Welcome
Welcome to <strong>Executional Fan Club</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

แฟนฟิค Executional<มินท์-กานดา-ภัสสร/วิริยา-มัจฉา/อีกมากมาย>

ฟอรั่มนั้สำหรับลงโดจินหรือฟิคนะครับ จะเรทก็ได้นิดหน่อยนะครับ

แฟนฟิค Executional<มินท์-กานดา-ภัสสร/วิริยา-มัจฉา/อีกมากมาย>

Postby Esper on Fri May 01, 2009 9:16 pm

ลงทุนสมัครเพื่อเอาฟิคที่ผมกับน้องแต่งมาให้เม้น....

ที่ผ่านมาเข้าออกบอร์ดนี้มาหลายเดือนละ แต่ไม่ได้สมัคร

เอ้า ฝากเม้นให้หน่อยคับ เรื่องนี้ผมเอาไปลงในเด็กดีด้วย

.......

ตอนที่1
ณ โรงเรียนรวมมิตรประชาทัณฑ์

ตึกคอนกรีตในโลกแห่งความจริงดูไร้ศิลปะสุดๆไปเลยจริงๆเมื่อเทียบกับสิ่งก่อสร้างแสนมหัสจรรย์ใน

เกมที่เธอมักพบเห็น ไม่ว่าจะตอนซื้อไอเทมหรือแม้แต่อยู่ในยานของกองกำลัง แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังอดหงุดหงิด

กับโลกในเกมไม่ได้ เมื่อเธอเสียสกิลช่วยชีวิตอย่างสกิลFLOAT SHOTไปในการต่อสู้กับGmครั้งล่าสุด

ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แต่เธอรู้สึกว่าGmผู้หญิงคนนั้นต้องกลับมาสร้างความวุ่นวายในชีวิตให้แก่เธอในภายหลัง

อีกอย่างแน่นอน ขออย่าให้เจอกันอีกเลยนะ....

เด็กสาวผมยุ่งกระเซิงคิดอย่างไม่สบายใจนัก ดวงหน้าที่คุณแม่เธอชมว่าน่ารักบัดนี้ดูมุ่ยเสียนี่กระไร ผม

สีฟ้าอ่อนเริ่มปลิวไปตามลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างเด็กสาวสามารถมองลงไปยังสนามเบื้องล่างได้อย่างชัดเจน

เพราะเธอนั่งอยู่ข้างหน้าต่างภาพเด็กหนุ่มนามกานดายังคงอยู่สะท้อนอยู่บนดวงตีฟ้าอ่อนคู่โต...

“ยัยภัสสร~”เสียงเพื่อนสาวของเธอทั้ง2คนร้องเรียก

พวกเธอคือเพื่อนคนสนิทของเธอที่รู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมต้น แต่ด้วยนิสัยจอมโหดของทั้ง2เลยทำให้ไม่มีแฟนเป็น

ตัวเป็นตนซักที และเธอ2คนนี้ก็มักจะมาบ่นหงุดหงิดกับนิสัยขี้อายของเธอซะด้วย

“จะ...จ๋า”ชั้นขานรับแล้วละสายตาจากกานดาที่เล่นฟุตบอลอยู่เบื้องล่าง

“เธอเกิดวันไรนะ”ทั้ง2ถามขณะเปิดนิตยสารที่ชื่อ”ทายทักรักหมอดู”

“xx/y/zzจ้า”

“ให้รีบสมหวังซะ ไม่งั้นอาจได้กินแห้วเพราะมีมือที่3เข้ามาเกี่ยวข้องได้...”

เด็กสาวทั้ง2ยิ้มด้วยสีหน้าโคตรโหด

“ห๊ะ...ห๊า?”ชั้นร้องงงๆ

“เพราะงั้น...วันนี้เธอต้องไปสารภาพรักเจ้ากานดาซะ!!!”เด็กสาวสุดโหดทั้ง2ตะคอกภัสสรพร้อมกัน

...........

//บ้าจริง เรื่องแค่นี้แค่ติดต่อหามินท์ก็รู้เรื่องแล้วแท้ๆ แต่ทำไมแค่นี้เรากลับไม่กล้านะ!!//กานดาที่วันนี้

รับหน้าที่เป็นประตูฟุตบอลคิดอย่างกังวลเรื่องของเด็กสาวที่เป็นทั้งเจ้าหนี้และอาจจะเป็นศัตรูกันได้ในตอนนี้

เขาแยกทางกับเธอหลังจากลงทุนที่ร้านขายสมุนไพรตอนนั้น แล้วก็กลับมาเข้ามาช่วยกองกำลังต่อต้าน

gmรบกับพวกgm แต่ไหงเจอกันอีกครั้งเธอถึงไปอยู่กับพวกgmซะละ!?

หรือว่าเธอเป็นgm...

ความสับสน ทำให้กานดารู้สึกเป็นทุกข์ตั้งแต่ออกจากเกมมาจนถึงปัจจุบัน

//บางทีวันนี้เราอาจจะมีความกล้าพอก็ได้...//

“เฮ้ยไอ้บ้า นั่งเหม่อไร บอลมาแล้ว!!!”เพื่อนตัวแสบร้องด่าเสียงดัง

“หืมม์~!?”

เด็กหนุ่มผู้มีผมสีชมพูถึงกับเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเจ้าลูกบอลถูกทีมตรงข้ามซัดเข้าเต็มแรงแล้วกำลังลอยละลิ่วมาทางเขา!!!

//เหอะ ไม่ได้แอ้มหรอก !!!//

กานดาเลยจัดการโชว์Espของตัวเองในเรื่องการหลบหลีกลูกบอล

โดยการกระโดดเป็นเกลี่ยวเบี่ยงตัวหลบลูกบอลไปได้อย่างสวยงาม

“เข้าไปแล้ว 1-0เฟ้ย!!!”

“กานดา แก๊!!!! ประตูฟุตบอลบ้านเตี่ยแกโดดหลบลูกบอลเหรอฟะ!!!”

“งะ...ง่า....”แม่นางกระดิ่งทองผู้ตกเป็นจำเลยรัก ทำหน้าเบ้ หลับตาปี๋เตรียมพร้อมการ

โดน”รวมมิตรประชาทัณฑ์”ตามชื่อโรงเรียน

“เออ...ทุกคนทำอะไรกันอยู่น่ะ”การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเด็กสาวทำให้เจ้ากระดิ่งทองรอดมา

ได้กระทันหัน

“เออ...เออ...แบบว่า...เออ...”เด็กหนุ่มเพื่อนร่วมทีมที่กำลังจะรุม”รัก”แม่นางกระดิ่งทองเกิดอาการติด

อ่างขึ้นอย่างกระทันหัน

“กานดา มากับฉันหน่อยสิ”ภัสสรเอ่ยปากเรียก

“หะ หืมม์ มีอะไรเหรอ!?”ถึงจะยังงุนงงว่าทำไมภัสสรถึงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาเป็นพิเศษแต่กานดาก็

รีบคว้าโอกาสรอดชีวิตเอาไว้ทันที

..........

ดาดฟ้าโรงเรียนที่ปกติไม่มีใครที่สติดีคิดอยากมาเดินเล่นตอนกลางวันเพราะอากาศโคตรจะร้อนเป็นที่ๆ

ปลอดคนที่สุดเท่าที่เด็กสาวหัวกระเซิงจอมขี้อายคนนี้จะคิดได้

“กานดา...”เด็กสาวเรียกชื่อเด็กหนุ่มเสียงเบา

“อืมม์!! มีไรละ”กานดาร้องถาม

“คือว่า~เออ...คือ...”ภัสสรเอานิ้วชี้ทั้งออกมาจิ้มกันไปมาตรงหว่างอกด้วยท่าทางกระอักกระอวน

ใบหน้าแดงสาดของเธอมันฟ้องให้เห็นโต้งๆว่าเธอต้องการจะบอกอะไรเด็กหนุ่ม

“เป็นไรน่ะ หน้าแดงเชียว”กานดาร้องถาม

“มะ มะใช่ๆ คือๆ....คือแบบว่า...”ภัสสรยิ่งออกอาการลุกลี้ลุกลนหนักเข้าไปใบเมื่อเหลือบไปเห็นเพื่อน

สาวของตนหลบอยู่ตรงบันได ทำท่าเอาใจช่วยเธออย่างสุดฤทธิ์สุดเดช

“วันนี้เธอดูแปลกๆนะ”กานดามองภัสสรอย่างแปลกใจระคนสงสัย

‘ไอทึ่มเอ้ย!!’เด็กสาวทั้ง2ที่แอบอยู่ตรงบันไดร้องด่ากานดา

“ฉะ ฉัน~ ความจริงแล้วฉันแอบชะ...”

กรี๊ง~~!!

เสียงออดที่เป็นที่รู้กันว่าหมดเวลาพักกลางวันดังขึ้น

“หืมม์ อะไรนะ?”กานดาได้ยินไม่ชัด

“เออ...ออดดังแล้วน่ะ เอาไว้ทีหลังแล้วกัน”

“งั้นเหรอ อืมๆ งั้นไว้คุยกันทีหลัง”กล่าวจบกานดาก็เดินกลับไปยังห้องเรียนทันที

‘ยัยบื่อกับตาทึ่มจริงเว้ย!!’เพื่อนสาวที่แอบมองมาตลอดร้องด่า

“อ้าวไมพวกเธอมาอยู่นี่ละ”กานดาที่กำลังเดินลงบันไดร้องถามเด็กสาวทั้ง2ที่หาที่หลบไม่ทัน

“อะ...อ้อๆ มาตามภัสสรไปเข้าห้องเรียนน่ะ”เด็กสาวหนึ่งในนั้นรีบตอบ

//จนแล้วจนรอดเราก็ทำไม่ได้สินะ...ทำไมเราถึงทำไม่ได้นะ...//ภัสสรคิดสังเวชตัวเอง

ยังไม่ทันที่ภัสสรจะหายอารมณ์ค้างเพื่อนสาวจอมวีนทั้ง2ตัวก็ตามมากระทืบซ้ำ

“ยัยเบ๊อะ!! แค่นี้ไมพูดไม่ได้ย่ะ!!”ทั้ง2โวยพร้อมกัน

“เออ...ขอฉันอยู่คนเดียวแปปหนึ่งนะ เดี๋ยวตามไป...”เด็กสาวเอ่ยเสียงเนื่อยๆ

ทำให้เพื่อนสาวทั้ง2ของเธอเข้าใจความรู้สึกของภัสสรเป็นอย่างดีก่อนจะเดินกลับห้องแล้วทิ้งให้ภัสสร

อยู่คนเดียว

...............

“เอ้าทุกคนมากันหมดแล้วใช่มะ”อาจารย์สาวที่ปรึกษาประจำชั้นของกานดาเอ่ยอย่างร่าเริง

“ค้าบ/ค่า~”ทั้งหมดขานรับพร้อมกัน

“วันนี้เรามีเพื่อนใหม่เพิ่งย้ายมา เอ้าเข้ามาได้แล้ว ”อาจารย์ร้องเรียก

เด็กสาวในชุดนักเรียนเดินก้าวฉับๆมาอย่างว่องไว ผมสีม่วงที่ดูสะดุดตาของเธอถูกรวบไว้เป็นหางม้า

”ชื่อมินท์นะ ยิ่งดีที่รู้จักทู๊กคน ^ O ^ v ”

“จ้า~”เด็กชายทั้งชั้นขานรับอย่างพร้อมเพรียง

“อ่ะแฮ่มๆ”นักเรียนหญิงบางคนเริ่มเตือนสติเด็กหนุ่มที่ไม่อยากหัวแปะทั้งหลายให้เริ่มหุบปากทันที

“งั้น นั่งไหนดีละ อืมม์~”อาจารย์สาวทำท่านึก ตาก็กวาดไปที่ที่นั่งว่างที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วห้อง

“ข้างโพมๆ!!”เด็กหนุ่มทั้งห้องร้องแทบจะพร้อมกัน

“เงียบไปเลยเฟ้ย!!”

เพื่อนผมยาวจอมวีนคนสนิทของภัสสรตบโต๊ะดังปังทำเอาเด็กหนุ่มทั้งห้องสะดุ้งโหย่ง

“งั้นนั่งนั้นละกัน ”อาจารย์สาวชี้ไปที่เก้าอี้ที่ถัดจากเก้าอี้ข้างหน้าต่าง

“คร้า”เด็กสาวเอ่ยรับอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปวางกระเป๋าเป้ที่โต๊ะที่อาจารย์ชี้มาทันที

“จานคร๊าบ~แหะๆโทษทีสายไปนิด”เสียงเด็กหนุ่มเดินเข้าห้องมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย

“สายมันตลอดละนายกานดา ชั้นชินละ เอ้าไปนั่งที่ๆ”อาจารย์สาวบ่นก่อนไล่เด็กหนุ่มไปเข้าที่

“ค้าบๆ ...หืมม์!!?”กานดาขานรับก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะ แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นผู้มา

ใหม่ที่ดูคุ้นตาอย่างไรชอบกลแถมยังนั่งอยู่ข้างหลังเยื่องไปทางซ้ายของเขาซะด้วย(ข้างภัสสร)

“หืมม์!!?”เด็กสาวที่พึ่งจัดการยัดหนังสือลงใต้โต๊ะเงยหน้าขึ้นมาสบตาอย่างแปลกใจ

“มินท์!!!/กานดา!!!”ทั้ง2ร้องพร้อมกัน

“อ้าวรู้จักกันด้วยเหรอ”อาจารย์สาวร้องถาม

“ห๊าแกไปรู้จัก สาวสวยงี้ได้ไงเจ้ากานดาบอกม๊า!!!”เด็กหนุ่มทั้งห้องร้อง

//ยัยภัสสรพวกชั้นอุส่าห์เตือนแล้ว//จอมวีนทั้ง2มองเด็กสาวผู้มาใหม่อย่างไม่เป็นมิตรนัก

“ขอโทษค่าอาจารย์”ยังไม่ทันที่กานดากับมินท์จะหายอึ้ง คู่กรณีหัวกระเซิงอีกคนก็โผล่เข้ามา

ภัสสรชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นกานดา แต่เมื่อเธอกำลังเดินไปนั่งเก้าอี้ก็พบผู้มาใหม่ซึ่งตั้งถิ่นฐานอยู่โต๊ะ

ข้างๆแล้วเธอก็ถึงกับอึ่ง....

“ทะ...เธอ”ภัสสรทำท่าอ้ำอึ่ง นิ้วก็ชี้ไปยังเด็กสาวตรงหน้าด้วยสีหน้าเหมือนคนเห็นผี

มินท์ที่เจอเรื่องอึ้ง2เรื่องถึงกับตาโตทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ

“อ๊ากกกกกก เอาสกิลชั้นคืนมา เอาFLOAT SHOTช้านคืนมายัยGmบ้า!!!

นี่จะตามมาหลอกมาหลอนถึงไหนห๊า!!!”

ยัยไม่ทันที่เพื่อนในห้องจะทันได้ตั้งสติ ภัสสรในสภาวะน้ำตานองหน้าก็กระโจนเข้าไปบีบคอมินท์ทันที

“แค่กๆปล่อยนะ!!!”มินท์ที่ดิ้นรนขัดขืนสำลักเพราะขาดอากาศหายใจ

“แว้กกก จะฆ่ามินท์หรือไง ปล่อยเขาก่อนภัสสร!!”กานดาเห็นท่าไม่ดีก็รีบกระโดดเข้าไปห้าม


.............
บางครั้ง....ที่เขาอยู่คนเดียว...ทำไม...เขาต้องนึกถึงหน้าหวานๆ ของเด็กคนนั้นด้วยนะ... อัษฏาคิดอยู่ใน

ใจเพียงลำพังขณะกำลังเดินกลับบ้านก่อนจะต้องชะงักเพราะถูกเรียกไว้

“คุณอัษฏาครับ คุณอัษฏา”เสียงหนึ่งร้องเรียกขณะที่เขาเดินผ่านโรงเรียนมัธยมต้นแถวมหาลัยของเขา

นัยน์ตาสีน้ำตาลแดงเหลือบมองเด็กมัธยมต้นผมสีเขียวที่โบกไม้โบกมือเรียกเขาไว้ อัษฏาเดินไปหาเกษมที่ยืนอยู่

ภายในรั้วโรงเรียน...

“เกษม~!”เป็ดตัวหนึ่งเรียกเพื่อลากมาถามข้อมูลของนางพญาปลามัจฉาเช่นเคย ทำเอาเกษมวิ่ง 4x100

มาหลบหลังอัษฏาอย่างรวดเร็ว เจ้าเป็ดเมื่อเห็นเจ้าหนูหัวเขียวอยู่แถวนี้หลังไวๆ ก็มองซ้ายมองขวาก่อนหันมา

เห็นอัษฏาที่ยืนนิ่งไม่ไหวติงต่อสิ่งใดอยู่ตรงหน้า...ทำไม นันทกรต้องมาคอยตามเราด้วยนะ....เกษมคิดอย่าง

หงุดหงิดขณะแอบอยู่หลังแผนหลังของอัษฏาที่ทำหน้าที่เป็นโล่ให้เขา

“พี่ครับๆ เห็นเด็กผู้ชาย หน้าแต๋วๆ หัวเขียวๆ วิ่งมาไหมครับ”นันทกรหรือnicknameเจ้าเป็ดกล่าว ทำ

เอาไฟโทสะของคนหน้าแต๋วๆ หัวเขียวๆ ลุกพรึ่บ(แอ็ก~! รองเท้าผ้าใบหล่นใส่หัวคนแต่งโดยไม่ทราบที่มา)

“เออ...”อัษฏารู้สึกเสียวสันหลังเล็กน้อยเพราะไฟแค้นของเกษมที่ลุกโชนอยู่ด้านหลัง

“ไม่...”เสียงตอบสั้นๆ จากอัษฏาที่รับรู้ถึงความแค้นที่สุมในใจคนข้างหลังอย่างเต็มเปี่ยมตอบเนื่อง จาก

เกรงว่าเขาอาจต้องเขาโรงพยาบาลก่อนที่จะได้เข้าเกมหากพูดว่า “เห็น” สัตว์ปีกตัวเหลืองๆ ที่บินไม่ได้พยักหน้า

ก่อนวิ่งจากไป ตอนนี้เสื้อของอัษฏาด้านหลังยับยู่ยี่เนื่องจากคนที่ใช้เขาเป็นกำแพงนั้นใช้เขาเป็นที่ระบายอารมณ์

โดยการขยี้เสื้อเขาซะยับเหมือนไม่เคยผ่านการรีดมาก่อน


“นั่น...แฟนนายเหรอ...”อัษฏาถามเป็นครั้งที่สองหลังจากเห็นนันทกรครั้งแรกซึ่งทำเอาเกษมแทบหัว

ทิ่ม


“ผมไม่ได้ชอบผู้ชายนะครับ!”เกษมร้องออกมาใบหน้าหวานๆ ขึ้นสีเรื่อ...ภัสสรสินะ...อัษฏาคิดในใจ

ก่อนพูดออกมาว่า


“งั้นหรือ....ระวังเขาจะไปชอบคนอื่นซะก่อนล่ะ รีบๆ เข้าก่อนจะโดนคว้าไป..”อัษฏาพูดเหมือนเตือน

ก่อนเดินออกจากรั้วโรงเรียนมัธยมไป...เมื่อกี้...คุณอัษฏาร้องไห้เหรอ?...เกษมคิดอย่างไม่เข้าใจ เมื่อร่างสูงเมื่อครู่

เดินจากไปอย่างเงียบๆ หากแต่ทิ้งน้ำตาไว้ ภาพที่เมื่อครู่เขาได้เห็นคืออัษฏาเดินจากไปพร้อมกับหยดน้ำใสที่ไหล

ออกมาจากดวงตาคู่นั้น...

................

“ชะ...ชั้นชอบ......ชอบ....”เสียงหวานของเด็กสาวผมทองพูดตะกุกตะกัก ใบหน้าของเธอเปลี่ยนสีจนจะ

สุกอยู่แล้ว เด็กสาวผู้เป็นเพื่อนสนิทนาม “มัจฉา” มองเพื่อนสาวราวกับไม่เข้าใจก่อนระบายยิ้มออกมาแล้วจับไหล่

วิริยาก่อนฉุดเข้าหาตัว ก่อนใช้นิ้วเรียวๆ สัมผัสที่ใบหน้าของเพื่อนสาวแล้วเอื้อนเอ่ยออกมาว่า

“อ่อนหัดจริงๆ เลยนะ..”ร่างของเพื่อนสาวสะดุ้งน้อยๆ เมื่อดึงเข้าไปใกล้ มัจฉาเป่าลมหายใจรดใบหน้า

ของเจ้ากระต่ายก่อนพูดออกมาอย่างมั่นใจว่า

“ชั้นชอบเธอ วิริยา”พูดจบริมฝีปากของมัจฉาก็ประกบเข้ากับริมฝีปากของกระต่ายน้อยทันที ลิ้นเข้า

มัจฉาลุกล้ำเข้าไปในโพรงปากของวิริยา..

“อะ....อื๊อ!”เสียงครางของวิริยาดังประท้วงก่อนลิ้นของของมัจฉาจะกอดเกี่ยวกับลิ้นของอีกฝ่ายก่อน

วิริยาจะเริ่มรับ มัจฉาหลับตารับความหอมหวานจากร่างบางก่อนใครบางคนจะเข้ามาขัดอย่างไม่ตั้งใจ
.....................
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby Esper on Fri May 01, 2009 9:18 pm

ตอนที่2

“ยัยนี่ ตาย!!!”

เสียงโกรธแค้นของภัสสรดังก้องไปทั่วห้องทำเอาทั้งเด็กนักเรียนหรือแม้แต่อาจารย์ขนลุกกันท้วนหน้า

“ปล่อยช้าน~ กานดาช่วยด้วย!!”มินท์ที่ตอนนี้ปราศจากสกิลซื้อไอเทมร้องลั่น
“ภัสสร~!!”กานดาร้องเสียงดังไม่แพ้กัน

“อย่ามาห้ามนะ ชั้นกับยัยนี่มีเรื่องต้องสะสางกันก่อน!!”ภัสสรร้องแทรกออกมา

“แว้กกกก~ แค่กๆ ช่วยด้วย!!!”มินท์ที่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบโดนภัสสรจับกดลงกับพื้นร้องแทบไม่ออกแล้ว

แต่น่าสงสารที่ไม่ว่าจะอาจารย์หรือนักเรียนในห้องต่างก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเพราะกลัวปีศาจที่เข้าสิงภัสสรอยู่

ตอนนี้ไล่ฆ่า แต่ขณะนั้นเองกานดาก็ตัดสินใจทำเรื่องที่ช็อกคนทั้งห้องเมื่อ...

พลั่ก!!

กานดาพุ่งเข้าชนภัสสรเต็มๆทำให้มินท์หลุดจากการบีบคอมาได้ แต่ร่างของกานดาที่พุ่งเข้ากระแทกเด็กสาวเมื่อครู่

ตอนนี้กับขึ้นไปคร่อมอยู่บนร่างเด็กสาวหัวกระเซิงแทน!!!

//เจ๋งมาก ตอนนี้ละภัสสร”Frist Kiss”เลย!!!//เพื่อนสาวทั้ง2ส่งกระแสจิตให้ภัสสรดำเนินการทันที

“พะ ภัสสร!!”กานดาเกิดอาการติดอ้าง

//กานดา!!//เด็กสาวคิดอย่างตื่นตระหนัก ก่อนเผยอปากขึ้นเล็กน้อย

“ขะ ขอโทษนะภัสสร”

เด็กหนุ่มรีบลุกขึ้นมาจากร่างของเด็กสาวผู้ครอบครอง”ข้าว3ถ้วยพูน”

อย่างเลิกลั่กพร้อมหน้าที่ขึ้นสีแดงระเรื่อทันที

“ไอ้ทึ่มเอ้ย!!!”เด็กสาวที่นั่งมองมาตลอด2คนอดทนไม่ไหวร้องด่าเสียงลั่งอย่างสุดจะทน

“มินท์ไม่เป็นอะไรนะ”กานดาเดินเข้ามาหา

“อะ อืม!!”มินท์ขานรับ

“ตายซะเถอะ กร๊ากกกกกก!!!”ภัสสรที่พึ่งลุกขึ้นมาได้อีกครั้งพอตั้งหลักได้ก็กระโจนเข้าหามินท์ทันที!!

หมับ!!

แต่คราวนี้กานดาไวกว่า เขารีบคว้าร่างบางเข้ามาล็อกไว้กับตัวเขาทันที

‘กานดา!!’

ภัสสรสามารถสัมผัสไออุ่นจากร่างของเด็กหนุ่มได้อย่างชัดเจน ชัดเจนจนใจของเด็กสาวเต้นโครมๆ

ชัดเจนจนร่างของเด็กสาวอ่อนระทวย...และยอมสยบลงอย่างง่ายดาย

แต่จนแล้วจนรอดกานดาก็ยังไม่สามารถสัมผัมรับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวที่ตนกำลังล็อกแกมกอดอยู่ได้

แต่ในขณะที่กานดาปราบสาวคนนี้ให้สงบลงได้

สาวอีกคนที่เมื่อครู่ถูกกระทำโดยไม่ทันตั้งตัวก็เกิดต่อมโมโหระเบิด

“หนอยคิดว่าทำได้คนเดียวเหรอ!!”มินท์ร้อง

มือทั้ง2ข้าง จัดเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วเล็งไปที่ภัสสรอีกครั้ง!!

“ขอปริซึ่มช็อตไปก่อนละ!!!”มินท์ร้อง

“โน่ววววววว!!!”ภัสสรร้องลั่น ก่อนสลบไปพร้อมน้ำตาในอ้อมกอดของกานดา

“บ้าเหรอ ในเกมที่ไหน”มินท์แลบลิ้น

“แสบเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ มินท์”กานดาหัวเราะแหะๆให้กับนิสัยของเพื่อนสาวคนนี้

“ก็งั้นแหละ”มินท์ลูบหัวตัวเองก่อนหัวเราะแหะๆตามกานดา

“....”

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกะทันหันทำเอาคนทั้งห้องตั้งตัวไม่ทัน

“ภัสสรๆ”เพื่อนสาว2คนเข้าไปเรียกเด็กสาวหัวกระเซิงที่อยู่ในอ้อมกอดของกานดา

//อ้าวเฮ้ย เป็นลมไปได้ไง ไม่ได้เรื่องเลยวุ๊ย//เพื่อนสาว2คนนึกด่า

แต่คนที่ดูเหมือนจะได้สติก่อนใครก็คือคุณครูประจำชั้นที่ลากทั้งห้องเข้าสู่บรรยากาศห้องเรียนได้ทันที

“จานคร๊า พาภัสสรไปห้องพยาบาลก่อนนะค๊า~”เพื่อนสาวของภัสสรทั้ง2ร้องบอกอาจารย์

“รีบไปรีบมาด้วยละ”อาจารย์สาวว่า พร้อมหยิบหนังสือเรียนขึ้นมาเตรียมเริ่มกานเรียนกานสอน

“เอ้าอ่านตามครู...มานีมีอา...อามีนา...ในนามีรู...นามีงู...มานีมานาของอา...งูลงรูของมานี ”

“จานคับ/ค่ะ!!! พวกผม/หนูม.5นะ!!!”เด็กในห้องร้องขึ้นพร้อมกัน

“เออโนะ ครูลืมไป”

“หมายความว่าไงค่ะ/ครับครู!!!”ทั้งห้องแทบอยากจะร้องกรี๊ดพร้อมกัน

....................

“อ้าว คุณวิริยาครับ ทำไมวันนี้เข้าห้องช้าจัง”เกษมร้องถามเมื่อวิริยาเข้ามาในห้องขณะที่ครูเริ่มสอน

ไปได้ไม่นานใบหน้าของคุณกระต่ายแดงซ่านอย่างไม่เคยเป็นก่อนจะพูดตะกุกตะกักพลางขึ้นเสียงสูงอย่าง

ผิดปรกติ

“ปะ....เปล่า~ -///-”เสียงกระต่ายน้อยตอบก่อนเสียงๆ หนึ่งจะพาดกลางกระบาล เปรี๊ยง!

“ครูครับ วิริยา เขาแอบเข้าห้องโดยไม่ขออนุญาตครับ”เสียงเป็ดตัวหนึ่งร้องก๊าบๆ สร้างพลังทำลายล้าง

จนวิริยาแทบเกมโอเวอร์ เมื่อคุณครูหันมาส่งสายตาพิฆาตมาร นันทกรหัวเราะในลำคอเพราะนี่ก็คือการกลั่นแกล้ง

ปิศาจกระต่ายหน้าจืดที่บังอาจขัดขวางห้วงทางรักของเขากับนางพญาปลา ปิศาจกระต่ายรู้สึกเหมือนโดน

จัสตินเรย์ ผ่าหน้า เด็กสาวสะดุ้งเฮือกก่อนจะต้องไปหันสบตาอาจารย์ที่สบตาปิ๊งๆ ที่สว่างใสพอพอกับเหม่งที่

เกือบโล้นของอาจารย์

“Come on Baby~”อาจารย์เรียกวิริยาออกมาด้วยภาษาท่าทางที่ไม่เหมาะกับวัยของตัวเอง ก่อน

อาจารย์จะก้มหน้าลงให้เท่ากับวิริยาพลางขยับแว่นก่อนพูดออกมาว่า

“เธอเล่นเกม NU ใช่ไหม?”

“...ค่ะ”วิริยาตอบพลางลุ้นว่าอาจารย์จะจัดการกับเธอยังไง ด้วยหน้าตายๆ อย่างนั้นแล...

“เธอต้องช่วยครูเก็บเลเวลเป็นการทำโทษ...”

“อาจารย์ ผมครับ 20 คะแนน”เกษมพูดโพล่งส่งข้อเสนอให้อาจารย์ ก่อนจะมีคนตัดราคา

“จารย์~ผมดีกว่า 5 คะแนน”เสียงก๊าบๆ กล่าวด้วยในใจคิดอาฆาตเกษมนิดๆ เพราะเกษมเบี่ยงไปเบี่ยงมา

ไม่ยอมช่วยเขาเสียทีและ...นี่คือการสั่งสอนจำไว้ไอ้หัวเขียว!

ขณะเดียวกันเกษมก็อึ้งเมื่อโดนตัดราคา....ทำไมช่วงนี้โดนตัดราคาบ่อยนะเนี่ยเรา= =aไอ้คุณนันทกรบ้า

ค่อยดูคราวหน้าผมจะไม่ช่วยแล้วนะครับ(โว้ย!)

อาจารย์ทำท่านิ่งกับข้อเสนอก่อนพูดว่า

“ตกลง วิริยาเธอหมดประโยชน์แล้วไปยืนหน้าห้องซะไป~”อาจารย์พูดอย่างร่าเริงที่มีคนช่วยเก็บเลเวล

ให้ วิริยาเดินออกจากห้องพลางมองไปด้านนอกอย่างเหม่อลอย...เมื่อครู่นี้...มัจฉา...

“อ้าว...วิริยา ถูกทำโทษเหรอเนี่ย...”เสียงหนึ่งกล่าวถามมันเป็นน้ำเสียงที่ฟังดูห่วงใยหากแต่

ขณะเดียวกันก็ฟังดูลิงโลดเช่นกัน วิริยาเงยหน้าขึ้นพบนัยน์ตาโตๆ สีแดงของเพื่อนสาว...ไม่สิ...ตอนนี้ดูเหมือนจะ

เปลี่ยนไปนิดหน่อยวิริยาคิดได้ดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีพลางหลบตา ทางเดินตอนนี้ว่างเปล่าไร้ผู้คน

......
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby Esper on Fri May 01, 2009 9:19 pm

ตอนที่3

“หืมม์~!?”เด็กสาวหัวกระเซิงตื่นขึ้นมาบนเตียงนอนในห้องพยาบาลอย่างงุนงง

“อ้าว~หนูฟื้นแล้วเหรอ”คุณครูพยาบาลร้องถาม ขณะจัดการทำแผลให้เด็กผู้ชายอีกคน

“ค่า”

“งั้นก็กลับบ้านได้แล้วละ เลิกเรียนพอดี เออใช่

เพื่อนเธอเอากระเป๋าหนังสือเธอมาให้ วางอยู่ตรงนั้นน่ะ”

ภัสสรกล่าวขอบคุณอาจารย์แล้วรีบคว้ากระเป๋าออกจากห้องพยาบาลไปทันที

เป็นไปได้ว่าตะกี้คือความฝัน? ใช่ๆ ยัยนั้นจะมาโผล่ที่นี่ได้ไง งั้น...ตอนนี้เธอก็ควรรีบกลับบ้านได้แล้ว ภารกิจใน

เกมยังคงคอยให้เธอไปจัดการอยู่

เด็กสาวคิดขณะออกวิ่งสู่ถนนที่ว่างเปล่า เพราะเป็นยามเย็นมากแล้ว แต่แล้วเท้าของเธอก็ต้องชะงักเมื่อมี

เสียงหนึ่งดังขึ้นไม่ไกลนัก เสียงของกานดานี่!?

เด็กสาวคิดได้ดังนั้นก็รีบหาที่กำบังก่อนที่จะใช้สายตามองไปยังภาพเบื้องหน้าที่ทำให้เธอรู้สึกปวดใจ

อย่างประหลาด

“งั้นตอนนี้เธอก็เป็นGmงั้นสิ”กานดาเอ่ย

“อืม...”มินท์เอ่ยตอบ

บรรยากาศดูจะน่าอึดอัดเข้าไปอีก เมื่อหลังเลิกเรียนทั้งคู่เดินกลับบ้านด้วยกัน

“ฉัน...ไม่อยากสู้กับเธอเลย”มินท์เอ่ยออกมาเบาๆ ใบหน้าที่ปกติดูน่ารักสดใสตอนนี้ดูเศร้าเอามากๆ

“ฉันก็เหมือนกัน”กานดาเอ่ยตอบ

เขารู้สึกสบายใจขึ้น เพราะอย่างน้อยมินท์ก็ไม่ได้อยากเผชิญหน้ากับเขาเช่นเดียวกัน แต่ตราบใดที่มินท์

ยังเป็นGmหรือเขายังสังกัดอยู่กับกองกำลังต่อต้านGm สักวัน ทั้ง2ก็ต้องสู้กันอยู่ดี...เหมือนตอนที่เขาสู้กับพี่....

บรรยากาศยามเย็น ดวงอาทิตย์สีแดงส้มกำลังจะตก เหล่านกกาส่งเสียงเซ็งแซ่เป็นสัญญาณกลับรัง

แสงพระอาทิตย์สีแดงส้มที่ส่องมายังใบหน้าของเด็กสาวดูเหมือนจะช่วยเพิ่มความน่ารักและความรู้สึกเศร้าใจ

ของเธอเป็น2เท่า ทำเอาหัวใจของกานดาเต้นตูมตามจนจะทะลุอกอยู่มะล่ำมะล่อ

ท่ามกลางถนนที่เปลี่ยวไร้คน เด็กสาวและเด็กหนุ่มดูจะเข้าใจถึงความคิดของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี มันควร

เป็นภาพที่ดูแสนประทับใจอย่างยิ่งถ้าคนที่มายืนแอบดูเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ภัสสร...

//ไม่จริง....กานดารู้จักยัยนั้น...//

เด็กสาวที่บัดนี้กำเสาไฟที่ใช้เป็นที่กำบังแน่นพร้อมดวงตาที่เริ่มมีน้ำใสๆไหลออกมาน้อยๆ

“มินท์...”กานดาที่กำลังตะลึงกับดวงหน้างามของอีกฝ่ายเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาเบาๆ

“อืมม์...”มินท์มองเข้าไปในตาสีเขียวกลมโตของอีกฝ่ายใบหน้าของเธอเริ่มขึ้นสีน้อยๆ

แต่ขณะที่ทั้ง2กำลังซาบซึ้งกันนั้นเอง ก็มีสายตาอีกคู่ที่มีน้ำตานองหน้ามองมายังทั้ง2....

นี่สินะ ผลลัพธ์ของการที่เราไม่กล้า....ผลลัพธ์ของความขี้อายไม่เข้าท่านั้น...

ในที่สุดฉันก็โดนยัยนั้นชิงไปทั้งสกิล...ทั้งหัวใจของคนที่ฉันรัก...

เด็กสาวที่ใบหน้าเปื้อนน้ำตาวิ่งจากมาทันที โดยไม่คิดจะหันกลับไปมองภาพช้ำใจนั้นอีก...
............................
“แฮกๆ...”เสียงชายหนุ่มสองคนหอบขณะนั่งอยู่ใต้โต๊ะทำงานที่สำนักงานNU คนหนึ่งคือชายหนุ่ม

หน้าคมเข้มผมสีแดง นาม วิศนะ อีกผู้หนึ่งคือชายหนุ่มผมสีส้มยาวที่รู้จักกันในนาม แครอท ทั้งสองเหนื่อยหอบ

ใบหน้าของทั้งสองเปรอะเปื้อนไปด้วยหยดเหงื่อ และทั้งสองยังอยู่ในชุดพนักงานบริษัทเช่นกัน

“พ้นไหม?”แครอทถามพลางหอบก่อนเสียงหนึ่งจะดังขึ้น

“ไม่พ้นจ้า~ ^0^”การ์ลิคโผล่ออกมาจากบนโต๊ะทำงาน ทำเอาทั้งวิศนะและแครอทสะดุ้งเฮือก..

“เจอแล้ว ทุกโคน~! ^/0\^”

//ม่ายยยยยยยยยยยย~!!!//เสียงกรีดร้องดังขึ้นในใจก่อนจะวิ่งหนีกันอุตลุดอีกครั้ง ขณะเดียวกัน GM

เลมอนก็หันมามองก่อนดันแว่นขึ้นแล้วพูดว่า

“พวกนายเนี่ย หัดทำงานกันซะบ้างสิ- -+”

“สู้ๆ น้า~ ทุกคน^^”บล็อกโคลี่พูดขณะนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน กินไอติมสบายใจแต่ก็มีร่างร่างหนึ่งพุ่งเข้าไปใต้โต๊ะของเด็กน้อยผู้นี้ ...

“ทุกคน~ ชิลลี อยู่นี่~!”วิศนะเหงื่อตก...ไม่นะ...นี่ไม่ใช่การวิ่งไล่จับธรรมดา...มันเดิมพันด้วย

เวอร์จิ้นเลยนะโว้ย!!!! ขณะที่วิศนะต้องหาที่แอบใหม่ แครอทเองก็ได้ที่แอบแล้วเช่นกัน

“ชั้นขอเหอะ เลมอนอย่าบอกไอ้พวกนั้นนะ”แครอทพูดเลมอนพยักหน้าก่อนพูดว่า

“ได้สิ....แต่...ก็ขอค่าตอบแทนเล็กๆ น้อยๆ ล่ะนะ”เลมอนพูดพลางกระตุกยิ้ม...ใช่ของแบบนี้ใครเขา

บอกกันล่ะ ก็ต้องเก็บไว้กินเองสิ!... แครอทเหงื่อตกก่อนต้องเผ่นโผนโจนทะยานอีกรอบ แว่นตอนนี้หล่นมาที่

ปลายจมูกเริ่มมีไอน้ำเกาะ ฝูงGMไล่ตามเขามาโดยมีกระเทียมหัวหนึ่งคว้าชายเสื้อเขาไว้ได้!!!!!

“อ้ากกกก~~~~~~!!!!!!!!!!”แครอทใช้พลังเฮือกสุดท้ายสะบัดมือของการ์ลิคออกจากชายเสื้อขาทั้ง

สองข้างพาเขาวิ่งไปจนถึงห้องห้องหนึ่ง เขาเปิดประตูเข้าไปทันทีโดยไม่คิดพลางปิดประตูปัง! แล้วล็อกทันทีเพื่อ

ป้องกันสัตว์ป่าดุร้ายที่จะกระชากเวอร์จิ้นไปจากเขา! โฮลี่ ออเดอร์ หนุ่มวัยทำงานผู้ที่ดูอิดโรยและท่าทีว่าจะเป็น

ลมได้ทุกเมื่อเงยหน้ามองเขาพลางเลิกคิ้วน้อยๆ ราวกับประหลาดใจ...

“หนีอะไรมาเหรอ แครอท?”

“นิดหน่อยน่ะ....”แครอทตอบพลางใช้นิ้วดันแว่นที่หล่นมาอยู่ปลายจมูกจนเกือบจะหล่น ก่อนลุกขึ้นปัด

ฝุ่นที่เสื้อเล็กน้อยอย่างสบายใจโดยที่ไม่รู้ว่า ตนหนีมอนเตอร์ทั้งฝูงมาปะบอสตัวใหญ่ซะแล้ว

“ชั้นช่วยไหมล่ะ”โฮลี่ ออเดอร์พูดพลางเดินมาบีบไหล่แครอทเบาๆ ....
........................

“ว้ากกกกกกกกกกกกก~!”เสียงร้องโหยหวนของคนโดนช่วยฟังดูน่าสังเวช เวทนาสุดจะหา

“ว้า~เข้าไปในห้องโฮลี่ ออเดอร์แล้ว น่าสงสารแต่ก็น่าเสียดายแฮะ... อ้าว...ชิลลีล่ะ?”ฝูงมอนเตอร์GM

ร้องถามพลางมองหาเหยื่อตัวใหม่แทนผู้ที่เสร็จบอสไปแล้ว

“บล็อคโคลี่ ชิลลีล่ะ”เลททัซถามก่อนบล็อกโคลี่ผู้นั่งเลียไอติมจะตอบว่า

“ตู้เอกสารฮะ^^”เด็กน้อยว่าไปพลางชี้มือไปที่ตู้เอกสารที่ใหญ่พอจะให้คนเข้าไปได้ข้างๆ มี

เอกสารกองอยู่(ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทำไม^^) คุณตู้เอกสารเมื่อรู้ตัวก็สะดุ้งโหยง เมื่อทุกสายตาต่างมองคุณตู้เอกสาร

เป็นตาเดียว ก่อนที่ฝูงGmจะรุมล้อมคุณตู้เอกสาร

“ยอมซะดีๆ ไม่เจ็บหรอก ชิลลีน้อย^^”โอเนี่ยนกล่าวพลางหัวเราะในลำคอฟังดูสยองยิ่งนักเมื่อพวก

GMเข้าใกล้ได้ระยะ คุณตู้เอกสารก็ใช้สกิลระเบิดตัวเองทำให้ตู้เอกสารที่เรียงเป็นระเบียบล้มระเนระนาด ปรากฏ

ร่างชายหนุ่มผู้มีชัยซึ่งอยู่หลังตู้เอกสาร ก่อนเจ้าพริกขี้หนูจะวิ่งโกยเกียร์ 5 จากไปอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนเหล่าGMก็

นอนจมกองเอกสารและตู้เอกสาร

“แล้วจะซื้อเค้กมาฝากนะ บล็อคโคลี่!”

“ครับ~^^”บล็อกโคลี่พูดพลางพยักหน้ารับก่อนสายตาของผู้นอนจมเอกสารจะหันมามองที่เด็กน้อย

อายุต่ำกว่าเกณฑ์ ด้วยสายตาอาฆาต

“เหยื่อไปซะแล้ว...งั้น...นายคงต้องชดใช้นะ บล็อคโคลี่...- +”ราดิสกล่าว ทำให้สายตาหื่นๆ ทุกคู่หัน

ไปมองร่างเล็กๆ บนโต๊ะที่ตอนนี้สะดุ้งสุดตัว

“...ผมอายุไม่ถึงนะฮะ- -;”บล็อกโคลี่เอาตัวรอดแต่ฝูงสัตว์ร้ายก็ล้อมกรอบใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

//รอดแล้วโว้ย~!//วิศนะคิดอย่างลิงโลดก่อนกระโจนเพื่อออกจากแผนกให้ไวที่สุดแต่เหตุการณ์ที่ไม่

คาดฝัน ก็เกิดขึ้น!

“จะไปไหนครับ คุณวิศนะ^_^”พัมกิ้นที่เพิ่งจะมาถึงใช้มือขวางทางออกไว้พลางยิ้มชั่วร้าย

“ผมยังไม่ได้ทำกิจกรรมร่วมกับแผนกเลยนะครับ หึๆ”

“อ๊ะ! นั่นคุณพัมกิ้นสกัดคุณชิลลีไว้ได้ครับ^^!”เจ้าคนที่กำลังจะโดนรุมรีบชี้เพื่อความอยู่รอด สัตว์ร้าย

ทั้งฝูงหันควับไปมอง ดังสุภาษิตที่ว่าไว้ หนีสลัดผัก ปะ ฝักทอง แล้วเขาจะหนีไปทางไหนดีละเนี่ย!!!!!

..................

“ขอโทษด้วยนะที่คืนนี้ต้องขอค้างด้วย พ่อฉันทิ้งฉันไว้ที่โรงเรียนแล้วหนีไปทำธุระ

พรุ่งนี้ถึงจะกลับน่ะ ฉันเคยอยู่บ้านคนเดียวที่ไหนละ น่ากลัวแย่เลย”

มินท์บ่นให้ฟัง ปกติเธอมักจะได้ตามพ่อไปดูการทำธุรกิจของพ่อเสมอแต่วันนี้เธอพึ่งย้ายโรงเรียน

พ่อเลยถือโอกาสชิ่งเธอซะอย่างนั้น

“อืม~งั้นเดี๋ยวเธอนอนห้องพี่ชั้นละกัน”กานดาเอ่ยขณะเดินนำเข้ามาในบ้าน

“กลับมาแล้วเหรอกานดา”เสียงที่คุ้นเคยแต่ฟังดูเย็นชาพิกลดังขึ้น

“พะ...พี่”กานดาถึงกับตะลึงกับการปรากฏตัวของวิศนะที่ปกติไม่เคยกลับบ้านซะด้วยซ้ำ

“หรือจะไม่เห็นชั้นเป็นพี่ก็ได้นะ”เจ้าพี่ชายจอมขี้งอนมองกานดาตาเขม็ง

“พี่งอนผมเหรอ”

“บ้าใครงอนแก!!!”

“แล้วพี่กลับบ้านมาทำไมละ”กานดาถามงงๆเพราะปกติเขาไม่เคยเห็นพี่ชายตัวดีกลับบ้านมาก่อน

“ยะ ยุ่งน่า!!!”วิศนะตะคอกพร้อมใบหน้าที่แดงสาดไม่ทราบสาเหตุ

“แอบหนีใครมาหรือเปล่า พี่ชาย~”กานดาถามด้วยน้ำเสียงสุดทะเล้นสายตาก็กวาดไปทั่วร่างพี่ชาย

“ใครหนีฟะ!!!”

กานดามองปั๊บก็รู้ปุ๊บว่าวิศนะต้องหนีอะไรมาสักอย่างแน่ อยู่มาด้วยกันตั้งนานมีเหรอจะไม่รู้

“วันนี้ผมพาเพื่อนมานอนบ้าน พี่มานอนห้องผมได้มะ จะให้เพื่อนนอนห้องพี่”

กานดาทำท่าออดอ้อนจนวิศนะชักหมั่นไส้

“เพื่อนแกก็นอนห้องแกสิ”วิศนะตัดบทอย่างไม่มีเยื่อใย

“ก็แบบว่า....”กานดาอ้ำอึ่งๆ

“แน่ะๆเพื่อนหรือแฟน”วิศนะแซว

“เพื่อน!! เอ้าเข้ามาเลยมินท์”กานดาร้องเรียกมินท์

“จ้า~”มินท์เดินเข้ามา

“นี่พี่เรานะ ชื่อวิศนะ”กานดาแนะนำ

“หวัดเด่ค่า~”มินท์ทักทาย อย่างอารมณ์ดี

ถึงจะรู้ดีเลยว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้อารมณ์ดีกับเธอแน่เพราะเธอมาแทนตำแหน่งของเขา แถมยังเคยสู้กันด้วย

“เฮ้ย ยัยนี่!!! แกหาแฟนที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วเหรอวะ”

วิศนะถึงกับวีนแตก เมื่อผู้หญิงที่เขารู้สึกเกลียดที่สุดในโลกมายืนอยู่ตรงหน้า

“ไม่รู้ละ แกเอาไปนอนห้องแกละกัน!!!”วิศนะหันหลังเดินหนีเอาดื่อๆ

“เฮ้ย”กานดากับมินท์ที่ตั้งหลักไม่ทันร้องพร้อมกัน

กานดากับมินท์ที่ตามวิศนะมายังห้องครัวติดๆยังไม่ทันได้เอ่ยปากต่อรอง วิศนะก็พูดขึ้นมาก่อน

“วันนี้พี่ซื้อข้าวมา กินด้วยกันสิ อ้อ หมายถึงเธอด้วยนะ”วิศนะหันมาทางมินท์

“คะ คับ/คะ ค่ะ”ทั้ง2ขานรับพร้อมกัน

//ไมอยู่ๆใจดีกับเรานะ?//มินท์นึกสงสัย

“น้องสะใภ้ชั้นนี่....ก็ต้องใจดีสิ”วิศนะยิ้มเหี้ยมเหมือนอ่านใจมินท์ได้ทำเอาทั้ง2สะดุ้งเฮือก

“เราไม่ได้...”กานดากำลังจะขัด

“เออๆไงก็แล้วแต่ กินด้วยกันนี่ละ”

วิศนะว่าแล้วก็หยิบถุงอาหารที่ซื้อมาจากร้านอาหารแถวที่ทำงานขึ้นมา

โดยมีการดากับมินท์ช่วยจัดลงจาน

“Gmตอนนี้เป็นไงบ้าง”วิศนะเอ่ยปากถามเมื่อก็ถือช้อนเคี่ยข้าวในจานไปมา

“ก็เห็นว่ากำลังตัดสินใจเลือกจะส่งคนไปถล่มพวกกองกำลังของกานดาแหละ”มินท์ตอบ

“ห๊า ล้อเล่นงี้แรงไปปะ”กานดาทำหน้าเอ๋อขึ้นกระทันหันขณะหยิบจานแจกให้ทุกคน

“อ้าว เรื่องจริง แต่ยังไม่รู้จะส่งใครไปน่ะสิ แล้วก็ไม่ต้องชิ่งไปบอกเพื่อนเธอด้วยละ ”มินท์เน้นช่วงท้าย

ก็นั้นสินะ ทั้ง2อุส่าห์ไว้ใจเขา ถ้าเขาจะทำให้การต่อสู้ดำเนินไปอย่างไม่ยุติธรรมก็คงไม่เป็นการดีละ

ที่สำคัญทั้ง2ต่างก็ทั้งเป็นและเคยเป็นGmแต่ก็ไม่ได้ทำท่าทางกีดกันกานดา นั้นก็ทำให้กานดารู้สึก

ประทับใจมาก แถมยังมานั่งพูดเรื่องในเกมอย่างสบายใจเฉิบโดยไม่สนใจว่ามีกองกำลังต่อต้านGmนั่งหัวโด่อยู่

ในวงสนทนาด้วย

“ชั้นกลัวโฮลี่ออร์เดอร์จะส่งฉันไปจัง”มินท์มีสีหน้าที่เริ่มกังวล

“กลัวหรือไง”วิศนะถาม

“ฉันไม่อยากสู้กับกานดาตังหาก”มินท์ตอบ

“ไม่หรอก มัจฉาส่งทีมย่อยออกมาทำภารกิจน่ะ ส่วนใหญ่ก็ยังประจำอยู่ที่ฐาน ฉันก็ออกมาทำภารกิจกับ

เพื่อนในกลุ่มคงไม่เจอพวกเธอหรอก”กานดาเปิดอกพูดคุย

//มัจฉาจะทำหน้าไงเนี่ยถ้ารู้เรื่องที่เรามาคุยกะgm2คนอย่างสบายใจเฉิบเนี่ย//

.........................
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby Esper on Mon May 04, 2009 12:12 am

ตอนที่4

“เธอก็ระวังโฮลี่ออเดอร์ไว้ละกัน มันไม่ใช่คนดีอะไรนักหรอกนะ”

วิศนะเตือนเพราะเขาเองก็เจอเจ้าหมอนี่หักหลังมาแล้วโดนการเอาแรมรุ่นทดลองมา

ใช้กับเขาจนต้องมาแพ้ให้กับเจ้าน้องงี่เง่าของเขา

“ฉันก็ไม่บอกซะหน่อยว่าgmทุกคนเป็นคนดี แต่ฉันว่า

บล๊อกโคลี่เขาก็น่ารักดีนะ คุณเลม่อนก็ท่าทางใจดีด้วย”

มินท์ตอบแล้วหยิบน้ำขึ้นมาดื่มดับกระหาย

“เหอะ ไอ้เด็กเวรกะคุณลุงจอมหื่นนั้นน่ะนะ”

วิศนะพึมพำแต่ก็ไม่พ้นหูกานดาไปได้

“ถึงว่าละพี่ถึงหนีกลับมานอนบ้าน”กานดาบ่นพึมพำ

“ได้ยินนะเฟ้ย!!!”วิศนะลุกไปขยี้หัวกานดาทันที

“แต่บ้านนี้ก็มีห้องเหลือไม่ใช่เหรอ ตะกี้ฉันเดินมายังเห็นเลย”

มินท์ขัดบทพี่น้องที่กำลังแสดงความสนิทสนมกัน

“อ้อ...”

กานดาและวิศนะร้องพร้อมกันแล้วมองหน้ากัน เกี่ยงกันเป็นคนอธิบาย

“คือ...”กานดาที่โดนคนเป็นพี่ใช้สายตา+จิตสังหารข่มขู่เกริ่นนำ

“ห้องมันอยู่ติดป่ากล้วยส่วนที่มีบ้านร้างอยู่น่ะ แล้วที่สำคัญ....

เฮี้ยน-มาก-ด้วย”

กานดาเน้นประโยคหลังอย่างชัดเจนทุกถ่อยคำ

“งั้นคืนนี้นอนห้องไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ห้องพวกนั้นละกัน!!”

มินท์รีบพูดเพราะปกติเธอก็เป็นคนกลัวผีอยู่แล้ว แค่บรรยากาศยังจะกลัว....

เจอผีจริงๆเธอไม่แย่เหรอ!!

“ก็เหลือห้องชั้นกับพี่แหละ”

มินท์ที่เริ่มคิดว่าวิศนะให้ความสนิทสนมกับเธอมากขึ้นแล้ว

มองมาทางวิศนะด้วยสีหน้าอ้อนวอน

“ไม่ !!”วิศนะยืนยันคำเดิม

“ใจร้าย!!”มินท์โวย

“นอนกะเจ้ากานดาก็ได้ มันไม่ทำอะไรเธอหรอก น้ำยามันไม่พอน่ะ”

“พี่!!”กานดาโวย

สุดท้ายหลังจากประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงในการต่อรองกับคุณพี่

เจ้าอารมณ์ กานดาเลยต้องยกเตียงของตัวเองให้มินท์ แล้วตัวเองลงไปนอนบนพื้น

“ปิดไฟละนะ”กานดาที่เห็นมินท์ใส่ชุดนอนและจัดข้าวของเรียบร้อยแล้วร้องบอก

“หยู๊ด~ห้ามปิดไฟ”มินท์ร้องห้ามทันที

“ห๊ะ ห๊า ทำไมละ!?”กานดาร้องถามงงๆ

“ฉะ...ฉันกลัวความมืดน่ะ ยะ...เออ...ยิ่งมาอยู่ใกล้ๆป่ากล้วยที่เธอว่าแล้วฉันยิ่งใจไม่ดี”

มินท์ตอบด้วยเสียงสั่นครื่อ แต่กานดากับนึกขำในความน่ารักของมินท์ในเรื่องนี้

มากกว่าจะหัวเราะในความขี้กลัว

“ขำอะไรยะ”มินท์เห็นกานดาขำ หน้าก็ขึ้นสีทันที

“อ้ะปล่าวๆนอนเหอะ”กานดาเดินไปยังผ้าที่ปรูทำเป็นที่นอนไว้แล้วล้มตัวลงนอน

มันก็หลายครั้งนะ....ที่เขาชวนเพื่อนมานอนที่บ้าน....

แต่ก็ไม่กี่ครั้งหรอกนะที่พวกนั้นจะยอมมาอีกเมื่อเจอ

เจ้าผีป่ากล้วยหลังบ้านพวกนั้นโผล่มาทักทาย

“เธอเคยคิดจะเลิกเป็นGmไหมมินท์”

กานดาร้องถามชณะหยิบอุปกรณ์เครื่องเล่นเกมNUที่เป็นหูฟังออกมาจากใต้เตียง

“ฉันกำลังหาทางถอนตัวอยู่เนี่ย ....แต่ฉันคงจะเข้ากองกำลังต่อต้านGmกับเธอไม่ได้

หรอกมั่ง ก็ทำกับพวกเพื่อนๆเธอไว้เยอะเหมือนกันนี่ คิกๆ”

มินท์หัวเราะคิกคักขณะเกลื่อกกลิ้งอยู่บนเตียงของกานดา

“นั้นสินะ ท่าทางภัสสรจะแค้นเธอน่าดูเลย”

กานดาเอ่ยขณะมองมินท์ที่เดินไปหยิบเป้แล้ว

ล้วงอุปกรณ์ที่ใช้เข้าสู่โลกNUออกมาเช่นกัน

“เตรียมพร้อมจังนะ”

กานดารู้สึกทึ่งๆที่ขนาดย้ายมานอนบ้านเขา มินท์ยังอุส่าห์เอามาด้วยอีก

“แน่นอนสิ ฉันเป็นGmนะ ขืนอู้ก็อดเงินเดือนสิ....ไว้ฉันออกจากGmฉันจะคืนสกิลให้

เขาละกัน...ว่าแต่...เมื่อไหร่นายจะคืนตังค่าแบทเทิลวิลโดวว์ให้ละ”

มินท์เปลี่ยนเรื่องทีทำเอากานดาพูดไม่ออก

”แหมมิน่า เพื่อนที่เธอบอกว่าเคยมีถึงได้หนีเธอหัวซุกหัวซุน”กานดาแซว

(หาทางเปลี่ยนเรื่องละสิมึง)

“ล้อเล่นหรอกน่า ตอนนั้นขืนฉันไม่ซื้อสกิลพี่นายละก็ พี่นายเอาฉันตายน่ะสิ”มินท์ว่า

(กานดา:โล่ง~)

“เออ...วะ...ว่าแต่...งะ....ไหงหน้าต่างห้องนายมันถึงมีป่ากล้วยด้วยละ”

มินท์ที่พึ่งรู้ตัวดึงกานดาขึ้นมานั่งบนเตียงเป็นเพื่อน

“เออ...ฉันหมายถึงห้องพวกนั้นอยู่ติดบ้านร้างในป่ากล้วยแต่ก็ไม่ได้หมาย

ความว่าห้องของฉันกับพี่จะไม่ติดป่ากล้วยนี่

แต่ก็นะตรงนี้มันก็ยังเฮี้ยนน้อยกว่าตรงนั้นแหละ”กานดาตอบและ

ถอดเสื้อนอนที่สวมอยู่ออกทำให้มินท์ที่พึ่งรู้ตัวว่า

ไม่น่าขอมานอนบ้านกานดาเลยแทบจะเป็นลมซะตรงนั้น

เพราะเมื่อกานดาถอดเสื้อนอนออกก็ทำให้เธอเห็น”ความพร้อม”

ของเขาอย่างเต็มที่ เพราะกานดาเล่นแขวนพระ

ซะอย่างกับจะไปลุยป่าช้าอย่างไรอย่างนั้น

พรึบ!!!!

ว๊ากกกกก!!!!!/กรี๊ด~~~~~

ทันทีที่ไฟดับมินท์และกานดาก็ร้องลั่นพร้อมกัน( ทายสิใครว๊ากใครกรี๊ด)

มันช่างเป็นความรู้สึกที่คุ้นเคยจริงๆ....

เหมือนตอนนั้น....ตอนที่เจ้าเป็ดมาค้างบ้านเขา....แต่ ตอนนี้คนในอ้อมกอด

ของเขาไม่ใช่มัน....แต่เป็นเด็กสาวใบหน้าจิ้มลิ้มที่เขาคิดถึงมาตลอดใน2-3วันมานี้...

..............................

ยามเช้าที่แสนสดใสมีเป็ดตัวหนึ่งเดินไปโรงเรียน

พลางนึกอยากกินปลาแต่ก็รู้อยู่ว่ากระต่ายไม่ยอมให้

เป็ดกินปลา เป็ดจึงคิดหาวิธีล่อกระต่ายออกมาจากปลาเพื่อตนจะได้ลงไป

แวกว่ายกินปลา เป็ดคิดไปเรื่อยเปื่อย

จนถึงโรงเรียนเมื่อถึงห้อง นันทกรพบว่าตนต้องทำการบ้านก่อนไม่เช่นนั้น

คุณครูจะบอกว่า เขาเป็นเด็กไม่ดี ไม่

ยอมทำการบ้าน(บรรยายยังกับนิทานหลอกเด็ก เหอๆ)

“เฮ้ย! ลอกด้วยดิ!”

นันทกรกล่าวพลางตีปีกพับๆ เพิ่มความเร็วในการรวมกลุ่มลอกการบ้าน

“อะแฮ่ม~”เสียงหนึ่งดังขึ้นเหมือนอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

ทำให้เกิดอาการเจ็บคอ คัดจมูก วิงเวียน จึงต้องไอ...

นันทกรเงยหน้ามองเด็กชายผมเขียวหน้าหวานที่นั่งอยู่ที่โต๊ะของตัวเองพลาง

มองออกไปข้างนอกก่อนพูด

ลอยๆ ออกมาว่า

“ถ้าคุณนันทกรคิดจะลอกด้วยผมก็ไม่ว่าอะไร

แต่ถ้าผมขอเพิ่มอีกคนละ 20 คงไม่ว่าอะไรนะครับ”

แรงกดดันทับนันทกรดังตูมเมื่อเกษมพูดเช่นนั้น

เจ้าเป็ดแทบจะนอนพะงาบๆ หายใจรวยรินเมื่อเจอการแก้แค้นของเจ้าหญิง

เกษตราที่โดนตัดราคาเมื่อวาน

เหลือสหายผู้ร่วมเป็นร่วมตายต่างมองของอย่างไม่เป็นมิตรสายตาเช่นนั้นราวกับจะ

บ่งบอกว่า “เข้ามาสิ เจอรวมมิตรประชาทัณฑ์แน่”

เป็ดน้อยผู้หน้าสงสารได้แต่ระโหยโรยแรงเมื่อไร้ที่พึง ที่พึ่งที่

พอจะพึ่งได้ตอนนี้ มีเพียงกระต่ายที่นั่งเหม่อ...

โอ๊ะ! นั่งเหม่อเหรอ...หมายความว่าเขาอาจเข้าไปใกล้เจ้าหล่อนโดย

ที่ กระต่ายไม่รู้สินะ! คิดได้ดังนั้น นันทกรก็กระดึบๆ

ไปใกล้กระต่าย ก่อนใช้ปีกสีเหลืองๆ ล้วงเข้าไปในกระเป๋าของกระต่าย

“คุณวิริยาครับ คุณนันทกรจะขโมยการบ้าน”

เกษมร้องทันทีกระต่ายนิ่ง...ก่อนค่อยๆ หันมาสบตากับ

เป็ดที่หัวเราะแหะๆ เมื่อเจ้าเป็ดจำเป็นต้องผิดศีลข้อ 2

“-______,-”

“^_^;”

ผัวะ!

กระต่ายฟาดเป็ดด้วยแครอทก่อนเจ้าหญิงเกษตราจะซ้ำเติมว่า

“ผมไม่มีทางอภัยให้คนที่ตัดราคาผมเด็ดขาด!!”

.............

พิเศษ(ต่อจากเนื้อเรื่อง(แต่ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่อง))

ระหว่างที่วิริยากำลังฟาดนันทกร

อยู่ก็มีบางอย่างพุ่งเข้ามากอดวิริยาไว้ทำให้เธอชะงัก! ก่อนจะลากเธอ

ออกจากเก้าอี้

“อ้าวคุณวิริยาจะไปไหนครับ ไม่ช่วยกันตักเตือนคุณนันทกรเหรอ

ครับ”เกษมกล่าวขณะกำลัง

ตักเตือนนันทกรด้วยพระบาทเพราะเมื่อครู่วิริยายังช่วยเขาเอาแครอทตีเลย

เป็ดที่โดนกระทืบเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้าน

โดยเอาป้ายทุบเขา!


“อะไรกันน่ะ..”มัจฉาพูดเมื่อมองไปที่โรงเรียนแล้วเห็นดาเมทขึ้นมา

พร้อมกับโรงเรียนที่เริ่มถล่ม ...

“เฟื่องยักษ์~!”เสียงเกษมร้องพร้อมดาเมทที่ขึ้นหลักหมื่น


ครืน~!

โรงเรียนถล่มต่อหน้าต่อตามัจฉาเมื่อควันจางลงกลุ่มคนชุดดำ

ก็ปรากฏตัวขึ้น

“แค่นี้ก็กลับเซเรเทย์กันได้แล้ว เนอะ จิ๊บบี้จัง^_^”

หญิงตัวเตี้ยๆ ในชุดดำพูดพร้อมเอาหน้าไปถูไถวิริยา

ที่ขัดขืนสุดชีวิต

“ท่านพี่ต้องชอบแน่ๆ เลยล่ะ^^”

หญิงสาวพูดก่อนชายหนุ่มผมแดงที่มีรอยสักที่ใบหน้าจะพูดว่า

“หัวหน้าจะชอบของแบบนี้น่ะเหรอ~”

“เบียคุยะคงไม่ชอบอะไร ติ๊งต๊องแบบเธอมั้ง”

ชายหนุ่มผมสีส้มพูดพลางมองหญิงสาวด้วยสายตาดูถูก

หญิงสาวใบหน้าแดงก่ำด้วยความแค้น

“หน้าโง่ๆๆๆๆๆๆ จิ๊บบี้เป็นของน่ารักไม่ว่าใครก็ห้ามว่า เข้าใจไหม! เจ้าโง่!”
..........

คนอ่านเยอะกว่าแต่ไม่มีเม้น-0-

เซ็งเจงเลย อีกบอร์ดทีเอาไปลงคนอ่านแ10คนเองแต่มีเม้นละ

เอาไปตอนหนึ่งละกาน
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Mon May 04, 2009 5:21 pm

เม้นให้ก็ได้คับ โถ่น้อยใจไปได้

ก็หนุกดีคับ แล้วตกลงใครว้ากใครกรี๊ดเหรอ

และก็รู้สึกว่าคุณจะแต่งให้มินท์เปนนางเอกใช่มะ

ภัสสรน่าสงสารแฮะ โดนมินท์แย่งกานดาไปละ

แถมได้นอนด้วยกันด้วย
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Mon May 04, 2009 6:02 pm

ตอนที่5

“เป็นไรแกกานดา”เพื่อนในห้องร้องถามกานดาที่อยู่ในสภาพเหมือนอดหลับอดนอนมาทั้งคืน

“เรื่องของฉันวุ๊ย”

กานดาที่อยู่ในอาการซอมบี้อดนอนเดินเป๋ไปเป๋มาโดยมีมินท์ที่อาการไม่ได้ดีกว่ากันเลยเดินเป๋อยู่ข้างๆ

จะไม่ให้เขาทำหน้างี้ได้ไงละ ก็เจ้าผีตัวดีที่บ้านที่ปกติชอบหลอกหลอนกันอยู่แล้วมาวันนี้เกิดคึกโผล่มาทั้งคืนทำ

เอาไม่ได้หลับไม่ได้นอน แล้วทุกครั้งที่มันโผล่มินท์ก็ต้องแหกปากร้องซะบ้านแทบพังทำให้วิศนะเดือดจนจะพ่น

ไฟได้อยู่มะล่ำมะล่อ

สุดท้ายทั้ง2เลยอดนอนกันทั้งคืน เอาแต่กอดกันกลมจนสุดท้ายก็ไม่ได้เข้ามาในเกม

“ก้าวหน้าจริงนะเอ็ง ไม่ได้หลับทั้งคืนเลยสิท่า”เพื่อนหนุ่มแขวะเข้าให้

ทำเอาผู้ร่วมกรณีอีกคนหน้าแดงกะทันหันจนหลายคนเริ่มสังเกต

ถึงแม้ทั้ง2จะเดินเข้ามาห้องกันเงียบๆแต่เสียงเป่าปากของเพื่อนในห้องก็ดังขึ้นอย่างพร้อมใจกัน

ภายใต้สถานการณ์อีหลักอีเหลื่อของทั้ง2 ทำให้ทั้งคู่ไม่ได้สังเกตเลยว่ามีใครบางคนที่นั่งซึมอยู่ที่ข้างหน้าต่าง...

การเรียนในยามเช้าดำเนินไปด้วยความไม่น่าประทับใจนัก เมื่อภัสสรที่ตอนนี้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวจน

เลกเชอร์ตามอาจารย์เหมือนหุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งชีวิต

“อะ...เออ...ยืมยางลบหน่อยสิ”มินท์ที่นั่งอยู่ข้างๆสะกิดอีกฝ่ายอย่างกล้าๆกลัวๆ

“อะ อืม”ภัสสรส่งยางลบไปอีกฝ่าย

“เมื่อวานขอโทษทีนะ”

“อืม”มินท์ทำหน้าแปลกใจน้อยๆที่อีกฝ่ายมาขอโทษเธอ

โต๊ะเบื้องหน้าทั้งคู่คือกานดา เด็กหนุ่มผู้นั่งเหม่อสบายใจโดยไม่รู้ว่าตนเป็นต้นเหตุอันให้เกิดสงครามเย็นขึ้น...

“เธอเป็นอะไรน่ะ ท่าทางอดนอนทั้งคืนเลย...จริงสิเมื่อวานกานดาก็ไม่ได้เข้าเกม”

เด็กสาวหัวกระเซิงชวนอีกฝ่ายคุย

นึกแล้วมันก็น่าขำเมื่อวานเธอแค่เห็น2คนนี้กลับบ้านด้วยกันมันก็เท่านั้นเอง

ทำไมเธอต้องเอาไปคิดเป็นตุเป็นตะก็ไม่รู้

“เมื่อวานฉันไปค้างบ้านกานดามาน่ะ”

มินท์ที่หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไรเอ่ยเกริ่นออกไปอย่างไม่เจตนาจนอีกฝ่ายชะงัก

“ผีดุ ชะมัด ไม่ได้นอนทั้งคืนเลยเนี่ย ”มินท์ส่งยางลบคืนให้ภัสสร

ในใจก็นึกถึงเรื่องเมื่อคืนจนอดรู้สึกหนาวๆสั่นๆไม่ได้

........

พักเที่ยง...

“เพราะงั้นวันนี้เธอต้องไปค้างบ้านเจ้ากานดา!!!”

เพื่อนสาวที่ฟังเรื่องราวจากภัสสรประกาศแผนการทันทีจนภัสสรสะดุ้งโหย่ง

“มะ ไม่ดีมั้ง ”

“ดีสิ ยัยนั้นยังได้ ทำไมเธอจะไม่ได้ละ”เพื่อนสาวทำหน้าโหดใส่จนภัสสรตัวเหลือนิดเดียว

“ได้เวลาโต้ตอบแล้ว ภัสสร!!”เพื่อนสาวอีกคนตาลุกวาวไปด้วยเปลวเพลิง

“เออ...คือ...”ระหว่างที่ภัสสรกำลังอ้ำๆอึ่งๆอยู่นั้นเอง...

“เฮ้ย กานดามานี่เด้ะ!!”เพื่อนสาวร้องเรียกเด็กหนุ่มที่ตอนนี้กำลังสบหงกอยู่เพราะอดนอนมาทั้งคืน

“หืมม์~มีไร?”กานดาลุกขึ้นแล้วเดินโซเซมาหาเด็กสาวทั้งกลุ่ม

“คืนนี้พ่อแม่ภัสสรไปต่างจังหวัด ฝากภัสสรไว้ที่บ้านเอ็งด้วยละกัน”

เพื่อนสาวผู้แสนดีจัดการปั่นเรื่องให้เสร็จทำเอากานดาตาสว่านขึ้นทันที

“เฮ้ย บะ บ้าเหรอ!!”กานดาสะดุ้งโหย่ง

“ไม่ได้หรือไง!?”เพื่อนสาวทั้งกลุ่มจ้องกานดาเป็นสายตาเดียว

“ดะ...ได้ ...ได้จ๊ะ”กานดาที่โดนขู่บังคับจำยอมโดยดี

“กานดา~ไปกินข้าวกัน”เสียงมินท์ร้องเรียกมาแต่ไกลจนเด็กสาวทั้งกลุ่มหันมามองมินท์ตาขวาง

“อะ...เออ...มีไรกันเหรอ”

มินท์ที่พบสายตาไม่เป็นมิตรกลุ่มใหญ่จ้องเธออย่างอยากกินเลือดกินเนื้อร้องถามอย่างกล้าๆกลัว

“ไม่มีไร”เด็กสาวที่ท่าทางเป็นหัวหน้ากลุ่มพูดห้วนๆก่อนเมินหน้าไปทางอื่น

‘เธอก็ไปกินข้าวกับกานดาด้วยสิ อยากแพ้ยัยนั้นหรือไง!!’

เพื่อนสาวกระซิบข้างหูภัสสรทำเอาเจ้าตัวกระอักกระอ่วนสุดขีด

ณ โรงอาหาร

“อาหารที่นี่อร่อยดีนะ”มินท์ร้องชม

“อืม... เอ้าเป็นอะไรน่ะภัสสร เงียบมาตลอดเลย เอ้าอันนี้อร่อยนะ”.

กานดาส่งอาหารในจานของเขาให้

“อา...จ๊ะ”ภัสสรขานรับน้ำด้วยเสียงตะกุกตะกัก

“....”

“มีอะไรเหรอ”

“เปล๊า~”

กานดาที่สังเกตเห็นมินท์มองเขาด้วยสายตาแปลกๆแปปหนึ่งอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้

โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นตนอีกแล้วที่เป็นฉนวนเหตุให้เกิดสงคราม

“เธอรู้จักกันมานานรึยังน่ะ”

“ก็ตั้งแต่เข้าโรงเรียนนี้แหละนะ”กานดานึกสงสัยว่าทำไมอยู่ๆอีกฝ่ายถึงถามเรื่องนี้

“งั้นเหรอ...”

.........................................

วิศนะนั่งอยู่ในบ้านสบายใจเฉิบพลางยิ้มกริ่มเมื่อนึกถึงความฉลาดของตัวเองที่นึกที่ซ่อนตัวอันแสน

ฉลาดได้(ตรงไหนว่ะ- -) พวกฝูงสัตว์ร้ายไม่มีทางรู้เด็ดขาดว่าเขาอยู่ที่ไหนขณะที่ท่านวิศนะกำลังจิบกาแฟอย่าง

สบายใจก็มีเสียงเคาะประตูอย่างเร้าร้อน..เจ้ากานดาวันนี้มันกลับเร็วแฮะ แถมทำเป็นมีมารยาทเคาะประตู...คิด

เหรอว่าท่านวิศนะคนนี้จะเปิดให้... วิศนะคิดพลางนั่งจิบกาแฟยามบ่ายต่อ

ก็อกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

เสียงเคาะประตูอันเร้าร้อนดังขึ้นอีกครั้งสร้างความรำคาญจิตให้แกหนูพริกยิ่งนัก

“เข้ามาเองสิโว้ย- -*”ชิลลีกล่าวอย่างมีมารยาท(มั้ง)ก่อนเสียงเคาะประตูจะดังขึ้นอีก วิศนะวางแก้วกาแฟ

ลงอย่างหงุดหงิดก่อนจำใจเดินไปเปิดประตูพร้อมคำทักทายอันสุภาพ

“จะเคาะอะไรนักหนาว่ะ!”

“หนีทั้งที ไม่รอเลยนะ”เสียงหนึ่งกล่าวแครอทยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ด้วยท่าทางโทรมสุดขีด วิศนะอึ้ง

กับภาพที่ได้เห็น (ถึงแม้จะแอบคาดไว้ในใจแล้วก็ตาม)

“คุณก็รู้ว่าโฮลี่ ออเดอร์เป็นหัวหน้าประเภทกินเสร็จแล้วโยนให้ลูกน้องกินต่อ ทำไมคุณไม่บอกผม!”

แครอทพูดอย่างกราดเกรี้ยว วิศนะจับบ่าแครอทซึ่งเจ้าตัวปัดทิ้งและส่งสายตาอาฆาต

“น่าๆ ชั้นเห็นนายเป็นน้องเมียมันก็นึกว่านายจะรู้”วิศนะพูดปลอบใจก่อนเดินนำเข้ามาในบ้านแล้ว

กลับมานั่งจิบกาแฟยามบ่ายต่อ

“สบายอกสบายใจจังเลยนะ”แครอทพูดเมื่อเห็นท่าทีของวิศนะซึ่งสภาพต่างกับตนลิบลับ

“ก็แน่สิ หนีมาพ้นแล้วนี่”

“....”

....................

กานดาที่ถูกขอร้องแกมบังคับเดินนำภัสสรเข้ามาในบ้านตนด้วยสีหน้าไม่ค่อยสบายใจนักเพราะเขารู้สึก

ว่ามินท์ดูแปลกไปยังไงชอบกล แล้วก็มีอีกเรื่องที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมอยู่ๆพ่อแม่ของภัสสรถึงต้องไปต่างจังหวัด

แล้วทำไมยัยพวกนั้นถึงต้องเจาะจงให้ภัสสรมาค้างบ้านเขานะ...

“เออ...พี่ครับ”กานดาส่งเสียงหาคุณพี่ชาย

“มีอะไร”เสียงห้วนๆของวิศนะดังขึ้นจากห้องครัว

“คือ...”กานดาเปิดประตูขณะกำลังคิดหาคำพูด

“วันนี้ผมพาเพื่อนมานอนบ้าน พี่มานอนห้องผมได้มะ จะให้เพื่อนนอนห้องพี่(อีกแล้ว)”

กานดาเอ่ยประโยคกรอเทปให้วิศนะฟัง


“ไม่ได้ วันนี้พี่มีเพื่อนมาค้างบ้านด้วยเหมือนกัน”

“เพื่อนหรือแฟน”กานดาย้อนประโยคที่ฟังดูคุ้นพิกลใส่

“เพื่อนร่วมชะตากรรม”วิศนะตอบ

วิศนะที่วันนี้มีข้ออ้างเสร็จทำเอากานดาจนด้วยคำพูดไม่รู้จะเถียงอย่างไร

และที่สำคัญเขาก็เตรียมใจไว้แล้วด้วยว่าเจ้าพี่จอมเอาแต่ใจจะปฏิเสธเขาอย่างไม่ใยดี

กานดาคิดอย่างยอมรับสภาพพลางมองแขกผู้มาเยือนแล้วก็ต้องสะดุ้งโหย่ง

“เงียบๆไว้ละกันละถ้าไม่อยากเจอดี”แครอทเอ่ยอย่างวางมาดน้อยๆก่อนดันแว่นให้เข้าที่ของมัน

“คะ...คับ คุณพี่”กานดายิ้มสู้เสือ เพราะเขาจำหน้าชายหนุ่มขี้เก๊กตรงหน้าได้ดีตอนขึ้นไปบนยานเน็กซัส

เพราะคุณพี่แว่นจอมเก๊กนี่เองที่สร้างบาดแผลที่มีมูลค่า5627Hpฝากไว้แก่ไวพจน์

“พายัยมินท์มาบ้านอีกแล้วละสิ...ติดใจอะไรยัยนั้นละ”

วิศนะยิ้มที่มุมปาก ขณะเตรียมเอ่ยปากไล่ให้ไปนอนห้องกานดาตามระเบียบ

“อ้าว เมื่อวานมินท์มาเหรอ”แครอทร้องถาม

“ใช่ไง ฉันเลยไล่ไปนอนห้องเจ้ากานดา วันนี้ไม่รู้ติดใจอะไรมาอีก”

วิศนะเล่าให้แครอทฟังอย่างสนุกปากจนกานดาหน้าแดงถึงใบหู

“ไม่ใช่นะพี่”กานดาลากเด็กสาวผมฟ้าหัวกระเซิงเข้ามา

“มากรักจริงนะไอ้น้องชาย แล้วน้องสะใภ้คนนี้ชื่ออะไรละ อ้อให้เรียกฉันว่าวิศนะนะ”

วิศนะร้องถามพลางใช้สายตาพิจารณาเด็กสาวหัวกระเซิงที่ตอนนี้หน้าแดงถึงใบหู

“อ่า...ชื่อภัสสรค่า”ภัสสรผงกหัวผงกๆ

“น่ารักกว่ายัยมินท์เป็นกองเลย”วิศนะวิจารณ์

“นั้นสินะ ไม่วิ่งชนชาวบ้านด้วย”แครอทให้ท้าย(?)

ภัสสรที่ถูกชมหน้าแดงปรี้ด

ยิ่งได้ยินวิศนะเปรียบเทียบเธอกับมินท์แล้วยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีความสุขอย่างน่าประหลาด

“กินข้าวด้วยกันสิ”วัศนะร้องชวนพากระเทิบเก้าอี้ข้างๆตัวให้

“ค่า~ ^ /// ^”ภัสสรขานรับก่อนบทสนทนาบนโต๊ะอาหารจะเริ่มขึ้นท่ามกลางความสงสัยของกานดาว่า แครอท

ไยต้องมาพักพิงบ้านเขาด้วย แต่ด้วยความที่กานดาซื่อ(ปนโง่)จึงไม่สามารถเก็บคำถามไว้เพียงแต่ในใจได้

“แล้วทำไม พี่หัวส้ม ถึงคิดจะมานอนบ้านผมล่ะครับ”

“นิดหน่อยน่ะ”

แครอทพูดก่อนขยับแว่นอีกรอบอย่างไว้เชิงก่อนปากพล่อยๆ ของกานดาจะทำงานอีกรอบ

“เหตุผลเดียวกับพี่วิศนะล่ะสิ”

“เงียบไปเลยเจ้ากานดา”วิศนะพูดพลางทำท่าหงุดหงิดก่อนจะเปลี่ยนเรื่องพูดแทน

“แล้วกองกำลังต่อต้านGMเป็นไงบ้าง”วิศนะถามซึ่งภัสสรก็เต็มใจตอบเพราะตอนนี้กำลังอยากทำตัว

สนิทสนมกับวิศนะซึ่งอาจสามารถเพิ่มดาเมทให้เธอชนะมินท์ในการประลองนี้ก็เป็นได้

“GMตายเรียบแน่ค่ะ^0^”ภัสสรตอบอย่างมั่นใจก่อนวิศนะจะเอื้อมมือมาลูบหัวภัสสรอย่างเอ็นดู

“ดีมากคุณน้องสะใภ้~เอาให้ตายให้หมดเลยนะ”วิศนะพูดพลางยิ้มเหี้ยมก่อนแครอทจะพูดสนับสนุนว่า

“ใช่..โดยเฉพาะโฮลี่ ออเดอร์...”เสียงแครอทพูดอย่างขมขื่นท่ามกลางความสงสัยของกานดาว่า พวก

พี่แกกินยาผิดมาหรือเปล่า

“นายไม่เคยเข้าไปในห้องของโฮลี่ ออเดอร์หรือไง อยู่บ้านเดียวกันแท้ๆ”

วิศนะพูดก่อนแครอทจะถามกลับว่า

“นายเคยเข้าไปหรือไง”พูดจบแครอทจะเหลือบตามองวิศนะ

“หึ...ก็ถึงรู้ไง ว่ามันชอบกินเสร็จแล้วโยนกระดูกให้ลูกน้องกินต่อ

ใต้เตียงมันน่ะ มีสมบัติเก็บไว้เต็มเลยฟ่ะ”

“ถึงว่าล่ะ ชั้นบอกให้พักก็ไม่ฟังซะที”แครอทพูดซึ่งบทสนทนานี้ดูเหมือนทั้งสองจะเข้าใจกันอยู่สองคน

“เออใช่...คุยกันมาตั้งนานหนูยังไม่รู้ชื่อคุณพี่ที่ใส่แว่นเลย พี่ชื่ออะไรค่ะ”

“เรียกว่า แครอทแล้วกัน เออ...ชิลลี หยิบน้ำให้หน่อย”แครอทตอบพลางหันไปใช้งานวิศนะ

“เอ๊ะ! พี่วิศนะมีชื่อเล่นด้วยเหรอค่ะ”

“ไม่ใช่ โค๊ดเนมน่ะ แล้วยัยมินท์นั่นล่ะ”วิศนะตอบแล้วเกริ่นหัวข้อใหม่พลางส่งขวดน้ำใกล้มือไปให้

แครอทส่งๆ ก่อนภัสสรจะพูดว่า

“สกิลFLOAT SHOT หนูก็โดนเอาไปด้วยล่ะค่ะ”ภัสสรที่คิดไม่ตกหลังจากโดนเอาสกิลไป

ดูค่อนข้างกังวลอยู่พอควร

“เธอน่ะยังดี ชั้นน่ะ โดนทั้งสกิล ทั้งหน้าที่การงานเลย”วิศนะพูดพลางทำท่าเครียด(กานดาไร้บท

เนื่องจากตกตะลึงอยู่(/(O0O)\)<<<กานดา...เธอช่างกล้า แม่ยอดหญิงหัวกระเซิงTT^TT)

“พวกพี่เล่นอาชีพอะไรกันเหรอค่ะ รู้ข้อมูลGMเยอะจังเลย หนูยังไม่รู้เลยนะเนี่ยว่า ใต้เตียงโฮลี่ ออเดอร์

มีสมบัติด้วย(ดูท่าทางเจ๊แกยังไม่เข้าใจนิยามของคำว่าสมบัติ ณ ที่นี้- -)”ภัสสรกล่าว(ช่างโก๊ะซะนี่กระไร)

“ลืมไปแล้วซะด้วยสิ”แครอทพูดพลางหันไปมองวิศนะประมาณว่าแล้วแกล่ะจำได้หรือเปล่า

“ชั้นก็ลืมไปแล้วเหมือนกัน”

วิศนะพูด(ประมาณว่าพวกที่ไม่ได้ดูซิมการ์ดมักจะจำเบอร์โทรศัพท์ตัวเองไม่ได้)

“เพิ่งเริ่มเล่นเหรอค่ะ ..”...ปล่อยไก่หมดฟาร์มเลยนะยัยภัสสร= =...กานดานึกในใจ

“พวกพี่สนใจเข้ากองกำลังต่อต้านGMไหมค่ะ^^”ภัสสรชวนด้วยจิตมิตรไมตรีแครอทจึงตอบว่า

“ก็สนใจอยู่น่ะนะ...ถ้าไม่ติดว่า...พวกชั้นทำงานเป็นGMน่ะ”

........................

แหม- / / / -

รู้แกว พูดซะเรารู้สึกผิดไงไม่รู้แหะ
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby Esper on Mon May 04, 2009 6:07 pm

ตอนที่6

“พี่เธอทำงานเป็นGMเกมอะไรน่ะกานดา”

ภัสสรร้องถาม ขณะนั่งจิ้มแก้มตุ๊กตาหมีตัวเดียวที่อยู่ในห้องกานดาเล่น

“แร็กนาร็อกมั้ง”กานดาพูดส่งๆ ในใจก็นึกสมเพชอีกฝ่ายที่ขนาดวิศนะไม่ได้ปิดบังแล้วยังไม่รู้ตัว

แต่กานดาเองก็คงนึกภาพเด็กสาวหัวกระเซิงตรงหน้าตอนรู้ความจริงไม่ออกเลยเลือกจะไม่บอกซะดีกว่า

“เธอรู้จักมินท์นานยังน่ะ”อยู่ๆภัสสรก็ร้องถาม

ภัสสรตอนนี้อยู่ในชุดนอนสีฟ้า หัวที่ปกติดูกระเซิงอยู่แล้วยิ่งดูกระเซิงขึ้นไปอีก

ใบหน้าที่มักจะก้มงุดทุกครั้งที่กานดาหันมา เงยหน้าขึ้นสบตากับอีกฝ่าย ดวงตากลมแป้วของคนผมฟ้าอ่อนจ้องลึก

เข้าไปในดวงตาคนหัวสีชมพูเหมือนจะอ่านใจ

กานดาหน้าแดงขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ ในใจอดเพ้อออกมาไม่ได้

น่ารัก...

“ไม่นานมานี่เองแหละ ตอนอยู่ในเกมน่ะ”กานดาที่รู้สึกแปลกๆกับสายตาคู่นั้นก้มลงหลบตา

ภัสสรที่นั่งอยู่บนเตียงของกานดามองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแดงน้อยๆ

ปากของเธอเหมือนกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ไม่มีเสียงใดออกมา

“วันนี้ จะเข้าเกมไหม”

กานดาที่พึ่งรู้ว่าแครอทนำเครื่องเล่นNUมาด้วยทั้งลังรีบเปลี่ยนประเด็นเพื่อหนีจาก

บรรยากาศแสนกระอักกระอ่วน

“คุณกระต่ายกับมัจฉาเขาจัดการกันได้ละ”ภัสสรเอ่ย

“อืม”

กานดาขานรับ เขายืนอยู่ที่หน้าต่างข้างเตียง

มองไปยังดวงดาวนับพันที่อยู่ภายนอกหน้าต่าง

“กานดา...”ภัสสรเอ่ยเสียงเบา

“หืมม์?”

ร่างบางก้าวเข้ามาในระยะประชิดพร้อมคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดจากด้านหลัง

ร่างสูงชะงักด้วยความตกใจ

ใบหน้าของภัสสรซบลงกลางหลังของเด็กหนุ่ม...

“ฉันชอบเธอ”

เธอคงเสียใจมากถ้าไม่ได้พูดคำนี้...

เธอไม่อยากเสียใจและมานั่งโทษความขลาดเขลาของเธออีกแล้ว

ตอนนี้เธอยอมทุกอย่างเพื่อแลกให้ได้มาซึ่งความสุขตรงหน้า

ธอจะไม่ยอมเป็นคนขี้อายที่สุดท้ายต้องแพ้

ให้กับยัยGMนั้น


กานดาที่โดนจู่โจมกะทันหันนิ่งไปเหมือนโดนสาป เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลย...เขาควรจะทำยังไงดีนะ....

“ชั้น...”

กานดาหันกลับมามองเด็กสาวหัวกระเซิง พร้อมใบหน้าที่ดูนิ่งสงบไม่เหมือน

กานดาคนเดิมเขาใช้ดวงตาของเขามองลึกเข้าไปในดวงตาที่

คาดหวังของอีกฝ่ายก่อนจะใช้มือทั้ง2โอบกอดอีกฝ่ายไว้

ใบหน้าของคนสูงกว่าก้มต่ำลงมาเหมือนต้องการอยู่ใกล้อีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด

ลมหายใจที่ทั้ง2สามารถสัมผัสถึงกันและกันได้ทำให้จิตสำนึกสุดท้ายของทั้งคู่หลุดหาย

ไปอย่างไม่มีทางจะกู้กลับ

กานดาเชิดหน้าเด็กสาวที่หลับตาพริ้มขึ้น

เด็กสาวหัวใจแทบหยุดเต้นก่อนถูกเด็กหนุ่มประกบปาก

ร่างบางที่รู้สึกเหมือนโดนเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิต

รู้สึกเบาไปทั้งร่าง ก่อนที่จะล้มตัวลงบนเตียงตามแรงของร่างสูง

“อื๊อ”

ภัสสรครางในลำคอ ก่อนกานดาจะถอนจูบแรกของเขาและเธอออกแล้ว เสยผมของอีกฝ่ายขึ้น

ก่อนยิ้มอย่างพอใจ

เขาพึ่งรู้วันนี้นี่เอง...รู้ว่าลึกๆแล้วเขาต้องการเด็กสาวหัวกระเซิงคนนี้แค่ไหน

เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองนั้นงี่เง่าชะมัด ทำไมถึงไม่รู้ให้นานกว่านี้นะ


.........................

“ไงกานดา เจ๋งจริงนะแก”เพื่อนคนเมื่อวานร้องทัก

“...”

กานดาที่วันนี้ตื่นมาพบว่าเขากับเจ้าหญิงหัวกระเซิงนอนกอดกันโดยไร้ซึ่งเสื้อผ้าก็

ตกใจสุดชีวิต

วิศนะที่ปกติตื่นเช้าอยู่แล้ววันนี้เกิดนึกครึมอกครึ้มใจอะไรมิทราบเดินมาปลุกเขาถึงห้อง

ภัสสรที่โดนเสียงโหวกเหวกของวิศนะปลุกตื่นมาก็กรี๊ดลั่นบ้าน จนกานดาที่จะ

ร้องไห้อยู่แล้วแทบปล่อยโฮของออกมานองหน้า

กว่าจะจัดการปลอบภัสสร กว่าจะแก้ตัวกับวิศนะ

กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวก็ทำให้เขาเกือบมาโรงเรียนสาย

อยู่ล่อมล่อ

“เป็นไรแก เงียบจริงนะมึง เพื่อนเรียกไม่ขาน”

เจ้าเพื่อนดวงซวยมาผิดเวลาคนนี้ยังไม่รู้สึกถึงรังสีอำมหิต...

“แก.....ต้าย!!!!”

“แว้กกกก ช่วยด้วย กานดามันบ้าไปแล้ว~!”

.................

แครอทเปิดประตูเข้าไปในบ้านในมือถือถุงใส่วัตถุดิบที่จะใช้ในการทำอาหารเย็นใน

วันนี้ โดยมีวิศนะเดินตามต้อยๆ

ในมือถือแก้วกาแฟที่ซื้อมาเมื่อครู่(เป็นประโยชน์ต่อผู้คนรอบข้างจริงๆ= =)

บรรยากาศของบ้านวันนี้ดูอึมครึมแปลกๆ เพราะไม่เปิดไฟ

“ทำไมวันนี้มันมืดๆ ไอ้กานดาปิดไฟทำไมฟ่ะ”

วิศนะบ่นพึมพำก่อนจะมีเสียงกานดาร้องออกมาจากในบ้าน

“พี่ครับ อย่าเข้ามา~!”แครอทที่สาวเท้าเข้ามาแล้วหยุดกึก ส่วนชิลลีถอยกลับทันที

ไฟเปิดพรึบพร้อมกับเสียงปริศนาดังขึ้น

“เซอร์ไพร์ไหมล่ะครับ”

พัมกิ้นปรากฎร่างขึ้นข้างสวิตซ์ไฟ ในบ้านปรากฏภาพฝูงสัตว์ร้ายที่พวกเขาหนี

มา(แต่ไม่พ้น) กับเจ้าบื่อกานดาในสภาพมัดเรียบร้อยเตรียมขึ้นเขียง

“รู้หรือเปล่า ทำไมเราถึงแกล้งให้นายหนีออกมาแครอท...

แถมยังได้ของแถมมาด้วย”เลมอนกล่าวอย่าง

ภาคภูมิใจแผนการของตนพลางชูกานดาที่ห้อยต่องแต่งขึ้นมาโชว์ก่อนโฮลี่

ออเดอร์จะพูดเสียงโหดว่า

“มาอยู่เป็นเพื่อนชั้นแทนพี่เธอ ซะดีๆ แครอท!”

เร็วกว่าความคิดแครอทหันหลังเตรียมออกวิ่ง

ปัง!

การ์ลิคปิดประตูก่อนราดิสจะจะร้องด่าเจ้ากระเทียมหัวลีบ

“เฮ้ย! ชิลลียังไม่เข้ามาเลย”

“แต่ แครอท ทำท่าจะหนี...”การ์ลิคกล่าวก่อนโฮลี่ ออเดอร์จะหันไปถามบล็อคโคลี่

“เตรียมพร้อมหรือยัง?”

“คร้าบ~!^0^”เจ้าตัวแสบร้องตอบพลางชูกล้องวิดีโอที่กำลังถ่ายแล้วพูดว่า

“ขณะนี้เราอยู่ที่บ้านของคุณชิลลีนะครับ

เนื่องจากคุณชิลลีไม่อยู่เราจะมาสัมภาษณ์น้องของคุณชิลลี ผู้

เป็นเจ้าบ้านกันดีกว่า..”บล็อกโคลี่ถ่ายบรรยากาศในบ้านก่อนหันมาซูมที่กานดา ที่ดิ้นเหมือนหนอนในรังไหม...

......................

พี่ครับ อย่าเข้ามา~

เสียงกานดาดังก้องในหัววิศนะขณะที่ขายาวๆ พาเขาหนีออกมาอย่าง

รวดเร็วเหมือนโสเภนีหนีออกจากซ่อง..ช่างมัน! ...

วิศนะคิดอย่างไม่อยากเอาตัวเข้าไปเสี่ยงกับสัตว์ร้าย

หนีทั้งที ไม่รอเลยนะ...

ไม่ใช่ไม่รอเฟ้ย เอ็งหนีไม่ทันเองต่างหาก...วิศนะตอบกลับ...

พี่ครับ ช่วยด้วย~....คัยพี่เมิง...(ตัดพี่ตัดน้องเฉยเลยนะ หนูพริก)...

สบายอกสบายใจจังนะ..ไม่สบายโว้ย~!..วิศนะหลอนก่อนจะ

ชะงักกึกพลางกุมหัวเมื่อเกิดอาการประสาทหลอนในการชิ่งมาคนเดียว

โรงเรียน รวมมิตรประชาทัณฑ์...

วิศนะอ่านป้ายของอาคารตรงหน้าก่อนเหลือบไปเห็นGMมินท์นั่งอยู่

ด้านหน้าของโรงเรียนแล้วตัดสินใจรวบรวมกองกำลังต่อต้านGM(นอกเกม)ขึ้นมา

“ทำไมพ่อมาช้าจัง..”มินท์พูดพลางมองนาฬิกาก่อนเสียงของวิศนะจะดังขึ้น

“อ้าวคุณอดีตน้องสะใภ้มีเรื่องอยากใช้งานพอดีเลย”

“หะ...ห๊า อะไรนะค่ะ”

มินท์ร้องถามโดยที่ยังงงอยู่กับคำว่า”อดีต”ของวิศนะ

แต่ก่อนที่มินท์จะได้คำตอบจากปากวิศนะ คำตอบมันก็ลอยออกมาเอง

เมื่อภัสสรก็เดินออกมาเจอกับทำทักทายของวิศนะ

“ไง คุณน้องสะใภ้ คนปัจจุบัน”

ภัสสรหน้าแดงเรื่อในขณะที่มินท์ชักอยากจะซื้อสกิลเจ้าพี่เขยปากเสียตรงหน้าอีกรอบ

“บังเอิญพวกโรคจิตบุกน่ะ เจ้ากานดา กับแครอทตกเป็นเชลย”

“หนูจะไปช่วยค่ะ!”

ภัสสรกับมินท์พูดขึ้นพร้อมกัน ก่อนมองหน้ากันปะทะสายตากันกระแสไฟฟ้า

สปาคกันเปรี๊ยะๆ เป็นฉากหลัง

“แต่แค่นี้ไม่ได้หรอกพวกมันมีตั้ง 9 ตัว”

วิศนะนิ่งคิด...ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องหาคนมาให้เยอะกว่านี้ถ้าคิด

จะจัดการเหล่าสัตว์ร้ายนั่น...

......................

เพื่อเป็นการไถโทษ ลง2ตอนรวดเลยละกาน

ในเด็กดีผมตั้งชื่อเรื่องไว้ว่าชุลมุนวุ่นรักน่ะ...

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า....อะไรก็เกิดขึ้นได้...หึๆ

สาบานว่าไม่ได้แก้พล๊อตเพราะเห็นเม้นแต่อย่างไร...

คนในเด็กดีก็คิดว่าเป็นคู่กานดา-มินท์แหละ...ตกลงจะลงเอยกะใครยังไม่แน่หรอก...

เรตไปไหม(ความจริงมีมากกว่านี้แต่ตัดออก)

เราจะโดนแบนมะเนี่ยO /// O(ยังกังวลอยู่ เหอๆ)
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Mon May 04, 2009 6:45 pm

ไมตอนนี้มานฮาจังอ่ะคับ

ตอนที่พวกGMบุกมาบ้านนี่ก็ฮานะ

แต่ผมชอบตรงแร็กนาร็อกมากกว่า

แล้วภัสสรไม่รู้เหรอว่าพี่วิศเขาเปนGM ตอนเล่ม1เพื่อกานดามันก็รู้ไม่ใช่เหรอ

แล้วกองกำลังต่อต้านGMนอกเกมมันจะไปรอดเร๊อะ มีมินท์กับภัสสรอยู่ด้วยกันเนี่ย

เดี๋ยวมีตบกันตาย(แต่คนที่จะตายเร็วที่สุดคงจะเปนตัวต้นเหตุให้เกิดสงครามเย็นอย่างกานดา)
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Tue May 05, 2009 2:55 am

ตอนที่7

“นี่ๆ มัจฉา”

“หือ..”มัจฉาตอบรับเมื่อวิริยาเรียก ก่อนกระต่ายน้อยจะชี้ไปที่หนูพริกที่กำลังเดินอยู่กับน้องสะใภ้และ

อดีตน้องสะใภ้

“นั่น ชิลลี...”

มัจฉาพูดก่อนวิศนะจะเงยหน้าขึ้นมองหน้ามัจฉา กับวิริยา วิศนะจึงสะกิดน้องสะใภ้แล้วพูดว่า

“แถวนี้มีเพื่อนกานดาบ้างหรือเปล่าล่ะ...”(อยู่ข้างหน้าเมิงไง)วิศนะฟอร์มจัด ให้ภัสสรเดินไปชวน

มัจฉากับวิริยา และด้วยความโก๊ะของภัสสร(ที่คนแต่งยัดเยียด)ทำให้เจ้าตัวหลงกลคนฟอร์มจัดจนได้

“คุณมัจฉา กับคุณกระต่ายนี่ค่ะ”ภัสสรว่าพลางโบกมือให้ก่อนวิ่งไปหาทั้งสองแล้วถ่ายทอดเรื่องราวที่

กานดา ถูกจับเป็นเชลยให้ฟัง

“ถ้าถูกพวกโรคจิตจับนายก็ไปแจ้งตำรวจดิ ”มัจฉากล่าวก่อนวิศนะจะแย้งออกมาว่า

“ถ้าเป็นแค่นั้นก็ดีสิ แต่นี่มันกลุ่มก่อการร้ายสลัดผักNU”มัจฉาเลิกคิ้วเมื่อได้ยินชื่อกลุ่มก่อการร้าย

“นายหมายถึง...พวกฟักทอง มะเขือเทศ กระเทียม หัวหอม ประมาณนี้ใช่ไหม”วิริยาร้องถาม

“แต่กระเทียมเขาไม่ใส่ในสลัดนะค่ะ”

ภัสสรที่ไม่รู้อะไรเลยกล่าวก่อนมินท์จะตบไหล่ภัสสรเบาๆ แล้วพูดว่า

“นี่ ภัสสรเดี๋ยวนี้สลัดผักน่ะ เขาใส่กระเทียมรู้หรือเปล่า เธอน่ะ เป็นเพลเยอร์ของNUน่าจะรู้ไว้”ภัสสร

พยักหน้าพยายามทำความเข้าใจ...เชื่อด้วยวุ้ย= =....มินท์นึกในใจ ขณะที่วิศนะ วิริยา มัจฉามองหน้ากันก่อนปลา

น้อยจะพูดขึ้นว่า

“เอาเถอะ เห็นแก่หัวหน้าหน่วย 1 ชั้นจะยอมช่วย”มัจฉากล่าว

(ต่อไปอ่านออกเสียงเหมือนเด็กป. 1 จะได้อารมณ์มาก)

ทันใดนั้นมีเป็ดเดินมา เป็ดกำลังกลุ้มที่ไม่ได้กินปลา เป็ดเงยหน้าขึ้นเจอปลากับกระต่ายและกลุ่มคนอีก

หนึ่งกระจึ๋ง เป็ดจึงเห็นว่า มีนางฟ้าผู้สร้างโอกาสนาม “ภัสสร” ซึ่งอาจทำให้เป็นมีโอกาสได้แวกว่ายเข้าไปเคียงคู่

กับปลา เป็ดจึงว่ายไปหานางฟ้าหัวกระเซิงทันที

“ภัสสร~^0^”เป็ดร้องอย่างลิงโลด

“อ้าว...นันทกรนี่..” ภัสสรหันมาก่อนทั้งกลุ่มจะหันมามอง เป็ดจึงสบตาปลาอย่างมีความหวัง ในที่สุด

ปลาก็หันมามองเป็ด! ความดีใจท้วมล้น เอ็นโดรฟินหลั่งออกมาจากใจของเจ้าเป็ด ก่อนปลาจะเอ่ยออกมาว่า

“หมอนี่....ใครกันน่ะ”

...............

ตอนนี้เหล่ากองกำลังต่อต้านสลัดผัก(เฉพาะกิจ)ได้มาอยู่ที่หัวมุมถนนหน้าบ้านกานดาเรียบร้อย

ทุกคนกำลังซุ่มสังเกตการณ์ ตอนนี้หน้าบ้านกานดามีGMโทเมโท กับGMโอเนียนเฝ้ายามอยู่

“จะเอาไงดี..”วิศนะพูดก่อนมัจฉาจะตอบว่า

“มียามเฝ้าถ้าจะบุกเข้าไปคงยาก เราต้องมีเหยื่อล่อ...ตามที่นายบอก ดูเหมือนพวกนั้นจะเคยมีนายเป็น

สมบัติสินะ”มัจฉาพูดก่อนมินท์จะอ้าปากค้าง ส่วนนันทกรนั้นก็พยายามฟังอย่างตั้งใจ วิศนะทำหน้าหงุดหงิดก่อน

หันไปปลูกเห็ดที่กำแพง ภัสสรนั้นก็ยังโก๊ะอยู่เช่นเคย

“เพราะฉะนั้น...เหยื่อก็ต้องเป็น...”

“อ้าว คุณมัจฉา มาทำอะไรตรงนี้ครับเนี่ย..”เสียงเกษมถามโดยมีอัษฏายืนหลบหลังกิ่งไม้เป็นแบ็คกราว

มัจฉากับวิริยาหันไปก่อนยิ้มให้กันอย่างมีความหมายก่อนวิริยาจะเดินไปปิดตาเกษม ส่วนมัจฉาปิดตานันทกร

“อ๊ะ! คุณวิริยา ทำอะไรครับ”

“....”ส่วนทางด้านนันทกรก็หลงละเหม่อเพ้อภพอยู่ที่ไหนสักแห่ง...ปลาอะไรครีบนิ้ม~นิ่ม>///<...

“อัษฏา นายช่วยไปดูทางนู้นให้หน่อยสิ”มัจฉาชี้สั่ง อัษฏาไม่พูดอะไรเดินไปตามทิศทางที่ปลากล่าว

...นั่นบ้านเจ้ากานดานี่...อัษฏาคิดพลางเหลือบตามองเข้าไปในด้านใน GMโทเมโท กับ GM โอเนี่ยน กำลังเซ็ง

กับการเป่ายิ้งฉุบแพ้ทำให้ต้องทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าต้นทาง อัษฏาหันหลังกลับเตรียมไปรายงานมัจฉา

โทเมโทกับโอเนี่ยนที่สังเกตเห็นอัษฏามองตากัน

“เมื่อกี้เด็กนั่น มันส่งสายตาให้พวกเรา..”โทเมโทพูดลอยๆ

“ให้ท่างี้ ถ้าไม่รับน้ำใจ ก็เสียเชิงหมด”โอเนียนกล่าว

ทั้งคู่ดูเหมือนจะเข้าใจเหตุผลของอีกฝ่ายแล้วลุกขึ้นพร้อมกัน

โอเนียนคว้าไหล่ของอัษฏาไว้ อัษฏาหันไปมองก่อนโทเมโทจะจับที่ไหล่อีกข้าง

พลันอัษฏารู้สึกได้ถึงความอันตรายที่คลืบคลานเข้ามา...

“ไงน้องชาย จำพวกพี่ได้มะ หึๆ”

“คุณคือใครน่ะครับ”อัษฏาโกหกหน้าตายทั้งที่รู้อยู่เต็มอก

“แหม ตัวจริงก็ต้องหล่อกว่าในเกมหน่อยหนึ่งละ ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็จำกันได้ละ...เคี้ยกๆ”

ไม่ทันไร อัษฏาก็โกยเกียร์ 8 ชิ่งหนีส่วนอีกสองก็ไม่น้อยหน้าวิ่งตามไปด้วยความเร็วสูสี เสียงปาน

รถแข่ง ฟอร์มูล่า วัน ดัง เฟี้ยวๆๆ

ทำให้มัจฉายิ้มเมื่อแผนสำริดผล ก่อนจะพูดว่า

“เซรุ่มตัวที่หนึ่งได้ผลดี ส่งเซรุ่มตัวที่สองและสามไปได้” พูดจบเกษมกับนันทกรก็ถูกปล่อยเป็นอิสระ

“คุณอัษฏาไปไหนล่ะครับ”เกษมถามก่อนทั้งหมดจะมองหน้ากัน(ยกเว้นเจ้าเป็ดกับภัสสร)

“ไปออกกำลังกายน่ะ”มัจฉาพูดพลางนึกชื่นชมกับเสียงรถแข่งฟอร์มูล่า วัน ของหัวหน้ากลุ่ม 2

“อ้าวพวกนาย เข้าไปในบ้านแล้วร้องเรียกเจ้ากานดาซะ”

เกษมงงๆ แต่ก็ทำตามโดยดีส่วนเป็ดก็พยักหน้าหงึกๆ ร้องก๊าบๆ

“เฮ~! ไอ้กานดา!”

“คุณกานดาครับ”เสียงทั้งสองร้องเรียก(รู้เลยชนชั้นมันต่างกัน=_,=)ประตูเปิดออกการ์ลิคโพล่งหัว

ออกมาจากประตูโดยมี ราดิส กับเลมอนอยู่ด้านหลัง...

ความจริงทั้ง3กำลังต่อคิวกันอยู่...แต่ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วละ เมื่อมีเหยื่อหลงเข้ามาถึงในบ้าน...

“=[]=;”<<<<เกษม+นันทกร

“อ้าวหนูที่เรียกชั้นว่าลุงนี่นา อย่างงี้คงต้องแก้แค้นสิเนอะ...^^”

“ชั้นว่าคนผมเขียวดูเข้าท่า...ชั้นปิ้งตั้งแต่ตอนนั้นแล้วละ...

เสียดายมีเจ้าเกียร์เข้ามายุ่ง(แต่เจ้าเกียร์ก็น่าสนใจนะ)”ราดิสพูดก่อนเลมอนจะกล่าวว่า

“งั้นชั้นต่อคนที่เสร็จก่อนแล้วกัน..”

“ว้ากกกกกกกกกกกก~!”ทั้งสองวิ่งหนีไปโดยมีเหล่าสัตว์ร้ายวิ่งตามหลังมัจฉาทำหน้ามุ่ยก่อนพูดว่า

“น่าจะได้ 4 คนสิ....หรือบางที เด็กมหาลัยอาจมีแรงดึงดูดมากกว่าเด็กมัธยมต้น...”

“คราวนี้ก็เหลือ เจ้าแสบกับโฮลี่ออเดอร์แล้วก็เลททัซ ออ..พัมกิ้นด้วยสินะ”วิศนะพูดพลางนับนิ้วเรียงตัว

ก่อนมินท์ มัจฉากับวิริยาจะหันมามองวิศนะเป็นตาเดียว....

“มองงี้หมายความว่าไงฟ่ะ”วิศนะพูดทั้งที่รู้ความหมายดี หมายความว่าเขาจะต้องเป็นเหยื่อเหมือนเจ้า

พวกนั้นไงล่ะ...

“โฮลี่ ออเดอร์น่าจะอยู่กับแครอท ส่วนเลททัซก็น่าจะอยู่กับกานดา...เหลือแค่เจ้าแสบกับไอ้ปิศาจ

ฟักทอง บล็อคโคลี่น่ะ แค่เอาขนมล่อก็โอเคแล้ว ส่วนเจ้าพัมกิ้น พวกเธอรุมกระทืบไปเลย เธอเป็นผู้หญิงมันไม่ทำ

อะไรหรอก”วิศนะพูดพลางดันมัจฉากับวิริยาไปข้างหน้า(เอาตัวรอดนะเมิง- -)

“ผู้ก่อการร้ายนี่โค๊ดเนมเหมือนGMเลยนะค่ะ”ภัสสรหันไปถามวิริยาขณะเดินเข้าไปในบ้านของกานดา

โดยมีวิศนะเดินตามหลังเพราะไม่แน่ใจในความปลอดภัย

“นั่นสินะ”วิริยาเอ่ยทั้งที่รู้อยู่แก่ใจแล้ว

เมื่อถึงชั้นบนภัสสรกับมินท์ก็เดินแยกไปห้องกานดา พวกวิศนะเดินไปที่ห้องที่คาดว่าโฮลี่ ออเดอร์กำลัง

จัดการกับแครอทอยู่

.........

“เลททัซ!!!”เสียง2สาวที่ถีบประตูเข้ามาร้องเสียงโหด

“รู้จักต่อคิวไหมพวกเธอน่ะ”Gmหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ

ขณะชื่นชมกานดาที่ตอนนี้เปรียบซะเหมือนกล้วยที่ถูกปลอกเปลือกออกเตรียมที่จะกินแล้ว...

“โฮ~ภัสสร....มินท์....ช่วยช้านด้วย!!!!”

กานดาในสภาพล่อนจ้อนทั้งตัวร้องเสียงหลง

“กานดา!! O / / / O”ทั้ง2มองกานดาอึ้งๆ

“ฮือ~TT / / / TT”กานดาที่ถูกจับขึงไว้บนเตียงของต้นเองร้องไห้ออกมาแบบไม้อายฟ้าดิน

“แกทำอะไรกานดาเจ้าหัวผักกาด!!!”มินท์ร้องด่าเสียงเหี้ยม(แต่ตายังจ้องกานดาอยู่)

“แล้วแกเห็นว่าทำอะไร ยัยใบสะระแหน่!!!”เลททัซหันกลับมาสนใจกานดาต่อ

นิ้วของเจ้าหื่นลูบไล้ใบหน้ากานดาอย่างแผ่วใบ

“แว้กกกก ไอบ้า จะทำอะไรน่ะ หยุดนะ!”กานดาร้องเสียงโหยหวน

กรอบ...เสียงมินท์บีบนิ้ว

แกร๊ก..เสียงภัสสรบีบไหล่ตัวเอง

“รอหน่อยละกัน เดี๋ยวก็ถึงตาพวกเธอแล้ว”

เลททัซว่าขณะเริ่มใช้ลิ้นเลียไปบนใบหน้าที่มีน้ำตานองหน้าของกานดา

“ไม่ได้!!!”ทั้ง2ร้องพร้อมกันก่อนที่จะวิ่งเข้าแย่งกันกระทืบเลททัซ

“เฮ้ย!!”เลททัซที่โดนโจมตีกะทันหันร้องไม่ถูก

“เอามา ฉันจะอัดมัน!!”เสียงภัสสรร้องขณะออกแรงดึงเลททัซมาทางตน

“ฉันก่อนเซ่!!!”มินท์สวนขณะออกแรงสู้

“ตาย!!!”มินท์กับภัสสรร้องออกมาพร้อมกัน

“อ๊ากกกกก~!!”เสียงคนโดยรุมกระทืบร้องก่อนโดน2สาวจับโยนออกนอกห้องไป...

“มินท์...ภัสสร”เด็กหนุ่มมองทั้ง2อย่างสุดซึ้ง

“มินท์”คนหัวกระเซิงร้องเรียก

ทั้ง2มองหน้ากันหมือนจะรู้ความคิดอีกฝ่าย...

“ช่วยฉันเร็วสิ หยิบเสื้อผ้าให้ด้วยนะ- / / / -”กานดาในสภาพล่อนจ้อนร้องครวญ

“ได้สิจ๊ะ^O^”

ทั้งพูดพร้อมกันก่อนทั้งคู่จะเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มที่ถูกขึงไว้และไร้ซึ่งทางต่อต้าน...

“ว๊ากกกกกกกกกกกก”

........

“เอ๊ะ! เมมเต็มแล้วอ่ะครับ”บล็อกโคลี่พูดขณะกำลังเก็บภาพความประทับใจในบ้านของวิศนะ ข้างหน้า

เขาคือโฮลี่ ออเดอร์ที่กำลังเพลิดเพลินกับร่างงามของน้องเมีย เสียงกรรไกรฉับๆ ช่วยตอกย้ำความS(ซาดิสม์)ให้

โฮลี่ ออเดอร์ได้เป็นอย่างดี

“งั้นออกไปเอาเมมมาสิ ”โฮลี่ออเดอร์พูด แครอทตอนนี้โดนจับมัดมือไพล่หลัง ขาสองข้างขึงไว้

กับเตียง เสื้อที่เขาใส่ถูกตัดด้วยกรรไกรของโฮลี่ ออเดอร์ อย่างบรรจง

“ต้องหยุดไว้ก่อนหรือเปล่าครับ”เด็กชายบล็อกโคลี่ร้องถามก่อนโฮลี่ ออเดอร์จะวางกรรไกรลงก่อน

หยิบคัดเตอร์ออกมาพลางมองอย่างเหม่อลอย

“ขาดช่วงสักนิดคงไม่เป็นไรมั้ง”

“ครับ”เด็กน้อยพูดพลางเก็บเมมใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปก่อนถูกคว้าหมับด้วยมือปริศนา!

“รู้ไหมใคร”เสียงปริศนาถามขณะที่เด็กน้อยโดนปิดตา เด็กชายพยักหน้าหงึกๆ

“กินขนมไหม”เสียงนั้นถามอีกซึ่งเด็กน้อยก็พยักหน้าเช่นเคย

“ส่งกล้องมา”บล็อกโคลี่ส่งให้ก่อนเสียงนั้นจะพูดพลางเปิดตาเขา

“เงียบๆ ไว้”วิศนะเปิดตาก่อนบล็อกโคลี่จะหันไปเห็นนางปลา บล็อคโคลี่รีบวิ่งไปหลบหลังวิศนะ

“คุณชิลลี่ ช่วยผมด้วยT_T ยัยป้าปลานั่นเขาจะฆ่าผม”

“-_-****”มัจฉาคิ้วกระตุก...หมายความว่าไง...ยัยป้าปลางั้นเหรอ....

“รีบไปช่วยแครอทดีกว่า”วิริยาพูดก่อนเปิดประตูเข้าไป...

“ผมเธอเนี่ย... สวยเหมือนพี่เธอเลยนะ..”เสียงโฮลี่ ออเดอร์กล่าวพลางลูบผมสีส้มของแครอทที่อยู่ใน

อาการช็อคทำอะไรไม่ถูก เจ้าตัวตัวสั่นเล็กน้อยเหมือนลูกนก

“นายทำอะไรน่ะ!”มัจฉากล่าวก่อนที่โฮลี่ ออเดอร์จะปล่อยมุขเด็ด(ได้ผลชะงักนักแล)

“ชิลลี~นายนี่นะ บอกให้พาผู้หญิงมาเป็นของหวานก็พามาซะเยอะเชียว...นายนี่ ยังทำงานได้ดี

เหมือนเดิมเลยนะ ชิลลี”พูดจบมัจฉากับวิริยาก็หันควับมาที่หนูพริก

“จริงเหรอ...ชิลลี”มัจฉากับวิริยากล่าวพร้อมสายตาอำมหิต ขณะที่โฮลี่ ออเดอร์สนใจ

แครอทอยู่ คัทเตอร์ในมือเริ่มทำหน้าที่เรียกเลือดของแครอท

“เฮ้ย! ไม่จริงมันหลอกให้เราแตกคอ อย่าไปเชื่อมันๆ!”ชิลลีปฏิเสธขณะเขย่าตัวมัจฉา

“ทำอะไรอยู่น่ะ ชิลลี จับพวกมันซะทีสิ”โฮลี่ ออเดอร์พูดพร้อมเลียเลือดของแครอท

“เฮ้ย!”ชิลลีร้องอีกรอบ มัจฉาดึงตัววิริยาไว้ด้านหลังพลางถอยห่างจากวิศนะ

“จับมันสิ ชิลลี”โฮลี่ ออเดอร์ยุต่อก่อนวิศนะจะร้องด่า

“ช่างยุจริงเว้ย!”

“ของที่ให้ซื้อมาแล้วครับ”พัมกิ้นโผล่หัวออกมา ก่อนไฟจะดับพรึบ...

“มันมาแล้ว!”วิศนะร้องอย่างรู้ดีไฟ วิญญาณสามดวงที่มีร่องรอยของเชือกที่ผูกไว้ที่คอ...

วิญญาณดวงแรกสนใจแครอทกับโฮลี่ ออเดอร์ ซึ่งเจ้าตัวดีก็ชิ่งไปอย่างไม่มีเยื่อใย ทิ้งแครอทเผชิญชะตา

กรรมเพียงลำพัง...เฮ้ย จะหนีก็ปล่อยชั้นก่อนซิฟ่ะ!..แครอทคิดก่อน นิ้วยาวๆ ของวิญญาณผู้น่ารักจะไล่สัมผัสที่

ต้นคอ
นิ่ง...

นิ่ง...

นิ่ง..

แครอทสลบลงไปหลังจากนิ่งได้สามนิ่ง เรามาต่อกันที่วิญญาณดวงที่สองกันดีกว่า

มัจฉากับวิริยายืนนิ่งจ้องหน้าวิญญาณดวงที่สอง นิ้วของมันสัมผัสแก้มของมัจฉา ราวกับจะเอ็นดู

ปลาน้อย

“T_T”<<<<วิริยา

“- -;”<<<<มัจฉา

“^w^”<<<ผีน้อย..

“วิ่ง!!!!”มัจฉาร้องสุดเสียงก่อนลากวิริยาโกยอ้าวไปเลย และมาต่อกันที่วิญญาณดวงที่สามที่หลอก

หลอนวิศนะกับพัมกิ้นที่กอดกันอย่างไม่รู้สึกกระดาก

“ว้ากกกกกกกกก~!”

...............

“นี่ๆ มินท์เมื่อคืนสนุกเนอะ^0^” ภัสสรพูดขณะจับมือมินท์เดินลัลลาๆ ออกมา

“ใช่ๆ วันหลังเราทำกันอีกนะ”เธอทั้งสองดูมีความสุขมากเมื่อเทียบกับกานดาที่เดินเหมือนซอมบี้

ออกมาจากห้อง

“เออ...ใช่ มั่วแต่สนุกกันอยู่ ไม่รู้ว่าพวกพี่วิศนะจะเป็นไงบ้าง” ว่าแล้วสองสาวก็เปิดประตูเข้าไป

พบพัมกิ้นกับวิศนะ นอนกอดกันอยู่ที่พื้นโดยไม่อายฟ้าอายดิน พัมกิ้นดูท่าทางจะมีความสุขมากมาย เขาหอมแก้ม

วิศนะพลางพูดว่า

“ไม่ต้องกลัวครับ คุณวิศนะ ผมอยู่นี่...”พัมกิ้นลูบหัวปลอบวิศนะ ทำให้หนูพริกเอะใจ ลืมตาขึ้นมอง....

เช้าแล้วนี่หว่า...

“ว้าก!!! หลอกแตะอั๋งชั้นเหรอไอ้ฟักทอง ตายซะ!”ว่าแล้วหนูพริกก็โยนฟักทองออกนอกบ้าน...

“ว้า...แย่จัง..ทั้งที่เมื่อกี้...”พัมกิ้นยืนขึ้นปัดฝุ่นพลางยิ้ม..ก่อนดมเสื้อตัวเอง

“กอดเราแน่นแท้ๆ...”

..............
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Tue May 05, 2009 5:48 pm

จบยังคับเนี่ย แล้วภัสสรเลิกโก๊ะยัง

อยากรู้ชะตากรรมของเซรุ่ม3ตัวนั้นน่ะคับ

และอันนี้ข้องใจที่สุด 2สาวทำอะไรเจ้ากานดาคับ
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Tue May 05, 2009 8:26 pm

ตอนที่ 8

ในยานวินเชสเตอร์ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของผู้คนในยานดังขึ้นมิขาดสาย ปลาตัวหนึ่งโผล่ขึ้นมาที่หน้าจอ

ในยานที่ใหญ่พอที่จะทำให้คนทั้งยานมองเห็นได้

“ทุกคน~ วันนี้มีสมาชิกใหม่มานะ อย่ารังแกเขา เพราะเห็นว่าเป็นเด็กใหม่นะ^0^”

เสียงปลาก้องกังวานไปทั่วยาน น้ำเสียงฟังดูคิกคุไม่น่าไว้ใจชอบกล

“ปกติก็มีสมาชิกใหม่ อยู่แล้วนี่ครับ”เกษมตอบหลังจากไปโดนมัจฉาหลอก เขาก็ได้รู้ว่านางพญาปลา

ไม่ได้มีดีแค่แผนในเกม

“เอาเหอะๆ ที่มาเตือนก็เพราะห่วงพวกนาย”มัจฉาพึมพำก่อนพูดว่า

“ไปแล้วนะ บะบาย”ปลากล่าวก่อนหายแว็บไป

“แค่สมาชิกใหม่มาทำไมท่านมัจฉาต้องออกมาประกาศด้วย”เสียงสมาชิกคนหนึ่งกล่าว

“นั่นสินะ”เสียงปริศนารับ

“ทำไมต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ด้วยล่ะเนี่ย”อีกเสียงตอบก่อนสมาชิกกองกำลังต่อต้านGMจะเงยหน้ามอง

เจ้าของเสียงปริศนาทั้งสอง

“แว้กกกกกกกกกกกก!/ว้ากกกกกกกกก!/กรี๊ดดดดดดดดด!/กี๊ซซซซซซซซซซซ!”สารพัดเสียงสรรพ

สัตว์ซึ่งล้วนเป็นเสียงอุทานร้องด้วยความตกใจเมื่อเจอคนดัง

GMแครอทและGMชิลลี นั่งอยู่ในห้องมานานโข

แต่ไม่มีใครคิดจะเงยหน้าขึ้นมาสนใจ

“เดี๋ยวๆๆๆๆ ทุกคน สงบจิตสงบใจกันก่อน...”

เพลเยอร์ผู้เล่นอาชีพนักบวชกล่าว ก่อนเดินไปหาแครอทกับชิลลี

“พวกนายชื่ออะไรน่ะ”

“แครอท”

“ชิลลี”

พูดจบเหล่ากองกำลังต่อต้านGMก็ชักอาวุธทันที

“ย้ากกกกกกกก~!”(เสียงแอ็ฟเฟ็ตประกอบยามใช้อาวุธ)

“Stoppppppppppppp~!”นักบวรคนเดิมกล่าวมาดนิ่ง

“ถึงชื่อเหมือนกันหน้าตาคล้ายกัน อาจไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้ ไอ้เต้าฮวย มานี่ดิ๊”นักบวรร้องเรียกเพื่อน

สุดรักที่แต่งตัวคล้ายอาชีพนักสำรวจมา ก่อนค่อยๆ ใช้แว่นขยายส่องทีละตารางนิ้ว....

“เหมือนทุกตารางนิ้ว...ตัวจริงล้านเปอร์เซ็น...”เจ้าตัวพูดพลางเหงื่อตก

“GMบุกกกกกกกกกกกกก~!”(สำเนียงประมาณอุซปตอนโรบินขึ้นเรือโกอิ้งแมรี่)

อีกฟากของยานกลุ่มเรนเจอร์กำลังเมาท์กันอย่างมันปาก

โดยมีแกนนำคือมินท์ที่นั่งอยู่กลางวงแรนเจอร์และมีภัสสรนั่งฟังด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

ส่วนเหล่าแรนเจอร์สาวพอได้ลู่ทางหาตังใช้ ก็รี่กันเข้ามาหามินท์เป็นการใหญ่

ทั้งกลุ่มพูดคุยกันเรื่องการหาตังอย่าง ขะมักเขม่น

“ชั้นนะ หลังจากเจอกับหัวหน้ากลุ่มหนึ่งนะ ฉันก็ไปลงทุนที่ร้านสมุนไพร2หมื่น ...แต่ ธุรกิจ

ท่าจะไปได้สวย ชั้นเลยลงเงินไปอีก5หมื่น เอาให้สะใจไปเลย เนี่ยผ่านไปแค่ไม่นานเอง

ได้ทุน5หมื่นกลับมาละ !!”มินท์เมาท์เรื่องธุรกิจอย่างสนุกปาก


เหล่าแรนเจอร์สาวภายใต้สังกัดของภัสสรตบหัวลูบหลังมินท์อย่างสนิทสนมเป็นกันเอง

โดยที่หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายมีฐานะเป็นอะไร....

“อ๊ะ เขาเอะอะอะไรกันน่ะ”ภัสสรกล่าวพลางหันไปมองกลุ่มเด็กน้อยที่คิดจะรุมกระทืบเด็ก 18

ท่ามกลางบรรยากาศชุลมุน...

“ตายซร้า~!!”เพลเยอร์มือกระบี่พุ่งเข้ามาพร้อมกระบี่ชนิดจั่นเจาอาย

หมับ

ชิลลีคว้ากระบี่อย่างง่ายดายก่อนกระบี่ในมือเขาจะถูกความร้อนหลอมกลายเป็นของเหลวคามือ

ภัสสรแทรกเข้าไปกลางวง

“หยุดดดดดหยูด~ ทุกคนหยุดก่อนนนนน>[]<”ภัสสรออกตัวปกป้องพี่ๆ ที่(เจ้าตัวไม่รู้ว่า)เป็นGM

“ถึงพี่เขาจะเป็นGM แต่พี่เขาก็เป็นGMเกมแร็กนาร็อคนะ!”ภัสสรกล่าวอย่างโก๊ะ

“นายรู้จักหรือเปล่า ชิลลี”แครอทหันไปถาม

“ชั้นไม่รู้จักเกมแลคนรกพักนั้นหรอก”ชิลลีตอบ(เคยเล่นล่ะสิเอ็ง)

“คุณภัสสรครับ ออกมา!!”เสียงเกษมร้อง

“ไม่! ชั้นต้องปกป้องพี่ๆ > ^ <”ภัสสรรั้น

“ขอโทษนะครับ คุณภัสสร”ว่าแล้วเกษมก็กระโดดชาร์ตภัสสรล้มลงไปกับพื้น

“ดีมากเกษม”วันเดอร์แมนกล่าวก่อนตั้งท่ายิงปืนเคิร์ส แบบเจมส์ บอนด์ก่อนลำแสงจะพุ่งออกจากปืน สู่

แครอท! แครอทใช้มือรับแล้วขยี้ลำแสงทิ้งเหลือเพียงเศษเสี้ยวอนูของอากาศ

“ชั้นออมมือต่างหากล่ะ”วันเดอร์แมนพูดก่อนยิงรัวกระหน่ำ

ฟิ้วๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~!

ลำแสงยิงออกจากปืนรูปร่างน่ารัก ลำแสงทั้งหมดถูกปัดออกไปอย่างง่ายดาย

เปรี๊ยง!

เจ้าหญิงเกษราปรากฏตัว

เปรี๊ยง!

แม่นางกระดิ่งทอง

เปรี๊ยง!

พ่อหนุ่มอัศวินหัวเรียบ(ภัสสร)

เปรี๊ยง!

กลางวงเรนเจอร์(มินท์)

เปรี๊ยงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

และอีกมากมาย

เปรี้ยง!

ลำแสงสุดท้ายพุ่งมายังประตูที่กำลังถูกเปิดขึ้นช้าๆ

“ไง~รู้จักกันแล้วใช่มะ...หืมม์!!”มัจฉาที่เปิดประตูมาร้องก่อนจะรีบปิดมันลงทันที

ทำให้ลำแสงสะท้อนประตูกลับไปหาเจ้าคนยิง....

ชายหนุ่มในชุดทหารสีน้ำตาล ท่าทางภูมิฐานและมากยศ ใบหน้าคมเข้ม ที่แขนซ้ายมีผ้าสีแดงฉานตรา

สวัสดิกะสีดำเข้มดูโดดเด่นยิ่งนักเมื่อมีพื้นหลังเป็นวงกลมสีขาวสะอาด

หนวดที่เป็นเอกลักษณ์เด่นชัดของผู้นำนาซี และมือขวาที่แบเรียบแล้วชี้ขึ้นฟ้าเอียง45องศา....

“เฮ้ย ฮิตเลอร์!!”แม่นางกระดิ่งทองกรี๊ด เมื่อวันเดอร์แมนหายไปโดยมีฮิตเลอร์ปรากฏตัวขึ้นแทน

ฮิตเลอร์ดูกระจก...

“หล่อไม่เบานะเนี่ยเรา”วันเดอร์แมนในคราบฮิตเลอร์กล่าว

//หล่อเตี่ยแกสิ//หลายคนคิดมัจฉาก็เปิดประตูเข้ามาอีกรอบ

“เฮ้ย! นึกครึ่มแต่งหญิงอีกแล้วเหรอ!”มัจฉาสะดุ้งเมื่อหลายคนเปลี่ยนเพศกะทันหัน ก่อนหันไปที่ชิลลี

และแครอท ที่ไม่ได้กลายเป็นน้องนางแต่อย่างใด

“อ้าว พวกนายไม่ได้โดนเคิร์สเหรอ”

“ก็ไม่โง่นี่...”แครอทกล่าวก่อนทุกคนจะมองด้วยสายตาอาฆาต

“หมายความว่าไง พลทหาร!”ฮิตเลอร์ถาม

“ตามที่พูดนั่นล่ะ ลุง”วิศนะตอบ

“ว่าไงนะ!”ทุกคนร้องพร้อมกัน

“ท่านมัจฉาครับ มีGMเข้ามา...”เพลเยอร์ที่อยู่ข้างๆ มัจฉาฟ้องก่อนมัจฉาจะวีน

“พวกนาย! ชั้นบอกแล้วไม่ให้รังแกเด็กใหม่!”

“แต่ ท่านมัจฉา พวกGM...”

“ก็ชั้นบอก ว่าไม่ให้รังแกเด็กใหม่ยังไงเล่า เนี่ยเด็กใหม่!!!!!!!!!!!”มัจฉาวีนลั่นพลางชี้ไปที่แครอทกับ

ชิลลี ทำเอาทุกคนร้องออกมา

“ห๊า~!”

“ประมุขมัจฉาเชื่อใจมันได้อย่างไร”ทิซาเล้งในร่างแม่มดแก่พูดก่อนมัจฉาจะกอดอกวางภูมิ

“ชั้นมีเหตุผลของชั้นแล้วกัน”

“ท่านมัจฉา แย่แล้วมีสัญญาณแทรกแซง!”

พลันบนหน้าจอมีเลขขึ้นมา... 5...4...3...2...1 ชายหนุ่มผมสีเทาใบหน้าอิดโรยปรากฏขึ้นบนจอภาพ

ชายที่ทุกคนรู้จักกันในนาม “โฮลี่ ออเดอร์”

...............

ถ้าจะตัดจบจริงๆก็ได้นะ

งั้นถือซะว่ามี2-3ภาคละกัน ตะกี้ภาคแรก

เรื่องนี้จะพยายามตัดจบให้เร็วที่สุดก่อนมันจะเลยเทิดเหมือนฟิกนารุโตะ

(ที่ปัจุบันจะ60ตอนละเหอๆ)
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Tue May 05, 2009 9:15 pm

ไม่ต้องตัดจบหรอกคร้าบบบบบบบบ

เอามาลงได้เรื่อยๆเลยคร้าบบบบบบบบ

แล้วตอนนี้ฮามากจนน้ำตาไหลเลย

เพราะงั้นคุณต้องลงมาเรื่อยๆโทษฐานที่ทำให้ร่างกายผมสูญเสียน้ำโดยไม่จำเปน

แล้วมินท์ที่น่ารักของผมเปลี่ยนเปนอาชีพไรง่ะ
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Wed May 06, 2009 3:35 pm

ตอนที่ 9

“สวัสดีพี่น้องชาวกองกำลังต่อต้านGMที่รักยิ่งทุกคน วันนี้...

ที่ผมโฟนอินเข้ามา..ก็เพื่อจะบอกว่า....”

โฮลี่ ออเดอร์หยุดพูดก่อนทำท่าสูดหายใจและระเบิดออกมาเป็นพลังเสียง


“แครอท ชิลลี กลับมาเดี๋ยวนี้!!!!!!”

ทั้งหมดสะดุ้งเฮือกเนื่องจาก ยานวินเชสเตอร์ มีระบบเสียงเซอร์ราว

และมีลำโพงหลายตัวเนื่องจากคนทำตอนแรก

อยากให้ได้ยินเสียงอันไพเราะของนางพญาปลาทั่วกัน ใครจะนึกว่า

โฮลี่ ออเดอร์ จะโฟนอินเข้ามาอย่างนี้ ก่อนที่

ในหน้าจอจะมีเสียงนันทกรดังแว่วมาพอที่ทุกคนในกองกำลังจะได้ยิน

“ปล่อยนะโว้ย ชั้นไม่พิศวาสลุงเข้าใจไหม~ ปล่อย!!!!!!”

“คุณชิลลีคร้าบ~ เมื่อคืนน่ะ ผมมีความสุขมากเลยน้า~”

เสียงฝักทองผีเอ่ยพลางโบกมือโบกไม้อย่าง

มีความสุขอยู่ด้านหลังโฮลี่ ออเดอร์

“จะหนีไปไหน~”เสียงการ์ลิคพูดก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ปุ้ง!

“นึกว่าแปลงเป็นเป็ดแล้วชั้นจะไม่พิศวาสเหรอ^O^”

เสียงกระเทียมดังขึ้นอีกก่อนเป็ดตัวเหลืองๆ จะ

วิ่งผ่านหน้าจอ ตามด้วยการ์ลิคและราดิช

“คุณชิลลีคร้าบ~~~~!”

ผีฝักทองโบกไม้โบกมือไม่หยุดหย่อน โฮลี่ ออเดอร์ทำท่าเหนื่อยหน่าย

“เลมอน!”โฮลี่ ออเดอร์เรียกเลมอนที่กำลังจะไปร่วมวงกับพวกราดิช

“นายเอาพัมกิ้นออกไป แล้วการ์ลิค พวกนายจะไปวิ่งที่ไหนก็เชิญ แต่ไม่ใช่ที่นี่!”

ไม่นานพัมกิ้นก็โดนเลมอนหิ้วออกไป ส่วนการ์ลิคก็ไล่ต้อนเจ้าเป็ดออกจากห้อง

(ประมาณหมาต้อนแกะ- -)

“ว่าไง...แครอท จะกลับมาหาพี่ไหม”

“ไม่! ชั้นไม่มีพี่อย่างแก”แครอทตอบทันที(ยังกะหนังจีน)

“เดี๋ยวนี้กล้าขัดคำสั่งพี่เหรอ..(แล้วที่ผ่านมาล่ะ?)”

โฮลี่ ออเดอร์พูดก่อนจะร้องถามอีกครั้ง

“พี่จะให้โอกาสอีกครั้งนะ แครอท จะกลับหรือไม่กลับ”

“ไม่!”แครอทตอบคำเดิมโฮลี่ ออเดอร์หัวเราะในลำคอ...

“ได้..”โฮลี่ ออเดอร์ก้มตัวลงเล็กน้อยเหมือนหยิบอะไรสักอย่าง

“ชิลลี...นายจำได้ไหม กล้องที่นายได้จากบล็อกโคลี่น่ะ....”

“ได้”วิศนะตอบพลางเลิกคิ้วก่อนโฮลี่ ออเดอร์จะชูบางสิ่งขึ้นมา...มันคือเมม...

“เฮ้ย!!!O_O”ทุกคนที่รู้เรื่องร้องพร้อมกัน(แต่ภัสสรก็ยังโก๊ะเช่นเคย)

หน้าจอของโฮลี่ ออเดอร์ถูกย่อส่วนลงให้อยู่มุมขวาภาพในบ้านของกานดาปรากฏขึ้น

“ขณะนี้เราอยู่ที่บ้านของคุณชิลลีนะครับ เนื่องจากคุณชิลลีไม่อยู่เรา

จะมาสัมภาษณ์น้องของคุณชิลลี ผู้เป็นเจ้าบ้านกันดีกว่า..”

เสียงของบล็อกโคลี่ดังขึ้นก่อนที่กล้องจะซูมที่หน้าของกานดา

“รู้สึกยังไงบ้างครับ”เสียงพิธีกรน้อยกล่าวถามก่อนเจ้ากานดาจะตอบว่า

“ช่วยด้วยยยย~ปล่อยยยยช้านนนน~T[]T”

“เอาล่ะนี่คือความรู้สึกของคุณกานดานะครับ”

เสียงบล็อกโคลี่กล่าวก่อนจะเลื่อนกล้องไปที่แครอทที่โดนรุมจับมัด

“ว่าไง....แครอท..”

เสียงโฮลี่ ออเดอร์กล่าวทุกคนหันไปมองหน้าแครอทที่เหงื่อตก

“....”

“ตอนนี้ผมขึ้นมาถึงชั้นสองแล้วครับ

แต่ผมยังไม่มั่นใจว่าจะไปถ่ายห้องคุณกานดาหรือคุณแครอทดี”

เสียงพิธีกร+ตากล้องพูดก่อนวางกล้องลงบนพื้นแล้วเดินไปที่หน้ากล้องและนั่งขัดสมาธิ

“ถ้าเกิดมือซ้ายชนะ ไปทางซ้ายนะครับ แล้วถ้าเกิดมือขวาก็ไปทางขวา”

เด็กน้อยกล่าวพลางกำมือทั้งสองข้าง

“นี่เป็นการเป่ายิ้งฉุบที่ยุติธรรมที่สุดในโลกนะครับ ผมให้โอกาสพวกคุณโหวตว่า

จะให้มือซ้ายหรือมือขวาชนะ 1 2 หมดเวลา!”

ว่าแล้วบล็อกโคลี่ก็ลงมือเป่ายิ้งฉุบที่เจ้าตัวยืนยันว่ายุติธรรมที่สุดในโลก

ตึก..ตึก...

เสียงหัวใจของแครอทและกานดาเต้นระรัว เหงื่อแตกโชกโดยเฉพาะแม่นางกระดิ่ง

ทองที่เก็บอาการทางสีหน้าไม่อยู่

“ว้า~เสมอกันซะงั้น”เสียงบล็อกโคลี่พูดก่อนเริ่มลงมือใหม่

ตึกๆๆๆๆๆๆๆ

หัวใจของทั้งสองแทบหลุดออกมานอกอก

“เอ๊ะ! เสมอกันอีกแล้ว~”

เป่ายิ้งฉุบสะท้านโลกา ที่ทุกคนต่างลุ้นระทึก หัวใจของพวกเขาแทบหยุดเต้น!

“กรรไกร กับกระดาษครับ”

แครอทแทบล้มทั้งยืนขณะที่กานดากระโดดโลดเต้นดีใจจนออกนอกหน้า

ซึ่งหน้าถีบมากในสายตาแครอท แต่ตอนนี้เขา...

กำลังถูกสายตาของคนทั้งยานวินเชสเตอร์แช่แข็งทั้งเป็น! ถึงแม้

จะไม่ได้มองตรงๆ ก็ตาม

“อ้าว~คุณราดิช คุณการ์ลิค ท่าทางจะคอยใจจดใจจ่อเลยนะครับ”

ว่าแล้วบล็อกโคลี่ก็ผลักประตูเข้าไปในห้องของวิศนะปรากฏภาพ

โฮลี่ ออเดอร์ที่พยายามมัดขาแครอทไว้ที่ปลายเตียงส่วนมือทั้งสองข้างถูกมัดไพล่หลังไว้

“ไง”

โฮลี่ออเดอร์ร้องพลางเงยหน้าขึ้นมาโบกมือเล่นกับกล้องแล้วหันไปก้มหน้าก้มตามัดข้อเท้า

แครอทไว้กับปลายเตียง

“โอ้~ทางนี้เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้วครับ”

โฮลี่ ออเดอร์ หยิบกรรไกรออกมาจากกระเป๋ากางเกงก่อนควง

กรรไกรอย่างชำนาญแล้วเริ่มตัดเสื้อผ้าของแครอทช้าๆ

“โอ้~คุณโฮลี่ ออเดอร์ ดูเป็นมืออาชีพจริงๆ ครับ”

ว่าแล้วกล้องก็ถ่ายไปที่กรรไกรในมือของ

โฮลี่ ออเดอร์ที่ค่อยๆ บรรจงตัดเสื้อของแครอทจากล่างขึ้นบนช้าๆ ด้วยความเร็วคงที่

แครอทพึมพำบางอย่างที่

กล้องไม่สามารถบันทึกเสียงได้ แต่ทุกคนก็พออ่านปากได้ว่า “หนีทั้งที ไม่รอกันเลยนะ”

“ไม่ต้องห่วงหรอก เดี๋ยวชิลลีต้องกลับมาแน่...”

โฮลี่ ออเดอร์พูด กล้องของบล็อกโคลี่ก็ซูมไปที่เรือน

ร่างของแครอท ส่งผลให้เหล่าเรนเจอร์ร้องครวญออกมา

ผิวของแครอทขาวเนียนเหมือนผู้หญิงแต่ก็ดูมีกล้ามเนื้อ

นิดๆทำเอาเหล่าเรนเจอร์ครางอีกรอบ

แถมกล้องของเจ้าเด็กเวรนั่น(แครอทและชิลลีให้สมญา)ยังไล่ไปที่แผ่นอก

ที่กรรไกรของโฮลี่ออเดอร์ลากผ่าน

“ผมชักเบื่อแล้วอะคับ เราไปดูทางฝั่งคุณกานดากันดีกว่า”


“ม่ายยยยยย~!”

เรนเจอร์ทั้งกลุ่มร้องอย่างอาลัยอาวร ก่อนหันไปสบตากันแล้วมองมาที่แครอทอย่างมี

ความหมาย จนเจ้าตัวสะดุ้ง

“เรามาถึงห้องของคุณกานดาแล้วล่ะคร้าบบบ~”

เสียงบล็อกโคลี่พูด คนหลายร้อยคนหันมามอง

แม่นางกระดิ่งทองที่ทำท่าจะเป็นลม โดยมีอัศวินผมเรียบและจอมเวทหัวม่วงคอยพยุง

“ว้ากกกก ปล่อยชั้นนน พี่ครับ ช่วยด้วยยยยยยยยย”

กานดาแหกปากร้อง

แควกกกกกกก~!

“ว้าว~ คุณเลททัซก้าวหน้าเชียวครับ คุณกานดา ยิ้มหน่อย~!”

ว่าแล้วตากล้องก็ซูมหน้ากานดาอีกรอบ

“ม่ายยยยยยยยยยยยยยย~!”

กานดาแหกปากร้องลั่นบ้าน เสื้อผ้ากระจุยกระจายไปทั่ว...ชิ...นายแบบก็

ไม่ได้เรื่อง แถมยังไม่มีศิลป์อีกต่างหาก....เหล่าเรนเจอร์ด่าในใจ

“เฮ~! ไอ้กานดา!/คุณกานดาครับ!”

“อ๊ะ เสียงอะไรน่ะ”

เสียงบล็อกโคลี่กล่าวก่อนเดินออกไปจากห้องแล้วเดินลงบันได พบเกษมกับเจ้า

เป็ดกำลังเผชิญหน้ากับพวกการ์ลิค

“อ้าวหนูที่เรียกชั้นว่าลุงนี่นา อย่างงี้คงต้องแก้แค้นสิเนอะ...^^”

“ชั้นว่าคนผมเขียวดูเข้าท่า...ชั้นปิ้งตั้งแต่ตอนนั้นแล้วละ

...เสียดายมีเจ้าเกียร์เข้ามายุ่ง”

ราดิสพูดก่อนเลมอนจะกล่าวว่า

“งั้นชั้นต่อคนที่เสร็จก่อนแล้วกัน..”

“ว้ากกกกกกกกกกกก~!”

เกษราที่โดนถ่ายทอดสดแทบล้มทั้งยืนเมื่อตนมีส่วนร่วมกับคลิปฉาวนี้ด้วย

“อ้าว พวกคุณการ์ลิคไม่ต่อคิวแล้ว ไปไล่เหยื่อที่หลงเข้ามาแทนครับ งั้น เรา

กลับไปดูคุณแครอทกันดีกว่า”

“ทนไม่ไหวแล้ว จัสติน เรย์!”

มัจฉาระเบิดอารมณ์เรียกจัสติน เรย์ ออกมาเตรียมผ่าหน้าจอ

“ท่านมัจฉา~อย่า~!”

เรนเจอร์ร้องห้ามเป็นเสียงเดียวพลางกระโดดล็อกแขนล็อกขามัจฉากันชุลมุน

“อ้า~ถึงแล้วครับห้องของคุณแครอท”

ตูม~!

แครอทจัดการระเบิดจอทิ้ง(น่าจะทำมาตั้งนานแล้วล่ะ^^;)

“ขอบใจแครอท..เข้ามาก็สร้างผลงานแล้ว”

มัจฉากล่าวแล้วหันไปมองพวกเรนเจอร์ที่กอดกันร้องไห้

ก่อนที่จะมองไปที่แครอทด้วยสายตาประมาณว่า ไม่เป็นไรของจริงอยู่นี่

“แหม~กำลังสนุกเชียว”เสียงโฮลี่ ออเดอร์พูดผ่านหน้าจอการติดต่อของแครอท

“เธอไม่น่าใจร้อนเลยนะ”

โฮลี่ ออเดอร์ยิ้มกว้างก่อนที่แครอทจะบล็อกรายชื่อของพวกGMไว้

มัจฉานึกถึงภาพนันทกรเมื่อครู่ พลางบีบมือจนกระดูกลั่น

“ชั้นมีภารกิจให้กลุ่ม 1 ทำแล้ว....ไปชิงเจ้าบ้านั่นแล้วก็เมมกลับมาซะ!

แล้วบอกด้วยว่าชั้นไม่มีทางยกโทษให้ คนที่ทำกองกำลังเราเสียหน้า!”

(แล้วแครอทล่ะ/มัจฉา:ก็มันเก่ง- -)

..............................
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Wed May 06, 2009 10:21 pm

5555555555555+

แครอทกับกานดาโดนแฉคลิปหลุด

รู้สึกว่าแครอทจะเปนที่นิยมในหมู่สาวๆสินะ

แล้วมินท์โดนเคิร์สแล้วเปนจอมเวทหรือคับ

อาชีพที่ตรงข้ามกับสายเวทคือสายดาบมิใช่รึ

แต่มินท์เปนสายอินเวสเตอร์น้า~
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Thu May 07, 2009 1:34 pm

.......................
ตอนที่ 10

หมายเหตุ: ติดเคิร์สบางคน แต่ก็ประมาณ60-70%ของจำนวนสมาชิก พวกเรนเจอร์

มัจฉา วิริยาไม่โดนเคิร์ส...

“ท่านมัจฉาครับ ก็แค่ส่งคนของเขากลับก็สิ้นเรื่อง”เสียงสมาชิกเอ่ยเสนอความคิดเห็น

“บ้าเหรอ! ทรัพยากรบุคคลระดับนี้หายากแค่ไหนนายรู้ไหม!!!!”มัจฉาแว้ด

ชิลลีกับแครอทจะส่งสายตาไปทางคนที่เสนอความคิด โดยมีพวกเรนเจอร์อยู่ด้านหลังพูดประมาณว่า

“ใช่ๆ คนหล่อหายากนะเฟ้ย(ถ้าหน้าปลาดุกอย่างเอ็งก็ว่าไปอย่าง)”

“นายลองถูกส่งกลับไปแทนชั้นไหมล่ะ!”

แครอทกล่าวด้วยความแค้น เจ้าคนโดนสวนคิดถึงคลิปเมื่อครู่...

“เออ...หน้าตาผมด้อย แถมน้อยประสบการณ์..”

“นี่! รู้ไหมเราเกือบเสียหัวหน้ากับรองกลุ่ม 2 ไปแล้วนะ แถมยังเสียสมาชิกกลุ่ม 1 ไปอีก กว่าจะได้พวก

นี้มาน่ะ แว้ดๆๆๆๆๆๆ”มัจฉาวีนก่อนเพลเยอร์คนหนึ่งจะเอ่ยว่า

“ท่านมัจฉา แล้วเคิร์สล่ะครับ”

“แก้เอาเองเซ่~!”

“Nooooooooooooooo~!!!”ฝันร้ายกลับอีกครั้ง เพราะทุกคนไม่มียาแก้เคิร์สน่ะสิ....

“งั้นพวกเรากลุ่ม 1 ไปกันเหอะ”แม่นางกระดิ่งทองกล่าวด้วยความมั่นใจเปี่ยมล้น เพราะตอนนี้

เขาสามารถทำภารกิจนี้ โดยที่พวกGMไม่มีทางทำแบบนั้นกับเขาอีกได้ ^0^ กระดิ่งทองฟันธง โชะ!

ขณะเดียวกันพวกเรนเจอร์ก็เดินตามแครอทมาต้อยๆ

“นี่พวกหล่อน! ไปไหนย่ะ!”มัจฉาหันมาวีนพวกเรนเจอร์

“ก็จะไปขึงคุณ....”เรนเจอร์สาวคนหนึ่งหลุดก่อนจะโดนพวกตะครุบไว้

“เราหน่วย1 ก็จะไปทำภารกิจ ที่ท่านมัจฉามอบหมายไงค่ะ”

เรนเจอร์สาวกล่าวก่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มจะพยักหน้าหงึกๆ มัจฉาเหลือบตามองทั้งกลุ่มแล้วพูดว่า

“การที่คนเยอะเกินไปทำให้เปอร์เซ็นการทำภารกิจสำเร็จต่ำลง แต่ถ้า...ได้เมมมาแล้ว...”มัจฉาหลอกล่อ

ก่อนพวกเรนเจอร์จะทำหน้ามีความหวัง

“จะเอาไปทำอะไรก็เชิญ”

“เย่~!”

หัวหน้ากลุ่มสองกำลังคุยกับรองหัวหน้าที่ร้องไห้กระซิกๆ

“คุณภัสสรต้องเข้าใจผมผิดแน่เลยT^T”

“ไม่หรอกน่า”หัวหน้ากลุ่มสองกล่าวก่อนเกษราจะร้องไห้โวยวายพลางทุบผนังยาน

“ม่าย~”

“ไม่เป็นไรน่า ชั้นมียาแก้เคิร์ส”อัษฏาพลั่งปากทำเอาคนทั้งยานที่ติดเคิร์สหันมามอง

“....”อัษฏาในร่างหญิงไม่พูดอะไรก่อนที่จะทำเนียนจูงมือเกษราออกนอกยานดื้อๆ

“อ่ะ...ยาแก้เคิร์ส”

อัษฏายื่นยาแก้เคิร์สให้เกษรา เกษราดีใจจนน้ำตาร่วงกระโดดกอดอัษฏาแน่นและรับยาแก้เคิร์สมา

“เอ๊ะ...แล้วคุณอัษฏาล่ะครับ”เกษราถามขณะกำลังจะใช้ยาในมือ

“อะ...อ๋อ ชั้นยังมีอยู่อีกน่ะ”อัษฏาตอบพลางหันไปอีกทาง ว่าแล้วเกษมก็ปรากฏตัวอีกครั้ง

“คุณอัษฏาไม่แก้เคิร์สเหรอครับ”

“ไม่ล่ะ”ชายหนุ่มในร่างเด็กสาวกล่าว...ใช่สิ เขายังมียาแก้เคิร์สอยู่..แต่เขาให้มันแก่คนตรงหน้าไป

แล้ว...เกษมเลิกคิ้วก่อนถามว่า

“ทำไมล่ะครับ”

“ออ...ถ้าเกิดเข้าไปในยาน คนอื่นเห็นนายเข้าก็รุมทึ้งน่ะสิ”

“อ๊ะ!...จริงด้วยสิ...งั้นผมก็กลับเข้าไปในยานไม่ได้แล้วสิ!Y_Y”

.................................

หมายเหตุ:สมมุติดาวนี้ไม่มีมอนเตอร์ที่ทำให้เกิดอาการเคิร์สได้ ยาแก้เคิร์สจึงไม่มีความจำเป็น

จึงไม่มีการผลิตขึ้นแต่อย่างไร...

“ลุง~! มียาแก้เคิร์สไม๊~”จอมเวทหนุ่มหัวม่วงในชุดสีดำร้องตะโกนออกมาก่อนลุงเจ้าของร้านจะ

สะดุ้งแล้วมองหน้าจอมเวทหนุ่ม ใช่...เธอคือผู้ที่ 2 ชั่วโมงก่อนเป็นผู้หญิง และตอนนี้ก็ตกกระไดพลอยโจน

ต้องมาทำภารกิจอย่างไม่ต้องสงสัย...ถ้าเป็นผู้ชายไปหาไอ้พวกนั้นล่ะก็ชั้นไม่รอดแน่...T_T

“ของแบบนั้นจะเอาไปทำอะไรน่ะ ไม่มีๆ”ลุงขายของกล่าวก่อนจอมเวทหนุ่มจะเดินคอตกกลับมา

ส่วนอัศวินผมเรียบแปล้กำลังนั่งอ่านโบชัวร์นำเที่ยว

ทั้งกลุ่มเดินทางมาถึงเมืองที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มีแต่สีชมพู

เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหน ก็ต้องมีคนเดินด้วยกันเป็นคู่ๆ ขนาดหมาแมวข้างถนนยังเป็นคู่เลย!!

“กระหนุงกระหนิงนคร ปกครองโดยเจ้าผู้ครองนครกระหมั่งกุหนิง เป็นเมืองแห่งความรัก....”

คนอ่านหน้าแดงก่อนกระโดดกอดแม่นางกระดิ่งทอง

“เฮ้ย! ทำอะไรน่ะ”

จอมเวทหนุ่มที่กลับมาถูกจังหวะร้องก่อนออกแรงดึงตัวแม่นางกระดิ่งทองมาจากอัศวินผมเรียบ

“พี่วิศนะ~ตัวผมจะขาดอยู่แล้วT^T”เจ้ากานดาร้องโวยวายเรียกให้พี่ช่วย ทางด้านวิศนะที่มองอยู่

ห่างๆ ก็ทำทีหงุดหงิดมิใช่น้อย นี่กระมังที่เรียกว่าความรู้สึกหวงน้องสาวแต่ทำไงได้ สนับสนุนน้องสะใภ้ที่

กลายเป็นน้องเขยไปแล้วนี่หว่า!

“ทำหน้าเหมือนชั้นตอนโฮลี่ ออเดอร์ มาจีบพี่เลย”แครอทพูดพลางเปรยตามองศึกชิงแม่นางกระดิ่งทอง

ก่อนจะคว้าโบชัวร์ของภัสสรที่ปลิวมาจากวงการต่อสู้

“ยาแก้เคิร์สรึ...”แครอทพูดเบาๆ หากแต่หยุดการต่อสู้ลงได้ในทันที มินท์รีบวิ่งมาดูพลางอ่านออกเสียง

“การแข่งขันประจำเดือนของเมืองกระหนุงกระหนิง ของรางวัลสำหรับคู่รักที่ชนะเลิศ สินค้าหายากจาก

ดาวลาฟิวต้า ยาละอองดาว!”มินท์พูดจบก็กระโดดกอดแม่นางกระดิ่งทอง

“กานดา~มาแข่งคู่กับชั้นนะ”

“จะ...จ้า”แม่นางกระดิ่งทองตอบอันเนื่องจากขาดอากาศหายใจ โดยมิรู้ว่าพวกเขาลืมบางสิ่งไป....

ณ ยานวินเชสเตอร์ ฮิตเลอร์ เดินโต๋เต๋อยู่ด้านในยาน พร้อมอาวุธคู่ใจ...ปืนเคิร์ส...

ทุกคนมองมันด้วยสายคาหวาดระแวงปนหวาดกลัว

“หมอนั่น...วันเดอร์แมนนี่นา..”วิริยาที่ถูกมัจฉายึดตัวไว้เอ่ยขณะใช้หางตามองอีกฝ่าย

...................

“การแข่งขันคู่รักประจำเมืองกระหนุงกระหนิง เรามีคู่รักมาสมัครถึง 30 คู่และทุกคู่ล้วนเป็นข้าวใหม่

ปลามันทั้งสิ้น”เสียงของโฆษกประกาศเปิดการแข่งขันและเมื่อแม่นางกระดิ่งทองที่อยู่ในการแข่งขันลองมอง

ดีๆ...

“อ๊ะ! นั่นมันเกษมนี่นา มากับใครน่ะ...”กานดาหันมองเด็กสาวตัวพอๆ กับเกษมที่ยืนอยู่ข้างๆ

...เห็นหงิมๆ ก็ร้ายไม่ใช่เล่นวุ้ย เจ้าเกษมนี่...

แม่นางกระดิ่งทองคิดอย่างไม่สมหญิงก่อนโฆษกจะเอ่ยโจทย์สุดหินขึ้นมาว่า

“รอบแรกง่ายๆ ครับ ไม่มีอะไร... จูบกันเลยครับ 10คู่แรกเท่านั้น”โฆษกเอ่ยอย่างไร้ความรับผิดชอบ

“ว้ากกกกกก ไอ้หัวม่วง อย่านะ อย่า~!O[]O”อัศวินหัวเรียบที่มาดูการแข่งขันร้องลั่นโดยมีวิศนะกับ

แครอทฉุดไว้ไม่ให้วิ่งไปกระโดดถีบมินท์

ท่ามกลางบรรยากาศที่แต่ละคนอยากเอารองเท้าปาใส่โฆษก...

แม่นางกระดิ่งทองยืนอ้าปากหวอมองเด็กหนุ่มจอมเวทตรงหน้าด้วยสายตาตื่นตระหนัก

คนตรงหน้ายิ้มน้อยๆเหมือนรู้ชะตากรรมของอีกฝ่ายดี

“เอาไงกันดีละ ลำบากใจจัง”

มินท์ในร่างเด็กหนุ่มร้องถามพลางทำท่าลำบากใจ แต่เท้าของเจ้าตัวกลับก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายแล้ว

“มะ มินท์!”แม่นางกระดิ่งทองที่ถอยหลังกรูๆเริ่มรู้สึกถึงกำแพง...ไม่มีทางหนีแล้ว!!

คนต่อต้านที่ถึงตอนนี้จะมีแรงมากกว่าอีกฝ่ายแต่บัดนี้กลับกลายร่างเป็นเด็กสาวที่ง่ายต่ออารมณ์หวั่นไหว

ซึ่งไร้ทางต้านทางอีกฝ่ายอย่างสิ้นเชิง แต่ถึงกระนั้นร่างบางก็ยังมีปฏิกิริยาขัดขืน

“กานดา...ฉันไม่อยากเจอเจ้าพวกนั้นในสภาพนี้...”

มินท์ในร่างเด็กหนุ่มพูดเบาๆก่อนหลบตาอีกฝ่ายแล้วผละออกจากร่างบาง

“มินท์ คือว่าฉัน...คือ...เออ..อุ๊บ..”

กานดาที่เห็นอีกฝ่ายเปลี่ยนท่าทีกะทันหันทำท่าลุกลี้ลุกลนโดยไม่รู้เลยว่าโดนมารยาหญิงในคราบชายเข้าให้แล้ว

เพราะมินท์ที่สบโอกาสไม่คิดจะปล่อยช่องว่างนี้ไปแต่อย่างใดเลยจัดการ

สนองกรรมที่กานดาทำกับภัสสรอย่างรวดเร็ว

แม่นางกระดิ่งทองที่ลิ้มรสจูบของผู้ชายในร่างผู้หญิงนิ่งชะงัก

“เฮ้ย! น้องสาวกู!”วิศนะแหกปากลั่น พลางทำท่าจะกระโดดไปกัดคอยัยมินท์ ที่บังอาจจูบน้องสาว(?)

เขา ทำเอาแครอทต้องจับวิศนะไว้ทั้งที่ปกติก็ต้องล็อคคอภัสสรอยู่แล้ว ไหงความลำบากมันมาตกอยู่ที่เขาล่ะเนี่ย

“ได้คู่แรกที่ผ่านเข้ารอบแล้วคร๊าบ~”เจ้าพิธีกรร้องอย่างสนุกสนาน

คนโดนประกบปากจูบทำท่าอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจ้าของผมสีม่วงตัวแสบกลับ

แกล้งไม่ถอนปากออกซะงั้น จนสุดท้ายแม่นางกระดิ่งทองต้องกระทืบเท้าอีกฝ่ายเป็นการเตือน

มินท์ถึงยอมปล่อยกานดาออกมา

“แกล้งกันเหรอ!?”กานดาโวย

“แหม~เราก็ต้องทำทุกอย่างให้คุ้มกับเงินทุนที่ลงไปสิ”มินท์ยิ้มระรื่นจนอีกฝ่ายหน้าแดง

ขณะเดียวกันคู่รักคู่อื่นที่เริ่มทำใจได้ก็เริ่มหาทางหลอกล่อคู่ของตนเองกันพัลวัน ภัสสรเมื่อเห็นแม่นางกระดิ่งทอง

ถูกไอ้หัวม่วงจูบก็หมดสิ้นซึ่งกำลังที่จะวิ่งเข้าไปขวางกั้นระหว่างเขาทั้งสองนั่งน้ำตานองอยู่ขอบสนาม

ก่อนจะเหลือบไปเห็นเกษมกับสาวน้อยหน้าหวานอยู่ในการแข่งขันด้วย...อ้าว...ตอนนั้นเกษมยังแต่งเป็นผู้หญิง

อยู่เลย....ทำไมคราวนี้มาอยู่กับผู้หญิงล่ะเนี่ย...- -?

“คะ...คุณอัษฏาครับทำไงดี เขาผ่านเข้ารอบกันแล้ว จะถึงคู่สุดท้ายอยู่แล้วด้วย”เกษมพูดเสียงหวาดๆ ที่

เขาต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ก็เพราะว่าเขามารู้เอาที่หลังว่าอัษฏาไม่มียาแก้เคิร์สเหลือแล้ว...คุณอัษฏานะคุณอัษฏา

แทนที่จะห่วงตัวเองก่อน...

อัษฏาที่ตอนนี้มีอันต้องเป็นหญิงมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้านิ่งเช่นเคย ถึงแม้ในใจจะไม่ใช่อย่างนั้น...

ถึงแม้ยังไงเขาก็เตรียมใจไว้แล้ว และที่สำคัญเขายังมั่นใจมากเสียด้วยว่าเกษมจะไม่กล้าทำอย่างนั้นกับเขา

“เหลือตั๋วผ่านเข้ารอบใบสุดท้ายแล้วครับ~”โฆษกยิ้มร่า

แต่คู่ที่เหลือต่างคิดในใจเหมือนกันเลยว่ามันเป็นรอยยิ้มที่กวนอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง

“ขอโทษครับ!!”

เกษมกัดฟันก่อนกะโจนเข้าใส่อีกฝ่ายที่ไม่ทันตั้งตัว

“ได้คู่สุดท้ายแล้วคร้าบ~”โฆษกจอมกวนกล่าว...

“= =;”<<<เกษม..

“- -*”<<<อัษฏา

“ผมทำไป เพื่อคุณ อัษฏานะครับ~”เกษมอ้างพลางเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“อ้าว เกษมเข้ารอบมาเหมือนกันนี่”

แม่นางกระดิ่งทองพูดขณะมองเด็กสาวปริศนาที่ตอนนี้จ้องเกษมด้วยสายตาอยากจะกินเลือดกินเนื้ออีกฝ่าย

..............................................

เดี๋ยวก็รู้ครับ~
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Next

Return to fiction&Dojin

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests