“Let’s Coloring My Day”(1)
Author:Sill_Houette
Pairing:ดูเหมือนจะKandaxWisana แต่ตั้งใจแต่งเป็นWisanaxKandaนะครับ
ภาคต่อจาก Let’s Coloring my World นั่นเองครับ (ไปอ่านเรื่องนั้นก่อนนะครับ)
ต่อเนื่องจากที่วิศนะสัญญาว่าจะมาหากานดาอีกครั้งช่วงลอยกระทง (เสร็จทันเป็นควันหลงพอดีเลย ฮา)
ขอให้สนุกกับลัทธิเคียวไดนะครับ^^
ท่ามกลางห้องรูปร่างกลมอันคับแคบ สองขาที่คลุมด้วยกางเกงยีนเก่าๆสีดำค่อยๆก้าวเดินอย่างมั่นคงทีละก้าวอย่างช้าๆไปรอบๆห้อง เมื่อเวลาผ่านไป หลังจากที่ได้ก้าวไปรอบห้องหลายรอบแล้ว ขาทั้งสองที่ไม่มีทีท่าว่าจะอ่อนแรง ก็หยุดลงในจุดเดียวกันที่...
..
เลข12
..
ตี๊ดดดดดดดดดดดด ตี๊ดดดดดดดดดดดด
เด็กหนุ่มโผล่หน้าออกจากผ้าห่มหนาอย่างสลึมสะลือก่อนรีบคว้าหมอนมาปิดหู ส่วนมือก็สาละวนตบๆหาต้นเหตุของเสียง
“ว้อย ตื่นแล้วววววววววว” กานดากลิ้งตัวลงจากเตียง ผ้าห่มถูกกระชากลงมากองรองรับตัวเขาไว้ก่อนจะห่อเด็กหนุ่มที่อิงอาศัยมันจนเหมือนปอเปี๊ยะ
เสียงนาฬิกาเงียบลง
แสงแดดสาดลงบนเตียงหนานุ่ม อากาศที่เริ่มร้อนขึ้นส่งผลให้ความเย็นจากฝนที่ตกเมื่อวานเวลาดึกเริ่มหายไป กานดาสลัดผ้าห่มหนาออกทันที
“ร้อนว้อยยยยยย” จำไม่ว่านี่มันหน้าหนาวไม่ใช่เรอะ อากาศเมืองไทยนี่ไม่มีฤดูอื่นนอกจากร้อน ร้อนมาก และร้อนโคตรสินะ แถมวันนึงก็มีทั้ง3ฤดูนี้ซะด้วยสิ
“เที่ยงแล้วนี่หว่า”ตื่นมาก็หิวเลย ไม่ว่าเปล่าเด็กหนุ่มย่ำเท้าออกจากห้อง
เมื่อวานนี้นับว่าเป็นวันสำคัญวันหนึ่งที่กานดาจะต้องจดลงปฏิทินเลยทีเดียว จะเป็นวันอะไรไปได้นอกจาก...วันโทรศัพท์โลกาวินาศ... สถิติสูงสุดซึ่งเข้ามาได้ทุกๆนาทีตราบที่เขาไม่ดึงสายโทรศัพท์ออก
แต่ละสายมีจุดประสงค์เดียวกันคือ..จิกไปจัดบอร์ดลอยกระทงที่โรงเรียน...ลากไปทำกระทง...ชวนไปงานลอยกระทง เนื้อหาข้อความที่ซ้ำไปซ้ำมา ลงท้ายก็เป็นแค่..เสียงลมสำหรับกานดา
วันนี้...จะให้เขาไปไหนได้อย่างไรกัน..
ก็วันนี้น่ะ...
..
..
เป็นวันสำคัญที่เขารอคอยมาตลอดนี่นา
..
หลังจากกินข้าวเสร็จ กานดาก็ไม่ได้ทำสิ่งอื่นใดเลยนอกเสียจากการนั่งรอเสียงโทรศัพท์และเสียงออดประตูบ้านจากพี่ชาย
..
..
..
กริ๊งงงงงงงงงงงงง
กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง
นั่นประไร พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มาเสียอย่างนั้น
มือขวาคว้าหมับอย่างรุนแรงจนโทรศัพท์แทบแยกเป็น2ชิ้น จะทำไงได้ ก็คนมันระงับความตื่นเต้นไม่ได้นี่ ไม่เคยมีซักปีที่พี่จะมาหาเขาเกิน 1 ครั้งเช่นปีนี้เลย
“ฮัลโหลลลลล พี่ มาถึงแล้วเหรอ” กานดากรอกเสียงแจ้วลงไปในโทรศัพท์ ก่อนรีบเงียบลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงอึกทึกบางอย่างลอดเข้ามาในสายกระแทบหูจนแทบชา
..
..นั่นมัน...
..ส..เสียงเพลงฮิพฮอพ..?
..
พี่ฟังเพลงแนวนี้ด้วยเรอะ~!!!!!!
..
“โหล เราเองเหรอ?” ก่อนเสียงเพลงที่ลอดเข้ามาจะเบาลงทุกทีๆ เสียงโจโฉ เอ๊ย วิศนะก็แว่วเข้ามา
ความรู้สึกอันบอกไม่ถูกกลับมาหาเด็กหนุ่มผู้เป็นน้องในทันที
“ครับพี่ ตอนนี้อยู่ไหนแล้วเหรอครับ” กานดาไม่อาจหุบยิ้มได้ พี่ชอบเพลงฮิพฮอพนี่เอง กลับมาบ้านจะเปิดให้ฟังนะครับพี่ พี่เนี่ยช่างวัยรุ่นจริงๆ
“อยู่ที่ทำงาน ทำกระทงกันอยู่ แค่จะโทรมาบอกว่า ชั้นคงไปหาแกไม่ได้” เสียงเอ่ย ข้อความจากพี่ชายส่งผลให้กานดาที่อุตส่าห์ตั้งหน้าตั้งตาคอยอย่างตื่นเต้นมาตลอดถึงกับพูดไม่ออก
..
มือไม้ไร้เรี่ยวแรง หูโทรศัพท์ถูกปล่อยลง
..
ก่อนสติจะกลับมาจากการแตกตื่นหายหนีไปหลายลี้
เขาจึงยกหูโทรศัพท์ขึ้นอีกครั้งหวังจะย้ำถามให้แน่ใจ
..โกหกน่า..
..
ตู๊ดดดด ตู๊ดดดด ตู๊ดดดดด
สัญญาณว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้ที่สนทนาอยู่
วิศนะได้วางสายไปซะแล้ว
กานดารับรู้ได้ทันทีว่า ไม่จำเป็นต้องถามอีกแล้วสินะ ก็เจอคำตอบที่ชัดเจนขนาดนั้นเข้าให้นี่นา
..
ไม่ได้อยากรู้จักมันเลยความรู้สึกผิดหวังแบบนี้
..
พี่นะพี่ บังอาจเบี้ยวนัดซะได้ เจอเมื่อไหร่จะทำซะให้เข็ด
..
“ฮัลโหล เออ อยู่ไหนกันฟะ”
กานดาปรับเสียงเป็นโหมดเฮฮาขณะคุยกับเพื่อนผ่านทางสายโทรศัพท์ “คือ ชั้นเปลี่ยนใจกะทันหันเสี้ยววินาทีเมื่อกี้นี้เองว่าจะไปงานลอยกระทงกับพวกแก”
“เฮอะ ลมอะไรพัดแกมาได้วะไอ้กานดา เพื่อนๆเค้าไปกันหมดแล้วเฟร้ย สมน้ำหน้า ทีเราตื้อล่ะมาทำเล่นตัว” ปลายเสียงพูดด้วยเสียงเย้ยๆอย่างหมั่นไส้
“แต่ถ้าจะมาจริงก็มาได้เลย พวกชั้นจะรอแกอยู่ที่ท่าน้ำละกันนะเว้ย”
“โอ้ ขอบคุณอย่างงามคร้าบที่อุตส่าห์รอโผ้มมมมมมมม”
“เออ สำเหนียกแล้วก็มาเลี้ยงลูกชิ้นทะเลเดือดพวกชั้นด้วย”
“คร้าบบบบบไอ้คุณเพื่อน เอาให้ท้องแตกตายคางานลอยกระทงเลยก็ยังได้”
“รวยมาจากไหนวะ เออๆ แค่นี้แหละ มาให้เร็วที่สุดนะเว้ยเฮ้ย”
...
อย่างน้อย..เขาก็ไม่อยากเป็นคนเดียวอยู่บ้านในเวลานี้..
เพราะเขาไม่จำเป็นต้องรออะไรอีกแล้ว
..
เฟี้ยวววววววววววววววววววววววววว
ปังงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงประทัดดังลั่นพร้อมกับที่ท้องฟ้าซึ่งถูกคลุมด้วยผืนผ้าสีนิลฉาบไปด้วยแสงสีต่างๆ เจิดจ้าพอๆกับสีหน้าที่เป็นประกายความสุขสนุกสนานของผู้เล่นวัยคึกคะนองที่ยืนกันเป็นกลุ่ม ก่อนเปลี่ยนเป็นสีหน้าฉงนเมื่อพากันหันไปเห็นผู้มาเยือน
“มาจนได้นะไอ้กานดา ไหนว่ามีธุรกิจต้องทำที่บ้านไงฟะเอ็ง”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มทักขึ้น
“พอดี ไอ้ธุระที่ว่านั่น...เอ่อ....” กานดาหลบหน้าเพื่อนอย่างไม่รู้จะตอบว่าอะไรดี สร้างความประหลาดใจให้พวกเขาไม่น้อยเพราะไม่เคยเลยที่จะมีใครได้เห็นท่าทีเก้ๆกังๆอึกอักของกานดา เพื่อนจอมกะล่อนของพวกเขา
“ช่างมันเหอะ ว่าแต่แกพร้อมจะเลี้ยงดินเนอร์สุดหรูพวกกรูแล้วสินะ”
“แน่น๊อนนนนนนนนนนนน” กานดายิ้มกว้าง “ลูกชิ้นทะเลเดือดสินะ ได้ๆ”
“อย่าลืมสายไหมด้วยนะเว้ย”
...
อย่างน้อย..ผมก็ไม่ได้อยู่บ้านคนเดียว
ในเมื่อพี่ยังไปกับคนอื่นได้ ผมก็ทำได้เหมือนกัน
...
แต่เจ็บใจอยู่เหมือนกัน ที่ยังอดน้อยใจไม่ได้
...
อีกฝั่งนั้น ด้านหน้าสำนักงาน
“เดี๋ยวก่อนวิศนะ!!!”
ชายหนุ่มผมสีมรกตวิ่งเหยาะๆพลางหอบหายใจถี่ด้วยความเหนื่อยมายังรถวีออสสีดำสนิทที่จอดอยู่หน้าสำนักงานตึกสูงตระหง่าน
กระจกด้านคนขับค่อยๆเลื่อนลง เจ้าของเรือนผมสีเพลิงโผล่หน้าตาที่บ่งบอกว่าสงสัยออกมา
“มีอะไร พัมพ์กิ้น? ชั้นจะรีบไปนะเว้ย” วิศนะเริ่มขวาง แต่อีกฝ่ายยังคงปั้นหน้ายิ้มระรื่นอยู่ได้อย่างกับแสดงสีหน้าอื่นไม่เป็น
“ผมรู้หรอกครับว่าคุณรีบไปหาน้องชายสุดที่รักของคุณ และไม่ได้จะมาขวางซักหน่อย เย็นใจได้”
แม้จะอยู่ในรถที่ไม่ได้เปิดไฟ แต่คู่สนทนาก็เห็นว่าวิศนะแอบขึ้นสีหน้าแดงเรื่อนิดๆ ยังความรู้สึกครึ้มอกครึ้มใจแก่เขาอย่างมาก
“ม..มีอะไรก็พูดมา!!” วิศนะรีบหลบสายตา ก้มหน้ามองพวงมาลัยรถที่กำแน่น
“คุณลืมไอ้นี่ได้ไง” พัมพ์กิ้นชูกระทงใบตองที่ดูงดงามอย่างประหลาดอันหนึ่งขึ้นมา มันเป็นกระทงที่ถูกตกแต่งโดยรอบด้วยบายศรี มีกลีบกุหลาบที่พับเป็นชั้นๆตกแต่งโดยรอบ และมีเทียนแกะสลักอยู่ตรงกลาง “ผมเห็นคุณตั้งใจทำมาตั้งนาน แต่ไม่นึกเลยนะว่า..คนอย่างคุณจะประดิษฐ์อะไรละเอียดๆแบบนี้กับเขาเป็นด้วยเหมือนกัน” เห็นช่างยัวะ ขี้เก๊ก เจ้าอารมณ์แบบนั้น ไม่นึกเลยว่าจะแอบแม่บ้านแบบนี้
แล้วการพูดแบบนั้นก็ได้ผล วิศนะถึงกับหน้าแดงซ่านจนสังเกตได้
“หุบปาก!!แล้วเอามานี่ซะ”
ปี๊นนนนนนนนนนนนนนนนน
วิศนะเผลอทุบกำปั้นลงไปกับแตรรถจนดังลั่นที่จอดรถหน้าที่ทำงานจนพัมพ์กิ้นแอบขำ
“ลงมาเอาสิครับ ขืนให้ผมส่งให้ทางหน้าต่างมีหวังปะติมากรรมชิ้นเอกของคุณได้เละแน่ เสียดายออกนา” พัมพ์กิ้นแอบยิ้มบางๆ
..
คนยิ่งรีบๆอยู่ด้วย ฮึ้ย ไอ้บ้านี่
วิศนะเริ่มยัวะ แต่ก็ยอมลงมาจากรถอย่างเสียมิได้
“ส่งมาเซ่” ชายหนุ่มผมสีแดงกระชากเสียงขณะเดินตรงเข้าไปหาอีกฝ่าย
“ครับๆ คุณวิศนะ” พัมพ์กิ้นคลี่ยิ้มมุมปาก ฉวยโอกาสที่วิศนะเอาแต่สนใจกระทงในมือของเขาโอบเอวอีกฝ่ายไว้แน่นก่อนรวบเข้ามากอด
“เฮ้ย ปล่อยนะเฟ้ย”วิศนะทำท่าต่อต้านเต็มที่ แต่ก็ถูกพัมพ์กิ้นขู่ด้วยเสียงเย็น
“อยากให้ผลงานคุณคว่ำหน้าเละไม่เป็นชิ้นดีรึไงกันครับ ผมแค่จะบอกว่า...” ชายหนุ่มที่ถือไพ่(ในที่นี้เป็นกระทง)เหนือกว่าก้มลงกระซิบที่ใบหูนิ่มเบาๆ
“เที่ยวให้สนุกนะครับ”
อ้อมแขนคลายออกช้าๆกระทงถูกกระชากจากมือของพัมพ์กิ้นไป วิศนะทำหน้าเหมือนไม่รู้จะพูดว่าอะไร จะด่าก็ด่ามันไม่ออก บัดซบ!
ประตูรถปิดลงก่อนกระจกจะค่อยๆเลื่อนขึ้น พร้อมกับเสียงกระซิบกับลมตอบเบาๆของชายหนุ่มที่ท่าทางรีบร้อน
“แกก็ด้วย เที่ยวให้สนุกนะเว้ย”
..
ยานยนตร์เคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว
ทิ้งไว้เพียงควันจางๆท่ามกลางอากาศเย็นสดชื่นยามหัวค่ำและชายหนุ่มเรือนผมมรกตที่ยืนอมยิ้มอยู่ตามลำพัง
“แค่นี้ก็สนุกพอแล้วล่ะครับ”
-----------------------------------------------------------------------------
ตอนที่ 2 เพิ่งลงบลอกไปนี่เองครับ (สักพักถึงจะมาแปะที่นี่
ส่วนพาร์ทสุดท้ายที่มันเรท...กำลังสะกิดคนช่วยแต่งอยู่ครับ (ผมแต่งเรทไม่เป็นคร้าบ)





