by Esper on Wed May 13, 2009 9:45 pm
ตอนที่15
“เอ้ากินข้าวเช้ากัน ลูกเขย~”
แม่ภัสสรกอดคอกานดาส่วนอีกมือก็จูงแครอททำให้มินท์กับพ่อของภัสสรถึงกับหน้าบูด
โดยมีภัสสรที่เดินยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีเดินตามหลังมาพร้อมวิศนะ
ทั้งหมดนั่งลงบนโต๊ะที่มีอาหารเช้าง่ายๆจัดวางไว้
“เมื่อคืนหนุกจังเลย วันหลังเราเล่นอีกนะพ่อ~”แม่ภัสสรเอ่ยอย่างร่าเริง
“ไม่เห็นหนุกเลย”พ่อภัสสรบ่น
”ก็พ่อโดนสไลท์อัดนี้=3=”
ภัสสรพึมพำแต่ก็ทำให้พ่อที่ดื่มน้ำอักๆๆอยู่พ่นน้ำกลับออกมาดังปู้ด
กานดาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าคุณพ่อจอมห่วงลูกสาวเกิดรู้ว่าวันนั้นภัสสรไปนอนกับเขาจะ
เกิดอะไรขึ้นคงมีแต่ตายกับตายละใช่มะ?
หรือว่าในเมื่อเขาเคยเกินเลยกับภัสสรแล้ว เขาก็ควรเลือกแม่สาวหัวกระเซิงคนนี้?
แต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับอีกคนละจะว่าไง จะตัดทิ้งอย่างง่ายดายได้เชียวเหรอ?
แต่ก่อนหน้าที่จะคิดเรื่องนั้น...เขาคงต้องคิดหาทางเอาตัวรอดจากการโดนรถไฟทั้ง2ขบวนนี้ทับเขาแล้วละ
กานดาคิดในใจอย่างหวาดหวั่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอ2สาวที่จ้องเขาด้วยสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ
.................................
“ตกลงเรื่องเมื่อคืนนี้ว่าไง ไปบอกรักมันจริงเหรอ!?”คนหัวกระเซิงร้องถาม
“อะ...เออ...”กานดาอ้ำอึ้ง
“ไปจูบยัยนั้นจริงเหรอ!?”
//เอาแล้วไง ซวยละ//กานดาที่ยังไม่ทันคิดหาทางสับรางรถไฟถึงกับหน้าซีดเมื่อ2สาวความจำดีจัด
พอมาถึงห้องเรียนก็จัดการซักฟอกเขาด้วยโอโม่พร้อมกัน
“คือ~”
กานดาที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเปื่อยไปตามแรงขยี้ถอยไปที่หลังห้องโดยมีเด็กสาว2คนเดินตามมาอย่างกระชันชิด
โดยอีกคนถือกระดานซักผ้าอีกคนถือผงซักฟอก เห็นทีคราวนี้กานดาได้ขาวแบบ6ดาวแน่!
“ว่าไง!”ทั้ง2ขึ้นเสียงทำเอาทั้งห้องหันมามองเป็นตาเดียว
ถึงตอนเช้าคนที่ขึ้นมาบนห้องจะมีแค่3-4คนแต่กานดาก็อดอายไม่ได้อยู่ดีแหละ
ส่วนสาวๆ2คนนี้มีโลชั่นที่เรียกว่า”ความหึง”พอกไว้ทั้งใบหน้า ทำให้ไม่รู้สึกถึงสายตาของคนอื่นแต่อย่างไร
“ถูกแล้วละคือเรื่องจริง”
กานดา(และคนแต่ง)ที่ตอนนี้หัวตื้อคิดแผนเอาตัวรอดไม่ออกสักแผนเดียว
สารภาพออกไปโดยดีเมื่อโดนต้อนจนจนมุม
เขาหลับตาปี้เตรียมโดนกระบวนท่าไม้ตายประสาน”2คุณแม่รุมสั่งสอนลูก”อยู่พักใหญ่ หากแต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
พอลืมตาขึ้นก็ต้องถึงกับตะลึงกับReactionที่ได้รับจาก2สาว
ภัสสรปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ส่วนมินท์ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นหินก่อนจะเอยปากออกมาว่า
“เอ้า ไม่เป็นไร แต่คืนนี้ต้องค้างบ้านชั้นนะ”มินท์เอาเรื่องนี้มาจัดการแบล็กเมล์เชิงขู่บังคับทันที
“ห๊า~ไม่ได้นะ!!”
“ได้ไงละ เปลี่ยนกันบ้างสิ”
“อย่างนี้ขี้โกงนี่ นี่ใช่ไหมวิธีที่เรียกว่าขู่กรรโชกที่พวกปล่อยกู้เถื่อนเขาทำกัน!!”
ภัสสรว่าทำเอามินท์ที่ความจริงแล้วเคยไปปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยมหาโหดถึงกับสะอึก
“ตะ ตกลงใช่ไหมกานดา”
ไม่ทันให้ภัสสรตั้งตัว มินท์ก็หันไปเขย่ากานดาทันที
“โอ๊ย ~อะ อืม!”
กานดาที่รู้สึกได้ถึงเล็บที่จิกลงบนร่างรีบตอบ
“งั้นคืนนี้ชั้นก็จะไปด้วยเหมือนกัน!”
“เอาสิ ยัยบ้านนอก!”มินท์ท้า
“ว่าไงนะ ยัยคุณหนูปัญญาอ่อน!”
...............................................................
เด็กมหาลัยนามอัษฏา วันนี้เข้าเดินเข้ามาในวิทยาลัยด้วยท่าทางลอกแลก...
“มองหาผมอยู่เหรอครับ”เสียงปิศาจฟักทองร้องออกมาข้างหลังอัษฏาทำเอาเจ้าตัวสะดุ้ง
“แหมอย่าทำท่าอย่างนั้นสิ...ผมที่อุตส่าห์ทักคงจะเสียใจแย่”พัมกิ้นพูดพลางยิ้มก่อนอัษฏาจะ
ถอยหลังไปเกือบติดผนัง
“แฟนคุณไม่อยู่ทั้งที คุณคงไม่คิดว่าผมจะ...ปล่อยคุณไว้นะ..”อัษฏาตาเบิกโพล่ง
ก่อนพูดเสียงตะกุกตะกัก
“ตะ....แต่ชั้นเป็นผู้ชายนะ”
“ทำไมเหรอครับ”พัมกิ้นว่าแล้วเดินกระชั้นเข้ามาใกล้
“ชั้นไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของนายนะ!”อัษฏาพูดเสียงแข็งพลางใช้มือพลักเจ้าพัมกิ้นให้พ้นทาง
ซึ่งเจ้าตัวก็เซไปเล็กน้อย
“ก็....ไม่ต้องตอบรับข้อเสนอก็ได้นี่ครับ ผมไม่ต้องส่งยาละอองดาวให้แค่นี้ก็พอแล้วนี่..”
พัมกิ้นพูดเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนเลียริมฝีปากตัวเอง อัษฏาที่ยังฝังใจกับการกระทำของพัมกิ้นที่ส่องกระโปรง
ร่างหญิงเขาอย่างหน้าไม่อาย ทำเอาเขาต้องเป็นฝ่ายอายแทนไปเสีย โชคร้ายของอัษฏาที่กำแพงที่วิทยาลัย
ทำมันแข็งเกินกว่าจะวิ่งทะลุไม่เช่นนั้นเขาคงทำไปแล้ว
“คุณอัษฏาอย่าร้องนะครับ...เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันคงจะไม่งาม..”พัมกิ้นพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ทุกขณะ
......เอ็งก็อย่าทำสิเฟ้ย!....อัษฏาคิดในใจหาทางหนีทีไล่ให้พ้นจากเจ้าฟักทองโรคจิต
“..ถอยไป ชั้นจะเข้าเรียนแล้ว”อัษฏาพูดหาทางเอาตัวรอด
“อีกตั้ง ชั่วโมง...จะไปไหนล่ะครับ คุณอัษฏา”เจ้าฟักทองพ่นลมหายใจของตัวเองเป่ารดหน้า
..สู้มันสิ...ต่อยมันสิ..เสียงแบบนี้ดังก้องอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่รู้ดีแท้ว่าตนควรจะสู้ แต่เรี่ยวแรงกลับไม่มี
พลั่ก!
เท้าของอัษฏาถีบเจ้าฟักทองเต็มแรง
“ไอ้ฟักทองโรคจิต!”อัษฏาสบถเสร็จก็รีบวิ่งหนีพัมกิ้นที่นอนกองอยู่กับพื้น เจ้าฟักทองที่
โดนถีบลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่กางเกงแล้วมองตามอัษฏาไป
“ทำอย่างงี้....ผมก็หลงแย่สิครับ คุณอัษฏา...”
..........................
“ถึงยังเนี่ย”คนหัวกระเซิงที่วันนี้ดูขี้หงุดหงิดพิกลถามเป็นรอบที่ร้อยแปดสิบ
“แปปนุง~”มินท์ที่นั่งอยู่เบาะหน้าตอบด้วยสำเนียนคิกขุพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี
ทั้งหมดอยู่ในรถหรูที่กำลังแล่นออกสู่ถนนใหญ่
ถนนใหญ่ที่แล่นออกชนบทมีสีเขียวจากทุ่งหญ้าและต้นไม้จากข้างทาง
มากมายทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกสบายใจ ถึงจะดูขัดๆแต่กานดาก็ต้องยอมรับว่าเขาชอบบรรยากาศแบบนี้
ส่วนวิศนะกับแครอทที่มีความคิดเหมือนกันแต่แรกแล้วก็คือจะย้ายบ้านไปเรื่อยๆเพื่อความปลอดภัยก็
ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก กลับดูจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำที่ได้นั่งรถชมวิว
“ถึงแล้ว~>O<”มินท์ร้องก่อนที่ทุกคนจะมองออกมาจากรถ
แต่ทั้งหมดก็ทำได้เพียงมองกำแพงและประตูบ้านที่ขนาดพวกเขามองรอดเข้าไปแล้วก็ยังไม่เห็นตัวบ้าน
เลย ประตูค่อยๆเปิดออกช้าๆก่อนที่รถจะแล่นเข้าไป
สวนใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยพืชนานาพันธุ์ทำให้แต่ละคนมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาในป่าที่ถูก
มนุษย์สร้างขึ้นอย่างไรอย่างนั้น น้ำพุขนาดใหญ่ถูกตั้งไว้กลางสวนทำให้บรรยากาศดูน่ารื่นรมย์
สระน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบน้ำพุโดยมีรูปปั้นเหล่ากินรี
ที่กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานวางไว้อย่างเป็นระเบียบ
ซุ้มเกวียนที่นำมาทำเป็นที่นั่งเล่นก็ถูกจัดวางไว้รายรอบสระน้ำดังกล่าว
นอกจากนั้นยังมีสนามเทนนิสและสระว่ายน้ำครบครันซึ่งก็
สามารถบอกถึงฐานะของผู้อยู่อาศัยของบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี
“นี่ๆตรงนี้เป็นสวนหน้าบ้านนะ บ้านอยู่ตรงนู้น”มินท์แนะนำอย่างอารมณ์ดี
//นี่เรียกสวนหน้าบ้านเหรอ!?//ทั้งหมดคิดก่อนมองตามนิ้วที่มินท์ชี้
บ้านหลังใหญ่ตั้งห่างออกไปไกลพอสมควร ตัวบ้านมีลักษณะการออกแบบที่เก่าแก่เหมือนบ้านผู้ดีเก่า
ในสมัยรัชการที่5ที่อยู่มาถึงปัจจุบันทำให้เหล่าแขกผู้ได้รับเชิญที่นั่งหัวโด่กันอยู่ในรถชักรู้สึกทำตัวไม่ถูก
เหมือนตัวเองที่เป็นแค่ไพร่หลุดเข้ามาในวังของพวกเจ้าขุนมูลนายอย่างไรอย่างนั้น
ทั้งหมดลงจากรถแล้วเดินชมบรรยกาศสบายๆโดยมีมินท์เดินนำ
“นั้นถั่วงอกที่ชั้นปลูกตอนป.3ตอนนี้เป็นถั่วเขียวแล้ว~”
มินท์ร้องบอกพลางชี้ไปที่ต้นถั่วเขียวขนาดใหญ่พอๆกับถั่วงอกที่บ้านภัสสร
“แค่ทำให้ถั่วงอกกลายเป็นถั่วเขียวได้ทำเป็นข่มกันเหรอ!?”ภัสสรร้อง
“เปล๊า~”มินท์ยิ้มกว้าง
“อ้าว นั้นคนสวนเหรอ”
กานดาที่กำลังตะลึงกับความอลังการกับขนาดของต้นถั่วเขียวหันไปเห็นชายวัยกลางคนที่ดูหนุ่มแน่น
เหมือนอายุพึ่งย่างเลข30กำลังรดน้ำต้นไม้ด้วยสายยางอยู่ก็ร้องถาม
“เปล่า~นั้นพ่อชั้นเอง> W <”
“ห๊า!?”
“วันนี้กลับบ้านเร็วจังเลยนะค่ะพ่อ~วันนี้หนูเอาเพื่อนมาค้างนะคร้า~”
มินท์ร้องเรียกผู้เป็นพ่ออย่างร่าเริง
“จร้า~”
คาแร็คเตอร์นักธุรกิจมาดขรึมที่พวกกานดาคิดไว้ตั้งแต่แรกพังไม่เป็นท่า
เมื่อตัวจริงของพ่อมินท์กลายเป็นคนสวนอารมณ์ดีซะอย่างนั้น
”ปะๆเข้าบ้านกัน”คุณพ่ออารมณ์ดียิ้มก่อนเดินมากอดคอวิศนะกับกานดาเหมือนรู้จักกันมาแรมปี
เดินนำทุกคนเข้าไปในบ้าน
............................................................
ทั้งหมดนั่งลงบนโต๊ะอาหารใหญ่ภายในห้องโถงซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหร่า จนกานดากับภัสสรอดคิด
คิดไม่ได้ว่าบ้านหลังนี้กับบ้านในละครน้ำเน่าที่ดูเมื่อคืนความหรูแทบจะไม่ได้ต่างกันแต่ประการใด
“แหมที่แท้ก็ลูกเขยนี่เอง”คุณพ่อว่าพลางตบหลังกานดาอักๆอย่างสนิมสนม
มินท์กับคุณพ่อยิ้มร่าในขณะที่ภัสสรกัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน
“นี่ๆหนูจะแนะนำนะ นั้นพี่วิศนะกับพี่แครอท อ้อแล้วนั้น...แฟนเก่าของกานดา”
มินท์ได้ทีจัดการยัดบทแฟนเก่าให้ภัสสรทำเอาเจ้าตัวแทบจะกระโดดกัดคอมินท์อยู่ร่อมร่อ
ยังดีที่วิศนะกับแครอทจับยัยหนูหัวกระเซิงอารมณ์ร้อนคนนี้ไว้ได้ทัน
“จ้า ยินดีที่ได้รู้จัก~”คุณพ่อยิ้มอย่างเป็นกันเองในขณะที่อาหารชุดแรกถูกยกออกมาเสิร์ฟ
“แล้วคุณทำงานอะไรเหรอครับ”วิศนะที่โดยนิสัยเป็นชายหนุ่มที่รักความก้าวหน้าอยู่แล้วร้องถาม
“ก็ไม่เชิงทำงานหรอก การทำงานหาเงินสำหรับชั้นมันเหมือนเล่นเกมมากกว่าน่ะ”
พ่อของมินท์ยิ้มกว้างขณะมองกานดาด้วยสายตาปลาบปลื้มในตัวลูกสาวที่หาลูกเขยให้เขาได้เร็วขนาดนี้
แหม~อยากอุ้มหลานเร็วๆแล้วสิ
“อ้อถึงว่า~”วิศนะกับแครอทพึมพำขณะมองมาที่มินท์ที่นั่งยิ้มร่าอยู่
“งั้นวันนี้พ่อขอเข้าไปเล่นด้วยละกัน พ่อน่ะอยากอยู่ใกล้ชิดกับลูกเขย จะได้รู้จักกันมากขึ้น”
พ่อของมินท์ยิ้มกว้าง
//ม่ายยยจริ๊ง ทำไมพ่อช้านกีดกันTT^TT//
Last edited by
Esper on Thu May 14, 2009 1:42 am, edited 1 time in total.