ลงทุนสมัครเพื่อเอาฟิคที่ผมกับน้องแต่งมาให้เม้น....
ที่ผ่านมาเข้าออกบอร์ดนี้มาหลายเดือนละ แต่ไม่ได้สมัคร
เอ้า ฝากเม้นให้หน่อยคับ เรื่องนี้ผมเอาไปลงในเด็กดีด้วย
.......
ตอนที่1
ณ โรงเรียนรวมมิตรประชาทัณฑ์
ตึกคอนกรีตในโลกแห่งความจริงดูไร้ศิลปะสุดๆไปเลยจริงๆเมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างแสนมหัสจรรย์ใน
เกมที่เธอมักพบเห็น ไม่ว่าจะตอนซื้อไอเทมหรือแม้แต่อยู่ในยานของกองกำลัง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังอดหงุดหงิด
กับโลกในเกมไม่ได้ เมื่อเธอเสียสกิลช่วยชีวิตอย่างสกิลFLOAT SHOTไปในการต่อสู้กับGmครั้งล่าสุด
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่เธอรู้สึกว่าGmผู้หญิงคนนั้นต้องกลับมาสร้างความวุ่นวายในชีวิตให้แก่เธอในภายหลัง
อีกอย่างแน่นอน ขออย่าให้เจอกันอีกเลยนะ....
เด็กสาวผมยุ่งกระเซิงคิดอย่างไม่สบายใจนัก ดวงหน้าที่คุณแม่เธอชมว่าน่ารักบัดนี้ดูมุ่ยเสียนี่กระไร ผม
สีฟ้าอ่อนเริ่มปลิวไปตามลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างเด็กสาวสามารถมองลงไปยังสนามเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน
เพราะเธอนั่งอยู่ข้างหน้าต่างภาพเด็กหนุ่มนามกานดายังคงอยู่สะท้อนอยู่บนดวงตีฟ้าอ่อนคู่โต...
“ยัยภัสสร~”เสียงเพื่อนสาวของเธอทั้ง2คนร้องเรียก
พวกเธอคือเพื่อนคนสนิทของเธอที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมต้น แต่ด้วยนิสัยจอมโหดของทั้ง2เลยทำให้ไม่มีแฟนเป็น
ตัวเป็นตนซักที และเธอ2คนนี้ก็มักจะมาบ่นหงุดหงิดกับนิสัยขี้อายของเธอซะด้วย
“จะ...จ๋า”ชั้นขานรับแล้วละสายตาจากกานดาที่เล่นฟุตบอลอยู่เบื้องล่าง
“เธอเกิดวันไรนะ”ทั้ง2ถามขณะเปิดนิตยสารที่ชื่อ”ทายทักรักหมอดู”
“xx/y/zzจ้า”
“ให้รีบสมหวังซะ ไม่งั้นอาจได้กินแห้วเพราะมีมือที่3เข้ามาเกี่ยวข้องได้...”
เด็กสาวทั้ง2ยิ้มด้วยสีหน้าโคตรโหด
“ห๊ะ...ห๊า?”ชั้นร้องงงๆ
“เพราะงั้น...วันนี้เธอต้องไปสารภาพรักเจ้ากานดาซะ!!!”เด็กสาวสุดโหดทั้ง2ตะคอกภัสสรพร้อมกัน
...........
//บ้าจริง เรื่องแค่นี้แค่ติดต่อหามินท์ก็รู้เรื่องแล้วแท้ๆ แต่ทำไมแค่นี้เรากลับไม่กล้านะ!!//กานดาที่วันนี้
รับหน้าที่เป็นประตูฟุตบอลคิดอย่างกังวลเรื่องของเด็กสาวที่เป็นทั้งเจ้าหนี้และอาจจะเป็นศัตรูกันได้ในตอนนี้
เขาแยกทางกับเธอหลังจากลงทุนที่ร้านขายสมุนไพรตอนนั้น แล้วก็กลับมาเข้ามาช่วยกองกำลังต่อต้าน
gmรบกับพวกgm แต่ไหงเจอกันอีกครั้งเธอถึงไปอยู่กับพวกgmซะละ!?
หรือว่าเธอเป็นgm...
ความสับสน ทำให้กานดารู้สึกเป็นทุกข์ตั้งแต่ออกจากเกมมาจนถึงปัจจุบัน
//บางทีวันนี้เราอาจจะมีความกล้าพอก็ได้...//
“เฮ้ยไอ้บ้า นั่งเหม่อไร บอลมาแล้ว!!!”เพื่อนตัวแสบร้องด่าเสียงดัง
“หืมม์~!?”
เด็กหนุ่มผู้มีผมสีชมพูถึงกับเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเจ้าลูกบอลถูกทีมตรงข้ามซัดเข้าเต็มแรงแล้วกำลังลอยละลิ่วมาทางเขา!!!
//เหอะ ไม่ได้แอ้มหรอก !!!//
กานดาเลยจัดการโชว์Espของตัวเองในเรื่องการหลบหลีกลูกบอล
โดยการกระโดดเป็นเกลี่ยวเบี่ยงตัวหลบลูกบอลไปได้อย่างสวยงาม
“เข้าไปแล้ว 1-0เฟ้ย!!!”
“กานดา แก๊!!!! ประตูฟุตบอลบ้านเตี่ยแกโดดหลบลูกบอลเหรอฟะ!!!”
“งะ...ง่า....”แม่นางกระดิ่งทองผู้ตกเป็นจำเลยรัก ทำหน้าเบ้ หลับตาปี๋เตรียมพร้อมการ
โดน”รวมมิตรประชาทัณฑ์”ตามชื่อโรงเรียน
“เออ...ทุกคนทำอะไรกันอยู่น่ะ”การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเด็กสาวทำให้เจ้ากระดิ่งทองรอดมา
ได้กระทันหัน
“เออ...เออ...แบบว่า...เออ...”เด็กหนุ่มเพื่อนร่วมทีมที่กำลังจะรุม”รัก”แม่นางกระดิ่งทองเกิดอาการติด
อ่างขึ้นอย่างกระทันหัน
“กานดา มากับฉันหน่อยสิ”ภัสสรเอ่ยปากเรียก
“หะ หืมม์ มีอะไรเหรอ!?”ถึงจะยังงุนงงว่าทำไมภัสสรถึงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาเป็นพิเศษแต่กานดาก็
รีบคว้าโอกาสรอดชีวิตเอาไว้ทันที
..........
ดาดฟ้าโรงเรียนที่ปกติไม่มีใครที่สติดีคิดอยากมาเดินเล่นตอนกลางวันเพราะอากาศโคตรจะร้อนเป็นที่ๆ
ปลอดคนที่สุดเท่าที่เด็กสาวหัวกระเซิงจอมขี้อายคนนี้จะคิดได้
“กานดา...”เด็กสาวเรียกชื่อเด็กหนุ่มเสียงเบา
“อืมม์!! มีไรละ”กานดาร้องถาม
“คือว่า~เออ...คือ...”ภัสสรเอานิ้วชี้ทั้งออกมาจิ้มกันไปมาตรงหว่างอกด้วยท่าทางกระอักกระอวน
ใบหน้าแดงสาดของเธอมันฟ้องให้เห็นโต้งๆว่าเธอต้องการจะบอกอะไรเด็กหนุ่ม
“เป็นไรน่ะ หน้าแดงเชียว”กานดาร้องถาม
“มะ มะใช่ๆ คือๆ....คือแบบว่า...”ภัสสรยิ่งออกอาการลุกลี้ลุกลนหนักเข้าไปใบเมื่อเหลือบไปเห็นเพื่อน
สาวของตนหลบอยู่ตรงบันได ทำท่าเอาใจช่วยเธออย่างสุดฤทธิ์สุดเดช
“วันนี้เธอดูแปลกๆนะ”กานดามองภัสสรอย่างแปลกใจระคนสงสัย
‘ไอทึ่มเอ้ย!!’เด็กสาวทั้ง2ที่แอบอยู่ตรงบันไดร้องด่ากานดา
“ฉะ ฉัน~ ความจริงแล้วฉันแอบชะ...”
กรี๊ง~~!!
เสียงออดที่เป็นที่รู้กันว่าหมดเวลาพักกลางวันดังขึ้น
“หืมม์ อะไรนะ?”กานดาได้ยินไม่ชัด
“เออ...ออดดังแล้วน่ะ เอาไว้ทีหลังแล้วกัน”
“งั้นเหรอ อืมๆ งั้นไว้คุยกันทีหลัง”กล่าวจบกานดาก็เดินกลับไปยังห้องเรียนทันที
‘ยัยบื่อกับตาทึ่มจริงเว้ย!!’เพื่อนสาวที่แอบมองมาตลอดร้องด่า
“อ้าวไมพวกเธอมาอยู่นี่ละ”กานดาที่กำลังเดินลงบันไดร้องถามเด็กสาวทั้ง2ที่หาที่หลบไม่ทัน
“อะ...อ้อๆ มาตามภัสสรไปเข้าห้องเรียนน่ะ”เด็กสาวหนึ่งในนั้นรีบตอบ
//จนแล้วจนรอดเราก็ทำไม่ได้สินะ...ทำไมเราถึงทำไม่ได้นะ...//ภัสสรคิดสังเวชตัวเอง
ยังไม่ทันที่ภัสสรจะหายอารมณ์ค้างเพื่อนสาวจอมวีนทั้ง2ตัวก็ตามมากระทืบซ้ำ
“ยัยเบ๊อะ!! แค่นี้ไมพูดไม่ได้ย่ะ!!”ทั้ง2โวยพร้อมกัน
“เออ...ขอฉันอยู่คนเดียวแปปหนึ่งนะ เดี๋ยวตามไป...”เด็กสาวเอ่ยเสียงเนื่อยๆ
ทำให้เพื่อนสาวทั้ง2ของเธอเข้าใจความรู้สึกของภัสสรเป็นอย่างดีก่อนจะเดินกลับห้องแล้วทิ้งให้ภัสสร
อยู่คนเดียว
...............
“เอ้าทุกคนมากันหมดแล้วใช่มะ”อาจารย์สาวที่ปรึกษาประจำชั้นของกานดาเอ่ยอย่างร่าเริง
“ค้าบ/ค่า~”ทั้งหมดขานรับพร้อมกัน
“วันนี้เรามีเพื่อนใหม่เพิ่งย้ายมา เอ้าเข้ามาได้แล้ว ”อาจารย์ร้องเรียก
เด็กสาวในชุดนักเรียนเดินก้าวฉับๆมาอย่างว่องไว ผมสีม่วงที่ดูสะดุดตาของเธอถูกรวบไว้เป็นหางม้า
”ชื่อมินท์นะ ยิ่งดีที่รู้จักทู๊กคน ^ O ^ v ”
“จ้า~”เด็กชายทั้งชั้นขานรับอย่างพร้อมเพรียง
“อ่ะแฮ่มๆ”นักเรียนหญิงบางคนเริ่มเตือนสติเด็กหนุ่มที่ไม่อยากหัวแปะทั้งหลายให้เริ่มหุบปากทันที
“งั้น นั่งไหนดีละ อืมม์~”อาจารย์สาวทำท่านึก ตาก็กวาดไปที่ที่นั่งว่างที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง
“ข้างโพมๆ!!”เด็กหนุ่มทั้งห้องร้องแทบจะพร้อมกัน
“เงียบไปเลยเฟ้ย!!”
เพื่อนผมยาวจอมวีนคนสนิทของภัสสรตบโต๊ะดังปังทำเอาเด็กหนุ่มทั้งห้องสะดุ้งโหย่ง
“งั้นนั่งนั้นละกัน ”อาจารย์สาวชี้ไปที่เก้าอี้ที่ถัดจากเก้าอี้ข้างหน้าต่าง
“คร้า”เด็กสาวเอ่ยรับอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปวางกระเป๋าเป้ที่โต๊ะที่อาจารย์ชี้มาทันที
“จานคร๊าบ~แหะๆโทษทีสายไปนิด”เสียงเด็กหนุ่มเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย
“สายมันตลอดละนายกานดา ชั้นชินละ เอ้าไปนั่งที่ๆ”อาจารย์สาวบ่นก่อนไล่เด็กหนุ่มไปเข้าที่
“ค้าบๆ ...หืมม์!!?”กานดาขานรับก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นผู้มา
ใหม่ที่ดูคุ้นตาอย่างไรชอบกลแถมยังนั่งอยู่ข้างหลังเยื่องไปทางซ้ายของเขาซะด้วย(ข้างภัสสร)
“หืมม์!!?”เด็กสาวที่พึ่งจัดการยัดหนังสือลงใต้โต๊ะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอย่างแปลกใจ
“มินท์!!!/กานดา!!!”ทั้ง2ร้องพร้อมกัน
“อ้าวรู้จักกันด้วยเหรอ”อาจารย์สาวร้องถาม
“ห๊าแกไปรู้จัก สาวสวยงี้ได้ไงเจ้ากานดาบอกม๊า!!!”เด็กหนุ่มทั้งห้องร้อง
//ยัยภัสสรพวกชั้นอุส่าห์เตือนแล้ว//จอมวีนทั้ง2มองเด็กสาวผู้มาใหม่อย่างไม่เป็นมิตรนัก
“ขอโทษค่าอาจารย์”ยังไม่ทันที่กานดากับมินท์จะหายอึ้ง คู่กรณีหัวกระเซิงอีกคนก็โผล่เข้ามา
ภัสสรชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นกานดา แต่เมื่อเธอกำลังเดินไปนั่งเก้าอี้ก็พบผู้มาใหม่ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่โต๊ะ
ข้างๆแล้วเธอก็ถึงกับอึ่ง....
“ทะ...เธอ”ภัสสรทำท่าอ้ำอึ่ง นิ้วก็ชี้ไปยังเด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเหมือนคนเห็นผี
มินท์ที่เจอเรื่องอึ้ง2เรื่องถึงกับตาโตทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
“อ๊ากกกกกก เอาสกิลชั้นคืนมา เอาFLOAT SHOTช้านคืนมายัยGmบ้า!!!
นี่จะตามมาหลอกมาหลอนถึงไหนห๊า!!!”
ยัยไม่ทันที่เพื่อนในห้องจะทันได้ตั้งสติ ภัสสรในสภาวะน้ำตานองหน้าก็กระโจนเข้าไปบีบคอมินท์ทันที
“แค่กๆปล่อยนะ!!!”มินท์ที่ดิ้นรนขัดขืนสำลักเพราะขาดอากาศหายใจ
“แว้กกก จะฆ่ามินท์หรือไง ปล่อยเขาก่อนภัสสร!!”กานดาเห็นท่าไม่ดีก็รีบกระโดดเข้าไปห้าม
.............
บางครั้ง....ที่เขาอยู่คนเดียว...ทำไม...เขาต้องนึกถึงหน้าหวานๆ ของเด็กคนนั้นด้วยนะ... อัษฏาคิดอยู่ใน
ใจเพียงลำพังขณะกำลังเดินกลับบ้านก่อนจะต้องชะงักเพราะถูกเรียกไว้
“คุณอัษฏาครับ คุณอัษฏา”เสียงหนึ่งร้องเรียกขณะที่เขาเดินผ่านโรงเรียนมัธยมต้นแถวมหาลัยของเขา
นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงเหลือบมองเด็กมัธยมต้นผมสีเขียวที่โบกไม้โบกมือเรียกเขาไว้ อัษฏาเดินไปหาเกษมที่ยืนอยู่
ภายในรั้วโรงเรียน...
“เกษม~!”เป็ดตัวหนึ่งเรียกเพื่อลากมาถามข้อมูลของนางพญาปลามัจฉาเช่นเคย ทำเอาเกษมวิ่ง 4x100
มาหลบหลังอัษฏาอย่างรวดเร็ว เจ้าเป็ดเมื่อเห็นเจ้าหนูหัวเขียวอยู่แถวนี้หลังไวๆ ก็มองซ้ายมองขวาก่อนหันมา
เห็นอัษฏาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงต่อสิ่งใดอยู่ตรงหน้า...ทำไม นันทกรต้องมาคอยตามเราด้วยนะ....เกษมคิดอย่าง
หงุดหงิดขณะแอบอยู่หลังแผนหลังของอัษฏาที่ทำหน้าที่เป็นโล่ให้เขา
“พี่ครับๆ เห็นเด็กผู้ชาย หน้าแต๋วๆ หัวเขียวๆ วิ่งมาไหมครับ”นันทกรหรือnicknameเจ้าเป็ดกล่าว ทำ
เอาไฟโทสะของคนหน้าแต๋วๆ หัวเขียวๆ ลุกพรึ่บ(แอ็ก~! รองเท้าผ้าใบหล่นใส่หัวคนแต่งโดยไม่ทราบที่มา)
“เออ...”อัษฏารู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อยเพราะไฟแค้นของเกษมที่ลุกโชนอยู่ด้านหลัง
“ไม่...”เสียงตอบสั้นๆ จากอัษฏาที่รับรู้ถึงความแค้นที่สุมในใจคนข้างหลังอย่างเต็มเปี่ยมตอบเนื่อง จาก
เกรงว่าเขาอาจต้องเขาโรงพยาบาลก่อนที่จะได้เข้าเกมหากพูดว่า “เห็น” สัตว์ปีกตัวเหลืองๆ ที่บินไม่ได้พยักหน้า
ก่อนวิ่งจากไป ตอนนี้เสื้อของอัษฏาด้านหลังยับยู่ยี่เนื่องจากคนที่ใช้เขาเป็นกำแพงนั้นใช้เขาเป็นที่ระบายอารมณ์
โดยการขยี้เสื้อเขาซะยับเหมือนไม่เคยผ่านการรีดมาก่อน
“นั่น...แฟนนายเหรอ...”อัษฏาถามเป็นครั้งที่สองหลังจากเห็นนันทกรครั้งแรกซึ่งทำเอาเกษมแทบหัว
ทิ่ม
“ผมไม่ได้ชอบผู้ชายนะครับ!”เกษมร้องออกมาใบหน้าหวานๆ ขึ้นสีเรื่อ...ภัสสรสินะ...อัษฏาคิดในใจ
ก่อนพูดออกมาว่า
“งั้นหรือ....ระวังเขาจะไปชอบคนอื่นซะก่อนล่ะ รีบๆ เข้าก่อนจะโดนคว้าไป..”อัษฏาพูดเหมือนเตือน
ก่อนเดินออกจากรั้วโรงเรียนมัธยมไป...เมื่อกี้...คุณอัษฏาร้องไห้เหรอ?...เกษมคิดอย่างไม่เข้าใจ เมื่อร่างสูงเมื่อครู่
เดินจากไปอย่างเงียบๆ หากแต่ทิ้งน้ำตาไว้ ภาพที่เมื่อครู่เขาได้เห็นคืออัษฏาเดินจากไปพร้อมกับหยดน้ำใสที่ไหล
ออกมาจากดวงตาคู่นั้น...
................
“ชะ...ชั้นชอบ......ชอบ....”เสียงหวานของเด็กสาวผมทองพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีจนจะ
สุกอยู่แล้ว เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทนาม “มัจฉา” มองเพื่อนสาวราวกับไม่เข้าใจก่อนระบายยิ้มออกมาแล้วจับไหล่
วิริยาก่อนฉุดเข้าหาตัว ก่อนใช้นิ้วเรียวๆ สัมผัสที่ใบหน้าของเพื่อนสาวแล้วเอื้อนเอ่ยออกมาว่า
“อ่อนหัดจริงๆ เลยนะ..”ร่างของเพื่อนสาวสะดุ้งน้อยๆ เมื่อดึงเข้าไปใกล้ มัจฉาเป่าลมหายใจรดใบหน้า
ของเจ้ากระต่ายก่อนพูดออกมาอย่างมั่นใจว่า
“ชั้นชอบเธอ วิริยา”พูดจบริมฝีปากของมัจฉาก็ประกบเข้ากับริมฝีปากของกระต่ายน้อยทันที ลิ้นเข้า
มัจฉาลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากของวิริยา..
“อะ....อื๊อ!”เสียงครางของวิริยาดังประท้วงก่อนลิ้นของของมัจฉาจะกอดเกี่ยวกับลิ้นของอีกฝ่ายก่อน
วิริยาจะเริ่มรับ มัจฉาหลับตารับความหอมหวานจากร่างบางก่อนใครบางคนจะเข้ามาขัดอย่างไม่ตั้งใจ
.....................

