสียงครางหวานหายไปเป็นระยะ เพราะมือเรียวเริ่มปิดกลั้นเสียงของตน ในขณะที่เรียวขาสั่นกระตุกถี่ด้วยความเสียวซ่าน ลิ้นชื้นแฉะพันกระหวัดกับแก่นกายด้วยจังหวะเร็วถี่ หยาดน้ำตาเริ่มคลอขึ้นในดวงตาสีใบไม้ด้วยความไม่เข้าใจในอารมณ์ที่เพิ่มพูนขึ้นในร่างกาย ความรู้สึกร้อนเร่าที่ปรารถนาจะปลดปล่อยยามนี้ยิ่งพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆจนแทบจะขาดสติ
“อ๊า~~!~”
หยาดน้ำสีขาวพุ่งออกมาอย่งรวดเร็ว วิศนะกลืนบางส่วนเข้าไป แต่บางส่วนก็ถูกปล่อยออกมาเลอะใบหน้าคมและเรียวขาบาง กานดาครางแผ่วเบาอย่างเหนื่อยอ่อย แต่แล้วเพียงแผล่บเดียวแก่นกายที่อ่อนยวบไปก็กลับแข็งขืนขึ้นอีกครั้ง ความร้อนภายในร่างกายที่เพิ่งปลดปล่อยออกไปดูจะเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง
กานดาที่สมองเริ่มปลอดโปร่งแม้เพียงน้อยนิดหลับตานึกถึงสิ่งที่เกิดไปเมื่อครู่...
มัน..ทำให้สุขสันต์..
จนนึกกลัว....
“พี่...ฮะ..”หนุ่มน้อยที่เริ่มรู้สึกกลัวกับสิ่งที่เกิดขึ้นยันกายขึ้นเพื่อถามไถ่ แต่ก็ถูกวิศนะที่ขยับร่างขึ้นมาดันลงไป
“เหนื่อยแบบนี้ยังคิดจะลุกขึ้นอีกหรือไง.....ฮึ?”ร่างสูงเอ่ยย่างอ่อนโยน ก่อนจะจูบที่เปลือกตาบางเบาๆ “ว่าไง....รู้สึกยังไงบ้างล่ะ?”
“อืม......มัน..รู้สึกดี....จนน่ากลัว....ฮะ...”กานดาตอบตามที่ตนคิด ก่อนจะหลับตาหยีเมื่อริมฝีปากหนาประกบลงมาเบาๆ แล้วถูกและเล็มริมฝีปากเบาๆ
“รู้สึกดีน่ะใช่....แต่ไม่น่ากลัวหรอกน่า.. กานดา...”วิศนะพูด ก่อนจะจับมือเรียวบางมาแนบที่ใบหน้าคมของตนซึ่งเปื้อนคราบขาวขุ่น “เลียหน่อยสิ”
ถึงแม้ว่าสมองจะโล่ง...แต่ไม่ได้หมายความว่าสติจะกลับมาหมด... ร่างบางจึงยันกายขึ้นเล็กน้อย แล้วแลบลิ้นเลียของเหลวบนใบหน้าคมเบาๆ ก่อนจะถูกดันกายลงอีกครั้ง
“...............”กานดาไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป แต่ใบหน้าหวานก็ฉายความงุนงงเต็มที่ ให้พี่ชายได้รับรู้
วิศนะกระตุกยิ้ม ก่อนจะเลื่อนมือไปที่ส่วนอ่อนไหวเบื้องล่างอีกครั้ง…
“อื้อ!”กานดาอุทานเบาๆ ก่อนจะหอบหายใจแผ่วเมื่อแก่นกายถูกครอบครองและปลุกเร้าอีกครั้งหนึ่ง เรียวขาบานสะท้านสั่น พร้อมๆกับเสียงครางหวานที่เริ่มดังระงมขึ้นอีกครั้ง
“....อา.....”วิศนะครางอย่างพอใจเมื่อส่วนอ่อวไหวเริ่มแข็งขืนและสั่นระริกอีกครั้ง ก่อนจะใช้นิ้วเรียวปาดเอาคราบขาวข้นที่ติดค้างตามเรียวขาบาง แล้วค่อยๆดันเข้าไปในช่องทางด้านหลัง
“อ๊ะ! อ๊า...~! อ๊ะ!! เจ็บ!”กานดาร้องลั่น แขนทั้งสองข้างดึงทึ้งเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทของพี่ชายด้วยความเจ็บปวด ใบหน้าแหงนขึ้น สะโพกบางขยับหนีสัมผัสเบื้องล่าง ดวงตาสีใบไม้เริ่มคลอหน่วงด้วยหยาดน้ำตา.. “พี่วิศนะ...จะ...เจ็บฮะ....ฮือ...”
“กานดา...เจ็บไม่นานหรอก...อดทนหน่อยซี่....”วิศนะกระซิบแผ่วเบา พลางสอดแทรกนิ้วเพิ่มเข้าไปเป็นสอง..และสาม..ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจเมื่อร่างบางยังคงโอดครวญอย่างเจ็บปวดไม่หยุด
บ้าจริง..เขาเองก็แทบจะทนไม่ไหวแล้วนะ....
วิศนะส่งเสียงจึ๊กจั๊ก ก่อนจะรูดซิปกางเกงของตน....
“ฮึก...อึก~!...อ๊า....”กานดาเบิกตากว้าง แขนทั้งสองข้างโอดรอบบ่ายาวด้วยความตกใจเมื่อร่างสูงพลันสอดแทรกเอาแก่นกายร้อนผ่าวเข้ามาอย่างรดเร็ว แรงเสียดสีที่ช่องทางทำให้หนุ่มน้อยครางดังลั่นด้วยความเจ็บปนเสียวซ่าน เรียวขาทั้งสองข้างถูกยกขึ้นพาดบ่ายาว ก่อนเจ้าของเรือนผมสีแดงเพลิงจะดันกายเข้ามาอย่างเชื่องช้า
“ฮ่....ฮ้า....อ๊...า....”แรงเสียดสีจากภายนอกกับแก่นกายที่ถูกดันเข้ามาแม้เพียงนิดเริ่มร้อนระอุภายในจยทำให้กานดารู้สึกร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกหวาดหวั่นพรั่นพรึงพุ่งปราดเข้ามาไม่หยุดหย่อน สะโพกบางเผลอถอยหนีแก่นกายที่สอดแทรกเข้ามาอย่างไม่รุ้ตัว วิศนะขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ก่อนจะจับสะโพกบางแล้วดันเข้าพรวดเดียว กานดาอุทานเสียงสั้นด้วยความจุกปนเจ็บปวด รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อเบื้องล่างปริแยกออกจนปวดร้าว
หากแต่น่าแปลก...
ที่ยามนี้ความรู้สึกอีกอย่างกำลังจะครอบงำตัวเขาอีกครั้ง...
“ฮะ...อา..พี่......”เสียงครางหวานดังขึ้นอีกครั้ง เมื่อกแก่นกายที่อยุ่ในร่างของตนกำลังเคลื่อนไหว แรงเคลื่อนออกของแนกายนุ่มร้อนนั้นทำให้หนุ่มน้อยสะดุ้งด้วยความเจ็บ กานดาหยใจเข้าออกอย่างช้าๆเพื่อลคายความเจ็บ ในขณะที่วิศนะก็จูบที่หน้าผากชื้นเหงื่ออย่างอ่อนโยน “ขอโทษที่ทำให้เจ็บ..จะพยายามขยับช้าๆละกันนะ...”
เสียงพร่าแหบของร่างสูงกับแก่นกายระอุในร่างนั้นทำให้รับรุ้ถึงแรงอารมณ์ของอีกฝ่าย กานดาจึงดึงคอพี่ชายของตนลงมา ก่อนจะจูบเบาๆ แล้วเอ่ยเสียงแหบ “ไม่..เป็นไร....ฮะ”
“.......แน่นะ?”
หนุ่มน้อยพยักหน้าให้ ก่อนะครางแผ่วเมื่อร่างสูงขยับกายอย่างจงใจ วิศนะยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะกระซิบแผ่วที่ใบหูเรียวเล็ก
“งั้นพี่ไม่เกรงใจแล้วนะ กานดา”
“อ๊า~อ๊ะ!.. อ๊ะ~!.. พี่ฮะ..”กายเบื้องล่างเริ่มขยับอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนร่างข้างใต้ร้องครางด้วยความเสียวกระสัน แม้ความเจ็บปวดที่เบื้องล่างยังคงส่งผลอยู่ แต่ความสุขสันต์ที่ได้รับขณะนี้กลับเหนือกว่า สะโพกบางเคลื่อนรับสัมผัสอย่างหาญกล้า วิศ
ถ้ามันเจ็บนัก...ก็อย่ามีมันซะดีกว่า..หัวใจน่ะ..