Welcome
Welcome to <strong>Executional Fan Club</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

แฟนฟิค Executional<มินท์-กานดา-ภัสสร/วิริยา-มัจฉา/อีกมากมาย>

ฟอรั่มนั้สำหรับลงโดจินหรือฟิคนะครับ จะเรทก็ได้นิดหน่อยนะครับ

Postby zCGz14211 on Thu May 07, 2009 4:18 pm

อ้ากกกกกกกกกกก น้องสาวกรู(?)

โถ่! ทำไปได้นะพี่วิศ 55555555

เกษมก็ช่างกล้าเนอะ
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Thu May 07, 2009 10:25 pm

ตอนที่ 11

“ต่อไป!! เราจะให้ฝ่ายชายนั่งลงบนเก้าอี้และมัดไว้นะครับ(ขึงนี่เอง- -) และเราจะให้เครื่องวัดจังหวะ

การเต้นของหัวใจโดยเราจะติดตั้งมันให้แก่ฝ่ายชายที่ถูกมัดไว้

และฝ่ายหญิงต้องทำยังไงก็ได้ให้หัวใจของฝ่ายชายเต้นถี่ที่สุด 3 อันดับแรกในเวลา10นาทีครับ

ที่จะผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ”โฆษกกล่าวขณะที่ฝ่ายชายทุกคนโดนจับล็อกและฝ่ายหญิงทุกคนทำท่าลำบากใจ

หากแต่ยังมีหญิง 2 คนคิดในใจว่า...ได้เอาคืนแล้วกรู!!!!...

“จะเล่นอะไรดีน้า~”

แม่นางกระดิ่งทองยิ้มหวาน ขณะเดินวนรอบเด็กหนุ่มที่ถูกจับมัดไว้

“แหะๆ”

มินท์ที่เมื่อรอบที่แล้วเล่นกานดาไว้เยอะพยายามหาทางหลุดออกจากการพันธนาการ

อย่างสุดความสามารถแต่ก็ไม่เป็นผลแต่อย่างใด

“คิดจะหนีไปไหนกาน~มินท์”แม่นางกระดิ่งทองพูดเสียงหวานขณะลูบไล้เส้นผมอีกฝ่ายเล่น

ใบหน้าของกระดิ่งทองใกล้เข้ามาจนหายใจรดหน้าอีกฝ่ายในขณะที่มินท์ในร่างเด็กหนุ่มหัวใจจะวายอยู่ลอมล่อ

กานดาในร่างกระดิ่งทองทิ้งตัวลงบนร่างของอีกฝ่ายก่อนใช้มือสัมผัสที่ใบหน้ามินท์อย่างแผ่วเบา

ปากที่เผยอขึ้นน้อยๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย จนมาหยุดที่ใบหู

กานดาในร่างแม่นางกระดิ่งทองยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลางคิดถึงความรู้สึกที่เขามีต่อคนตรงหน้า

ครั้งแรกที่เจอกัน เธอคนนี้ทำให้เขารู้สึกอุ่นใจที่ได้อยู่ด้วยกัน การได้อยู่ร่วมกันเป็นเวลาไม่นานทำให้เขารู้สึก

ผูกพันอย่างประหลาด เขาชักไม่เข้าใจตัวเองแล้วสิ...

ความรู้สึกของเขาที่มีต่ออีกฝ่ายคือความรู้สึกเดียวกับที่มีให้ภัสสร...ถ้าภัสสรเรียกว่าชอบ...

งั้นเขาจะเรียกมันว่าอะไรดีละ...

เด็กสาวคิดไปเรื่อยเปื้อยขณะที่คนตรงหน้าเจอเธอข่มขู่ทางใจจนหน้าขึ้นสีเข้ม

“มินท์...ฉันชอบเธอนะ”

กานดากระซิบเบาๆที่ข้างหูทำเอาหัวใจสาวในร่างหนุ่มน้อยของใครบางคน

กระตุกอย่างรุนแรง

“ว้าว~110ครับ”(หมายเหตุ:หมายถึงหัวใจเต้น110ครั้งต่อ1นาที)

อีกด้าน....

“นี่.....เกษม”เสียงหวานๆ ของอัษฏาในร่างหญิงเรียกเกษมที่โดนจับมัดไว้กับเก้าอี้ ก่อนเจ้าของเสียงจะ

ทิ้งตัวลงบนตักของเกษมที่ตัวใหญ่กว่าตนในตอนนี้

“คะ...คุณอัษฏาครับ จะทำอะไรน่ะครับ...0///0”อัษฏาเอาแขนโอบรอบคอเกษมพลางเอาหน้าผากของตน

กับเกษมชนกันแล้วพูดว่า

“นายอุตส่าห์ ทำเพื่อชั้นทั้งที จริงไหม...เกษม...”อัษฏาร่างมืดปรากฏตัวพูดกระซิบกระซาบอยู่ข้างหูก่อน

ขบหูของเจ้าคนอายุน้อยกว่าเล่น ทำเอาอัตราการเต้นของชีพจรพุ่งปรี๊ด~!

“โอ้~อันดับแรกเปลี่ยนแล้วครับ 120 ครับ~!”โฆษกว่าแล้วชี้ไปทางพวกเกษม

“นี่~ เกษม...ทิ้งห่างแค่นี้มันจะดีเหรอ...”สาวน้อยอัษฏากล่าวก่อนใช้นิ้วลูบที่ริมฝีปากของเกษมพลางกัด

ริมฝีปากสีชมพูของตัวเอง แล้วทิ้งสายตาราวกับยั่วยวน พลางใช่มืออีกข้างลูบไปตามเม็ดกระดุม...

“เกษม~ทำเพื่อชั้นไม่ได้เหรอ....ทำเพื่อชั้น...”อัษฏาเงยหน้าขึ้นมาส่งสายตาหวานเชื่อมนัยน์ตาสีน้ำตาล

แดงกวาดตาไปทั่วใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มก่อนซบไหล่ของอีกร่าง

“อ้ากกกกกกกกก~O///O”

“โอ้~ ตอนนี้นำลิ่วไป 130 แล้วครับ คู่ของคุณ...เกษมกับอัษฏาครับ เอ...ไม่ทราบคนไหนเกษม คน

ไหนอัษฏาครับเนี่ย - -a”โฆษกเริ่มงงเพราะมันเป็นชื่อผู้ชายทั้งคู่นี่หว่า...แต่ต้องมีคนนึงเป็นผู้หญิงดิ...อีกอย่างถ้า

เกิดผ่าตัดแปลงเพศล่ะก็ ใครจะทำเล็กๆถึงจะดูรู้ว่ามี แต่ถ้าจะทำทั้งทีก็ทำให้ใหญ่ๆ ไปเลยดิฟ่ะ...โฆษกโรคจิตคิด

เรื่องแปลงเพศในใจตัวเองอย่างเมามันส์ราวกับตัวเองจะไปทำเอง ภัสสรที่กำลังดูอยู่ก็งง...

“เอ...ผู้หญิงคนนี้ชื่อแปลกจัง...อัษฏา...”(โก๊ะเจง~)

“หึๆ มินท์ มีคนนำไปแล้ว ทำไงดีล่ะ หึ หึ”กานดาพูดอย่างโรคจิตโดยไม่ได้สนใจชื่อคู่ ส่วนอัษฏากับ

เกษมช็อคเมื่อถูกทักเรื่องเพศทำเอาอัตราการเต้นชีพจรพุ่ง

“กลายเป็น 140 อีกคู่ก็ไม่แพ้กัน คู่คุณกานดากับมินท์ ก็ขึ้นเป็น 130 ครับ เออ...แล้วคนไหน กานดา คน

ไหนมินท์ล่ะครับ - -”เจ้าโฆษกสงสัยอีกรอบเมื่อคู่หนึ่งมีแต่ชื่อผู้ชาย อีกคู่หนึ่งมีแต่คู่ผู้หญิง สงสัยเขียนผิดหรือ

เปล่าหว่า...

.................................

“เราขอแนะนำห้องนิมิตมารของเรานะครับ กติกาคือจัดการกับสิ่งที่เจอให้ได้และออกมาจากห้องได้

คู่ที่ออกมาได้เร็วที่สุด คือคู่ที่ได้รับยาละอองดาว!”เจ้าโฆษกว่าก่อนชี้ไปที่ห้องสามห้องโดยคู่ทั้งสามคู่ยืนอยู่

ด้านหน้า

“แต่ผมจะใบ้ให้ว่าพวกคุณจะเจออะไร สิ่งที่จะได้เจอ คือคนที่คุณคำนึงถึงนอกจากคู่ของคุณ หรือพูด

ง่ายๆ มือที่ 3 นั่นเองครับ~”โฆษกกล่าวอย่างมันส์ปากก่อนจะเอ่ยปากไล่ทุกคู่ให้เข้าไปผจญมาร

ห้องที่ 1 เกษม-อัษฏา

“คุณอัษฏา คงไม่มีใครใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น...ก็คงเป็นคุณภัสสรคนเดียว...”เกษมพูดไม่ทันจบร่างๆ

หนึ่งก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากความมืด เกษมคาดว่าก็เป็นร่างที่มี หัวยุ่งๆ ของภัสสรแต่ผู้ที่ปรากฏหาใช่คนที่เขาคิด

ไม่ ปิศาจฟักทองโผล่ออกมาจากความมืด เกษมหันมองอัษฏาควับ

“คะ...คุณอัษฏา มีรสนิยมแบบนี้เหรอครับ...” ไม่ทันถามจบอัษฏาก็กระโดดไปหลบหลังเกษม...ทำไม

คนๆ นี้ถึงปรากฏน่ะหรือ...

เมื่อวันก่อน....

“หยุดน้า~” ใครจะหยุดฟ่ะ! ผมคิดขณะวิ่งเข้าเกียร์ 9 เจ้าGMสองคนนั่นก็ยังตามผมไม่ลดละ แน่นอนล่ะ

ถ้าเกิดผมหยุดผมรู้ดีว่าจะเจออะไร ผมหักโค้ง ตาของผมเหลือบไปเห็นเจ้าปิศาจฟักทองกำลังซื้อของอยู่ ภาวนา...

อย่าให้มันเห็นผมเลย~ ไม่งั้นมันคงแกล้งผมแน่...

“อ้าว~ เจอกันอีกแล้วนะครับ”ไอ้ฟักทองบ้าเห็นผมเข้าจนได้ แถมยังทำท่าทักซะดิบดีอีก

“หนีอะไรเหรอครับ...” พัมกิ้นชะโงกมองด้านหลังผม พลันเสียงของโอเนี่ยนจะมาก่อนตัว

“หยุดนะ! เคี๊ยกๆๆ”เจ้าพัมกิ้นทำท่าเหมือนจะเข้าใจและเอ่ยปากออกมาว่า

“ผมช่วยไหมครับ...”ผมไม่รู้ว่าการตกลงให้พัมกิ้นช่วยจะเป็นอะไรที่ผิดไปขนาดนี้...โอเนี่ยนกับโทเมโท

จากไปก็จริง แต่ว่า...

“เอาล่ะครับ พวกตัวกวนไปกันแล้ว เรามาสานสัมพันธ์กันดีกว่า”กลายเป็นว่าผมต้องวิ่งอีกรอบโดยที่มี

คนตามเป็นฟักทองโรคจิต ทำเอาผมจำจนวันตาย! (ไอ้ฟักทองเจ้าชู้)

ปัจจุบัน

“นายไปจัดการพัมกิ้นสิ”อัษฏาพูดขณะยังหวาดๆ กับพัมกิ้นไม่หาย เกษมกลับหันไปเห็นคนหัวกระเซิง

คนหนึ่งเดินมา

“คะ...คุณภัสสร”

“เอางี้..นายไปจัดการพัมกิ้น ส่วนภัสสร ชั้นจะจัดการเอง”

อัษฏาเสนอใช้แผนสวิงกิ้งก่อนเกษมจะพยักหน้าแล้วแยกกัน

แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีใครอีกคนโผล่มา....

“ใครน่ะ เกษม”

อัษฏาถามพลางมองใบหน้าชายหนุ่มผมดำที่ค่อยๆ ปรากฏท่ามกลางความมืด...

“คะ...คุณเกียร์!!!!!!”

ห้องที่ 2 กานดา-มินท์

“ไหนบอกชอบชั้นไง ดูดิ๊มาเต็มเลย!!!”มินท์กระชากคอแม่นางกระดิ่งทองที่สมาชิกในห้องไม่ได้มีแค่

พวกเขา เรียงนามได้ดังนี้ ภัสสร เลททัช มัจฉา วิริยา และสาวน้อยหมู่บ้านคันไซต์

“ง่า...ไว้เคลียร์ทีหลังได้ปะ”กานดาหาทางเอาตัวรอด

เมื่อเหล่าคู่กรณีที่เป็นสาวเล็กสาวน้อยแห่กันมาเพียบทำเอาอีกฝ่ายชักฉุน

“เออใช่!! ชั้นยังไม่ได้ดูข้อมูลอาชีพนี้เลย กานดาฝากล่อเจ้าพวกนั้นก่อนน้า~”

ยังไม่ทันที่แม่นางกระดิ่งทองจะตอบ เจ้าจอมเวทหนุ่มก็โยนเธอเข้าไปในวงมือที่3ซะแล้ว

“งึมๆ...อ้าวไม่ใช่สายเวทแท้เหรอเนี่ย...”มินท์พึมพำ

“แว้กกกกกก”กานดาร้องด้วยเสียง18หลอดขณะโดนวิริยาสร้างดาเมจ3000ใส่เต็มๆ

จนเลือดกระฉูดเต็มปาก แต่แม่นางกระดิ่งทองก็ใช้จังหวะที่วิริยาแทง

LEGENDARY WINGใส่ คว้าอาวุธชื่อยาวของวิริยามาแล้วตั้งท่าจะเตะสวน

หากแต่จิตใต้สำนึกของเขามันยั้งการกระทำของเขาไว้

เลยโดนสาวน้อยจากหมู่บ้านคัลไซต์ด้านหลังที่ใช้ช่องว่างนี้ฟันเข้าให้เต็มรัก

“เอ...ท่านี้แรงเวอร์แหะ...ดีเลย์กับเวลาร่ายเยอะไปหน่อย...”

“จัสติสเรย์!!”มัจฉาเรียกอาวุธคู่ใจออกมา

“อ๊ากกกกกก”กานดาหลบจัสตินเรย์ได้อย่างฉิวเฉียด

ตูม!!!

อภิมหาการทำลายล้างด้วยจัสตินเรย์ที่ทำเอาแม่นางกระดิ่งทองที่ถึงแม้จะหลบพ้นแต่ก็โดนคลื่น

พลังซัดหอบไปเจอภัสสรที่ดักยิงด้วยปริซึ่มช็อต

“ว๊ากกกกกกกกก”

“แต่ประยุกค์ ตรงนี้ช่องว่างตะกี้ก็จะหายไป....”

“มินท์ช่วยด้วย!!!”กานดาแหกปากร้อง

“แปปหนึ่ง~”คนที่ไม่ถูกไล่ฆ่าตอบอย่างใจเย็น

กานดาดูเหมือนจะใกล้วิกฤษเต็มขั้นเมื่อสาวสาวเดียวที่เขาพอจะพึ่งได้ไม่สามารถเข้ามา

ช่วยจัดการกับสาวเล็กสาวน้อยที่อยู่ในหัวเขาได้

“ฮึ้ย!!”กระดิ่งทองหลบปังตอติดโซ่ยักษ์ของสาวน้อยร่างเล็กก่อนสวนด้วยหมัดเมก้าตัน!!

.”เสร็จ!!”

กานดาที่ฝืนใจออกอาวุธใส่เด็กสาวตรงหน้าส่งเด็กสาวร่างเล็กปลิวไปไกล

หากแต่ช่วงที่เขาจัดการสาวน้อยตะกี้ ภรรยาน้อยที่เหลือก็ตามเข้ามาจับเขาไว้ทันที

หมับ!!

“เฮ้ย ปล่อยนะไอบ้า!!!”กานดาที่โดนเลชทัชคว้าไว้ร้องกรี๊ด

สวบ!!!

หอกมืดปริศนาขนาดยักษ์พุ่งตกจากฟ้าเข้าเสียบเจ้าหื่นก่อนที่GMสมมุติจะกลายเป็นไอหายไป

“โทษที เสียเวลาไปนิด”

มินท์โผล่มาพร้อมคว้าหอกด้ามยาวสีดำที่มีกลิ่นไอแห่งความมืดอัดอยู่เต็มพิกัดขึ้นมาถือเป็นอาวุธคู่กาย

“มินท์ หอกนั้น?”แม่นางกระดิ่งทองร้อง

“อ้อDark slayerน่ะ อาชีพนี้ดูเหมือนจอมเวท แต่ที่จริงมันเป็นสายผสมกับพวกสู้ระยะประชิด....

ท่าทางHightClassซะด้วยสิ ตอนนี้คนเก่งๆกันก็แค่Class2เอง ท่าทางจะได้อาชีพแรร์มาแล้ว”

...............................

ด้านนอกโฆษกผู้น่าลัก(พิมพ์ถูกแล้ว)กำลังบรรยายอย่างเมามันส์ถึงมารหัวใจของแต่ละคู่

“ดูคู่แรกสิครับ~ โอ้~ คุณผู้หญิงมีกิ๊กสองคนซะด้วย อ๊ะ แล้วไปวิ่งหนีเขาทำไมล่ะ

สงสัยกิ๊กจะน่ากลัวจัดแฮะ ”

“นั่นมันเจ้าเกียร์นี่”วิศนะพูดหลังจากสงบสติอารมณ์เรื่องน้องสาวได้สักพัก

“ดูนั่นๆ มีเค้าด้วยล่ะ^0^”ภัสสรพูดพลางชี้ไปที่จอที่อยู่บนห้องหมายเลขสองแล้วกระโดดโลดเต้นดีใจ

“กานดาคิดถึงเค้าแน่เลย>///<”

“ไม่รอดแน่”แครอทเปรยเมื่อเห็นเกียร์รวมอยู่ด้วย

“ดูห้องที่สองสิครับ โจทย์เยอะจัดเลย ดูท่าทางคุณผู้ชายจะเจ้าชู้ มีกิ๊กตามมาเป็นพรวนเลยครับ...

อ้ะ ผู้หญิงคนนั้นใช่คนเดียวกับ มือที่สามของห้องแรกรึป่าวครับเนี่ย

ไม่แน่นะครับ ถ้า2คู่นี้เจอกันอาจจะตบกันต่อหลังเวที”

“มีเค้าด้วย กานดาไม่กล้าทำร้ายเค้า เห็นปะๆ”อัศวินผมเรียบชี้ไม้ชี้มือทำให้คนแถวนั้นชักไม่อยากเข้า

ใกล้เนื่องจากกลัวโรคโก๊ะ จะติดต่อทางอากาศ

“อ๊ะ! ห้องสาม...อะไรกันน่ะ!”

.........................

ห้องที่ 3 ?-?

“จิ๊บบี้น่ะ ของชั้น แล้วท่านพี่น่ะของใคร!”หญิงสาวผมดำในชุดยมทูตร้องพลางชี้ไปที่จิ๊บบี้ที่นั่งปุกปุย

อยู่ ก่อนกระชากคอเจ้าหนุ่มหัวส้มที่ตกเป็นเชลยในข้อหา แอบชอบพี่ชายเพื่อนโดยไม่รู้ตัว

“ของเธอเองรึเปล่า เหอะ เธออาจจะเป็นพวกรักพี่รักน้องโดยไม่รู้ตัวก็ได้”เจ้าตัวว่าก่อนหันมาซัดกันเอง

ปล่อยให้ท่านพี่ เบียคุยะ นั่งจิบชากับกระต่ายมองทั้งคู่สู้กันอย่างเพลิดเพลิน

................
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Fri May 08, 2009 6:15 pm

โอ้วววววววววว กานดาชอบเลททัช 5555555555555

แล้วเมื่อไหร่ภัสสรจะเลิกโก๊ะคับ(มันน่ารักเกินหน้าเกินตามินท์ของผม)
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Fri May 08, 2009 7:15 pm

ตอนที่ 12

สวัสดีครับ ผม นันทกร จะมาทำหน้าที่บรรยายนะครับ^^

วันนี้เป็นวันโชคดีของผม ผมได้อยู่ใกล้ชิดกับมัจฉาสาวน้อยน่ารักที่เป็นนางฟ้าในดวงใจของผม

วันนี้จะต้องมีเรื่องๆ ดีๆ แน่นอน~ โอ๊ะ! ใช่ ผมลืมบอกไปอีกอย่าง

มือของนางฟ้าที่สถิตกลางดวงใจของผมน่ะ นิ๊ม~นิ่ม~>///<

“อ้าวพวกนาย เข้าไปในบ้านแล้วร้องเรียกเจ้ากานดาซะ”เสียงหวานๆ ของนางฟ้าพูดข้างหูผม

ถึงแม้จะฟังดูห้วนๆ ไปนิด แต่ผมก็รู้ดีว่าแฝงไปด้วยความห่วงใย^w^

แน่นอน ผมไม่มีทางทำให้นางฟ้าของผมต้องผิดหวัง

ผมกับไอ้คนที่หน้าหล่อไม่เท่าผม เดินไปทำตามคำสั่งที่หัวใจของผมเรียกร้อง

“เฮ~! ไอ้กานดา!”ผมร้องตะโกน

ทันใดนั้นเองก็มีมารหัวกระเทียมโผล่มามองหน้าผม ทำเอาใบหน้า

หล่อๆ ของผม ต้องบูดเบี้ยว=[]=

“อ้าวหนูที่เรียกชั้นว่าลุงนี่นา อย่างงี้คงต้องแก้แค้นสิเนอะ...^^”

ลุงผมยาวพูดพลางยิ้มให้ผม เฮ้ย! อย่าเข้ามานะโว้ยยยย! กุมีพระหลวงพ่อหารนะเมิง!!!!

“ชั้นว่าคนผมเขียวดูเข้าท่า...ชั้นปิ้งตั้งแต่ตอนนั้นแล้วละ...เสียดายมีเจ้าเกียร์เข้ามายุ่ง”

เอ๊ะ! หมายความว่าไง ไอ้หน้าแต๋วนี่มันน่าสนใจมากกว่าคนหน้าหล่อๆ อย่างผมเหรอ แต่...

จะว่าไป...มันไม่สนใจน่ะดีแล้วเพราะผมชักรู้สึกเสียวสันหลังวูบๆ แล้วสิ-. .-

“งั้นชั้นต่อคนที่เสร็จก่อนแล้วกัน..”

อะ...เออ..พวกแกคงไม่ได้คิดจะทำอย่างที่ชั้นเข้าใจนะ.... ไม่ทันไร

พวกมันหันหน้ามามองผมกับเกษมที่หน้าหล่อน้อยกว่าผม

“ว้ากกกกกกกกกกกก~!”

ผมกับเกษมร้องพร้อมกันแล้วหันหลังโกยทันที ไม่ต้องห่วงนะครับ มัจฉา

ไม่ว่ายังไงผมจะต้องรักษาความจิ้น ไว้จนถึงวันนั้นของเราให้ได้!!!

ผมวิ่งรักษาความจิ้นไปพร้อมกับเกษม ก่อนผู้ชายที่ตอนแรกมากับเจ้าเกษมจะวิ่งผ่านหน้า ไปด้วยความเร็ว

120 กม./ชม. ชั่วเสี้ยววินาที หมอนั่นก็คว้าเพื่อนรวมชะตากรรมของผมไปด้วย

ส่วนร่างของ ผมก็ไปชนกับ ผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะวิ่งตามคนเมื่อกี้มา

“พัมกิ้น~จับน้องหนูนั่นซิ~”ลุงกระเทียมนั่นพูด....ฮะ...เฮ้ย พวกเดียวกันเหรอฟ่ะ=[]=

“ย้ากกกกกกก~!”

ผมระเบิดพลังไซย่า วิ่งชนไอ้คนที่ขวางทางผมก่อนจะไปเจอผู้ชายอีกสองคนที่วิ่งมาอีกทาง

ซึ่งผมก็ไม่ได้คิดอะไรนอกจากวิ่ง แต่...

“โอเนี่ยน! โทเมโท! จับน้องหนูเร็ว!!!”

ทำไมพวกมันเยอะงี้ฟร่ะ!

อ้าก~! ต่อให้มีโงกุนสัก 10 ตัวก็คงช่วยผมไม่ได้แล้วล่ะ

เวอร์จิ้น จ๋า ชั้นลาก่อน มัจฉาผมขอโทษT0T

ผมไม่สามารถรักษาจิ้นนี้ไว้ให้คุณได้Y_Y

กระซิก....กระซิก....

ณ สำนักงานGm

“เอาน้องหนูไปขึงบนโต๊ะแครอทดีกว่า^_^”การ์ลิคพูดพลางหยิบนันทกรใส่หลัง เหมือนสัมภาระ

ระหว่างทางที่จะไปที่แผนกพวกเขาเดินผ่านบุคคลมากหน้าหลายตาที่มองพวกเขาเป็นตาเดียว(ก็แหงล่ะ)

“เออ...พวกคุณทำอะไรค่ะเนี่ย”สาวๆ แผนกใกล้ๆ เอ่ยถามพลางมองนันทกรที่แหกปากร้องโวยวาย

“ปล่อยกูนะโว้ย ปล่อยยยยยยยยย!!!!!>[]<”นันทกรร้องลั่นพลางขัดขืนสุดชีวิตพลางเอากำปั้นทุบ

ไอ้ลุงกระเทียม ที่ยังด้านมือด้านเท้าไม่สนใจสิ่งที่เขาพยายามทำ การ์ลิคยิ้มระรื่นก่อนตอบสาวๆ ไปว่า

“ก็หลานผมน่ะครับ ซนมาก แถมที่บ้านยังไม่มีใครอยู่ ผมก็เลยต้องเอามาเลี้ยง”

“ปล่อยกู~ปล่อยซะทีสิโว้ยยยยยยยยย!!!!”นันทกรร้องลั่น แต่การ์ลิคก็ยังยิ้มระรื่น

“แย่จังเลยครับซนใหญ่แล้ว”

“พวกคุณอย่างไปเชื่อ ไอ้พวกนี้มันลักเพศ มันจะจับผมไปxxxอย่าไปเชื่อมัน! ช่วยด้วย!!!”

นันทกรดิ้นรนร้องเรียกให้คนช่วย ทำเอาทุกคนมองหน้ากันเลิกลั่ก

“แย่จังเลย ผมคงต้องให้แกกินยาแล้วล่ะ”

“อ้าว ทำไมล่ะค่ะ”สาวคนเดิมถามก่อนการ์ลิคจะทำท่ากังวล

“เด็กคนนี้เขามีปัญหาครอบครัว แกชอบเรียกร้องความสนใจน่ะครับ ”

การ์ลิคเล่นบทสมจริงแล้วเดินไปที่แผนกของตัวเอง

“พวกคุณไม่เชื่อก็ลองมาดูเซ่! ว่าไอ้พวกนี้มันจะทำอะไรกับผมมมมมมT[]T”นันทกรร้องขอให้

พิสูจน์เมื่อความเชื่อเริ่มเอนเอียงแตกฝ่ายแตกพักแตกพวก

“เฮ้อ~ผมจะทำยังดีครับเนี่ย”การ์ลิคพูดพลางกุมขมับขณะนั่งอยู่ในแผนกของตัวเอง โดยนันทกรโดน

จับมัดบนเก้าอี้ ก่อนโอเนี่ยนจะพูดออกมาว่า

“น่าสงสารนะ เคี๊ยกๆ ต้องมาโดนจับมัดแบบนี้”

“นั่นสินะ”เลมอนกล่าวพลางมองไปที่นันทกร

“ถ้าสงสารก็ปล่อยซิฟ่ะ ไอ้หื่น!”นันทกรฮุกสวน

“ผมไม่อยากจับแกมัดแบบนี้เลยครับ ตอนเด็กๆ น่ะ แกออกจะเป็นเด็กน่ารักแท้ๆ ”

การ์ลิคผู้มีศักดิ์เป็นลุงกล่าวกับหลายๆ คนที่มามุงดู ทำเอาทุกคนชักเริ่มตายใจ

“ไอ้ลุงกระเทียม ปล่อยชั้นน้า~!!!!!Y[]Y”เมื่อทุกคนเริ่มมีความเห็นคล้อยตามเหมือนใบหญ้า

โดนลมพัด ทุกคนก็กลับไปทำงานปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ญาติไปต่างจังหวัดหมดแล้วใช่ไหม”การ์ลิคถามก่อนราดิชกับโทเมโทจะมองไปรอบๆ ประตู

“ใช่ ไปต่างจังหวัดกันหมดแล้ว”ทั้งสองตอบ การ์ลิคยิ้มระรื่นให้น้องเป็ดที่ตัวสั่นงันงก

verb ช่วยของผมไม่เหลือแล้ว vearb to do,verd to be,verb to haveถูกใช้ไปหมดแล้ว

“เอาล่ะ มาจัดการกันดีกว่า เคี๊ยกๆ”โอเนี่ยนพูดก่อนทุกคนจะจัดการโยกย้ายเจ้าเป็ดจากเก้าอี้

ไปบนโต๊ะแทน

“ทำไมต้องไว้บนโต๊ะแครอทล่ะ”ราดิชถามก่อนการ์ลิคจะตอบว่า

“ก็คราวที่แล้วน่ะ เรารื้อโต๊ะชิลลีซะกระจุยน่ะสิ กว่าจะเจอแหล่งกบด่าน^^”

“ว้ากกกกกก ปล่อยช้านนนนนนนนนTOT”นันทกรดิ้นเหมือนไส้เดือนลนไฟ

ขณะอยู่ในอ้อมอกของโอเนี่ยน

“นี่ ชั้นก่อนนะ เพราะชั้นช่วยแก้ต่างให้^0^” การ์ลิคพูดก่อนโทเมโทจะเสนอว่า

“ทำไมต้องให้มันยุ่งยากล่ะ รอบแรก 4 p รอบสอง 3 p เป็นไง”

“เออ....ก็เข้าท่าแฮะ เคี๊ยกๆ ไม่ต้องรอนานด้วย”โอเนี่ยนพูดก่อนทุกคนจะล้อมวงเตรียมโอน้อยออก


จับกลุ่มว่าใครจะรอบแรกใครจะรอบสอง หากแต่ก็มีญาติที่ลืมของทิ้งไว้

“O_O”<<<<หน้าญาติแผนกข้างๆ

“- -;” <<<<หน้าเหล่าสลัดผัก

“YvY”<<<<<เจ้าเป็ด...รอดแล้วกู...มี Verb มาช่วยแล้ว..

“จับเขาขึงไว้บนโต๊ะทำไมล่ะค่ะ O[]O” ”การ์ลิคยิ้มระรื่นก่อนพูดว่า

“จะให้แกกินยาน่ะครับ เพราะว่า แกไม่ยอมกลืน”

“อย่าเชื่อมันครับมันจะxผม ช่วยด้วยยยยยยยยย Help me Please~!!!!”เจ้าเป็ดกระแดะ

เก่งอังกฤษขึ้นมากระทันหันหลังจากตกอังกฤษมาสองวันซ้อน เพราะมีVerbมาช่วย

“โถ่~น้องอย่าดื้อสิ ให้พี่เขาจับกินยาดีๆ เถอะ ไม่กวนแล้วนะค่ะ”ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็หยิบกระเป๋า

ที่ลืมไว้แล้วจากไป

“ม่ายยยยยยยยยยย~T[]T”เป็ดร้องลั่นเมื่อVerbตัวสุดท้ายหายไป

“หึหึ..”


ตื่นขึ้นมา...ผมก็รู้ว่า...ผมไม่สามารถกลับไปเหมือนวันนั้นได้อีก....วันที่ผมยังเวอร์จิ้นT^T

ที่สำนักงานGM มันคือนรก ที่ผมต้องทนทุกข์ทรมาณกับGM ที่มองผมเป็นขนมขบเคี้ยวที่หน้าหล่อ

แล้วพวกมันก็จะทิ้งผมกลับบ้านไปอย่างไม่ใยดี...แต่...ก็ดีแล้ว

ผมจะต้องหาทางหนีกลับไปหานางฟ้าของผมให้ได้! รอก่อนนะมัจฉา~T0T

โปรดต้อนรับผม ด้วยแววตาหยิ่งๆ และน้ำเสียงเชิดๆ

ที่ทำให้ผมหลงใหลและตื่นจากฝันร้ายรอบตัวของผม

“อ๊ะ! ลืมของ”ไอ้กระเทียมหื่นนั่นพูดขึ้นมา ก่อนหันมามองผมที่ถูกจับขึงอยู่บนโต๊ะ

มะ...หมายความว่า ไงหรือมันคิดจะเอาผมกลับบ้านกับมันด้วย!!

ชั้นไม่เข้าไปในถ้ำสัตว์ร้ายของพวกแกหรอกนะเฟ้ย! ฮือ~หลวงพ่อหารก็ช่วยไม่ได้แล้วT_T

“ต้องเอาเจ้านี่กลับบ้านไปด้วย เดี๋ยวหนี ว่าแต่จะเอาไปบ้านใครดี”

“บ้านชั้นๆ”คุณลุงหื่นกลิ่นกระเทียมพูดพลางกระโดดเหยงๆ

ม่ายยยย ชั้นไม่อยากไปบ้านแก ชั้นไม่อยากตกเป็นเบี้ยล่างแกอีกแล้ว ม่ายยยยยย ..

โอ๊ะ แต่ตอนมันหลับเราก็หนีได้นี่หว่า...เรานี่มันฉลาดล้ำลึก 555+

“บ้านชั้นมีNUสองเครื่อง จะได้ดูแลทั่วถึงเลย~เนอะ น้องหนู~^w^”

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกม่ายยยยยยยยยยยยย~”เจ้าพวกนี้มันคิดจะทารุณผมในเกมด้วย...

แต่ ไม่เป็นไร ในเกมผมไม่ได้อยู่กับพวกมันซะหน่อย

และผมก็จะได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ และมัจฉา
.
.....................

หึ...หึ ผมเข้ามาในเกมแล้ว ไอ้พวกนั้นไม่มีทางรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน...แต่....ทำไมไม่มีใครออนเลยฟ่ะ...

ขณะนั้นเองในโลกแห่งความเป็นจริง...

มัจฉากับวิริยากำลังหนีผี

วิศนะกับพัมกิ้นกำลังกอดกันอยู่

แครอทถูกขึง

กานดากำลังโดน2สาวทารุณกรรม

“จ๊ะเอ๋~”เสียงที่ฟังดูคุ้นหูและให้ความรู้สึกสยองแบบแปลกๆ

ผมค่อยๆ หันไปอย่างสโลโมชั่น

อ้ากกกกก~! กระเทียมหื่นนนนนนนนน

.....................

พริบตานั้นเองที่เหล่าเมียเล็กเมียน้อยของกานดาพุ่งเข้ามาจากทุกสารทิศ

กานดาที่ตกเป็นจำเลยรักร้องออกมาไม่เป็นภาษา พลางคิดว่าคราวหน้าจะไม่หลายใจอีกแล้ว

“ว๊ากกกกก”

แม่นางกระดิ่งทองกรีดร้องก่อนที่เมียหลวงจอมเวทจะคว้าเขาไว้แล้วเริ่มร่ายเวท

“ชาจ์ตพาว!!!”

คลื่นความมืดแผ่ออกมาเป็นวงก่อนที่ จะทำให้เหล่ามือที่3ปริวกันไปคนละทาง

“ชิ เปลืองMPกว่าที่คิดแหะ หายไปครึ่งหลอด เอ้า เอาไปกิน!!”

มินท์บ่น แต่ถึงกระนั้นท่าเมื่อครู่ก็รุนแรงขนาดทำให้HPของอีกฝ่ายลดลงฮวบฮาบ

และเมื่อเห็นว่าวิริยาที่เหลือHPน้อยสุดมินท์ก็จัดการพุ่งหอกมืดในมือ

เข้าใส่ทันทีทำให้สามารถเก็บศัตรูหัวใจคนที่2ไปได้

เปรี้ยงๆๆๆ!!

ภัสสรที่เล็งยิงมาแต่ไกลเปิดฉากสาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง

“กานดาดีเฟ้นที ตัวนี้HPแค่4000เอง!!”

มินท์โยนแม่นางกระดิ่งทองที่สำลักน้ำเลือดใส่ภัสสรเป็นการแก้เผ็ด

ก่อนจะหันไปเจอมัจฉาที่ร่ายเวทบางอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว

เปรี้ยง!

เวทสาย สายฟ้าผ่าลงเต็มร่างจอมเวทหนุ่มเปรี้ยงเดียวทำเอาHPที่มีอยู่น้อยนิดลดฮวบ

“หว่า~สายเวทไรเนี่ยไม่ทนเวทเลย”มินท์บ่นอุบอิบขณะวิ่งหนีสายฟ้าที่ตามมาผ่าใส่หัวเธอ

ส่วนมือก็ร่ายเวทฮิวให้ตัวเอง

หวึบ!!

สาวน้อยคัลไซต์โผล่มาตรงหน้าขณะง้างบังตอเตรียมฟาดใส่ แต่มินท์กลับยิ้ม

หมับ!!

มินท์คว้ามืออีกฝ่ายไว้ก่อนที่อีกมือจะเกิดไอสีดำพวยพุ่งออกมาอย่างต่อเนื่อง

แล้วจัดการซัดมือข้างนั้นใส่จนสาวน้อยคัลไซท์สลายไปพร้อมความมืด

แต่ยังไม่ทันที่มินท์จะดื่มPotionฟื้นMPหรือกานดาจะได้จัดการภัสสร.....

เรดชิฟฟ์!!!

“ว๊ากกกกกก/เฮ้ย!!”กานดากับมินท์เบิกตากว้าง

เมื่อสุดยอดแห่งศาสตร์ตราวุธจัสติสเรย์จัดการงัดท่าไม้ตายออกมาหมายจัดการพวกเขาไปทีเดียวพร้อมๆกัน

//ขี้โกง มันชาร์ตตอนไหนฟะ!!!//

ตูม!!!

...................................

“ในที่สุดก็ได้ผู้ชนะครับ คู่ของคุณกานดาและคุณมินท์ครับ~ ดูสิครับสะบักสะบอมน่าดู”

โฆษกที่ลักพูดพลางชี้ไปที่แม่นางกระดิ่งทองกับจอมเวทหัวม่วง ที่ออกมาจากห้องสำเร็จ

“ห้องอื่นล่ะครับ เป็นอย่างไรกันบ้าง ห้องที่สามฟัดกันนัวเนียเลยครับ แต่มารผจญของพวกเขาก็ยังคงนั่ง

จิบชา ส่วนห้องที่ 1 สภาพดีเยี่ยมไม่มีใครเป็นอะไรเลย ยังคงวิ่งหนีกันอยู่ในห้องนะครับ~!”

โฆษกไล่เรียงก่อน มารผจญในห้องจะหายไปจากหน้าจอ ผู้เข้าแข่งขันพานพบประตูที่หายไปอีกครั้ง

“มอบรางวัลดีไหม.....ไม่ดีหรอกครับ เพราะของรางวัลยังไม่มา”

จอมเวทหัวม่วงทำท่าจะกระโดดขึ้นมากระชากคอ เจ้าโฆษกขี้เล่น

“ล้อเล่นครับ ล้อเล่น” ว่าแล้วโฆษกก็หยิบยาละอองดาวขึ้นมา...

“อุ๊ย! หลุดมือ”ว่าแล้วยาละอองดาวสองกระปุกก็กลิ้งๆๆๆๆๆ ลงเนินไป...

“=[]=” <<<<<มินท์

“ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อยครับ บะบาย^^;”

โฆษกกล่าวจบก็ชิ่งออกไปทันที ผิดกับมินท์ที่ยืนอ้าปากค้าง

//แกล้งชัดๆ-*-//<<<<ผู้ชมทุกคนคิด

“อ้ากกกกกกกก~!”มินท์ร้องลั่นก่อนใช้วิชาตัวเบา วิ่งไปหายาละอองดาว

“เฮ้ย! มินท์ รอด้วย!”แม่นางกระดิ่งทองร้องก่อนวิ่งตาม และตามด้วยอัศวินผมเรียบที่วิ่งตามไปติดๆ

วิศนะกับแครอทมองหน้ากันอย่างหน่ายๆ แล้วเดินตามไป

“เอายังไง ดีล่ะครับ คุณอัษฏา”เกษมถอนหายใจเฮือกก่อนมองไปที่สาวน้อยอัษฏาที่ยืนหน้านิ่งไม่

ไหวติงต่อสิ่งใดอยู่ข้างๆ เขา

“...”พลันบางสิ่งเดินตะคุมๆ มาจากชายป่า สายตาสอดส่ายหาบางที่สิ่งที่หมายปอง..

“อ้าว....เมื่อกี้ยังอยู่แถวนี้เลยนี่..”เสียงของใครคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างผิดหวัง...

คนที่เขาคิดอยากพบเจอมิได้อยู่ที่นี่.... เขาทรุดตัวลงกับพื้นพลางมองไปรอบๆ ก่อนจะเห็น

ใบหน้าที่เขาคิดว่าคุ้นๆ อยู่...นั่นมัน...เจ้ารองหัวหน้ากลุ่ม 2 นี่นา...งั้นก็ คุณอัษฏาต้องอยู่แถวๆ นี้ล่ะสิ...

ร่างนั้นคิดพลางพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ พลางมองไปรอบๆ อีกครั้ง...ไม่มีวี่วาวของหัวหน้ากลุ่ม 2

เด็กผู้หญิงนั่น...หน้าตาคุ้นๆ แฮะ... ว่าแล้วเขาก็ค่อยๆ เดินเลียบเคียงไปจนใกล้สองคนนั้นอย่างไม่รีบร้อน

“แล้วทีนี้ ผมจะทำยังไงดีล่ะครับ คุณอัษฏายังไม่ได้แก้เคิร์สแบบนี้..”

“ช่างเหอะ..”อัษฏาร่างหญิงกล่าวอย่างไม่ใส่ใจก่อนเสียงหนึ่งจำกระซิบข้างหู

“ผมช่วยไหมครับ...คุณอัษฏา”

“!!!”อัษฏาคว้าไม้เท้าขึ้นมาพาดคออีกฝ่าย(คิดว่าตอนแรกเฮียแกคงตั้งใจจะคว้าดาบนั่นล่ะ- -)

พัมกิ้นยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนโฆษกที่หายหัวไปจะปรากฏตัวชี้หน้าพัมกิ้นพลางพูดออกไมค์เสียงดังว่า

“โอ้~มารหัวใจของคู่ที่ 1 ปรากฏตัวแล้วครับ”

เจ้าตัวว่าแล้วก็หายวับไปอีกรอบ สร้างความแตกตื่นให้กับ

ผู้ชมที่ตกค้างอยู่ พัมกิ้นหัวเราะแหะๆ ก่อนพูดออกมาว่า

“นี่ผมกลายเป็นมารหัวใจไปแล้วเหรอครับเนี่ย...”ด้วยท่าทางโก๊ะๆ แบบปิศาจฟักทอง

ทำให้ได้คะแนนแม่ยกไปด้วย

“อย่างงี้นี่เอง คุณผู้หญิงถึงได้รับเป็นอนุสามีนะครับ”

โป๊ก!

อัษฏาปาไม้เท้าในมือที่ใช้การไม่ได้ใส่หัวไอ้คุณโฆษก

“คุณอัษฏาครับ~ผมมียาแก้เคิร์สน้า~”ปิศาจฟักทองพูดพลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ทำให้อัษฏาผงะ

กระโดดหลบหลังเกษม.. ฟักทองผีหยิบยาละอองดาวที่มีรูปดาวคิกคุขึ้นมาพลางพลิกไปพลิกมาอย่างพิจารณา

“อะ...เออ...คุณอัษฏา บางทีเขาอาจจะมาดีก็ได้นะครับ”เกษมพูดพลางถูกอัษฏาดันเข้าไปใกล้

พัมกิ้นที่ยืนยิ้มตาตี่อยู่

“แต่....ก็อย่างว่าก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนนิดหน่อย....ว่าไงล่ะครับ...คุณอัษฏา..”

................

โซลไซตี้ ณ เซเรเทย์

คฤหาสน์ตระกูลคุจิกิ

“ท่านพี่ค้า~”ลูเคียร้องลั่นพลางวิ่งตามหาท่านเจ้าบ้าน ในใจนึกเจ็บใจที่นำกระต่ายจิ๊บบี้กลับมาไม่ได้

“หยุดนะ ยัยหัวหอมมมมม~”เสียงคุโรซากิ อิจิโกะร้องลั่นพลางคว้าหัวของยัยหัวหอมไว้

“พวกเจ้า....ทำอะไรกันน่ะ”เบียคุยะ ที่เพิ่งกลับมาจากหน่วย 6 มองน้องสาวบุญธรรม

กับเพื่อนชา
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Fri May 08, 2009 10:34 pm

เอ.....ข้อแลกเปลี่ยนของไอ้ฟักทองนี่มันอะไรน้า(ติดโรคโก๊ะมาจากภัสสร)
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby newjukrin on Fri May 08, 2009 11:26 pm

สนุกมากเลยครับ
ผมก็เล่น เด็กดีเหมือนกันครับแล้วผมจะแอดคุณนะครับ
newjukrin
Player
Player
 
Posts: 2
Joined: Wed Apr 22, 2009 9:16 pm

Postby Esper on Sun May 10, 2009 1:19 pm

ตอนที่ 13

“เออ....มัจฉา”

วิริยาเกริ่นถามมัจฉาอย่างกล้าๆ กลัวๆ เมื่อมัจฉาตัดสินใจให้เธอไม่ต้องไปทำภารกิจ

ร่วมกับพวกกานดา

“อะไรเหรอ”มัจฉาที่นั่งอ่านหนังสือถามกลับ

“...”มัจฉาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเด็กสาวผมทองก่อนยิ้มนิดๆ แล้วขยับกายเยื้องเข้าใกล้

“มะ...มัจฉา คือว่าชั้น...ชั้นแค่..อยากรู้ว่า...ที่เธอพูดวันนั้นน่ะ...มันจริงหรือเปล่าน่ะ”กระต่าย

ถามพลางหน้าแดงเรื่อมัจฉายื่นหน้ามองใบหน้าเข้มๆ ของเด็กสาวผมทองที่ตอนนี้ เลื่อนจากฐานะเพื่อน..

กลายเป็นอื่น มือของเด็กสาวนามมัจฉาลูบที่ใบหน้าคมๆ ของวิริยา กระต่ายสะดุ้งเฮือกก่อนปลาจะพูดว่า

“ชั้นพูดไปแล้วนี่....หรือต้องเข้ามารื้อฟื้นต่อในเกม” ใบหน้าของวิริยาเปลี่ยนเป็นสีก่ำ

มัจฉาหยุดหยอกกระต่ายไว้แค่นั้น

“เฮ้ย!”มัจฉาร้องลั่นพลางลุกขึ้นพรวด

“อะ...อะไรเหรอ มัจฉา”วิริยาถามขณะหน้าซับสีเลือด

“เจ้ากานดา!”

.................

มินท์ที่แก้เคิร์ตกลับมาเป็นหญิงได้แล้วจัดการลากกานดาออกมาซักฟอก

มือก็พลิกยาละอองดาวขวดสุดท้ายเล่นไปมา

ฝ่ายกานดาที่เก่งแต่หาเรื่องแต่แก้ไม่เป็นตอนนี้กำลังปวดหัวถึงขีดสุด

เพราะเขาเองยังไม่เข้าใจตัวเองเลย ว่าตกลงเขาชอบใครกันแน่ ใครคือคนที่เขารัก

เขารู้เพียงแต่ว่าเขาชอบเธอคนนี้ เขามีความสุขที่ได้อยู่กับเธอ เขาอยากปกป้องดูแลเธอ

เขาอยากอยู่ด้วยกันกับคนเธอ...ตลอดไป

แค่นี้มันพอจะเรียกว่ารักได้ไหม?

พอไหมที่เขาจะยืนยันกับคนตรงหน้าว่า “ฉันรักเธอ”

แต่ถ้าความรู้สึกนี้เรียกว่ารักก็แสดงว่าเขาก็รักภัสสรด้วยน่ะสิ...

แล้วการที่เขารู้สึกรักคน2คนพร้อมกันมันผิดไหม?

มินท์จะยอมไหมถ้าเขาบอกว่าเขาไม่ได้รักเธอคนเดียว

หรือว่าปัญหานี้จะยากเกินไปสำหรับเด็กม.ปลายที่วันๆเอาแต่เล่นเกมอย่างเขา?

แต่ระหว่างที่เขากำลังคิดจะหาทางหนี

สายตาเจ้ากรรมก็ดันไปสบกับแววตาน่าสงสารของคนรอคำตอบ

ที่ดูเหมือนกำลังรอคำตัดสินคุณค่าของการมีชีวิตอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“เธอฟังไม่ผิดหรอก ฉัน...รักเธอ”กานดาที่ถึงจะยังไม่พบคำตอบของตัวเอง

แต่เขาก็พบว่าตอนนี้คำคำนี้ได้หลุดออกจากปากเขาไปเป็นที่เรียบร้อย

“จริงนะ!!”

“อืม”

“สัญญาก่อน เกี่ยวก้อยด้วย”

“ห้ะ ห๊า?”

ถึงกานดาจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องสัญญาแต่มินท์ก็ดึงมือเขาไปเกี่ยวก้อยกับเธอเรียบร้อย

“ฉันมีเรื่องจะขอร้องเธอน่ะ”

มินท์ใบหน้าแดงขึ้นเล่นน้อยขณะเอ่ยปากพูด ใบหน้าแดงๆของเด็กสาวทำให้หัวใจ

เด็กหนุ่มเต้มตูมตามก่อนจะตบปากรับคำไปอย่างไม่ทันคิดราวกับต้องมนต์

กานดาที่จะมานึกเจ็บใจที่พลั้งปากพูดไปก็สายไปซะแล้ว ....

“กลับเป็นกานดาซะดีๆแม่นางกระดิ่งทอง!!!”มินท์ออกคำสั่ง

และเพื่อจะเป็นการกีดกันภัสสร เธอจึงพยายามจะยัดยาละอองดาวขวดเดียวที่เหลือใส่กานดา

“บ้าเหรอ ขืนไปในสภาพผู้ชายก็เสร็จพวกมันสิ!!”

“ตะกี้สัญญาแล้วนะ!!”

“มันคนละเรื่อง....แว้กกกกกก”

”จะทำอะไรน่ะยัยหัวม่วง อย่ามายุ่งกับกานดานะ!!!”

วิศนะกับแครอทที่เริ่มจะชินกับพฤติกรรมหาคู่ของทั้ง3มองหน้ากันหน่ายๆ

ตอนนี้พวกเขาเดินทางมาถึงบริเวณที่เป็นป่ารกร้าง ที่มีบรรยากาศ แห่งความมืดมนปกคลุมเต็มไปหมด

ต้นไม่แต่ละต้นหาใบยังยากเต็มที ฝูงนกกาที่บ่งบอกถึงลางร้ายก็จับกลุ่มบินมาไม่ขาดสาย ท้องฟ้าที่มืดมัวยิ่งทำให้

บรรยากาศดูน่ากลัวเข้าไปทุกทีๆ...

เจ้าคนที่ควรจะกลัวบรรยากาศแบบนี้ตอนนี้ก็ดันเข้าไปวิ่งเล่นไล่จับแบบหนังอินเดียกับแม่นาง

กระดิ่งทอง หากแต่ฉากไล่ล่าท่ามกลางทุ่งดอกไม้ได้เปลี่ยนเป็นทุ่งอัปมงคลซะอย่างนั้น

แล้วเจ้าตัวที่ไล่ตามก็หาได้เป็นสาวใช้ที่คอยตามโปรยดอกไม้แต่เป็น

คนที่ตอนที่แล้วถูกยัดเยียดบทมือที่3ให้จนเจ้าตัวชักไม่พอใจ

จนชักอยากจะเล่นบทนางร้ายไล่ตบนางเอกอยู่รอมร่อ

เปรี๊ยง~!

เสียงฟ้าผ่าดังขึ้นเสียดสีกับสายฝนที่เริ่มตกโปรยปราย

“ม่ายยยยยยย~!”เจ้ากานดาร้องแข่งกับเสียงฟ้า

วิ่งไม่ดูฟ้าดูฝนขณะที่สองสาวเริ่มมองบรรยากาศรอบข้าง ที่เริ่มทะมึนขึ้นเรื่อยๆ

“แว้กกกกก”แม่นางกระดิ่งทองร้องเมื่อวิ่งชนเข้ากับใครบางคนเข้า

เปรี๊ยง!

แสงสีขาวจากฟ้าผ่า ส่องแสงให้เห็นคนที่กานดาวิ่งเข้าชน เธอกำลังห้อยตัวกับต้นไม้..

โดยใช้เชือกแขวนอยู่ที่คอ... ใบหน้าซีดอมม่วงอมเหลืองอมดำอมเขียวอมขาวดูน่ากลัวยิ่งนัก

(ถึงจะไม่รู้ว่ามันเป็นสีอะไรก็เหอะ -..-)

“ว้ากกกกกกกกก~!/กรี๊ดดดดดดดด~!”มินท์กับกานดาร้องพลางกระโดดกอดกัน

พลั่ก~!

อัศวินหัวเรียบกระโดดถีบยัยหัวม่วงด้วยพิษหึง ร่างที่แขวนอยู่กับต้นไม้คอยๆ หมุนช้าๆ

หันมาหาพวกเขา.....

“อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกก~!O/[]\O”

เสียงของทั้งสามกรีดร้องก้องป่า(ช้า) ก่อนทั้งสามจะวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต

“พ้นรึยัง...?”แม่นางกระดิ่งทองถามก่อนทรุดตัวนั่งลงบนพื้นอันเปียกแฉะของป่าช้า

“พ้นแล้วมั้ง..”มินท์ตอบพร้อมกับทรุดตัวลงพร้อมภัสสร ก่อนอัศวินหัวเรียบจะหันซ้ายหันขวา..

“พวกพี่ๆ เขาไปไหนกันแล้วล่ะ”พอได้ยินภัสสรพูดเช่นนั้นทุกคนถึงได้รู้ตัวว่า....หลงซะแล้ว~...

เปรี๊ยง~!

“ว้ากกกกก~!”แม่นางกระดิ่งทองชาร์ตอัศวินหัวเรียบมากอด

มินท์ถึงจะกลัวแต่ก็อดไม่ได้กระโดดถีบขาคู่ทันทีเช่นกัน

“โอ๊ย~!”ภัสสรร้องหากแต่กานดาก็ยังคงแหกปากร้องว้ากๆๆ ไม่สนใจใคร

“ยังดีนะเนี่ยที่มีอะไรมารองไว้”ภัสสรพูดก่อนทั้งสามจะชะงัก....อะไรล่ะที่มารองไว้...

ทั้งสามค่อยๆ หันไป ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งนอนอยู่บนพื้นดินที่เปียกโชก ผมยาวสยายเปรอะเปื้อนดิน

ที่เปียกชุ่ม คอขาวๆ มีรอยเคี้ยวของบางอย่าง นัยน์ตาเบิ่งโพล่งราวกับเจอบางสิ่งที่น่ากลัว ใบหน้านั้นซีดเซียว

เหมือนกับคนตาย...คนตายงั้นหรือ...

เปรี๊ยง!

เสียงฟ้าฟาดอัสนีใส่แผ่นดิน ทำให้เห็นว่ารอบตัวพวกเขามี ศพหญิงสาวนอนตายเกลื่อน หากแต่ยังมีเงา

ของคนคนหนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางซากศพที่รายล้อม...เด็กสาวผมทองที่อยู่ในชุดราตรี หน้ากากสีเงินล้อมรอบนัยน์ตา

สีแดง ปากของเจ้าหล่อนยิ้มโชว์เขี้ยวคู่หนึ่งในปาก

“อ้ากกกกกกกกกกกก~!”ทั้งสองสาวกระโดดกอดกานดาพร้อมกัน ส่วนกานดากลัวจนลนลาน

เด็กสาวปริศนาวาดมือไปในอากาศ ศพหญิงสาวค่อยๆ ลุกขึ้นมา บางศพผุดขึ้นมาจากพื้นดิน ภัสสรกับมินท์น้ำลาย

ฟูมปากสลบคาแม่นางกระดิ่งทองที่ช็อคตาตั้งแต่ต้นแต่ดันไม่สลบเนื่องด้วยจากแม่นางเป็นผู้มีประสบการณ์

โชกโชน ถึงจะครองสติไม่ได้แต่ก็ไม่สลบ ร่างที่ดูไร้ชีวิตสาวเท้าเข้ามาใกล้พวกเขา และทุกร่างล้วนมีรอยกัดที่คอ

(ยังจะสังเกตอีก)

“กรี๊ดดดดดดดด~!”แม่นางกระดิ่งทองกรีดร้องลั่นก่อนใครบางคนจะปรากฏตัวขึ้น

ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย

“วิริยา!”แม่นางกระดิ่งทองร้องเมื่ออยู่ๆ เพื่อนหูกระต่ายก็โผล่มากลางวงพร้อมใช้อาวุธ

ปกป้องเขาจากเหล่าปิศาจร้าย

“มัจฉาส่งมาทำภารกิจน่ะ”เด็กสาวพูดหน้าตายเช่นเคยโดยไม่รอฟังกานดาถามก่อนลาก

กานดาออกมาจากวงล้อม แล้วเริ่มตีฟ่าออกไป

“เดี๋ยววิริยา มินท์กับภัสสรละ!!!”

“พวกนั้นไม่รอดแล้วละ แค่พวกเรายังเอาตัวแทบไม่รอดแล้ว”

วิริยาพูดปลงๆก่อนกานดาจะปล่อยโฮออกมาอย่างไม่สมชาย

“วิริยาระวัง!!!”

แม่นางกระดิ่งทองร้องเสียงหลงเมื่อเจ้าซอมบี้สาวกระโจนมาทางพวกเขา

แต่วิริยาก็ยังทำหน้านิ่งเฉยเช่นเคยก่อนจะลากเขาหลบฉากออกมา

แต่ทั้ง2ก็ต้องชะงักเมื่อเด็กสาวผมทองมาดักอยู่ตรงหน้าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

สิ่งที่กานดาคาดไม่ถึงก็คือวิริยาพุ่งอาวุธในมือใส่อย่างไม่สนใจ

จนอีกฝ่ายหายตัวไปในความมืดพร้อมกับบริวารของมัน...

“ขอบคุณนะวิริยา ขอบคุณๆ...”แม่นางกระดิ่งทองขอบคุณผู้ช่วยชีวิต ก่อนวิริยาจะหยิบบางอย่างขึ้นมา

มันมีโลโก้รูปดาวคิกคุ ออกมาช้าๆ...

“กานดา....กินซะ”วิริยาพูดเสียงนิ่งขณะสาวเท้าเข้าหากานดา

“มะ...ไม่นะ”

“กินสิ...”

วิริยาสาวเท้าเข้ามาทีละก้าว แต่กานดาก็ถอยเท้าลงทีละก้าวเช่นกัน

พื้นดินที่เปียกชุ่มเพราะสายฝนทำให้กานดาสะดุดและล้มลงกับพื้น

แต่วิริยาก็ยังคงเดินเข้ามาใกล้ เหมือนกระต่ายที่หิวกระหาย

เปรี้ยง!!

ฟ้าผ่าลงอีกครั้งทำให้เกิดเงาทาบทับลงบนใบหน้าของเด็กสาว

กานดาสาบานได้ว่าตะกี้เขาเห็นใบหน้านั้นกำลังแสยะยิ้มเหี้ยม

พร้อมดวงตาที่แดงฉานเหมือนกระต่ายที่กินแครอทอยู่ในนรกขุมที่18

มือของกระต่ายนรกตัวนั้นก็ยื่นยาละอองดาวออกมา...

“หึ หึ หึ...”กระต่ายร่างมืดหัวเราะด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหดอำมหิต

“มะ...ไม่นะ....ไม่ ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!”

...............

“เฮ้ยยย! เจ้ากานดา~”วิศนะร้องเรียกน้องสาวผู้เป็นอดีตน้องชาย เพราะกลัวว่าน้องเขย

กับน้องสะใภ้จะลากน้องเขาไปทำมิดีมิร้าย! นัยน์ตาสีแดงของวิศนะเหลือบไปเห็นร่างๆ หนึ่ง

กับคนอีกกลุ่ม

“หือ ..”แครอทครางเมื่อเห็นคนกลุ่มนั้นหันมาทางพวกเขา....และทั้งหมด...เป็นหญิงล้วน

ซอมบี้พวกนั้นน่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา แววตาแบบนั้น แววตาหิวกระหายเช่นนั้น!!!

ชิลลีกับแครอทเมื่อเห็นสายตาหิวโหยก็ทะยานขึ้นฟ้าหนีเอาตัวรอดทันที

หากแต่เป็นดวงซวยของแครอทหรือยังไงไม่ทราบ

หนึ่งในกลุ่มนั้น คว้าเท้าเขาไว้ได้ แครอทยังรั้นบินหนีต่อ ทำให้พวกซอมบี้ที่หิวกระหาย

จับกันเป็นโซ่มนุษย์ เหมือนนัดกันไว้ ก่อนซอมบี้ที่อยู่ที่พื้น จะยิงบางอย่างขึ้นมา มันคือเชือก!

เชือกนั้นคล้องมือเขาไว้ ถึงแม้พละกำลังจะมีเท่าใดแต่ก็ไม่สามารถต้านทานซอมบี้ที่หิวกระหาย

เหล่านี้ได้!

แครอทที่โดนสอยจากฟ้าเหมือนมะม่วงที่กำลังโดนสอย

หลับตาเตรียมรับความเจ็บปวดที่เขาคิดว่าจะได้รับจากคมเขี้ยว!

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น...

ทันทีที่ร่างของเขากลับลงมาสัมผัสกับพื้นดิน พวกมันก็กรูกันเข้ามาเหมือนเขาเป็นน้ำตาลที่ตกลงไปในรังมด

พวกมันใช้กำลังแย่งตัวเขากัน รุมทึ้งเขา บางตัวก็เริ่มตบตีกันก่อนที่

ริมฝีปากบางของเด็กสาวนับ10ที่กำลังรุมทึ้งเขาไว้ด้วยเชือกจะเริ่มขบตามส่วนต่างๆ

บนร่างกายเขาอย่างเบาๆช้าๆเหมือนกำลังจะพยายามลิ้มรสชาติให้ได้มากที่สุด

บางตัวขึ้นมาบนตัวเขาที่นอนแผ่อย่างหมดท่าอยู่กับพื้นก่อนที่จะเริ่มซุกไซ้ซอกคอพลางหายใจรดเขา...

หายใจ!?

บ้าน่า ผีอะไรจะหายใจได้

“พอได้แล้วตาชั้นมั่ง”ซอมบี้สาวอีกตัวกล่าวก่อนผลักเด็กสาวที่ขึ้นไปอยู่บนตัวแลครอทออกไป

“ถอยไปให้หมดเลย”

ซอมบี้กลุ่มที่เหลือว่าพลางคว้ากรรไกรจากไหนไม่รู้ขึ้นมาพร้อมกัน

“หะ เฮ้ย!”

“พวกเธอนั้นแหละ ถอยออกไปให้หมด ให้มาแกล้งกานดานะไม่ได้ให้มาปล้ำผู้ชาย!!!”

เด็กสาวผมทองตะหวาดขณะถอดหน้ากากออก

“ท่านมัจฉา TT^TT”เหล่าแรนเจอร์ครวญก่อนจะเก็บกรรไกรลงอย่างไม่เต็มใจนัก

............
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Sun May 10, 2009 5:18 pm

เพื่ออะไรคับคุณมัจฉา มันเสียเวลาทำภารกิจนะคับ

เสียเวลาทำภารกิจไม่พอ ยังขัดใจสาวๆเรนเจอร์อย่างแรง

กานดา เมิงตายแน่(โดน2สาวรวมมิตรประชาทัณฑ์)
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Mon May 11, 2009 3:06 pm

ตอนที่14

“ไปหาบ้านมาใหม่ซะ คืนนี้เราจะไม่นอนบ้านหลังนี้เด็ดขาด!!!”

เสียงของเจ้าพี่ชายจอมใช้กำลังขู่บังคับยังคงดังก้องอยู่ในหัว

ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะคุณพี่สุดที่รัก เกิดกลัวว่าเหตุการณ์จะซ้ำรอยน่ะสิ...

เพราะพวกนั้นรู้ที่กบด่านของพวกเขาแล้ว....

กานดาเองก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจถึงความสำคัญอันนี้ แต่การจะขอเอาคน3คนไปซุกหัวนอนน่ะท่าจะยาก

โดยเฉพาะหนุ่มหน้าโหด(แต่เกย์ชอบ)อย่างพี่เขาคงจะมีคนยอมให้นอนร่วมชายคาบ้านหลังเดียวกันยาก

กานดาคิดอย่างกลุ้มใจเรื่องหาที่นอนคืนนี้ขณะเดินไปโรงเรียนด้วยความไม่สบายใจ

โดยเฉพาะเรื่องของ2สาวที่ทำให้ใจเขาตอนนี้ปั่นป่วนสับสนไปหมด

“ดีจ้า กานดา~^^”เสียงคนหัวกระเซิงร้องทักพลางยิ้มกว้าง

1ใน2ที่เขากำลังคิดถึงโผล่เข้ามาทำให้กานดาที่กำลังเครียดเรื่องหาที่นอนมองหน้าอีกฝ่ายด้วยสายตาแปลกๆ

ก่อนจะขานรับไป

“อืมม์ ”

“ท่าทางเธอดูเครียดจังนะมีอะไรเหรอ บอกชั้นได้นะ”

กานดารู้สึกว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กสาวหัวกระเซิง อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับรอยยิ้มทักทายของอีกฝ่าย

ความเป็นกันเองของเธอทำให้กานดาไม่รู้สึกว่าเขาและเธอเป็นคนอื่นคนไกลกัน

“พี่บอกว่าให้ฉันหาบ้านใหม่น่ะ เขากลัวพวกนั้นจะมาอีก”

“งั้นมานอนที่บ้านฉันไหมละ ^^ ~”ภัสสรเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำเอากานดาสะดุ้งโหย่ง

“จะดีเหรอ”กานดารู้สึกกระดากใจที่จะไปนอนค้างบ้านผู้หญิง

“อืมม์!! แม่ชั้นไม่ว่าหรอก”ภัสสรว่าขณะเดินมาถึงประตูโรงเรียน

ขณะนั้นเองที่หน้าประตูโรงเรียนก็มีรถสุดหรูสีดำแล่นมาจอดก่อนที่อีก1ใน2ที่เหลือจะปรากฏตัว

“อ้าว หวัดดีกานดา ^^”มินท์โบกมือทักทายอย่างร่าเริงแต่ก็มีอันแข็งค้างเมื่อหันมาเห็นภัสสร

“มองอะไร ยัยคุณหนูปัญญาอ่อน!!”คนหัวกระเซิงว่าเข้าให้(กล้ามากนะเดี๋ยวนี้)

“แล้วเธอละ ยัยบ้านนอก!!”มินท์สวน(ท่าทางคิดคำด่าไม่ออก)

ขณะนี้กานดาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองอยู่ในการ์ตูนเรื่องExecutionalหรือละครเรื่องแจ๋วใจร้าย

ทั้ง2แง้งๆกันไปตลอดทางจนถึงห้องเรียน

“ห๊า กานดาจะไปค้างบ้านเธอเหรอ!!”มินท์ร้องอย่างไม่อยากเชื่อ

“ช่าย~”ภัสสรเอ่ยอย่างมีความสุขด้วยท่าทางเป็นต่อ

“ทำไมไม่บอกชั้นละ บ้านชั้นต้องใหญ่กว่ารูหนูของยัยนี่แน่”

มินท์ที่รู้สึกว่าอีกฝ่ายชักตอแยมากไปจึงสวนกลับอย่างชนิดเจ็บถึงใจ

“ว่าไงนะ!!”ภัสสรร้อง

“น่าๆหยุดเหอะ คนอื่นมองกันหมดแล้ว!!”กานดารีบเข้ามาห้าม

ใครจะไม่มองละ...นักเรียนใหม่สุดน่ารักมานั่งเถียงกับเด็กสาวหัวกระเซิงจอมขี้อายที่

ตอนนี้ปากกล้าขึ้นเยอะ เพื่อแย่งไอ้คนชื่อเหมือนผู้หญิง!!

“งั้น คืนนี้ชั้นจะไปด้วย”มินท์ว่า

“ได้ไง!!!”

“ฉันกลัวเธอทำอะไรกานดาน่ะสิ!!”

.........................

“นี่ไงบ้านเค้า^^”ภัสสรชี้พลางพูดแนะนำออกมาว่า

“ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรมาหาได้ทุกเรื่องเลยนะ โดยเฉพาะคุณพี่วิศนะ กับกานดานะ ยินดีบริการตลอดเวลา

เลย~^_^”คำแนะนำของภัสสรทำเอามินท์คิ้วกระตุก....เฮ้ย...เข้าทางพี่นี่หว่า....

แถมชิลลีทำท่าจะชอบด้วยแหะ...ตายล่ะ...

“แน่นอนอยู่แล้ว คุณน้องสะใภ้ ยังไงก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”วิศนะพูดพลางเล่ห์มองมินท์

ที่คิ้วกระตุกยิกๆ ส่วนภัสสรหน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุก ก่อนจะพาพวกกานดาเข้าไปในบ้าน

“แม่ค้า~หนูพาเพื่อนมานอนที่บ้านนะ^0^”ภัสสรร้องบอกขณะเปิดประตู

คุณแม่ก็โผล่หัวที่กระเซิงไม่แพ้ลูกสาวออกมาจากประตูก่อนมองหน้า”เพื่อน”ของภัสสร

“อ้าว เพื่อนหรือแฟนล่ะลูก แล้วคนไหนกิ๊กล่ะ พามาเผื่อแม่หรือเปล่า”แม่ของภัสสรถามพลางยิ้มกว้าง

ก่อนพ่อของภัสสรจะโผล่มาอีกคน

“เฮ้ย! พาผู้ชายเข้าบ้านได้ไง พ่อไม่อนุญาต พ่อกีดกัน พ่อไม่ want!”

“แต่แม่wantนะ^^”แม่ของภัสสรกล่าวพลางมองหน้าชายโฉดกับชายเฉยอย่างเคลิบเคลิ้ม

“ภัสสรมานี่!><”พ่อของภัสสรคว้าตัวลูกสาวก่อนกันภรรยาที่จะวิ่งโร่เข้าไปหา วิศนะกับแครอท

“ขวางทำไหม แม่จะพาแขกเข้าบ้านนนนนน!!!!”

“ว้ากกกกกก ลูกเมียช้านนนนนนนนน~!!!!!”

..............

“เมื่อวานที่หนูไม่กลับนะ มีกลุ่มก่อการร้ายบุกบ้านกานดาด้วยล่ะ”ภัสสรพูดเสียงเจื้อยแจ่วขณะ

นั่งอยู่บนโต๊ะกินข้าว โดยมีพ่อนั่งกันท่าอยู่ แม่ของภัสสรได้ยินก็ร้องกรี๊ดกร๊าดแล้วร้องถามภัสสรว่า

“น่ากลัวจังเลย!! ชื่อกลุ่มก่อการร้ายอะไรล่ะลูก>o<”

“กลุ่มสลัดผักNUค่ะแม่~><”ภัสสรกับแม่ทำท่าเอิ๊กอ๊ากพร้อมกันอย่างโก๊ะ

(รู้แล้วใช่มะภัสสรได้ใครมา เหอๆ)

“อย่ามาโกหกน่า เนียนเหรอ~ ชั้นไม่เชื่อพวกแกหรอก

พวกแกจะมาเกาะแกะลูกสาวกับเมียชั้นใช่ไหมล่า~!!”

พ่อของภัสสรพูดพลางหันไปมองกานดาที่โดนมินท์กอดแขนไว้กระหนุงกระหนิงมาก

ก่อนที่จะเปรยตาไปมองแครอทกับชิลลี ที่นั่งกินข้าวเฉยๆไม่สนใจใคร

“เฮ้ย! พ่อหลบไปหนูจะฆ่ามัน!>[]<”

ภัสสรร้องพลางทำท่าจะกระโดดไปกัดคอมินท์ก่อนแม่ของเธอจะสะดุ้งเฮือก!

“ตะ...ตายแล้ว พวกสลัดผักNUมันมาปลอมปนอยู่ในบ้านเราหรือเปล่านี่!”แม่ของภัสสรร้องลั่นก่อน

ดูจานที่ใส่ผักไว้ทุกจานแล้ววิ่งเข้าไปในดูในตู้เย็นต่อเพื่อให้แน่ใจว่าในบ้าน

ไม่มีกลุ่มก่อการร้ายแฝงตัวเข้ามาแน่นอน!

“แล้วไงต่อจ๊ะลูก”แม่ของภัสสรถามหลังจากไปตรวจดูแปลงผักชี กับต้นถั่วงอกยักษ์หน้าบ้านที่ภัสสร

ปลูกไว้ตอน ป.3 ปัจจุบันเป็นร่มเงาให้แก่บ้าน

(คนเขียนA:ยังเป็นที่สงสัยว่าทำไมมันไม่กลายเป็นถั่วเขียว- -

คนเขียนB:ก็เพราะคนปลูกเป็นภัสสรไง*-*)

“กานดาถูกจับด้วยล่ะค่ะT_T”ภัสสรพูดส่วนมือก็ดึงมินท์ออกมาจากกานดา แม่ของภัสสรกรี๊ดกร๊าด

“น่าสงสารจัง แล้วช่วยยังไงล่ะจ๊ะ”

“หนูกับมินท์ก็เลยช่วยกันค่ะ!^_^”

ภัสสรพูดก่อนแม่ของภัสสรจะตบมือลั่น เป็นขวัญกำลังใจให้แก่วีรสตรีทั้งสอง

“เฮ้ย! แม่จะไปเชื่อมันได้ไง ไม่ว่ายังไงวันนี้พ่อก็จะเข้าไปในเกมด้วย

ฉันไม่ยอมให้พวกแกมายุ่งกับลูกสาวชั้นหรอก!”

...............

หลังจากที่ภัสสรขอให้มัจฉาคุยกับพวกบาร์บาเรี่ยน ให้ช่วยโยนพ่อแม่เธอขึ้นสองแถวอวกาศมาหาเธอ

“คุณพ่อคุณแม่>w<”

อัศวินผมเรียบร้องพลางวิ่งไปกระโดดกอดพ่อกับแม่ที่เพิ่งเข้ามาในเกมเป็นวันแรก

“พบหน้ากันแล้ว~!”ทั้งสามร้อง

ภาพของครอบครัวดูซาบซึ้ง ก่อนทั้งหมดจะเริ่มสำรวจลูกของตัวเอง

“เฮ้ย! ภัสสร ไหงลูกเป็นผู้ชายล่ะ!”

พ่อของภัสสรร้องก่อนแม่ของภัสสรจะเอามือทาบหน้าอกของลูกสาว

“หายไปตั้งเยอะอ่ะ แม่อุตส่าห์ให้มา....แถมเว้าลงอีกT_T”

“หนูโดนเคิร์สค่ะ คุณพ่อคุณแม่T______T” ภัสสรร้องไห้แล้วอธิบายให้พ่อแม่ฟังน้ำตานองหน้า

ก่อนแม่ของภัสสรจะหันมาเห็นพวกกานดาแล้วโผล่เข้าไปหา

“พ่อหนุ่มหน้าโหด กับพ่อหนุ่มหน้าเฉยนี่นา ในเกมเท๊~เท่ >w<”

“เฮ้ย...แม่ T0T”พ่อของภัสสรร้องครวญเมื่อแม่เห็นคนอื่นดีกว่าซะงั้น ชิลลีกับแครอทหวาดๆ พอเห็น

คนกระโจนใส่ ก็สะดุ้งเฮือก แม่ของภัสสรกระโดดเข้าไปเกาะแขนทั้งสองคนแบบน้องพลับขอสอง ปล่อย

พ่อของภัสสรให้ต้องเดินจิตตก

“^O^”<<<<<แม่ภัสสร

“= =;”<<<<<พ่อภัสสร

“^_^;”<<<<<ภัสสร

“เราไปผจญภัยกันเถอะ!!!!”แม่ของภัสสรพูดก่อนลากสองหนุ่มไป ตามด้วยกานดาและมินท์ที่วันนี้

อารมณ์ดีพิเศษเพราะภัสสรถูกพ่อจับตัวไว้

..................

ทั้งที่มีเนื้อเรื่องปรูไว้จนจบแล้ว....แล้วปกติพวกผมกะน้องก็จะกักไว้1ตอนเสมอก่อนลง

แต่ตอนที่กะลังแต่งมันเริ่มจะตันเพราะไม่มีรายละเอียดปลีกย่อยไม่พอ=="

ตอนหน้าอาจต้องดองสักพัก เหอๆ
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Mon May 11, 2009 7:28 pm

คุณพ่อหวงลูกสาวน่าดูเลยแฮะ

แล้วกานดาน่าไปนอนบ้านมัจฉามากกว่านะ

น่าจะใหญ่พอ(แต่พ่อแม่น้องปลาเค้าจะอนุมัติอะป่าว)
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Tue May 12, 2009 7:31 pm

ตอนที่ 14

“ที่นี้อากาศดีจังเลยนะจ๊ะ>_<”แม่ของภัสสรพูดพลางหนีบแขนของวิศนะกับแครอทไว้

ส่วนภัสสรที่วันนี้คุณพ่อขี้หวงลูกสาวดันตามมาด้วยได้แต่ทำหน้าบูด เมื่อเจ้าตัวโดนพ่อจับตาดูทุกฝีก้าว

ทำให้มินท์สบโอกาสอยู่กับกานดาโดยที่เธอไม่สามารถเข้าไปขัดขวางได้

“กานดา พรุ่งนี้ไปค้างบ้านชั้นน้า~”มินท์ดึงแขน

“อะ อืม”กานดาขานรับ

ด้านพ่อของภัสสรก็เดินเตะฝุ่นปากบ่นอุบอิบ ถึงจะพอรู้ว่าไอ้หนุ่ม สองคนนั่นไม่ได้มีความคิดว่าจะเล่นด้วย

แต่หมั่นไส้โว้ยยยยยย!!!!! พ่อภัสสรคิด ก่อนหันไปเจอมอนเตอร์ท่าทางกระจอกๆ ตัวเหลวๆ วุ่นๆ ดูไม่มีน้ำยา

จึงนึกอยากระบายอารมณ์หงุดหงิดด้วยการเตะไอ้ก้อนวุ้นงี่เง่านี่สักป้าบ

โชะ~!

ดึ๋ง~~~!!!!

สไลม์ตัวน้อยเด้งลูกถีบกลับ ทำเอาพ่อของภัสสรเลือดสาด

“นี่ ยัยมินท์ปล่อยกานดานะ....ว้าย!!!! พ่อค่ะ”ภัสสรที่กำลังจะแย่งชิงกานดาจากมินท์

หันมาเห็นพ่อตัวเองเลือดสาดก็ตกใจร้องลั่น แม่ของภัสสรก็ตกใจเช่นกันรีบลากหนุ่มๆ ไปดู

“พ่อเป็นอะไรหรือเปล่า!!!”แม่ภัสสรพูดอย่างตื่นตระหนกแต่ไม่วาย....ควงแขนหนุ่มๆ หน้าตาเฉย

“ฮือ~TT^TT”พ่อภัสสรครวญน้ำคานองหน้าด้วยความเจ็บปวดและเสียฟอร์ม

ขณะโดนภัสสรกุมมือแน่น

“แกทำพ่อช้าน!!”ภัสสรชี้ไปที่เจ้าสไลม์ที่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“ตายซร้า!!!”

อัศวินหนุ่มหัวเรียบจัดการชักดาบเข้าไปไล่ฆ่าทันทีปล่อยให้คุณพ่อนอนร้องโอดๆโอยๆอยู่กับพื้น

.................

ณ ยานเน็กซัส

GMทุกคนกำลังรุมล้อมแผนที่ที่กางอยู่บนโต๊ะ

“ชั้นลองสำรวจแหล่งกบด่านพวกมันแล้ว...ไม่มีใครอยู่เลย”

เลมอนพูดก่อนโฮลี่ออเดอร์จะเอ่ยขึ้นมาว่า

“ไม่ว่ายังไงแครอทก็ต้องยังอยู่แถวนี้ล่ะ”ว่าแล้วเจ้าตัวก็ใช้วงเวียนวาดวงกลมลงบนแผนที

โดยใช้จุดศูนย์กลางคือบ้านกานดาแล้ววงล้อมรอบพื้นที่ช่วงนั้นไว้

“น่าจะอยู่ในวงกลมนี้สินะ เคี๊ยกๆ”โอเนี่ยนพูดโดยมีแบ็คกราวเป็น เจ้าเป็ด การ์ลิค และราดิช

วิ่งไล่กันรอบโต๊ะ

“อย่าตามมานะโว้ยยย” เจ้าเป็ดร้องก่อนวิ่งวนไปรอบๆ

“คุณพัมกิ้นไปไหนน้า”บล็อกโคลี่พูดพลางเดินออกมาจากห้องมองซ้ายมองขวา

“ไหนว่าจะไปขุดหัวมันด้วยกันไง...”

.........................

“คุณอัษฏาครับ”

“หืม...”สาวน้อยอัษฏารับเมื่อเกษมเรียก

“คุณพัมกิ้นเขาจะตามเราไปถึงเมื่อไหร่ครับเนี่ย”เกษมกระซิบใส่หัวอัษฏา

ก่อนเสียงผีฟักทองจะยื่นหัวมาตอบ

“ก็จนกว่าคุณอัษฏาจะยอมรับขอเสนอของผมล่ะครับ”พัมกิ้นพูดพลางยิ้มให้อัษฏา

ทำเอาทั้งสองสะดุ้งโหยง

“ชะ...ชั้น ยังไม่อยากแก้เคิร์สตอนนี้หรอกน่า”อัษฏาตอบ พัมกิ้นก้มหน้าลงใกล้ๆ อัษฏา

“เฮ้ย! อย่าเขามาชั้นเป็นผู้หญิงนะ!”อัษฏาร้องพลางกระโดดหนี พัมกิ้นก็เดินเข้ามาหาเรื่อยๆ

“แล้วไงเหรอครับ”พัมกิ้นพูดนัยน์ตาโรคจิตมองอัษฏาอย่างหื่นกาม อัษฏาขนลุกเกรียว

วิ่งไปหลบหลังเกษม

“อะ...เออ คุณพัมกิ้นครับ ผมว่า..”เกษมพยายามช่วยอัษฏา..

“ผมให้คุณเลือกเลยนะครับ...

ว่าจะทำตามข้อเสนอหลังจากแก้เคิร์สแล้วหรือว่าตอนที่ยังไม่ได้แก้เคิร์ส..”

พัมกิ้นให้ข้อเสนอที่น่าประทับใจ แต่อัษฏาที่ไม่อยากโดนประทับกายก็พูดว่า

“ก็บอกแล้วชั้นยังไม่อยากได้”

“แต่เก็บไว้ก็ไม่ได้เสียหายนี่ครับ”พัมกิ้นกล่าวพลางย่างเท้าเข้ามาใกล้

“ถะ..ถ้าผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วยก็ไม่เห็นต้องตามไปรังแกเขานี่ครับ”เกษมใช้บทพูดแบบพระเอกหนังไทย

“ก็ได้ครับ”พัมกิ้นตอบด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดก่อนเกษมกับอัษฏาจะมองหน้ากันแล้ว

ถอนหายใจอย่างโล่งอก

“เพราะฉะนั้น ผมก็จะทำให้เป็นผู้ชายก่อน แล้วจะได้ตามไปรังแก...”

พัมกิ้นพูดจบก็หยิบยาละอองดาวขึ้นมา

เกษมกับอัษฏาโกยไปคนละทิศ อัษฏาที่ปกติความเร็วไม่เยอะนักเมื่อโดนเคิร์สก็ทำสถิติวิ่ง 400 เมตรขึ้นไป

บนต้นไม้ พัมกิ้นยิ้มแบบผีฟักทองเช่นเคยแล้วเดินไปใต้ต้นไม้ที่อัษฏาลี้ภัยอยู่

“แหม~คุณอัษฏาขาสวยจังเลยนะครับ ชักอยากจะเห็นใกล้ๆ แล้วสิ”

เจ้าฟักทองว่าขณะเงยหน้าขึ้นไปส่องใต้กระโปร่งของอัษฏาในร่างหญิง

.........................

ด้วยความเครียดปนความแค้นทำให้พ่อภัสสรหยุดหวงลูกสาวไว้ชั่วคราวแล้วเอาความแค้นทั้งหมดมาลง

กับพวกสไลม์ที่ทำให้เขาเสียฟอร์มโดยเจ้าตัวยืนยันว่าจะไม่ไปไหนจนกว่าจะฆ่าล้างบางพวกมันได้หมด!!

“สู้เค้าน๊าพ่อ~”แม่ภัสสรส่งเสียงเชียร์ ส่วนแขนก็โอบหนุ่มโฉดกับหนุ่มเฉยไว้

“ปล่อยกานดานะยัยหัวม่วง!”ภัสสรที่หลุดรอดจากพ่อมาได้ออกแรงดึงกานดาจากมินท์ที่ออกแรงสู้

“เธอน่ะปล่อย กานดาเขาบอกชอบชั้นแล้วนะ!”

“แต่กานดาเคยจูบชั้นแล้วนะ!”

“เอ๋!?”ทั้ง2ร้องก่อนมองหน้ากัน

“หมายความว่าไง!?”2สาวหันมาหากานดาที่สะดุ้งโหย่ง

“ไปจูบยัยนี่ได้ไง!!?”

“ไปบอกรักมันเหรอ!!?”

“ย้ากกกกกกกก~”เสียงพ่อของภัสสรร้องพลางเอาดาบที่ยืมมาจากลูกสาวจ้วงสไลม์อย่างเมามัน

“กานดา....”สองสาวพูดพร้อมกันพลางมองหน้าเจ้าหัวชมพู...

“ว้ากกกกกกกก~!”

“จะหนีไปหนายยยยย~!”ทั้งสามวิ่งไล่กันอย่างสุขี ในขณะเดียวกันก็มีบางอย่างกลิ้งคลุกๆ ออกมา

จากพุ่มไม้ มาอยู่ที่แทบเท้าของหนูพริก...

“เดี๋ยว~คุณหัวมันรอผมก่อน~”เสียงเล็กๆ ร้องก่อนบล็อคโคลี่ที่วิ่งตามหัวมันมาจะตามาตะครุบ

คุณหัวมันจนได้ บล็อคโคลี่จะเหลือบเห็นรองเท้าคู่งามๆ ของชิลลีเข้าให้ แล้วเงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของรองเท้า

“คะ...คุณชิลลี่...คุณแครอท”บล็อคโคลี่หัวเราะแหะๆ ก่อนทั้งสองคนจะกระโจนเข้าใส่

บล็อคโคลี่พร้อมกัน

“ไอ้เด็กเวรมาให้กระทืบซะดีๆ”หนูพริกร้องอย่างไม่สมหญิงพร้อมกับแครอทที่ร่ายเวทยาวเยียด

เหมือนเวททำลายล้างโลก

“ดิสทอร์ชั่น เฟลม!!!”ชิลลีร้อง

ลูกพลังลูกใหญ่ลอยคว้างอยู่ด้านบนเตรียมแก้แค้นขณะที่แครอทร่ายเวทใส่บล็อกโคลี่ไม่ยั้ง

“หว่าๆ!! ใจเย็นสิครับ เราพวกเดียวกันนะ”

บล็อกโคลี่ร้องเสียงหลงขณะพยายามหลบลูกศรเวทของแครอทที่พุ่งใส่เขายังกับสายฝน

“ใครพวกเดียวกับแก!!”ทั้ง2ร้องพร้อมกันอย่างสุดแค้น

“ว๊ากกกก”บล็อกโคลี่พยายามวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน

“นี่~ภัสสร~”แม่ของภัสสรลากลูกสาวออกมาจากวงวิ่งไล่จับพลางชี้ไปที่ลูกพลังที่ลอยอยู่บนฟ้า

“เฮ้ย! ชิลลีนายจะทำลายล้างโลกเหรอ!”มินท์ที่เงยหน้าขึ้นมามองร้องกรี๊ดเมื่อเห็นไอ้ลูกกลมๆ

แดงๆ ลอยอยู่บนฟ้า พลันลูกอุตกาบาดหล่นลงมาเหมือนวันสิ้นโลก

“ว้ากกกก~”พ่อของภัสสรกระโดดกอดสไลม์ เมื่อเสียงตูมตามดังลั่น

“เย่~สวยจังเลย~”แม่ของภัสสรกล่าวพลางกระโดดโลดเต้นกับภัสสร

GMบล็อคโคลี่ 15430/82000

บล็อกโคลี่ที่พยายามหาทางหนีเอาชีวิตรอด(เพื่อกลับมาถ่ายคลิป)เจอแครอทใช้อุกกาบาทยักษ์ที่พุ่งลง

มาจากฟ้าโจมตีอย่างต่อเนื่องจนแทบไม่มีที่ซุกหัวเริ่มเหนื่อย เพราะแต่ละลูกโดนทีก็เสียHPไปโข

แต่จนแล้วจนรอดก็โดนเข้าเต็มๆทำให้ร่างเด็กชายปลิวขึ้นฟ้า

ชิลลีไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือจัดการโยนลูกพลังขนาดยักษ์ใส่ทันที

ตูม~!

ร่างเล็กๆ หล่นลงมาจากฟ้าลงมานอนบนพื้นดิน

“คอยดูเถอะ....คุณชิลลี คราวหน้า...ผมจะถ่ายติดคุณด้วยแน่!”บล็อกโคลี่ขู่อาฆาต

GMบล็อคโคลี่Game Over...

.............
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Tue May 12, 2009 8:37 pm

วะ5555555555 GM Game Overไปอีก1

ขอให้วิญญาณของGMที่อายุน้อยที่สุดไปสู่สุคติ อาเมน
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Wed May 13, 2009 9:45 pm

ตอนที่15

“เอ้ากินข้าวเช้ากัน ลูกเขย~”

แม่ภัสสรกอดคอกานดาส่วนอีกมือก็จูงแครอททำให้มินท์กับพ่อของภัสสรถึงกับหน้าบูด

โดยมีภัสสรที่เดินยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดีเดินตามหลังมาพร้อมวิศนะ

ทั้งหมดนั่งลงบนโต๊ะที่มีอาหารเช้าง่ายๆจัดวางไว้

“เมื่อคืนหนุกจังเลย วันหลังเราเล่นอีกนะพ่อ~”แม่ภัสสรเอ่ยอย่างร่าเริง

“ไม่เห็นหนุกเลย”พ่อภัสสรบ่น

”ก็พ่อโดนสไลท์อัดนี้=3=”

ภัสสรพึมพำแต่ก็ทำให้พ่อที่ดื่มน้ำอักๆๆอยู่พ่นน้ำกลับออกมาดังปู้ด

กานดาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าคุณพ่อจอมห่วงลูกสาวเกิดรู้ว่าวันนั้นภัสสรไปนอนกับเขาจะ

เกิดอะไรขึ้นคงมีแต่ตายกับตายละใช่มะ?

หรือว่าในเมื่อเขาเคยเกินเลยกับภัสสรแล้ว เขาก็ควรเลือกแม่สาวหัวกระเซิงคนนี้?

แต่ความรู้สึกที่เขามีให้กับอีกคนละจะว่าไง จะตัดทิ้งอย่างง่ายดายได้เชียวเหรอ?

แต่ก่อนหน้าที่จะคิดเรื่องนั้น...เขาคงต้องคิดหาทางเอาตัวรอดจากการโดนรถไฟทั้ง2ขบวนนี้ทับเขาแล้วละ

กานดาคิดในใจอย่างหวาดหวั่นเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอ2สาวที่จ้องเขาด้วยสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ

.................................

“ตกลงเรื่องเมื่อคืนนี้ว่าไง ไปบอกรักมันจริงเหรอ!?”คนหัวกระเซิงร้องถาม

“อะ...เออ...”กานดาอ้ำอึ้ง

“ไปจูบยัยนั้นจริงเหรอ!?”

//เอาแล้วไง ซวยละ//กานดาที่ยังไม่ทันคิดหาทางสับรางรถไฟถึงกับหน้าซีดเมื่อ2สาวความจำดีจัด

พอมาถึงห้องเรียนก็จัดการซักฟอกเขาด้วยโอโม่พร้อมกัน

“คือ~”

กานดาที่รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเปื่อยไปตามแรงขยี้ถอยไปที่หลังห้องโดยมีเด็กสาว2คนเดินตามมาอย่างกระชันชิด

โดยอีกคนถือกระดานซักผ้าอีกคนถือผงซักฟอก เห็นทีคราวนี้กานดาได้ขาวแบบ6ดาวแน่!

“ว่าไง!”ทั้ง2ขึ้นเสียงทำเอาทั้งห้องหันมามองเป็นตาเดียว

ถึงตอนเช้าคนที่ขึ้นมาบนห้องจะมีแค่3-4คนแต่กานดาก็อดอายไม่ได้อยู่ดีแหละ

ส่วนสาวๆ2คนนี้มีโลชั่นที่เรียกว่า”ความหึง”พอกไว้ทั้งใบหน้า ทำให้ไม่รู้สึกถึงสายตาของคนอื่นแต่อย่างไร

“ถูกแล้วละคือเรื่องจริง”

กานดา(และคนแต่ง)ที่ตอนนี้หัวตื้อคิดแผนเอาตัวรอดไม่ออกสักแผนเดียว

สารภาพออกไปโดยดีเมื่อโดนต้อนจนจนมุม

เขาหลับตาปี้เตรียมโดนกระบวนท่าไม้ตายประสาน”2คุณแม่รุมสั่งสอนลูก”อยู่พักใหญ่ หากแต่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

พอลืมตาขึ้นก็ต้องถึงกับตะลึงกับReactionที่ได้รับจาก2สาว

ภัสสรปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ส่วนมินท์ยืนนิ่งเหมือนรูปปั้นหินก่อนจะเอยปากออกมาว่า

“เอ้า ไม่เป็นไร แต่คืนนี้ต้องค้างบ้านชั้นนะ”มินท์เอาเรื่องนี้มาจัดการแบล็กเมล์เชิงขู่บังคับทันที

“ห๊า~ไม่ได้นะ!!”

“ได้ไงละ เปลี่ยนกันบ้างสิ”

“อย่างนี้ขี้โกงนี่ นี่ใช่ไหมวิธีที่เรียกว่าขู่กรรโชกที่พวกปล่อยกู้เถื่อนเขาทำกัน!!”

ภัสสรว่าทำเอามินท์ที่ความจริงแล้วเคยไปปล่อยกู้โดยคิดดอกเบี้ยมหาโหดถึงกับสะอึก

“ตะ ตกลงใช่ไหมกานดา”

ไม่ทันให้ภัสสรตั้งตัว มินท์ก็หันไปเขย่ากานดาทันที

“โอ๊ย ~อะ อืม!”

กานดาที่รู้สึกได้ถึงเล็บที่จิกลงบนร่างรีบตอบ

“งั้นคืนนี้ชั้นก็จะไปด้วยเหมือนกัน!”

“เอาสิ ยัยบ้านนอก!”มินท์ท้า

“ว่าไงนะ ยัยคุณหนูปัญญาอ่อน!”

...............................................................

เด็กมหาลัยนามอัษฏา วันนี้เข้าเดินเข้ามาในวิทยาลัยด้วยท่าทางลอกแลก...

“มองหาผมอยู่เหรอครับ”เสียงปิศาจฟักทองร้องออกมาข้างหลังอัษฏาทำเอาเจ้าตัวสะดุ้ง

“แหมอย่าทำท่าอย่างนั้นสิ...ผมที่อุตส่าห์ทักคงจะเสียใจแย่”พัมกิ้นพูดพลางยิ้มก่อนอัษฏาจะ

ถอยหลังไปเกือบติดผนัง

“แฟนคุณไม่อยู่ทั้งที คุณคงไม่คิดว่าผมจะ...ปล่อยคุณไว้นะ..”อัษฏาตาเบิกโพล่ง

ก่อนพูดเสียงตะกุกตะกัก

“ตะ....แต่ชั้นเป็นผู้ชายนะ”

“ทำไมเหรอครับ”พัมกิ้นว่าแล้วเดินกระชั้นเข้ามาใกล้

“ชั้นไม่ได้ตอบรับข้อเสนอของนายนะ!”อัษฏาพูดเสียงแข็งพลางใช้มือพลักเจ้าพัมกิ้นให้พ้นทาง

ซึ่งเจ้าตัวก็เซไปเล็กน้อย

“ก็....ไม่ต้องตอบรับข้อเสนอก็ได้นี่ครับ ผมไม่ต้องส่งยาละอองดาวให้แค่นี้ก็พอแล้วนี่..”

พัมกิ้นพูดเสียงเจ้าเล่ห์ก่อนเลียริมฝีปากตัวเอง อัษฏาที่ยังฝังใจกับการกระทำของพัมกิ้นที่ส่องกระโปรง

ร่างหญิงเขาอย่างหน้าไม่อาย ทำเอาเขาต้องเป็นฝ่ายอายแทนไปเสีย โชคร้ายของอัษฏาที่กำแพงที่วิทยาลัย

ทำมันแข็งเกินกว่าจะวิ่งทะลุไม่เช่นนั้นเขาคงทำไปแล้ว

“คุณอัษฏาอย่าร้องนะครับ...เดี๋ยวใครมาเห็นเข้ามันคงจะไม่งาม..”พัมกิ้นพูดพลางเดินเข้ามาใกล้ทุกขณะ

......เอ็งก็อย่าทำสิเฟ้ย!....อัษฏาคิดในใจหาทางหนีทีไล่ให้พ้นจากเจ้าฟักทองโรคจิต

“..ถอยไป ชั้นจะเข้าเรียนแล้ว”อัษฏาพูดหาทางเอาตัวรอด

“อีกตั้ง ชั่วโมง...จะไปไหนล่ะครับ คุณอัษฏา”เจ้าฟักทองพ่นลมหายใจของตัวเองเป่ารดหน้า

..สู้มันสิ...ต่อยมันสิ..เสียงแบบนี้ดังก้องอยู่ในใจ ทั้งๆ ที่รู้ดีแท้ว่าตนควรจะสู้ แต่เรี่ยวแรงกลับไม่มี

พลั่ก!

เท้าของอัษฏาถีบเจ้าฟักทองเต็มแรง

“ไอ้ฟักทองโรคจิต!”อัษฏาสบถเสร็จก็รีบวิ่งหนีพัมกิ้นที่นอนกองอยู่กับพื้น เจ้าฟักทองที่

โดนถีบลุกขึ้นมาปัดฝุ่นที่กางเกงแล้วมองตามอัษฏาไป

“ทำอย่างงี้....ผมก็หลงแย่สิครับ คุณอัษฏา...”

..........................

“ถึงยังเนี่ย”คนหัวกระเซิงที่วันนี้ดูขี้หงุดหงิดพิกลถามเป็นรอบที่ร้อยแปดสิบ

“แปปนุง~”มินท์ที่นั่งอยู่เบาะหน้าตอบด้วยสำเนียนคิกขุพลางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

ทั้งหมดอยู่ในรถหรูที่กำลังแล่นออกสู่ถนนใหญ่

ถนนใหญ่ที่แล่นออกชนบทมีสีเขียวจากทุ่งหญ้าและต้นไม้จากข้างทาง

มากมายทำให้คนที่ได้เห็นรู้สึกสบายใจ ถึงจะดูขัดๆแต่กานดาก็ต้องยอมรับว่าเขาชอบบรรยากาศแบบนี้

ส่วนวิศนะกับแครอทที่มีความคิดเหมือนกันแต่แรกแล้วก็คือจะย้ายบ้านไปเรื่อยๆเพื่อความปลอดภัยก็

ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก กลับดูจะอารมณ์ดีด้วยซ้ำที่ได้นั่งรถชมวิว

“ถึงแล้ว~>O<”มินท์ร้องก่อนที่ทุกคนจะมองออกมาจากรถ

แต่ทั้งหมดก็ทำได้เพียงมองกำแพงและประตูบ้านที่ขนาดพวกเขามองรอดเข้าไปแล้วก็ยังไม่เห็นตัวบ้าน

เลย ประตูค่อยๆเปิดออกช้าๆก่อนที่รถจะแล่นเข้าไป

สวนใหญ่ที่ปกคลุมไปด้วยพืชนานาพันธุ์ทำให้แต่ละคนมีความรู้สึกเหมือนตัวเองเข้ามาในป่าที่ถูก

มนุษย์สร้างขึ้นอย่างไรอย่างนั้น น้ำพุขนาดใหญ่ถูกตั้งไว้กลางสวนทำให้บรรยากาศดูน่ารื่นรมย์

สระน้ำขนาดใหญ่ล้อมรอบน้ำพุโดยมีรูปปั้นเหล่ากินรี

ที่กำลังเล่นน้ำอย่างสนุกสนานวางไว้อย่างเป็นระเบียบ

ซุ้มเกวียนที่นำมาทำเป็นที่นั่งเล่นก็ถูกจัดวางไว้รายรอบสระน้ำดังกล่าว

นอกจากนั้นยังมีสนามเทนนิสและสระว่ายน้ำครบครันซึ่งก็

สามารถบอกถึงฐานะของผู้อยู่อาศัยของบ้านหลังนี้ได้เป็นอย่างดี

“นี่ๆตรงนี้เป็นสวนหน้าบ้านนะ บ้านอยู่ตรงนู้น”มินท์แนะนำอย่างอารมณ์ดี

//นี่เรียกสวนหน้าบ้านเหรอ!?//ทั้งหมดคิดก่อนมองตามนิ้วที่มินท์ชี้

บ้านหลังใหญ่ตั้งห่างออกไปไกลพอสมควร ตัวบ้านมีลักษณะการออกแบบที่เก่าแก่เหมือนบ้านผู้ดีเก่า

ในสมัยรัชการที่5ที่อยู่มาถึงปัจจุบันทำให้เหล่าแขกผู้ได้รับเชิญที่นั่งหัวโด่กันอยู่ในรถชักรู้สึกทำตัวไม่ถูก

เหมือนตัวเองที่เป็นแค่ไพร่หลุดเข้ามาในวังของพวกเจ้าขุนมูลนายอย่างไรอย่างนั้น

ทั้งหมดลงจากรถแล้วเดินชมบรรยกาศสบายๆโดยมีมินท์เดินนำ

“นั้นถั่วงอกที่ชั้นปลูกตอนป.3ตอนนี้เป็นถั่วเขียวแล้ว~”

มินท์ร้องบอกพลางชี้ไปที่ต้นถั่วเขียวขนาดใหญ่พอๆกับถั่วงอกที่บ้านภัสสร

“แค่ทำให้ถั่วงอกกลายเป็นถั่วเขียวได้ทำเป็นข่มกันเหรอ!?”ภัสสรร้อง

“เปล๊า~”มินท์ยิ้มกว้าง

“อ้าว นั้นคนสวนเหรอ”

กานดาที่กำลังตะลึงกับความอลังการกับขนาดของต้นถั่วเขียวหันไปเห็นชายวัยกลางคนที่ดูหนุ่มแน่น

เหมือนอายุพึ่งย่างเลข30กำลังรดน้ำต้นไม้ด้วยสายยางอยู่ก็ร้องถาม

“เปล่า~นั้นพ่อชั้นเอง> W <”

“ห๊า!?”

“วันนี้กลับบ้านเร็วจังเลยนะค่ะพ่อ~วันนี้หนูเอาเพื่อนมาค้างนะคร้า~”

มินท์ร้องเรียกผู้เป็นพ่ออย่างร่าเริง

“จร้า~”

คาแร็คเตอร์นักธุรกิจมาดขรึมที่พวกกานดาคิดไว้ตั้งแต่แรกพังไม่เป็นท่า

เมื่อตัวจริงของพ่อมินท์กลายเป็นคนสวนอารมณ์ดีซะอย่างนั้น

”ปะๆเข้าบ้านกัน”คุณพ่ออารมณ์ดียิ้มก่อนเดินมากอดคอวิศนะกับกานดาเหมือนรู้จักกันมาแรมปี

เดินนำทุกคนเข้าไปในบ้าน

............................................................

ทั้งหมดนั่งลงบนโต๊ะอาหารใหญ่ภายในห้องโถงซึ่งถูกตกแต่งอย่างหรูหร่า จนกานดากับภัสสรอดคิด

คิดไม่ได้ว่าบ้านหลังนี้กับบ้านในละครน้ำเน่าที่ดูเมื่อคืนความหรูแทบจะไม่ได้ต่างกันแต่ประการใด

“แหมที่แท้ก็ลูกเขยนี่เอง”คุณพ่อว่าพลางตบหลังกานดาอักๆอย่างสนิมสนม

มินท์กับคุณพ่อยิ้มร่าในขณะที่ภัสสรกัดเขี้ยวเคี้ยวฟัน

“นี่ๆหนูจะแนะนำนะ นั้นพี่วิศนะกับพี่แครอท อ้อแล้วนั้น...แฟนเก่าของกานดา”

มินท์ได้ทีจัดการยัดบทแฟนเก่าให้ภัสสรทำเอาเจ้าตัวแทบจะกระโดดกัดคอมินท์อยู่ร่อมร่อ

ยังดีที่วิศนะกับแครอทจับยัยหนูหัวกระเซิงอารมณ์ร้อนคนนี้ไว้ได้ทัน

“จ้า ยินดีที่ได้รู้จัก~”คุณพ่อยิ้มอย่างเป็นกันเองในขณะที่อาหารชุดแรกถูกยกออกมาเสิร์ฟ

“แล้วคุณทำงานอะไรเหรอครับ”วิศนะที่โดยนิสัยเป็นชายหนุ่มที่รักความก้าวหน้าอยู่แล้วร้องถาม

“ก็ไม่เชิงทำงานหรอก การทำงานหาเงินสำหรับชั้นมันเหมือนเล่นเกมมากกว่าน่ะ”

พ่อของมินท์ยิ้มกว้างขณะมองกานดาด้วยสายตาปลาบปลื้มในตัวลูกสาวที่หาลูกเขยให้เขาได้เร็วขนาดนี้

แหม~อยากอุ้มหลานเร็วๆแล้วสิ

“อ้อถึงว่า~”วิศนะกับแครอทพึมพำขณะมองมาที่มินท์ที่นั่งยิ้มร่าอยู่

“งั้นวันนี้พ่อขอเข้าไปเล่นด้วยละกัน พ่อน่ะอยากอยู่ใกล้ชิดกับลูกเขย จะได้รู้จักกันมากขึ้น”

พ่อของมินท์ยิ้มกว้าง

//ม่ายยยจริ๊ง ทำไมพ่อช้านกีดกันTT^TT//
Last edited by Esper on Thu May 14, 2009 1:42 am, edited 1 time in total.
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

Postby zCGz14211 on Thu May 14, 2009 12:43 am

บ้านมินท์เปนฉากละครช่อง3หรือช่อง7คับ

บรรทัดสุดท้ายภัสสรใช่ป่ะ

รีบจัดมาอีกอย่างด่วนเลยคับ
zCGz14211
Rookie
Rookie
 
Posts: 163
Joined: Mon Apr 20, 2009 12:13 am

Postby Esper on Tue May 19, 2009 5:16 pm

ตอนที่16

และก็เหมือนกับพ่อแม่ของภัสสร คือมัจฉาขอให้พวกบาบาเลียนจับคุณพ่อสุดที่รักของมินท์

โยนขึ้นสองแถวอวกาศมา...

พ่อของมินท์มาถึงก็เดินเข้ามากอดคอกานดาทันที

“งาย~พ่อหนุ่ม ในเกมหล่อดีนะ”คุณว่าที่พ่อตาทักอย่างสนิทสนมจนกานดาทำตัวไม่ถูก

“ว่าแต่เกมนี้ จะหาตังได้จากที่ไหนบ้างละลูก”คุณพ่อเอี่ยวตัวไปหามินท์

“ก็สู้กับมอนสเตอร์ ค้าขายแล้วก็...วิธีที่พวกเราถนัดไงค่ะ”มินท์ยิ้มๆ

“แหม งั้นพ่อขอทำแบบที่พ่อถนัดดีกว่า~แล้วที่นี่เขามีปัจจัยอะไรที่สำคัญๆ...”ระหว่างที่คุณพ่อหัน

กลับมาคุยกับว่าที่ลูกเขยอยู่นั้นเอง อัศวินหัวเรียบที่ดูเหมือนพึ่งรวบรวมความกล้าได้ก็ก้าวออกมา

“มินท์ ขะ...ขอยาแก้เคิร์สหน่อยจิ”ภัสสรในร่างอัศวินหัวเรียบพูดออกมาอย่างกระดากปากเต็มทน

แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องแก้เคิร์สให้ได้ เพราะกานดาตอนนี้กลับมาเป็นผู้ชายแล้ว

และก็ไม่รู้ทำไม พอกานดากลับมาเป็นผู้ชายแล้วเขาก็ไม่ยอมบอกสาเหตุให้พวกเธอทราบว่า

กลับมาเป็นผู้ชายได้อย่างไร พอถามถึงเรื่องนี้ทีไร

กานดาก็จะเอาแต่ทำหน้าสยดสยองแล้วเอาแต่พึมพำเรียกแต่ชื่อวิริยา

“เรื่องอาราย~ม่าย~มี~ทาง~”มินท์พูดพลางจ้องหน้าภัสสรอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า

“ง่ะ...ง่า ใจร้ายชะมัด”ภัสสรพูดก่อนคุณพ่อของมินท์จะเดินเข้ามาหามินท์

“ที่นี่มีตลาดลงทุนที่ไหนบ้างล่ะ ลูก”

“มีเงินทุนแล้วเหรอค่ะ พ่อ”มินท์ถาม คุณพ่อเลิกคิ้วน้อยๆ

“จะใจร้ายไม่ให้พ่อคนนี้ยืมเลยเหรอ”มินท์ยิ้มกริ่มก่อนพูดว่า

“แหมพ่อก็....หนูคิดถูกๆดอกร้อยละ 40 ถ้าเป็นคนอื่นหนูคิดร้อยละ 20 นะเนี่ย(ถูกกว่าตรงไหน)”

มินท์ว่าพลางยิ้มให้ผู้เป็นบิดาที่ยังคงยิ้มกับดอกเบี้ยมหาโหดของอนาคตเจ้าแม่เงินกู้

“แหมดูถูกพ่อจังนะเดี๋ยวนี้”คุณพ่อยังคงยิ้มระรื่น

“งั้นร้อยละ50เลยเป็นไง จะได้เหมาะสมกับพ่อ”

“แหม~พ่อเกรงใจจัง งั้นไปหาข้อมูลกันก่อนดีกว่า”ว่าแล้วมินท์กับพ่อก็เดินนำลิ่วๆไปด้วยกัน

ภัสสรเห็นได้จังหวะก็กระโดดเข้าตะครุบ หากแต่มินท์ที่เหมือนรู้ล่วงหน้าอยู่แล้ว

เบี่ยงตัวหลบทันจนภัสสรที่คว้าได้แต่อากาศหัวทิ่มพื้น

มินท์หันมาแลบลิ้นใส่พลางชูยาแก้เคิร์สโบกไปโบกมาอย่างกวนอารมณ์

“ฝันไปเถอะย่ะ”ว่าแล้วมินท์ก็หันกลับมาหิ้วกานดาไปกับเธอด้วย

ฮึ้ย!!! ยัยมือที่สาม ยัยหน้าเลือด...ยะ...ยัยหัวม่วง!!!!!....

“ไม่ต้องกลัวภัสสร ยังไงพี่ก็อยู่ฝ่ายเธอ”

วิศนะพูด พลางแตะไหล่ภัสสรอย่างให้กำลังใจตามภาษาพี่เขย

“จะ...จริงเหรอค่ะ”ภัสสรพูดน้ำในตาเออล้นก่อนวิศนะจะพยักหน้า

ภัสสรที่น้ำตานองหน้ากระโดดกอดวิศนะ แล้วปล่อยโฮออกมา

“มัวแต่เล่นกันอย่างงี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงล่ะเนี่ย”แครอทพึมพำอย่างหงุดหงิดใจ

พลางมองไปที่วิศนะที่กำลังปลอบภัสสรก่อนจะหันมาช่วยกันวางแผนขโมยยาละอองดาวจากมินท์

............................

“ที่นี่ส่วนใหญ่สินค้าจะเป็นพวกอาวุธกับยาฟื้นพลังน่ะค่ะ”มินท์อธิบายขณะพาเดินชมตลาด

“แหม~งั้นพ่อว่าพวกยาฟื้นพลังน่าจะน่าสนใจกว่านะเพราะถึงราคาจะถูกแต่

ปริมาณความต้องการเยอะกว่า ”คุณพ่ออารมณ์ดีว่าขณะเหลือบมองร้านค้า2ข้างทางที่แน่นไปด้วยฝูงชน

“แต่ขวดหนึ่งไม่กี่ตังเองนะพ่อ”

“แต่อาชีพมันก็มีหลายอาชีพนี่ แต่ละอาชีพก็ใช้อาวุธไม่เหมือนกัน กว่าจะขายพวกอาวุธแพงๆได้

ไม่ทันกินหรอกมั่ง”

“หนูก็แค่คิดว่าพวกอาวุธมันน่าจะมีแรงดึงดูดต่อผู้ซื้อมากกว่านานะ”

มินท์ว่า ส่วนมือก็โยนยาละอองดาวเล่นไปมา

“แต่ถ้าซื้ออาวุธมาก็ได้ไม่กี่ชิ้น ขายก็ไม่คล่อง เงินมันก็หมุ่นไม่ทันสิ”

“แหม พ่อนี่มองการไกลจังนะ”

“น่า คอยดูฝีมือพ่อก่อนละกัน....เออ...ว่าแต่ลูกเขยคิดว่าจะลงทุนอันไหนดีละ”

ระหว่างที่พ่อลูกกำลังถกกันเรื่องอุปสงค์อุปทานโดยมีกานดานั่งหน้าเอ๋ออยู่นั้นเอง...

“ท่าทางสนุกกันใหญ่เลยนะครับ”วิศนะร้องทักมาแต่ไกล

“อ้าว พ่อหนุ่ม”

“มีอะไรเหรอชิลลี นึกครึมอยากเดินตลาดเหรอ”มินท์ร้องถาม

“ก็แค่ตามมาดูน่ะ”วิศนะยิ้มแปลกๆขณะมองมาที่ยาละอองดาวที่มินท์กำลังโยนเล่นอยู่

“งั้นก็แสดงว่าพ่อหนุ่มจะมาลงทุนกับพวกเราด้วยใช่มะ”คุณพ่อยิ้มกว้าง

“ก็ประมาณนั้นแหละครับ”วิศนะยิ้มเหี้ยม

//ยิ้มงี้น่าสงสัยนะ//มินท์นึกระแวง

//อีกนิดเดียวๆ ใจเย็นๆ....ฟู่~//

ภัสสรที่ห้อยตัวมาตามเชือกจากบนตึกสูงพึมพำตาก็จ้องไปยังยาละอองดาว

“แล้วคุณวิศนะพอมีวิธีติดต่อคุณพ่อคุณแม่ไหมครับ จะได้ถามเรื่องแต่งงาน”

คุณพ่อที่หมายมั่นปั้นมือในเรื่องลูกเขยแล้วร้องถาม

“กานดาพึ่ง17เองนะครับ ^^” ”

วิศนะว่าพลางเหลือบตามองภัสสรที่ตอนนี้อยู่สูงขึ้นไปเหนือหัวของมินท์2ช่วงตัว

“จริงสิ มินท์ก็พึ่งอายุ16เอง”คุณพ่อทำท่าใคร่ครวญ

//อีกนิดๆ...//วิศนะเหลือบตามองภัสสรที่อยู่ห่างมินท์แค่1ช่วงตัว

“แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก ตามกฎหมายนี่16ก็แต่งได้แล้วนี่ ขอแค่ผู้ใหญ่เขาอนุญาต”คุณพ่อยิ้มกว้าง

กานดาที่วันนี้สงบเสงี่ยมเป็นพิเศษเมื่ออยู่ต่อหน้าว่าที่พ่อตารู้สึกเหมือนถูกคลุมถุงชนหน้ายืนแดงแจ๋

ไม่ต่างจากว่าที่เจ้าสาวข้างๆ

//อีกนิดเดียวๆ...ตอนนี้แหละคว้าเลย!!//

ภัสสรเตรียมจะใช้มือคว้ายาละอองดาวในมือมินท์ที่กำลังบิดไปมาด้วยความเขิน

“บ้า~ อายเค้าน่าพ่อ ปะๆเราไปเดินดูของกันต่อดีกว่า> / / / <”

มินท์ที่หน้าแดงจัดคว้าคุณพ่อกับกานดาแล้วเดินลิ่วๆไปทันทีด้วยความอาย ปล่อยให้ภัสสรคว้าได้เพียงอากาศธาตุ

...................

“นอกจากเรื่องเงินแล้วเราก็ต้องมีความสามารถในการต่อสู้ด้วยนะพ่อ”.

มินท์อธิบายด้วยใบหน้าที่ยังไม่หายแดงเป็นการกลบเกลื่อนความอาย

“หืมม์~ในชีวิตจริงไม่เคยไปต่อยกับใครซะด้วยสิ”คุณพ่อเกาหัวแกรกๆ

“ก็เผื่อเจอมอนสเตอร์ เราคงไม่อยากเจ็บตัวแบบทำอะไรมันไม่ได้เลยหรอกนะพ่อ”

“นั้นสินะ”คุณพ่อลูบคางขณะมองร้านขายอาวุธอย่างสนองสนใจ

“พวกมอนสเตอร์จะให้เงินตามระดับความยากง่ายในการสู้ใช่มะ”

คุณพ่อถามขณะพิจารณาธนูยาวอันหนึ่ง

“คร้า”มินท์ว่าพลางเหล่ตามองวิศนะที่เดินตามมาอย่างไม่ลดละ

“ไม่รอกันเลยนะ”วิศนะพึมพำ

“งั้นเดี๋ยวพ่อไปลุยเลยละกัน”คุณพ่อถกแขนเสื้อขึ้นเป็นสัญญาณเตรียมลุย

“งั้น หนูกับกานดาขอตัวก่อนนะคร้า”มินท์ที่รู้อยู่แก่ใจว่าวิศนะตามมาทำไมรีบลากกานดาหนีทันที

วิศนะเตรียมจะวิ่งตามมินท์ที่ลากกานดาไปหากแต่ถูกคุณพ่อคว้าหมับเข้าให้

“แหม~พ่อหนุ่ม เห็นมินท์เขาเล่าให้ฟังว่าที่บ้านมีกานดาอยู่คนเดียว

สงสัยเขาจะเหงาแย่ ให้เขาย้ายมาอยู่กับอามะ”คุณพ่อร้องถามทำเอาวิศนะเหงื่อตก

//ไม่ได้นะ ฉันจะให้ย้ายไปอยู่กับภัสสร!!//

“เออ...คงไม่ได้มั่งครับ เห็นแกบอกว่าเร็วๆนี้จะย้ายมาอยู่กับผมน่ะครับ”

วิศนะโกหกโดยใช้แผนสกัดดาวรุ่งปัดเอาดื้อๆแล้วทำท่าจะออกวิ่งตามมินท์ไปหาก

แต่คุณพ่อของมินท์ไม่ได้ไวแค่การหาเงิน มือก็ไวด้วยเช่นกัน เลยคว้าวิศนะไว้ได้ทัน

“จะรีบไปไหนละ ยังไม่ได้ขอเบอร์ไว้คุยกับพ่อแม่พวกเธอเลย”

“เออ....”

วิศนะที่ดูท่าว่าจะปลีกตัวออกมาไม่ได้ง่ายๆจัดการส่งซิกไปให้

ภัสสรที่หลบอยู่หลังร้านขายPotionทันที ซึ่งเจ้าตัวเห็นดังนั้นก็ออกวิ่งไปเตรียมใช้แผนสุดท้ายทันที

..................................

“พ่อเธอนี่ท่าทางเก่งจังเลยนะ...ว่าแต่ไม่โหดไปหน่อยเหรอดอกเบี้ยซะร้อยละ50”

กานดาร้องถามขณะถือเลียไอศกรีมโคนที่ซื้อมา(หมายเหตุ:มั่วว่ามีขายละกัน)

“พ่อเก่งจะตาย....ก็ตั้งแต่แม่เสียนั้นละ”ใบหน้าของมินท์เปลี่ยนเป็นเศร้าเมื่อพูดถึงเรื่องแม่

“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นละ ไม่งั้นคงไม่กล้ารับดอกเบี้ยมหาโหดของเธอหรอก”

กานดาที่ไม่อยากเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายต้องเศร้าหมองจึงจัดการดึงออกจากเรื่องแม่ของมินท์ที่เสียไปแล้วทันที

“อืมม์ พ่อน่ะเก่งมากเลย ”มินท์ว่าขณะจ้องมองไอศกรีมในมืออย่างว่างเปล่าแต่อยู่ๆเจ้าตัวก็สะดุ้งเฮือก

//มาแล้วเหรอ//

“มีอะไรเหรอมินท์!?”กานดาร้องถาม

“มะ ไม่มีอะไร เราไปกันเหอะ ^^!”มินท์ยิ้มก่อนที่จะดึงมือกานดาแล้วออกวิ่งไปอย่างรวดเร็ว

ผ่านไป1นาที...

“หายไปไหนนะ ตะกี้ยังอยู่แถวนี้เลยนี่”ภัสสรที่โดดมาตามยอดตึกพึมพำขณะกวาดตามองไปทั่ว

..................................

“นี่เธอหนีอะไรอยู่เหรอมินท์”กานดาที่โดนมินท์ลากไปลากมาชักสงสัย

“ปล๊าว~”มินท์ตอบอย่างร่าเริง ก่อนจะแวะหยุดพักที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมแม่น้ำ

//คิดจะสุ่มหัวกันขโมยยาแก้เคิร์ตเหรอ...ยาก!!//มินท์คิดพลางกำยาแก้เคิร์สแน่น

กานดาทิ้งตัวลงนอนบนหญ้าเชียวชอุ่มพลางโยนโคนไอศกรีมที่เหลือเข้าปากขณะใช้สายตาจ้อง

มองมินท์ที่มองยาแก้เคิร์ตอย่างเหม่อลอย

ใบหน้าจิ้มลิ้มยังคงนิ่งเฉย แววตาของเด็กสาวเต้นระริกเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

ดวงตากลมโตซึ่งมีสีดุจเดียวกับจักรวานอันกว้างใหญ่มองไปยังยาละอองดาวอย่างเวิ้งว้าง

เส้นผลที่ดูอ่อนนุ่มเหมือนใยไหมคลอเลียไปทั่วดวงหน้าขาว

ผมสีม่วงที่ปลิวไปตามสายลมที่พัดเข้ามาเอื่อยๆเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด

ริมฝีปากเม้นแน่นเหมือนกำลังพยายามตัดสินใจเรื่องบางเรื่องที่สำคัญมาก

“หืมม์ มีอะไรเหรอ”มินท์ที่รู้สึกตัวว่าถูกจ้องร้องถามพร้อมใบหน้าที่ขึ้นสีเรื่อ

“ก็แค่...คิดว่าเธอตอนกำลังเหม่อนี่ก็น่ารักดีนะ”กานดาที่นอนมองมินท์จนเพลินสะดุ้งโหย่ง

คนโดนชมยิ้มนิดๆพร้อมใบหน้าที่แดงระเรื่อขึ้นทุกที

คนหัวม่วงยิ้มโชว์ฟันสวยขณะขยับตัวเข้ามาใกล้ก่อนจะแนบตัวเข้าหาจนกานดาขนรุกซู่ทั้งตัว

“แหม พูดงี้ก็เขินแย่สิ...จริงสิ...ยังไม่ได้เอาคืนเรื่องวันนั้นเลย”

มินท์ว่าพลางทิ้งตัวลงทาบทับร่างของกานดา

“จะ...จะทำอะไรน่ะ!?”กานดาพูดเสียงตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงจัดทำอะไรไม่ถูก

“ก็ไม่น่าถามนี่...เอาคืนไง”คนแก้แค้นยิ้มหวานพลางซบลงที่หน้าอกของกานดา

แต่ยังไม่ทันที่กานดาจะเสียท่าก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นซะก่อนเมื่ออัศวินหัวเรียบโผล่มาอย่างกะทันหัน

“เจอแล้วยัยหัวม่วง!!!”น้ำเสียงที่ฟังดูสุดจะยั้วดังมาแต่ไกลทำให้คนทั้ง2สะดุ้งเฮือก

“จะทำอะไรกานดาน่ะ!!”ภัสสรว่าด้วยน้ำเสียงสุดเดือด

“ก็เห็นๆอยู่นี่!!!”มินท์สวนโดยจงใจไม่ยอมลงจากตัวของกานดา

“เอายาแก้เคิร์สมา!!!”ภัสสรกัดฟันแน่น

“ไม่มีทาง!!!”มินท์จ้องตาสู้

“ตายซะ!!”

“มาเล้ย!!!”

สิ้นเสียงของทั้ง2การตะลุมบอนโดยที่มีกานดาเป็นบุคคลที่3ก็เริ่มขึ้นทันที
Esper
Rookie
Rookie
 
Posts: 55
Joined: Fri May 01, 2009 9:06 pm

PreviousNext

Return to fiction&Dojin

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests